“พี่หมายความว่ายังไง นี่พี่เลือกที่จะเลิกกับพัชรแล้วไปอยู่กับมันงั้นเหรอ”
พัชรถามตัดพ้ออีกคนด้วยความเสียใจ นี่เ้านายบอกเลิกกันง่าย ๆ แบบนี้เลยเหรอ ทั้ง ๆ ที่พวกเขาทั้งคู่มีลูกด้วยกันแล้วเนี่ยนะ แต่เ้านายกลับเลือกที่จะบอกเลิกเขา เพื่อไปอยู่กับชู้งั้นเหรอ สามีของเขาเลือกชู้มากกว่าลูกตัวเอง หึ น่าขำสิ้นดี
ทั้ง ๆ ที่พวกเขาเริ่มต้นมาด้วยกันแท้ ๆ แต่พอตัวเองได้ดี มีหน้าที่การงานที่ดีขึ้นหน่อย ก็บอกเลิกกันง่าย ๆ แบบนี้เนี่ยนะ แถมยังเลือกคนที่มาทีหลังอีกต่างหาก แล้วเขาผิดอะไรที่ต้องเสียสามีให้คนอื่นแบบนี้
“ใช่! พี่รักเขา เราเลิกกันเถอะ พี่ทนอยู่กับเราต่อไปไม่ไหวแล้วพัชร”
พัชรนิ่งอึ้งกับสิ่งที่ได้ยิน รักมันงั้นเหรอ นี่เ้านายกล้าพูดออกมาได้ไม่อายปากขนาดนี้เลยเหรอ ทั้ง ๆ ที่เมื่อก่อน คำคำนี้เ้านายเคยบอกกับเขาแท้ ๆ แต่วันนี้มันกลับไปเป็ของคนที่มาทีหลังอย่างนั้นเหรอ
“นี่พี่เลือกมัน มากกว่าลูกของพี่อีกเหรอ แล้วน้องพินล่ะ พี่เอาลูกของเราไปไว้ที่ไหน พี่เคยคิดถึงลูกบ้างไหม”
พัชรถามคนตรงหน้าพร้อมทั้งน้ำตาที่ไหลอาบแก้มอย่างน่าสงสาร ไม่เคยคิดเลยว่าเ้านายจะไม่มีแม้แต่ความเป็คนอยู่ในตัว แค่หน้าที่พ่อยังไม่เคยทำเลยสักครั้ง ไม่รู้ว่าพัชรหลงรักคนแบบนี้ไปได้ยังไงกัน
“เื่ลูก พี่จะรับผิดชอบค่าเลี้ยงดูให้เอง” เ้านายเบือนหน้าหนีอย่างไม่อยากจะมองคนตรงหน้าสักเท่าไหร่
“พี่จะพูดง่าย ๆ แบบนี้ได้ยังไงกันวะ แล้วความรู้สึกของพัชรล่ะ พี่เคยคิดถึงบ้างไหม พัชรก็คนนะ! พัชรเจ็บเป็! ทำไมพี่ต้องทำอย่างนี้กับพัชรวะ พี่ทำกับพัชรลงได้ยังไงกัน”
พัชรตวาดออกมาเสียงดังลั่นด้วยความคับแค้นใจ เขาทำอะไรผิดเหรอ เขาผิดตรงไหนถึงต้องโดนอีกฝ่ายหนึ่งทิ้งไปมีคนใหม่แบบนี้ด้วย
“ก็ไม่ใช่เพราะพัชรหรือไง ที่ทำให้ทุกอย่างมันแย่ลงแบบนี้ พี่เบื่อ! พัชรเข้าใจไหมว่าพี่เบื่อ เบื่อที่ต้องทนกับนิสัยตามตื๊อของพัชรแบบนี้ไง รู้ไหมว่าพี่ทำงานคนเดียวมันก็เหนื่อยมากพอแล้วนะ แทนที่พี่จะได้พักบ้าง แต่ทุกเย็นพี่ต้องทนฟังพัชรโทรจิก โทรตามอยู่ทุกวัน เข้าใจไหมว่ามันเหนื่อย มันน่ารำคาญ พี่ทนพัชรมาจนลูกโตได้ขนาดนี้ก็ดีแค่ไหนแล้ว”
พัชรมองหน้าเ้านายอย่างไม่อยากจะเชื่อหูตัวเองเลยจริง ๆ ทน? อีกฝ่ายใช้คำว่าทนอยู่กับเขาอย่างนั้นเหรอ ยิ่งได้ฟังสิ่งที่เ้านายพูดออกมา พัชรยิ่งเจ็บ
ตอนนี้พัชรแทบทำตัวไม่ถูก เขากำลังจะเสียคนที่คิดว่าเป็ครอบครัวเพียงเดียวของเขาไป คนที่เขารัก และยอมทุ่มเททุกอย่างกำลังจะเดินหนีเขาไป อีกฝ่ายกำลังจะทิ้งเขาไปแบบไม่หันกลับมามองความรู้สึกของเขาเลยสักนิด
“พัชรแค่อยากให้พี่กลับมาอยู่พร้อมหน้าพ่อแม่ลูก พัชรผิดเหรอ พัชรแค่อยากให้พี่เห็นพัฒนาการของลูกบ้าง พัชรผิดมากเลยใช่ไหม!”
