ถ้าเทียบกับที่ลูกชายเธอนอนเป็ผักอยู่ในห้อง กับ ออกไปข้างนอกแล้วกลับบ้านดึก เธอย่อมเลือกอย่างหลังอยู่แล้ว
" กินอะไรมาแล้วรึยังลูก หิวไหมเดี๋ยวแม่ไปทำอะไรให้กิน "
มันเป็คำพูดที่แสนจะธรรมดา แต่มันกลับเต็มไปด้วยความรัก และความเป็ห่วงของแม่มันทำให้ปื๊ดทนไม่ไหว เขาเดินเข้าไปกอดที่ข้างหลังของแม่และหอมที่ไหลแม่ฟอดใหญ่
" อะไรกันลูกโตจนเป็หนุมปานนี้แล้วยังจะอ้อนแม้อีก "
เธอพูดในขณะที่ลูกชายของเธอกำลังซบอยู่ที่ไหล่ แม้ว่าเธอจะพูดอย่างนั้น แต่เธอกลับยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ในความขี้อ้อนของลูกชายเธอ
" ไปอาบน้ำอาบท่าปะลูกปะ เสร็จตรงนี้แล้วเดี๋ยวแม่จะทำอะไรให้กิน "
" ผมขออยู่อย่างนี้สักพักนะครับแม่ "
แม่ของเขาก็ไม่ได้ว่าอะไร กลับรู้สึกอิ่มเอ่มใจที่ลูกชายอยากอยู่ใกล้ชิดเธอ
แต่แล้วในขณะที่เขากำลังอ้อนแม่อยู่นั้นเขาก็ได้ยินเสียงคุ้นเคยดังมาจากทางบันได
" แม่ ! พ่อพึ่งติดคุกได้แค่เดือนเดียวแม่ก็พาผู้ชายเข้าบ้านเลยเหรอ! "
มันเป็เสียงของเปรี้ยว พี่สาวของปื๊ด ทันทีที่แม่ของเธอโทรบอกว่าน้องชายของเธอได้สติแล้ว เธอรีบลาหยุดทันทีเพื่อที่จะมาหาน้องชายของเธอ แต่เ้าน้องชายตัวดีของเธอทันทีที่หายกลับแจ้นไปนอนบ้านเพื่อน มันทำให้เธอน้อยใจเป็อย่างมาก
หลังจากที่เธออาบน้ำเสร็จ เธอก็เดินลงมาจากชั้น2เพื่อทีจะมาช่วยแม่ของเธอเย็บผ้า แล้วเธอก็ได้เห็นภาพบาดตาบาดใจ เด็กหนุ่มรุ่นลูก หุ่นนายแบบ ที่แต่งตัวราคาแพง กำลังกอดแม่ของเธอจากด้านหลัง เด็กนั้นทั้งเด็กกว่า รวยกว่า แถมหุ่นดี พ่อของเธอจะเอาอะไรไปสู้เขา เธอจึงได้ะโตัดพ้อแม่ของเธออกไป และหวังว่าเด็กคนนั้นจะได้รู้ว่าแม่ของเธอยังมีพ่อของเธออยู่
" แกพูดอะไรของแกหึ! ยายเปรี้ยวนี้ก็ไอ้ปื๊ดน้องชายแกไง "
แม่ของเขาพูดขณะหันมามองทางเขา แต่ทันไดนั้นแม่ของเขากลับใเด็งตัวคว้ากรรไกร แล้วชี้มาทางเขา
" แกเป็ใคร เข้ามาในบ้านชั้นได้ยังไง แก่เอาปื๊ดไปซ่อนไว้ที่ไหน "
" แม่ก็เอากับเขาด้วย "
ปื๊ดพูดกับแม่ของเขา หรือว่าแม้แต่แม่แท้ๆของตนก็ยังจำตนเองไม่ได้หรือเนี้ย
แล้วปื๊ดก็นึกขึ้นได้ เขาทะลวงจุดชีพจรศักดิ์สิทธิ์ ทำให้ร่างก่ายเขาเปลี่ยนไปแถมเขายังแต่งตัวซะจัดเต็มไม่แปลกที่แม่จะจำเขาไม่ได้
" โถ้ .. แม่ครับมองดูดีๆ นี่ปื๊ดไง "
แม่ของปื๊ดมองเขาั้แ่หัวจรดเท้า แล้วเธอก็วางกรรไกรลงพร้อมเอามือรูปอกเพื่อลดอาการใ
" เล่นเอาซะแม่ใ แล้วทำไมปื๊ดแต่งตัวอย่างนี้ละลูก "
