“ว่าไงล่ะคุณ”ปกติเธอเป็คนมีความอดทนสูง ไม่ว่าเจอเหตุร้ายแรงแค่ไหนก็รับและแก้ไขได้ทุกสถานการณ์ทว่าอยู่กับผู้ชายคนนี้แล้ว...ไม่รู้ทำไมเธอถึงเหมือนถูกกระตุ้นเพลิงโทสะตลอดเวลาทำอะไรก็เพลี่ยงพล้ำไปเสียหมด สติแทบไม่เหลือ ต่อมความอดทนต่ำจนเหลือติดลบศูนย์
“เื่อะไรล่ะ”เอ่ยถามสีหน้าไม่รู้ไม่ชี้ ชอบที่ได้เห็นอีกฝ่ายร้อนรนกระวนกระวายจนหาทางรับมือไม่ถูกนิ้วยาวเรียวลากไล้ผิวเนื้อนวลเนียนราวกับแพรต่วนเนื้อดี ไม่อยากยอมรับเลยว่าผิวเธอนุ่มลื่นน่าลูบไล้จริงๆแล้วทรวงอกอิ่มไหวกระเพื่อมก็นะ...ทำให้เขาอยากััลิ้มลอง ไม่แพ้กลีบปากรูปกระจับสีชมพูระเรื่อที่ขยับขึ้นลง
ไม่ค่อยสนใจผู้หญิงมือสองเท่าไหร่ไม่อยากตีตราประทับรอยใคร แต่กับผู้หญิงบางคน เมื่อเสนอตัวมาไอ้เราจะไม่ตอบสนองความอยากให้หรือ อืม...อย่างนี้เขาก็เป็คนใจดำนะซิ ไหนๆเธอก็ยั่วเขาแล้วนี่น่า จัดให้หน่อยคงไม่เป็ไรน่า
“ตกลง คุณ...”จิ้มนิ้วยาวเรียวไปบนอกกว้างแรงๆ “จะเอายังไงกับฉันกันแน่...ไอ้คนเฮงซวย!” เข่นเขี้ยวก่นถาม ั์ตาเริ่มลุกวาวเจิดจ้า นี่มันชักจะมากเกินแล้วนะเห็นเธอเป็อะไรกันแน่ ถามเื่งานทีไรก็หุบปากเงียบสนิทแค่นั้นไม่พอยังพาออกนอกเื่ ทำให้เธองุนงงและปวดสมองกับการต้องจับต้นชนปลายให้ติดอีก
มือเล็กยกขึ้นทาบบนขมับ เมื่อรู้สึกปวดศีรษะริ้วๆขึ้นมา ไหนท้องอีกที่ส่งเสียงร้องประท้วงทำให้นึกขึ้นได้ว่ามัวแต่วิ่งวุ่นเื่ของคนอื่นพอตักอาหารเข้าปากก็พอดีที่สายตาเหลือบไปมองนาฬิกามุมตรงมุมห้อง บอกต้องรีบทำเวลาเพื่อขับรถออกจากบ้าน ไม่เช่นนั้นจะไม่ทันส่งเฌอเอมเข้างานอีก อาหารเช้าที่อีกฝ่ายทำให้เลยเป็หมัน
“ไม่เอาไง แค่อยากบอกให้รู้”
น้ำเสียงที่พูดเอื่อยเฉื่อยราวกับไม่สนใจอะไรทว่าคนฟังกลับหนาวะเืเข้าไปถึงหัวใจไหนมือใหญ่ที่เคลื่อนไหวอยู่บนเรือนร่างอีก ทำให้สายน้ำผึ้งคิดไม่ตกแก้ไขและรับมือกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้อย่างไร เห็นเป็สาวมาดมั่นอย่างนี้แต่เธอไม่เคยมีประสบการณ์ใกล้ชิดกับผู้ชายอย่างแนบชิด พัดพาความรู้สึกแปลกประหลาดคล้ายอาการที่อยู่รายรอบร้อนหรือหนาวราวกับจับไข้แต่บางครั้งก็เหมือนมีไฟลุกเรืองรองอยู่มาก่อนเลย