เขาเพียงแค่อยากมีครอบครัวที่อบอุ่นเหมือนคนอื่นบ้าง เขาผิดมากมายขนาดนั้นเลยอย่างนั้นเหรอ เขาเกิดมาในครอบครัวที่มีแค่แม่ เขาผิดเหรอที่อยากให้ลูกของเขามีครอบครัวที่สมบูรณ์ ไม่ต้องเกิดมาเจอสิ่งแวดล้อมแบบเดียวกันกับเขาในอดีต
“เออ!! ผิด ผิดที่พัชรไม่เคยเข้าใจอะไรเลยยังไงล่ะ ทีนี้ถ้าพัชรเข้าใจแล้ว พวกเราสองคนก็ต่างคนต่างอยู่เถอะนะ”
“พัชรไม่ยอม! ทำไมพัชรต้องแพ้ให้กับคนที่มาทีหลังอย่างมันด้วย ยังไงพี่ก็ต้องรับผิดชอบพัชรกับลูก พัชรไม่ยอมให้เื่มันจบง่าย ๆ แบบนี้หรอกนะ”
พัชรบอกเ้านายเสียงแข็ง เขาไม่ยอมให้เื่มันจบง่าย ๆ แบบนี้หรอก ยังไงลูกของเขาก็ต้องมีพ่อ ยังไงเ้านายก็ต้องอยู่กับเขาและลูก
“แล้วพัชรจะฝืนอีกทำไม ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าพี่ไม่รักนายแล้วเนี่ยนะ”
เ้านายไม่เข้าใจเลยสักนิด ในเมื่อความสัมพันธ์มันไปต่อไม่ได้ แล้วพัชรจะทนยื้อต่อไปอีกทำไมกัน จะทนอยู่ด้วยกันแบบนี้ไปเพื่ออะไรอีก
“ใช่ ยังไงพัชรก็ไม่ยอม” ในเมื่อเขาไม่มีความสุข คนอื่นก็ต้องไม่มีความสุขเหมือนกัน
“เชิญบ้าไปคนเดียวเถอะพัชร ถ้าอยากอยู่ที่นี่ก็อยู่ไปคนเดียวเลยแล้วกัน แต่พี่จะไม่กลับมาเหยียบที่นี่อีกแล้ว”
เ้านายทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว เขาเหนื่อยมามากพอแล้ว ไหนจะต้องมารองรับอารมณ์งี่เง่าแบบนี้ของพัชรอีก เ้านายทนฝืนต่อไปไม่ไหวแล้วจริง ๆ เขาทนอยู่ในความรู้สึกพวกนี้มามากเกินพอแล้ว ถึงเวลาที่เขาต้องปลดปล่อยตัวเองสักที
“พี่นาย!” พัชรแทบไม่อยากจะเชื่อเลยสักนิด ว่าอีกฝ่ายจะเป็ไปได้ถึงขนาดนี้ นี่เ้านายหลงชู้จนไม่รู้ผิดชอบชั่วดีเลยหรือยังไงกัน
“อยากอยู่ก็อยู่ไปเลย บ้านหลังนี้พี่ยกให้ ถือว่าพี่ยกให้ลูกของพัชรก็แล้วกัน” เ้านายพูดทิ้งท้าย ก่อนที่จะเดินหนีออกจากบ้านไป โดยไม่คิดที่จะกลับมามองอดีตคนรักเลยสักนิด
“กลับมาเดี๋ยวนี้นะ พี่นาย! กลับมานะ!” พัชรได้แต่ะโไล่หลังเ้านายอยู่อย่างนั้น ทั้ง ๆ ที่มันไม่มีทางจะยื้ออีกฝ่ายหนึ่งได้อีกต่อไปแล้ว ต่อให้เขาเรียกอีกฝ่ายจนหมดเสียง เ้านายก็ไม่มีวันหันกลับมามองเขากับลูกอีกแล้ว
เพี๊ยะ เพี๊ยะ เพี๊ยะ
“ทำไม! ทำไมมึงต้องเกิดมาด้วยวะ”
หลังจากที่เ้านายเดินหนีออกมาจากบ้านไป พัชรก็ขับรถตรงดิ่งมาที่คอนโดของนะโมทันทีด้วยอารมณ์โกรธจัด ก่อนที่พัชรจะลงมือทุบตีเด็กน้อย ที่วิ่งเข้ามากอดคนเป็แม่ด้วยความคิดถึงอย่างไม่ยั้งแรงเลยสักนิด