แม่มองค้อนที่ปื๊ดเล็กน้อยก่อนถามเขาด้วยความสงสัยแต่ไม่ยังทันที่เขาจะได้ตอบ พี่สาวของเขาก็วิ่งมากอดเขาอย่างแรงทันที
" ไอ้ปื๊ด ฮือๆ ชั้นนึกว่าชั้นจะไม่ได้เห็นแกแบบนี้อีกแล้ว "
" โถ่ พี่เปรี้ยว ผมไม่เป็ไร ผมสบายดี เห็นไหม ? "
ปื๊ดยิ้มและพยายามปลอบพี่สาวในขณะที่เขายกมือขึ้นปาดน้ำตาของเธอ
" แล้วทำไมพอแกพื้นแล้วถึงไม่รอชั้นห๊ะ "
เปรี้ยวที่ตอนนี้เธอดีขึ้นแล้วเธอ ใช้มือทั้ง2ของเธอฉีกแก้มน้องชายตัวดีด้วยความ
มั่นเขี้ยว เธอบิดแก้มของน้องชายขึ้นลงซ้ายขวาสลับกัน
" ปี้ เปรี้ยว มานเจบบบ "
ปื๊ดพยายามพูกเพื่อหยุดเปรี้ยวที่กำลังเล่นแก้มของเขาอย่างเมามัน
" พอแล้วยายเปรี้ยว น้องมันพึงจะหายดีเดี๋ยวน้องก็เป็อะไรไปอีกหรอก "
แม่ของเขาห้ามลูกสาวของให้หยุดแกล้งน้อง ถึงแม้เธอจะรู้ว่าเปรี้ยวทำไปเพราะมั่นเขี้ยวน้องชายของเธอ ที่ไม่ยอมอยู่รอเปรี้ยวกลับมา แต่กลับไปจะไปนอนที่บ้านเพื่อน ยังดีที่น้องชายของเธอยังกลับมาในท้ายที่สุด เมื่อเธอคิดว่าสาแก่ใจเธอจึงยอมปล่อยมือ
" ส่วนเรานะ เรายังไม่ตอบแม่เลยว่าทำไมถึงได้แต่งตัวแบบนี้ "
" แล้วนั้นอีกเราแบกอะไรมา "
" งั้น ผมขอเอาตัวของไปเก็บกับเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนได้ไหมครับแม่ "
" แล้วเดี๋ยวผม จะกลับลงมาเล่าให้ฟังอีกที "
" อืมไม่ต้องรีบนะลูก เดี๋ยวแม่ก็จะไปทำอะไรให้กิน "
" แล้วเปรี้ยวละลูกกินไหมแม่จะได้ทำเผื่อ "
" ไม่ค่ะแม่ มันดึกแล้วหนูกลัวอ้วน "
ว่าแล้วปื๊ดก็ลากกระเป๋าเดินขึ้นบันไดไปยังห้องของเขา เขาวางกระเป๋าไว้ข้างๆเตียงนอน ถอดเสื้อสูทของเขาและโยนมันไปไว้บนเตียงและเดินไปที่หน้ากระจกโต๊ะแต่งตัว เขาถอดนาฬิกาและวางมันไว้บนนั้น
ในระหว่างที่ปื๊ดปลดกระดุมแขนเสื้อเชิตเขาแหงนหน้าขึ้นมามองกระจก
" เฮ้อ .. ก็ไม่แปลกละนะ ที่แม่กับพี่จะจำเราไม่ได้ "
ปื๊ดถอนหายใจและรำพึงรำพันอยู่หน้ากระจก ก่อนเดินไปเปิดประตูตู้เสื้อผ้า ในขณะที่มืออีกข้างรูดคลายเนคไท พร้อมปลดกระดุมคอเสื้อแต่แล้วเขาก็ต้องหยุดชักงักเมื่อเขาพบว่า เสื้อผ้าเดิมที่เขามีอยู่ มันมีขนาดใหญ่เกินไปมากๆหรือไม่ก็เล็กจนเขาใส่ไม่ได้
คงเป็เพราะก่อนที่ปื๊ดจะหมดสติเขาอ้วนเกินไป และหลังจากที่เขากลับมาเขาก็ผอมจนเกินไป เลยทำให้เขาไม่มีเสื้อผ้าตัวไหนเลยที่พอดีกับตัวเขาในตอนนี้
" พรุ่งนี้เราคงต้องออกไปช็อปปิ้งอีกครั้ง "
