สามวันต่อมาเฟิงเยว่ให้เสี่ยวถิงนำเื่ไปแจ้งแก่บิดาของเขา เจียวหวงกับฮูหยินต่างรู้สึกยินดีจึงได้เตรียมให้คนเตรียมของและส่งคนไปยังกระท่อมของเฟิงเยว่เพื่อเตรียมและตกแต่งสถานที่ในงานมงคลครั้งนี้
"เ้าอยากให้ตกแต่งแบบใดอีกบอกพวกเขาได้เลยนะอีกเดี๋ยวท่านแม่ก็ส่งรถม้ามารับเ้าแล้ว" เฟิงเยว่เดินเข้ามาหาซูเหวินที่นั่งอยู่ในศาลามองดูคนของบิดากำลังช่วยกันตกแต่งสถานที่ ถึงแม้บิดาของเขาจะค่อนข้างดุแต่กับว่าที่ฮูหยินของเขากลับถูกใจอยากไม่เคยเป็มาก่อน
"ไม่ต้องเพิ่มเติมอะไรแล้วสำหรับข้าไม่ว่างานแต่งจะออกมาเช่นไรขอแค่มีเ้าอยู่ข้างกายของข้าก็พอ" สำหรับเธอแล้วขอแค่มีเขาอยู่ข้างกายในยามนี้ก็เพียงพอแล้วเฟิงเยว่ยิ้มอย่างมีความสุข เสียงรถม้าเคลื่อนเข้ามาจอดด้านหน้ากระท่อมครู่ต่อมาเขาจึงได้เดินออกไปส่งซูเหวิน
เจ็ดวันต่อมา
งานมงคลถูกจัดขึ้นในรอบยี่สิบปีของตระกูลหวงเป็ไปอย่างเรียบง่ายมีเพียงคนใกล้ชิดที่มาร่วมงานตามที่เ้าสาว้าท่อมของเจ็ดวันก่อนแต่งวานซูเหวินถูกแยกออกให้ไปอยู่ที่บ้านของเฟิงเยว่เพื่อที่ฮูหยินหวงจะได้อบรมและสอนการเตรียมตัวสำหรับการเป็เ้าสาวและแม่บ้านแม่เรือนอย่างที่สตรีทุกคนควรจะเป็ซึ่งนั่นไม่ใช่ปัญหาสำหรับเธอ
เมื่อรถม้าเคลื่อนมาหยุดที่หน้ากระท่อมซูเหวินในชุดเ้าสาวสีแดงสดลวดลายสวยงามบนชุดบ่งบอกได้ถึงความประณีตในการตัดเย็บ คลุมศีรษะด้วยผ้าสีแดงก้าวเท้าลงมาจากเกี้ยวเ้าสาวอย่างสง่างาม เช่นเดียวกับเฟิงเยว่ในชุดเ้าบ่าวยืนรอรับด้วยรอยยิ้มอยู่ด้านหน้าประตูสายตาเต็มเปี่ยมไปด้วยความสุขสมที่วันนี้เขาได้เข้าพิธีแต่งงานกับสตรีที่เขารักทุกสายตาต่างมองมาที่คู่บ่าวสาวอย่างยินดี
"เ้าบ่าวรับเ้าสาวเข้าบ้าน" เสียงะโป่าวร้องออกไปให้แขกที่มาร่วมงานได้ยินเป็การบอกว่าเ้าบ่าวได้รับเ้าสาวคนนี้เข้าบ้านแล้ว เฟิงเยว่ยื่นมือออกไปรอรับมือเ้าสาวก่อนที่ทั้งสองจะจูงมือกันเดินเข้าภายในพิธีบรรยากาศเป็ไปอย่างชื่นมื่นก่อนได้ฤกษ์อันเป็มงคล คู่บ่าวสาวเดินมาหยุดที่หน้าโต๊ะเครื่องเซ่นไหว้ซึ่งมีอาหารคาวหวานสำหรับงานมงคลก่อนทั้งสองคุกเข่าลง
"บ่าวสาวคำนับฟ้าดิน" เสียงของผู้นำพิธีบอกกล่าวแก่บ่าวสาวป็นการบอกกล่าวฟ้าดินให้รับรู้
"ต่อไปเป็การคำนับพ่อแม่" จากนั้นจึงหันมาคำนับบิดาและมารดาที่นั่งอยู่เบื้องหน้า ซูเหวินไม่มีแม้กระทั่งญาติผู้ใหญ่ฮูหยินหวงจึงรับหน้าที่เป็ผู้ใหญ่ฝ่ายเ้าสาวให้กับนาง สองผู้ใหญ่ยิ้มรับการไหว้จากบ่าวสาวอย่างยินดี
"สุดท้ายคำนับซึ่งกันและกัน" คู่บ่าวสาวหันเข้าหากันก่อนคำนับซึ่งกันและกัน ซูเหวินในชุดเ้าสาวดูงดงามเป็พิเศษสำหรับเขา
"เสร็จสิ้นพิธีส่งบ่าวสาวเข้าห้องหอตามธรรมเนียมประเพณี" เสร็จจากพิธีการต่างๆ แล้วบ่าวสาวก็ได้ถูกส่งตัวเข้าห้องหอที่ได้เตรียมเอาไว้โดยมีเจียวหวงกับจินเยว่เป็คนกล่าวอวยพรให้กับบ่าวสาวเป็คนแรก