“อึก หนู ฮื่อ เจ็บ แง๊งงงงง”
เสียงทุบตีของพัชรบวกกับเสียงร้องไห้ของน้องพินที่ดังลั่นห้อง ทำให้นะโมวิ่งเข้ามาหาคนทั้งคู่อย่างรวดเร็วด้วยความใ ก่อนที่นะโมจะดึงร่างของหลานสาวผู้น่าสงสารมากอดปลอบขวัญเอาไว้ แล้วหันไปมองเพื่อนตาขวางอย่างไม่พอใจขีดสุด
“ตีลูกทำไมพัชร! ถ้าโมโหมาจากที่อื่นก็ไม่ควรเอามาลงกับลูกแบบนี้นะ”
นะโมตวาดเพื่อนรักอย่างเหลืออด ครั้งนี้เพื่อนของเขาทำเกินไปแล้วจริง ๆ เขาไม่รู้หรอกนะว่าอีกฝ่ายไปเจออะไรมา แต่มาทุบตีหลานสาวของเขาแบบนี้นะโมไม่ยอมแน่ ๆ
“พี่นายทิ้งกูไปแล้ว มึงได้ยินไหมโม พี่นายทิ้งกูไปอยู่กับชู้มันแล้ว ถ้าไม่ใช่เพราะกูเกิดไอ้เด็กเวรนี้ออกมา พี่นายก็คงไม่ต้องทิ้งกูไปแบบนี้ ฮื่อ ๆ”
พัชรปล่อยโฮออกมาอย่างสุดกลั้น ปากก็เอาแต่ด่าทอเด็กน้อยไม่หยุด จนเด็กสาวตัวน้อยสั่นผวาอยู่ในอ้อมกอดของคนเป็น้าด้วยความกลัว
“หยุดพูดได้แล้วพัชร! เลิกบ้าสักที เื่ทั้งหมดนี้มันเป็เพราะน้องพินหรือเป็เพราะใครกันแน่ ถามตัวเองดูดี ๆ ถ้าตั้งสติได้แล้วเราค่อยมาคุยกัน”
นะโมไม่สนใจเพื่อนตัวเองอีกต่อไป เขาอุ้มเด็กน้อยที่ร้องไห้งอแงตัวสั่นเดินเข้าห้องนอนอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้เพื่อนรักของตนนั่งทบทวนตัวเองคนเดียวเงียบ ๆ
“เจ็บมากไหมครับคนสวย เจ็บตรงไหนบ้าง บอกน้าโมหน่อยครับ”
นะโมมองหลานสาวด้วยความสงสาร ทำไมเด็กตัวเล็กแค่นี้ ถึงต้องมาเจอเื่ร้าย ๆ ด้วย เขาไม่เข้าใจ ทั้งเ้านายและพัชรคิดอะไรกันอยู่ แทนที่จะห่วงความรู้สึกของลูก แต่ทั้งสองคนกลับสนใจแต่เื่ของตัวเองกันแบบนี้
“อึก เจ็บตรงนี้ค่า แล้วก็ตรงนี้”
นิ้วเล็ก ๆ ชี้ไปยังแขนป้อม ๆ ของตัวเองที่เริ่มขึ้นรอยแดงจนน่าสงสาร ก่อนที่จะหันข้างให้นะโม แล้วชี้ไปทางแผ่นหลังเล็ก ๆ ของตัวเอง ราวกับจะอ้อนคนเป็น้าอย่างเนียน ๆ ไปในตัว
“เดี๋ยวน้าโมใส่ยาให้นะครับ น้องพินไม่ต้องร้องแล้วนะ คืนนี้น้าโมจะนอนโอ๋ ๆ น้องพินเองเนาะ”
นะโมได้แต่มองหลานตัวเองด้วยความสงสาร เด็กคนนี้ไม่สมควรต้องมาเจออะไรแบบนี้เลยสักนิด หลานของเขาออกจะน่ารักขนาดนี้ ทำไมคนพวกนั้นถึงทำร้ายน้องพินได้ลงคอกัน
“อึก แต่...หม่าม้า”
เด็กน้อยไม่รู้ว่าผู้เป็แม่กำลังรู้สึกยังไงหรอก แต่แค่เห็นผู้ให้กำเนิดนั่งร้องไห้อยู่แบบนั้น น้องพินก็อยากจะเข้าไปอยู่ใกล้ ๆ ค่อยให้กำลังใจผู้เป็มารดาอย่างเช่นทุกครั้งที่เคยทำก็เท่านั้นเอง