ปื๊ดตัดสินใจที่จะใส่เสื้อผ้าตัวลงเดิมไปคุยกับแม่ เขาถอดเนคไทออกและโยนมันใส่ตะกร้า จากนั้นปื๊ดพับแขนเสื้อขึ้นเพื่อความคลองตัว เขาเคลียร์พื้นที่บนเตียง สำหรับเสื้อสูทปื๊ดนำมันใส่ไม้แขวนและแขวนใว้หน้าตู้เสื้อผ้าอย่างดีเพราะเขาต้องใส่มันอีกในวันพรุ่งนี้เพราะปื๊ดไม่มีเสื้อผ้าที่พอดีตัว ปื๊ดจัดการยกกระเป๋าเดินทางสีเทาขึ้นมาไว้บนเตียงและเปิดมัน
ภายในมีเงิน 30 กว่าล้านอยู่ภายในนั้น ปื๊ดหยิบเงินจำนวน 15 ล้านและเศษอีก 7แสนออกมา แล้วรูดซิบปิดกระเป๋าเดินทางแล้วยกมันลงมาเก็บไว้ใต้เตียงสำหรับเงิน 15 ล้าน ปื๊ดจะเอาให้แม่ไปใช้ในเื่ของพ่อและใช้จ่ายภายในครอบครัว
ปื๊ดไม่อยากให้แม่ของเขาต้องทำงานหนักอีกต่อไป หลังจากประกันตัวพ่อและจ้างทนาย เงินน่าจะเหลืออย่างน้อย 2 ล้าน ซึงมันน่าจะเพียพอที่จะอยู่ได้โดยไม่ลำบากไปอีกสักพัก
ส่วนอีก 7แสน เขาวางแผนที่จะเอามันไปฝากไว้ในธนาคาร เขาจะใช้เงินจำนวนนี้ในการซื้อสมุนไพรยาจีนที่ใช้ในการบ่มเพาะร่างก่ายของเขา
ปื๊ดพยายามหาอะไรที่จะใส่เงิน 15 ล้านลงไปข้างล่าง ถ้าเขาถือเดินไปโต่งๆพรุ่งนี้เขาคงได้ไปงานศพแม่ของเขาเพราะว่าช็อคใตาย ในที่สุดก็ค้นไปเจอเข้ากับกระเป๋าเป้ที่เขาเคยใช้ไปเรียนซึ้งภายในแทบจะว่างเปล่า
เพราะปื๊ดเก็บแบบเรียนของเขาไว้ที่บ้านและจัดแบบเรียนไปให้ตรงกับตารางสอนของวันนั้นๆ ปื๊ดจัดแจงนำเงิน 15 ล้านใส่ในกระเป๋าเป้เพื่อที่จะนำลงไปให้แม่ของเขา และนำเงินจำนวน 7 แสนแยกใส่ในกระเป๋าแบรนเนมที่ซื้อมาเมื่อตอนกลางวันเพื่อที่เขาจะนำมันไปฝากไว้ที่ธนาคารในวันพรุ่งนี้
ปื๊ดเดินลงมายังข้างล่างพร้อมกับกระเป๋าเป้ ทันทีลงมาถึงกลิ่นฉุ่นของอาหารที่กำลังผัดอยู่ในกระทะก็ลอยมาเตะจมูกเขาทันที
" ฮะ ฮะ ฮัดชิ้ว! "
" ลงมาแล้วเหรอลูก รออีกแปปใกล้จะเสร็จแล้วละลูก "
" ครับแม่ ไม่ต้องรีบก็ได้นะครับ "
ตอนมี้แม่ของเขากำลังวุ่นวายอยู่ในครัว โดยที่มีพี่สาวของเขาคอยเป็ลูกมือ สองสาวกำลังช่วยกันอย่างขยันขันแข็งในการที่จะทำอาหารให้กับปื๊ด มันเป็ภาพที่ดูน่ารักซะจริงๆ
เขาเดินมานั่งรอที่โต๊ะกินข้าว ไม่นาน แม่เดินออกมาจากครัวพร้อมอาหารที่ปรุงเสร็จส่วนพี่สาว กำลังอยู่ที่ตู้เย็นเพื่อเตรียมน้ำดืมสำหรับเขา
" โถ้ แม่ครับเดี๋ยวผมก็เคยตัวกันพอดี "
เขาพูดออกมาด้วยความเกรงใจ ั้แ่ที่เขากลับมาดูเหมือนทุกคนจะคอยเอาใจเขาเป็พิเศษ สำหรับอาหารที่แม่ปรุงให้กับเขา นั้นมันไม่ใช่อะไรหรูหรา แต่เป็เพียงผัดบะหมี่กึงง่ายๆที่เต็มไปด้วยความใส่ใจของแม่และพี่สาวของเขา