"แม่ขอให้ลูกทั้งสองมีความสุขมากๆ อยู่กันจนแก่เฒ่าหนักนิดเบาหน่อยก็อภัยซึ่งกันและกันที่สำคัญรีบมีหลานให้แม่อุ้มเร็วๆ นะ" ฮูหยินหวงกล่าวอวยพรแก่ทั้งคู่ด้วยใบหน้าปลื้มปีติที่ได้เห็นบุตรชายเป็ฝั่งเป็ฝาเสียที เฟิงเยว่หันมายิ้มพรายให้ซูเหวินเมื่อได้ยินคำอายพรประโยคสุดท้าย
"ข้าก็ไม่มีอะไรจะพูดที่อยากพูดอยากบอกฮูหยินก็ได้พูดไปหมดแล้วเอาเป็ว่ารักกันให้นานๆ ก็แล้วกัน" เจียวหวงเอ่ยหน้านิ่งหากแต่ใจเขายินดีกับทั้งคู่
"ขอบคุณท่านพ่อกับท่านแม่มากนะขอรับที่อวยพรให้กับลูกทั้งสอง" เฟิงเยว่เอ่ยขอบคุณสองผู้ใหญ่ก่อนหันหน้ามามองเ้าสาวที่อยู่ข้างๆ แล้วยิ้มออกมาอย่างมีความสุข
"ข้าก็ขอให้เ้าทั้งสองครองรักกันให้ยืนยาว เคียงคู่กันจนแก่เถ้า แล้วก็มีหลานให้ข้าได้อุ้มเร็วๆ ก็แล้วกัน" ถึงคราซ่งเหว่ยเข้ามาอวยพรให้แก่สหายของเขาบ้าง
"ขอบใจเ้ามากๆ นะแล้วซ่งอวิ๋นไม่มาด้วยหรือ"
"อยู่ด้านนอกนางไม่กล้าเข้ามาหรอก" ยังดีที่ซ่งอวิ๋นยอมเข้าใจได้ง่ายและมาร่วมงานด้วย
"เ้าก็รีบๆ มีฮูหยินล่ะลูกของเราจะได้เป็เพื่อนกันเหมือนข้ากับเ้า" เฟิงเยว่พูดแซวสหาย เมื่อทุกคนกล่าวคำอวยพรเสร็จจึงได้ปล่อยให้บ่าวสาวได้อยู่กันเพียงลำพัง
"เรายังไม่ได้ดื่มเหล้ามงคลเลยนะ" เฟิงเยว่รินสุรามงคลใส่จอกเล็กและเรียกนางไว้เมื่อเห็นว่าซูเหวินจะเดินไปที่เตียง
"........" ซูเหวินได้แต่ยิ้มก่อนจะมองไปรอบห้องที่บัดนี้ถูกตกแต่งด้วยสีแดงที่หมายถึงการเริ่มต้นใหม่ที่ดีของชีวิตคู่
"หลังจากที่เราได้ดื่มเหล้ามงคลจอกนี้แล้วเราก็จะเป็สามีภรรยากันอย่างถูกต้องแล้วนะ" เฟิงเยว่พูดขึ้นก่อนจะคล้องแขนกับซูเหวินแล้วดื่มสุรา
"เอ่อ....คือว่า....ข้า" ซูเหวินออกอาการประหม่าขึ้นมาเมื่อั์ตาคมเข้มเอาแต่จ้องมองใบหน้าเธออย่างกับจะกลืนกินเข้าไปทั้งตัวอย่างนั้น
"หืม...." เขายิ้มพรายก่อนจะลุกขึ้นขยับเข้าใกล้และช้อนอุ้มร่างของเธอไปวางยังเตียงนอน
"เดี๋ยวข้าช่วยเ้าถอดปิ่นปักผมออกแล้วกันนะ" สองมือเฟิงเยว่ค่อยๆ ดึงปิ่นปักผมออกทีละชิ้นจนกระทั่งชิ้นสุดท้าย
"เ้าเหนื่อยหรือไม่" เฟิงเยว่สวมกอดจากด้านหลังซูเหวินก่อนเอ่ยถามขึ้นเพราะนางต้องตื่นขึ้นมาแต่งชุดนี้ั้แ่เช้ามืด แต่ก็งดงามสมกับที่นางยอมเหนื่อยเพื่อเขา
"นิดหน่อย แล้วเ้าล่ะ" ซูเหวินยิ้มออกมาอย่างมีความสุขเธอไม่เคยคิดเลยว่าจะมีวันนี้
"แต่ข้าเหนื่อยมากเลย" เขากระซิบเสียงอ่อนข้างใบหูด้วยเสียงนุ่มนวลใบหน้าเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มแห่งความสุข
"เช่นนั้นข้านวดให้เ้าดีหรือไม่" ซูเหวินหันกลับมาเผชิญหน้าเฟิงเยว่เพราะไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรแต่กลับถูกเขารั้งเอวเล็กให้เข้าใกล้แล้วทาบทับริมฝีปากหนาลงบนริมฝีปากบางสีแดงสดฉกชิมความหอมหวานที่เขาเฝ้ารอมาแสนนาน ใช่ว่าเขาจะไม่เคยลิ้มรสแต่หากครานี้เขาได้ชื่อว่าเป็สามีของสตรีผู้นี้และอย่างถูกต้องทั้งตัวและหัวใจร่างบางจึงไม่ขัดขืนปล่อยให้เขาได้ทำอย่างใจ้า