“หม่าม้าเขาอารมณ์ไม่ดีนิดหน่อยครับ คืนนี้คงนอนกับหนูไม่ได้ เอาไว้พรุ่งนี้น้องพินค่อยนอนกอดหม่าม้าเนาะ รอให้หม่าม้าหายโมโหก่อนนะครับ”
โกรธ สิ่งเดียวที่นะโมรู้สึกในตอนนี้ คือโกรธเพื่อนสนิทของตัวเองมาก น้องพินพึ่งจะสามขวบกว่า แต่ต้องมารองรับอารมณ์ของผู้ใหญ่แบบนี้ มันเป็สิ่งที่เด็กในวัยนี้สมควรเจออย่างนั้นเหรอ
“อึก ค่า” เมื่อคนเป็น้าบอกให้รอ เด็กน้อยก็จะเป็เด็กดี จะเชื่อฟังคุณน้าแบบที่ผู้เป็มารดาคอยสอนมาตลอด เผื่อสิ่งนี้จะทำให้แม่ของเธออารมณ์ดีขึ้นมาได้บ้าง
“ตั้งสติได้แล้วใช่ไหม”
นะโมนั่งกอดอกมองเพื่อนตัวเองด้วยท่าทีที่จริงจัง เช้านี้เขาตื่นก่อนน้องพิน เพราะ้าที่จะคุยกับพัชรให้เข้าใจ นะโมไม่อยากให้หลานสาวตัวน้อยต้องมารับรู้เื่ราวเลวร้ายของพ่อแม่ตัวเอง
นะโมอยากรู้ว่าพัชรวางแผนอนาคตเอาไว้ยังไงต่อ เพราะเมื่อคืนพัชรเป็คนบอกกับเขาเองว่า เ้านายทิ้งเพื่อนของเขาไปแล้ว และแน่นอนว่าครั้งนี้มันคงถึงที่สุดแล้วเหมือนกัน พัชรคงจะยื้ออีกฝ่ายหนึ่งเอาไว้ไม่ได้แน่ ๆ ไม่อย่างนั้นเมื่อคืนพัชรคงไม่สติหลุดแบบนั้น
“อืม” พัชรตอบรับเพื่อนในลำคออย่างละอายใจกับเื่ที่เกิดขึ้นเมื่อคืน
“งั้นมึงบอกกูที ว่ามึงคิดจะทำยังไงต่อไป”
นะโมไม่ได้อยากจะกดดันเพื่อนของตัวเองแบบนี้หรอกนะ แต่เพราะ้าคำยืนยันจากปากของอีกคนหนึ่งมากกว่าว่า อีกฝ่ายจะทำยังไงต่อไปเมื่อไม่มีเ้านายอยู่ในชีวิตของสองแม่ลูกนี้แล้ว
“กูจะไปตามพี่นายกลับมา”
แต่คำตอบของพัชร ทำเอานะโมถึงกับต้องกำหมัดแน่นเพื่อระงับอารมณ์กันเลยทีเดียว นี่เพื่อนเขายังคิดไม่ได้อีกอย่างนั้นเหรอ นะโมไม่เคยคิดเลยว่าเพื่อนของตัวเองจะเป็ไปได้ถึงขนาดนี้
“พัชร! นี่มึงยังคิดไม่ได้อีกเหรอวะ เขาทิ้งมึง ทิ้งน้องพินไปแล้ว มึงยังคิดว่าตัวเองจะไปตามไอ้หมอนั่นกลับมาได้อยู่อีกงั้นเหรอ”
กับเื่อื่นทำไมเพื่อนเขามันถึงได้ฉลาดนัก แต่ทีกับเื่แบบนี้ดันมาตกม้าตายเอาซะได้ นะโมไม่เข้าใจว่าเพื่อนตัวเองจะดื้อดึงไปทำไม ทั้ง ๆ ที่อีกฝ่ายก็ไม่ได้รักพัชรแล้ว แถมยังออกปากว่าเลือกชู้คนนั้นอีกไม่ใช่หรือยังไง
“แต่ลูกกูต้องมีครอบครัวที่สมบูรณ์ มึงเข้าใจไหมโม กูไม่อยากให้ลูกกูโตขึ้นมาเป็แบบกู เกิดมาเป็ลูกที่ไม่มีพ่อแบบกูไง มึงเข้าใจไหม”
ไม่เข้าใจ เขาไม่เข้าใจว่ามันจะสมบูรณ์ได้ยังไง ในเมื่อคนเป็พ่อไม่ได้รัก ไม่ได้อยากที่จะมีครอบครัวั้แ่ทีแรก แล้วแบบนี้มันจะเป็ครอบครัวที่สมบูรณ์แบบไปได้ยังไงกัน ในเมื่อมันขาดสิ่งสำคัญอย่างความรักของคนในครอบครัวไปเรียบร้อยแล้ว