หลังจากที่แม่และพี่สาวของเขาจัดเตรียมอาหารและน้ำให้กับเขาแล้วพวกเธอก็ไม่ได้จากไป พวกเธอกับจ้องมองเขาที่กำลังจะตักอาหารเข้าปากเหมือนกับลุ้นกีฬาก็ไม่ปาน
" หืมม อร่อยยย "
ทันทีที่อาหารเข้าปากเขาก็รีบพูดออกมาเพราะว่ากลัวว่าแม่และพี่สาวจะผิดหวังซึ่งมันก็สามารถเรียกความสุขให้กับสาวๆทั้ง2คน
หลังจากที่ทานเสร็จ ปื๊ดพยายามที่จะเก็บจานกับแก้วไปล้างแต่โดนแม่ของเขาห้ามไว้ และเอ่ยปากถามเขาถึงเื่ที่เขายังติดค้างคำอธิบายให้กับแม่และพี่สาวอยู่
" ทีนี้ เราพร้อมที่จะเล่าให้แม่ฟังได้รึยัง ? "
แม่ของเขาพูดด้วยน้ำเสียงที่แข็งกร้าวกว่าปกติ โดยมีพี่สาวตัวดีคอยพยักหน้าเห็นด้วยกับมารดาอยู่ข้างๆ ตัวปื๊ดเองก็ไม่รู้จะอธิบายกับแม่เขาอย่างไร เขาหยิบกระเป๋าเป้ขึ้นมาจากใต้โต๊ะและรูดซิปเปิดกระเป๋า เขาหยิบเงินภายในกระเป๋าเท่าที่เขาจะหยิบได้ขึ้นมาวางบนโต๊ะ
ปื๊ดยังคงทำแบบเดิมซ้ำๆจนภายในกระเป๋าเป้นั้นว่างเปล่า ปื๊ดหันไปมองที่แม่และพี่สาวของเขา ทั้ง2คนยังคงไม่พูดอะไร จนเวลาผ่านไปประมาณ 1นาที แม่ของเขาลุกขึ้นจากเก้าอี้ เธอเดินออกไปที่หน้าบ้าน เธอไล่เริ่มล็อคประตูรัวประตูบ้านเริ่มไล่ ปิดล็อคประตูหน้าต่าง
แม่ไล่ปิดล๊อคทุกอย่างั้แ่ หน้าบ้านยันชั้น2 ของบ้าน ส่วนพี่สาวของเขาพอแม่ของปื๊ดเธอลุกออกไปและรินน้ำใส่แก้วจนเต็ม แล้วยกดื่มรวดเดียวจนหมด เธอดื่มมันอย่างนั้นถึง3แก้วแล้วเธอก็ถอนหายใจออกมา
" เฮ้อออ ... ปื๊ด"
เธอมีคำถามหลายอยากจะถามน้องชายเธอ แต่น้องชายของเธอกุมมือที่สันเทาที่เกิดจากความใของเธอไว้
" พี่เปรี้ยวใจเย็นๆ รอแม่มาผมจะเล่าให้ฟังพร้อมๆกัน "
แล้วแม่ของเขาก็กลับมานั่งที่เก้าอี้ เธอมีหลายคำถามที่จะลูกชายแต่เธอเรียบเรียงมันไม่ถูก ระหว่างที่เธอกำลังเรียบเรียงคำพูดอยู่ๆลูกชายของเธอก็ยืนมือมากุมมือเธอเอาไว้ และ เอ่ยปากพูดกับเธอด้วยน้ำเสียงที่แสนจะอ่อนโยน
" แม่ครับเงินที่แม่เห็นอยู่ตรงนี้ "
" มันเป็เงินที่ไม่ได้ไปปล้นชิงวิงราวหรือหลอกลวงใคร"
" แล้วผมก็ไม่ได้ค้ายา แม่กับพี่ไม่ต้องกังวลนะครับ "
แม่กับพี่สาวของเขาพยักหน้าให้กับคำพูดของเขา
" เงินนี้มีจำนวนทั้งหมด 15 ล้าน ผมขอให้แม่ใช้เงิน 10 ล้านเพื่อประกันตัวพ่อออกมา "
" และอีก 1ล้านเพื่อจ้างทนายมาสู้คดีให้กับพ่อ"
แม่ของเขาเริ่มน้ำตาไหล หลายวันที่ผ่านมา นอกจากเื่ลูกชายเธอที่ไม่ได้สติ เธอก็กังวลเกี่ยวเื่สามีของเธอเหลื่อเกิน ที่เธอต้องทำงานอย่างหนักนอกจากดูแลครอบครัวแล้ว