“มึงจะไม่เปลี่ยนใจจริง ๆ ใช่ไหมพัชร กูจะถามคำถามครั้งนี้เป็ครั้งสุดท้าย ถ้ามึงยังยืนยันคำเดิม กูจะไม่ห้ามมึงอีก”
นะโมหลับตาลงอย่างระงับอารมณ์ตัวเอง ก่อนที่จะถามอีกฝ่ายหนึ่งออกมาด้วยเสียงที่เหนื่อยหน่ายกับเื่พวกนี้เต็มทนแล้ว
“ใช่! กูจะไม่ยอมเสียพี่นายไป” พัชรยังคงยืนยันคำพูดของตัวเอง ยังไงเขาก็จะไม่ให้น้องพินกำพร้าพ่อเด็ดขาด
“เฮ้อ งั้นก็ตามใจมึง แต่่นี้มึงอยู่เฉย ๆ ไปก่อนก็แล้วกัน ปล่อยให้พี่มันใจเย็นลงก่อน แล้วถ้ามึงจะง้อยังไงก็ค่อยว่ากันอีกที ตกลงไหม” ในเมื่อห้ามเพื่อนไม่ได้ เตือนยังไงเพื่อนก็ไม่ฟัง นะโมคงต้องปล่อยให้พัชรคิดได้เองเท่านั้นแหละ
“ขอบใจมึงมากนะ ที่เข้าใจกู”
“เออ แต่วันนี้มึงอยู่ดูน้องพินที่ห้องนะ กูมีคุยงานกับลูกค้า เอาน้องพินไปเลี้ยงด้วยไม่ได้”
เมื่อไม่รู้จะพูดอะไรกับเพื่อนสนิทต่อ นะโมเลยบอกให้อีกฝ่ายหนึ่งอยู่ดูแลน้องพินที่ห้องแทน เพราะวันนี้นะโมมีนัดคุยงานกับลูกค้าที่ร้าน
ทุกวันนี้ไม่ใช่นะโมไม่เหนื่อยนะ นะโมก็เหนื่อยเหมือนกันที่ต้องคอยตามดูแลเพื่อนของตัวเอง แล้วไหนจะต้องทำงานที่ร้านควบคู่กันไปด้วยอีก
แต่เพราะนะโมไม่อยากให้เพื่อนสนิทอย่างพัชรต้องคิดมากเพิ่มขึ้น เขาจึงเลือกที่จะเก็บปัญหาของตัวเองเอาไว้เพียงคนเดียว
“ได้ วันนี้กูจะอยู่กับลูกเอง” เพราะรู้สึกผิดกับเื่ที่เกิดขึ้น วันนี้พัชรเลยตั้งใจจะเชื่อฟังเพื่อนรักอย่างนะโมทุกอย่าง จะไม่ขัดอีกฝ่ายแม้แต่คำเดียว
“อย่าตีหลานกูอีกล่ะ ไม่งั้นกูโกรธมึงจริง ๆ ด้วย”
เมื่อเห็นอีกฝ่ายกลับมายิ้มร่าได้เหมือนเดิม นะโมก็พอจะสบายใจขึ้นมาได้บ้าง ไม่งั้นเขาคงไม่กล้าที่จะให้พัชรอยู่กับลูกตามลำพังอย่างแน่นอน
“ขอโทษ เมื่อคืนกูคุมอารมณ์ตัวเองไม่อยู่ แต่กูไม่ได้ตั้งใจจะพูดแบบนั้นกับน้องพินจริง ๆ นะ ตอนนั้นก็แค่โมโหพี่นายมากเกินไปน้อย”
พัชรมองนะโมด้วยความรู้สึกผิด พัชรยอมรับว่าเมื่อวานเขาขาดสติมากจริง ๆ ั้แ่ที่ทะเลาะกับเ้านายมา ครั้งนี้เป็ครั้งแรกที่พัชรลงไม้ลงมือกับลูกแบบนี้
“รู้” ใช่ นะโมรู้ดีกว่าพัชรรักลูกตัวเองมากแค่ไหน ไม่อย่างนั้นพัชรคงไม่พยายามยื้อเ้านายเอาไว้แบบนี้หรอก
“แล้วลูกกูเป็ยังไงบ้างวะ เจ็บเยอะไหม กูไม่ได้ตั้งใจจะตีลูกจริง ๆ นะมึง”
“เออ น้องพินไม่เป็อะไรมากหรอก แต่อย่าให้กูเห็นว่ามึงทำกับหลานกูแบบเมื่อคืนอีกนะ ไม่งั้นกูจะเป็คนตีมึงคืนแทนน้องพินจริง ๆ ด้วย”
นะโมยกมือชี้หน้าเพื่อนทีเล่นทีจริง ถ้าเกิดว่าพัชรตีหลานเขาอีกครั้งเดียว นะโมไม่ยอมจริง ๆ ด้วย น้องพินก็ตัวเล็กนิดเดียว จะทนแรงจากผู้ใหญ่ได้ยังไงกัน
“อืม กูสัญญา กูจะไม่ทำอะไรบ้า ๆ แบบเมื่อคืนอีกแล้ว”
“ก็ดี งั้นกูไปก่อนนะ ลูกค้านัดเช้าด้วย”
นะโมลุกขึ้นเตรียมตัวเพื่อที่จะออกไปเจอกับลูกค้าที่นัดไว้ เพราะ่เช้าเป็เวลาที่มนุษย์เงินเดือนทุกคนต่างต้องออกไปทำงานกันั้แ่เช้าตรู่ แน่นอนว่านะโมต้องเผื่อเวลารถติดเอาไว้ด้วย ไม่อย่างนั้นคงไปไม่ทันนัดลูกค้าแน่ ๆ
“อือ ขับรถดี ๆ นะมึง” พัชระโไล่หลังเพื่อนมาอย่างเป็ห่วง เพราะนะโมค่อนข้างขับรถเร็ว ทำให้พัชรต้องคอยเตือนอีกฝ่ายอยู่เสมอ
“อืม”
“พี่นายจะเลือกมันจริง ๆ ใช่ไหม”
พัชรถามอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงเย็นะเื ซึ่งสร้างความประหลาดใจให้กับคนปลายสายเป็อย่างมาก เพราะไม่มีครั้งไหนที่อีกฝ่ายจะพูดกับเขาด้วยน้ำเสียงแบบนี้ แต่เ้านายก็เลือกที่จะเก็บความสงสัยนั้นเอาไว้
[เลิกพูดไม่รู้เื่ได้แล้วพัชร อย่าทำตัวเป็คนโง่ที่ไม่เข้าใจอะไรง่าย ๆ ได้หรือเปล่า มันน่ารำคาญ ไม่รู้เหรอ]
กว่าที่เขาจะเดินออกมาจากจุดนั้นได้มันยากลำบากมากเลยนะ เขาเลือกที่จะทำแบบนี้แล้ว จะเขากลับไปฝืนทนกับความรู้สึกพวกนั้นต่อไม่ไหวหรอก เ้านายจึงเลือกที่จะตอบกลับอีกฝ่ายหนึ่งออกไป ด้วยน้ำเสียงที่หงุดหงิดมากกว่าเดิมแทน
“แล้วพี่อย่ามาเสียใจทีหลังก็แล้วกัน” พัชรบอกอีกฝ่ายออกไปด้วยน้ำเสียงที่เด็ดเดี่ยว
[อย่ามาเรียกร้องความสนใจได้ไหมพัชร มุขแบบนี้มันใช้ไม่ได้ผลหรอกนะ เอาเวลาที่ค่อยตามตื๊อพี่ไปดูแลน้องพินเถอะ ทำไมชอบทำตัวไม่มีสมองอย่างนี้ก็ไม่รู้]
เ้านายยังคงเลือกที่จะใช้คำพูดรุนแรงกับพัชรต่อไปเรื่อย ๆ เพราะไม่อยากให้พัชรต้องค่อยวิ่งตามเขาอยู่แบบนี้ สิ่งที่พัชรควรสนใจคือลูกของตัวเองมากกว่าเขา ดังนั้นสิ่งที่เ้านายพอจะทำให้พัชรได้ในตอนนี้คือ การทำให้พัชรตัดใจจากเขาโดยเร็วที่สุด
“ครับ พัชรมันไม่มีสมอง งั้นพัชรก็ขอให้พี่โชคดีกับทางที่พี่เลือกนะครับ ลาก่อน”
ติ๊ด!
พัชรมองสายที่ตัดทิ้งไป ก่อนที่น้ำตาจะค่อย ๆ ไหลลงมาช้า ๆ โดยที่เ้าของใบหน้าหวานไม่คิดจะเช็ดมันออกแต่อย่างใด ได้แต่ปล่อยให้มันไหลอยู่อย่างนั้น อย่างคนสิ้นหวัง
“พัชร! น้องพิน!”
นะโมเรียกเพื่อนรักและน้องพินเสียงดังลั่น เมื่อเขากลับเข้ามาในห้องแต่กลับไม่เจอใครอยู่ในห้องเลยสักคน นี่มันก็หกโมงกว่าแล้วนะ ทั้งสองคนไปอยู่ที่ไหนกัน
“ไปไหนกันนะ?”