เธอยังหวังจะเก็บเงินส่วนหนึ่งไปจ้างทนายเพื่อช่วยสามีของเธอ แล้ววันนี้ทุกอย่างก็เหมือนฝัน ไม่เพียงแค่ลูกชายได้สติฟื้นคืนมาเท่านั้น แม้แต่สามีของเธอก็ได้รับความช่วยเหลือจากลูกชายของเธอเช่นกัน เธอรู้สึกดีใจจนกลัวว่านี่จะเป็แค่ฝันไป
ปื๊ดยกมือขึ้นมาเช็ดน้ำตาให้กับแม่ของเขา
" ผมขอร้องแม่อีกอย่างจะได้ไหมครับ "
" อะไรเหรอลูก"
" ผมไม่อยากให้แม่ต้องทำงานหนัก แม่เลิกรับผ้ามาเย็บได้ไหมครับ "
แม่ของเขาลังเลเป็อย่างมาก แม้จะมีเงินจ้างทนายแล้วแต่ค้าใช้จ่ายภายในบ้าน
ละจะทำยังไง เธอไม่มีความคิดที่จะเอาเงินที่เหลือของลูกชายมาใช้
" ผมคิดว่าเงิน4ล้านที่เหลือ น่าจะพอให้เราอยู่ได้สักพักอย่างไม่ลำบาก"
" ปื๊ด แม่รับไว้ไม่ได้ "
" แม่ครับ ถือว่าผมข้อร้อง ทั้งแม่และพี่เปรี้ยวลำบากมามากพอแล้ว "
" พี่เปรี้ยวก็เหมือนกัน ผมไม่อยากให้พี่ต้องลำบาก"
" พอเลยๆ ตาปื๊ดพี่ไม่ได้ลำบากอะไรดีซะอีกพี่จะได้มีประสบการณ์ทำงาน "
เปรี้ยวรู้อยู่แล้วว่าน้องชายต้องไม่อยากให้เธอลำบาก แต่เธอเองก็อยากทำงานเพื่อหาประสบการณ์ ในระหว่างที่ทุกคนกำลังมีความสุขอยู่นั้น ปื๊ดก็ได้เอ่ยปากขอตัวไปนอนก่อน
" งั้นผมขอตัวไปนอนก่อนนะครับ"
ที่ปื๊ดรีบปรีกตัวออกมาเพราะเขาคิดว่าทันทีที่แม่เขามีสติมากกว่านี้ เธอคงจะถามถึงวิธี
หาเงินของเขาเป็แน่เขาจึงจะรีบชิ้งออกมาก่อนและในขณะที่เขากำลังจะลุกขึ้น แม่ของเขาก็เรียกเขาเอาไว้จริงๆ
" ปื๊ด แม่ก็อยากจะขออะไรกับปื๊ดสักอย่าง "
ั้แ่เขาเกิดมาแม่ของเขาแทบไม่เคยขออะไรกับเขาเลย
" แม่รู้ว่าปื๊ดมีความสามารถ ลูกหาเงินหลายล้านได้ในวันเดียว "
" แต่ปื๊ดแม่ขอลูกอย่างหนึ่งได้ไหม อย่าทึ้งการเรียนนะลูก "
" โถ่ แม่ครับใครครบอกว่าผมจะหยุดเรียน"
" คืนนี้แม่พักผ่อนเถอะครับ ฝันดีนะครับแม่ "
เมื่อเธอได้ยินอย่างนั้นเธอรู้สึกสบายใจ เธอกลัวว่าลูกชายเธอจะหยุดเรียนเป็ที่สุด และเมื่อปื๊ดมาถึงบนห้องเขาก็ทึ้งตัวนอนอย่าเหนื่อยล้า วันนี้เป็วันที่ยาวนานเหลือเกินสำหรับเขา ความง่วงเข้าจู่โจมเข้าอย่างหนักแต่ปื๊ดยังมีอีกหลายอย่างต้องสะสาง
แต่ในที่สุดปื๊ดก็ไม่อาจต้านทานความง่วงได้อีกต่อไป เขาหลับตาลงและสิ้นสุดวันที่แสน
จะยาวนานนี้ไป
___________________________________________________________________________________
ขอบคุณนักอ่านทุกท่านมากๆครับ สามารถติชมได้อีกเช่นเคย
หวังว่าทุกท่านจะสนุกกับนิยายนะครับ รักนักอ่านที่น่ารักทุกๆท่านครับ