นะโมได้แต่บ่นรำพึงรำพันอยู่คนเดียว ก่อนที่จะยกโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาพัชรทันที ปกติถ้าพัชรมานอนที่ห้องของเขา เวลาที่อีกฝ่ายจะออกไปไหน พัชรมักจะโทรบอกเขาก่อนเสมอนี่น่า
ครืดดดดด ครืดดดดด
“นอนอยู่เหรอ?” เพราะเสียงโทรศัพท์ดังลอดออกมาจากห้องนอนเล็ก ห้องที่นะโมยกมันให้กับหลานสาวตัวน้อยของเขานั่นเอง
นะโมเดินตรงไปยังหน้าประตูห้องนอนนั้นด้วยท่าทีสงสัย ปกติเวลานี้ พัชรจะไม่ให้น้องพินนอนหลับนี่น่า เพราะไม่อย่างนั้นน้องพินจะไม่ยอมนอนในตอนกลางดึกยังไงล่ะ
ก๊อก ก๊อก
“พัชร นอนหลับอยู่เหรอ” นะโมเคาะเรียกเพื่อนของตัวเองเบา ๆ เพราะคิดว่าหลานสาวคนสวยอาจจะนอนหลับอยู่ก็ได้ เ้าตัวเลยไม่กล้าส่งเสียงดังมากจนเกินไป
ก๊อก ก๊อก
เมื่อเคาะอยู่สักพักก็ไม่ได้ยินเสียงตอบกลับจากคนด้านใน นะโมจึงเดินไปหยิบกุญแจสำรองที่ลิ้นชักหน้าโต๊ะทีวีมาไขกุญแจเข้าไปดูอย่างถือวิสาสะ
เพราะก่อนหน้านี้นะโมก็โทรหาอีกฝ่ายหนึ่งด้วย แต่พัชรไม่รับสาย ทั้ง ๆ ที่ปกติพัชรไม่ใช่คนขี้เซาเลยสักนิด แถมเคาะประตูอีกฝ่ายก็ไม่เปิด มันทำให้นะโมร้อนใจอย่างบอกไม่ถูก
“พัชร!!!”
“ผมขอแสดงความเสียใจด้วยนะครับ เพื่อนกับหลานของคุณเสียชีวิตมาไม่ต่ำกว่าสามชั่วโมงแล้วครับ”
เ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมทีมสืบสวนวิ่งวุ่นไปทั่วห้องของนะโม เพราะก่อนหน้านี้นะโมเข้ามาพบเพื่อนของตัวเองนอนนิ่งอยู่ในห้องนอนเล็ก พร้อมกับร่างของหลานสาวของเขา นะโมจึงรีบโทรเรียกรถพยาบาลทันที
แต่เมื่อเ้าหน้าที่พยาบาลมาถึง กลับพบว่าพัชรและน้องพินเสียชีวิตมาหลายชั่วโมงแล้ว ตอนนี้เ้าหน้าที่กำลังสืบหาสาเหตุการเสียชีวิตในครั้งนี้อยู่
แต่เ้าหน้าที่ตำรวจคาดว่าน่าจะเป็การฆ่าตัวตายเสียมากกว่า เพราะในสถานที่เกิดเหตุมีจดหมายลาตาย ที่เขียนทิ้งเอาไว้ไม่ไกล และในบริเวณใกล้เคียงยังพบยาเบื่อ และขวดน้ำที่ผสมสารนั้นเอาไว้ด้วย
“ไม่จริง อึก เพื่อนผมยังไม่ตาย ผมไม่เชื่อหรอกว่าเพื่อนผมจะคิดสั้นแบบนี้ เพื่อนผมไม่มีทางทำอะไรโง่ ๆ แบบนี้แน่นอน ฮื่อ ฮือ คุณตำรวจต้องช่วยผมนะ ต้องตามจับคนที่ฆ่าเพื่อนผมให้ได้”
นะโมได้แต่ทรุดกายลงกับพื้นอย่างคนหมดแรง เขารับไม่ได้กับสิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนี้ ศพของเพื่อนรักตัวเองนอนตายอยู่ในห้องนอนห้องนั้น นอนตายอยู่ในนั้นกับหลานสาวตัวน้อยของเขายังไงล่ะ
“แต่ตอนนี้เรามีหลักฐานเป็จดหมายลาตายของเพื่อนคุณนะครับ และคุณก็เป็คนยืนยันเองว่ามันเป็ลายมือของผู้เสียชีวิต”
เ้าหน้าที่ตำรวจบอกนะโมฟังอย่างใจเย็น เพราะเขาเข้าใจดีว่าอีกฝ่ายคงช็อกมากแค่ไหนที่เข้ามาพบศพของเพื่อนตัวเองแบบนั้น แถมคนทั้งคู่ยังนอนตายอยู่ในห้องพักของอีกฝ่ายหนึ่งด้วย
“ไม่จริง! อึก ทำไม ทำไมมึงต้องเลือกทำอะไรโง่ ๆ แบบนั้นด้วย มีปัญหาอะไรทำไมมึงไม่บอกกู ทำไมมึงไม่นึกถึงใจกูบ้าง ฮื่อ ฮือ”
นะโมได้แต่ตัดพ้อเพื่อนออกมา พัชรไม่เคยนึกถึงเพื่อนอย่างเขาเลยใช่ไหม ทำไมต้องเอาชีวิตไปผูกไว้กับคนแบบเ้านายด้วย
ทั้ง ๆ ที่พัชรมีโอกาสเริ่มต้นชีวิตใหม่แท้ ๆ แต่ทำไมยังไม่ยอมปล่อยผู้ชายเลว ๆ แบบนั้นไปอีก พัชรไม่เคยคิดถึงลูกบ้างเหรอ นะโมไม่คิดเลยว่าเพื่อนของเขาจะเห็นแก่ตัวแบบนี้
“ตอนนี้พวกเราต้องนำร่างผู้ตายไปการชันสูตรศพเพื่อความแน่ใจอีกครั้ง ยังไงรบกวนคุณติดต่อญาติของผู้เสียชีวิตมาดำเนินการเื่ศพด้วยนะครับ”
“เพื่อนผมไม่มีญาติพี่น้องหรอกครับ อึก เขาอยู่ตัวคนเดียวมาตลอด ส่วนสามี พวกเขาก็พึ่งเลิกรากันได้ไม่นาน”
แค่นึกถึงเ้านาย นะโมก็จิกเล็บเข้าเนื้อตัวเองจนแสบไปหมด เกลียด! ยิ่งนึกถึงผู้ชายคนนั้น นะโมยิ่งเกลียด มันจะต้องชดใช้ในสิ่งที่ตัวเองทำเอาไว้ เพราะมัน เป็เพราะมันคนเดียวที่ทำให้เพื่อนของเขาต้องมาตายแบบนี้
“งั้นคุณพอจะ...” ไม่ทันที่เ้าหน้าที่ตำรวจจะพูดจบ นะโมก็เอ่ยขัดขึ้นมาซะก่อน
“ผมจะเป็คนดำเนินการเื่ศพเพื่อนของผมเองครับ” นะโมได้แต่มองไปยังผ้าดิบที่คลุมร่างของเพื่อนรักอยู่ด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก
“ขอบคุณครับ งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ”
“เดี๋ยวก่อนครับ” ก่อนที่เ้าหน้าที่จะเดินออกไป นะโมก็เรียกอีกฝ่ายหนึ่งเอาไว้เสียก่อน จนเ้าหน้าที่ตำรวจหันมามองนะโมอย่างฉงน
“ครับ?”
“จดหมายลาตายของเพื่อนผม ผมขอได้ไหมครับ”
นะโมมองจดหมายฉบับนั้นด้วยสายตาที่ว่างเปล่า ตอนนี้นะโมแค่อยากได้สิ่งสุดท้ายที่พัชรทิ้งไว้ สิ่งสุดท้ายที่มันทำตอกย้ำว่าผู้ชายคนนั้นเป็สาเหตุให้เพื่อนของเขาต้องตาย
“อ้อ ได้ครับ ยังไงพวกผมก็เก็บหลักฐานในห้องนี้ครบหมดแล้ว ถ้าคุณ้าผมจะคืนให้”
“ขอบคุณครับ”
เ้าหน้าที่หยิบจดหมายที่อยู่ในถุงเก็บหลักฐานยื่นให้นะโมอย่างเบามือ ก่อนที่อีกฝ่ายจะขอตัวกลับไปทำหน้าที่ของตัวเองต่อ ทิ้งให้นะโมยืนมองจดหมายในมือนิ่ง ๆ ด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดาได้
‘ถึง นะโม
ขอโทษที่ต้องตัดสินใจแบบนี้ แต่มึงก็รู้ว่ากูรักพี่นายมากแค่ไหน กูทนไม่ได้ที่จะใช้ชีวิตต่อไปโดยที่ไม่มีเขา มึงรู้ใช่ไหม ั้แ่ที่กูเกิดก็ถูกตราหน้าว่าเป็ลูกไม่มีพ่อมาโดยตลอด แม่กูต้องทนคนรอบตัวมองว่าโดนผู้ชายทิ้งเพราะเลือกคบคนผิด
แม่กูเก่งที่เลี้ยงกูมาได้ขนาดนี้ แต่กูไม่เหมือนเขา กูไม่มีความกล้าพอที่จะเลี้ยงลูกเอง กูไม่มีความสามารถมากพอที่จะทนให้คนอื่นมองว่าลูกกูไม่มีพ่อ กูทนไม่ได้ที่จะให้น้องพินโตมาแล้วเจอเหตุการณ์แย่ ๆ เหมือนกับกู
กูขอโทษ กูรู้ว่ามึงหวังดีกับกูเสมอ แต่กูผิดเองที่ไม่เชื่อคำเตือนของมึง มึงคือเพื่อนที่ดีที่สุดในชีวิตของกูเลยนะ กูขอให้มึงใช้ชีวิตต่อไปอย่างมีความสุขนะ อย่าเสียใจเพราะกูอีกเลยได้ไหม.....ขอโทษสำหรับทุกอย่างที่ผ่านมา
รักมึงเสมอ....เพื่อนรัก’