“ถ้าฉันทำอะไรรุนแรงไป ก็อย่าโทษใครให้โทษตัวเธอเอง ที่ไม่ยอมรับปากทำตามความ้าของฉัน ก็เท่านั้นเอง!” คลี่ปากแย้มยิ้มลูบไล้ปลายนิ้วบนลำแขนกลมกลึงและอย่างรวดเร็วที่ชายหนุ่มกระชากดึงเอาผ้าส่วนบนของกายสาวร่วงหล่นลงมาอย่างเร็วก่อนฝ่ามือร้อนผ่าวทาบทับเฟ้นคลึงปทุมถันกลมกลึงแทบเป็ขยี้
สายน้ำผึ้งใจนหัวใจหล่นหายไปกองที่ปลายเท้าเย็นวาบราวกับมีน้ำแข็งปกคลุมร่างกาย ั์ตาเบิกกว้างอ้าปากค้างแต่ไม่มีเสียงหลุดออกมา เคยแต่ยั่วยวนให้อยากแล้วจากไปแต่ไม่เคยโดนเข้าถึงเนื้อถึงตัวจับต้องอย่างใจ้าโดยเธอตั้งตัวรับไม่ทันและทำอะไรไม่ถูก กว่าจะเรียกสติที่ขาดหายไปกลับคืนมาได้ก็เมื่อสองแขนถูกจับมัดไพล่หลังถูกรัดด้วยเนกไทที่อีกฝ่ายดึงออกจากคออย่างรวดเร็ว
ไม่ทันได้ขัดขืนกายอรชรเคลื่อนขึ้นไปนั่งบนโต๊ะตัวยาวใหญ่ในสภาพิ่เหม่อย่างน่าเกลียดที่สุดนับั้แ่เกิดและเติบโตมาจนอายุย่างยี่สิบแปดปีเพลิงไฟโทสะและอับอายในกายพุ่งลิ่วขึ้นไปรวมตัวกันที่ดวงหน้าจนสายน้ำผึ้งคิดว่าหน้าเธอคงแดงก่ำยิ่งกว่ากุ้งถูกต้มสุกด้วยความเดือดดาล
“คุณ!! ไอ้ผู้ชายบ้าปล่อยฉันนะ!”
“ฉันไม่เหมือนผู้ชายที่เธอเคยเจอหรอกนะไอ้ประเภทโง่เง่าเต่าตุ่น ยอมทำตามความ้าไปเสียหมดพอเธอบอกอยากได้สร้อยเพชรก็รีบไปซื้อให้อย่างลนลานอยากเที่ยวชายหาดก็รีบหาโรงแรมเลิศหรูให้อยู่ฟรีไม่คิดเงิน เพียงเพื่อแลกกับร่างกายเน่าเหม็นน่ารังเกียจสะอิดสะเอียน”รายงานหลายชิ้นส่งมาถึงมือ เื่การใช้เงินเติบของใครบางคนที่ใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่ายไม่คิดพร้อมคำด่าอีกกระบุงโตจากพายุทอร์นาโดรุจา
โน้มหน้าไปทาบปากร้อนระอุบนผิวนวลเนียนหอมนุ่มน่าลูบไล้ไปถ้วนทั่ว“แต่เป็คนที่้าอะไรแล้วต้องได้แต่ถ้าไม่อยากได้...ฉันไม่เพียงขยี้ให้แหลกละเอียดเหมือนแก้วแตกแต่จะฝังดินกลบไม่ให้เหลือซาก!” เอ่ยน้ำเสียงแข็งกร้าวดุดัน ั์ตาเปล่งประกายราวกับมีเพลิงลุกไหม้อยู่
“โอ๊ย!! ไอ้บ้าฉันเจ็บนะ หยุด!!” รีบร้องห้ามเสียงสั่นเมื่ออีกฝ่ายัักายกลมกลึงบีบบี้อย่างรุนแรงราวกับกายอรชรคือผลส้มที่เขา้าให้แหลกละเอียดในอุ้งมือโดยที่เธอขัดขืนไม่ได้ด้วย ความขลาดกลัวทำให้ยิ่งต้องต่อสู้เพื่อหนีจากมือใหญ่
“หยุดนะไอ้บ้า! ้าให้ฉันทำอะไรก็บอกมา แล้วปล่อยฉันด้วย ฉันเจ็บ!”เจ็บจนน้ำตาเอ่อล้นคลอเบ้าแล้ว แต่อีกฝ่ายดูจะสะใจมากกว่าสงสารเพราะยิ่งเธอแสดงความร้าวรวดออกไปมากเท่าไหร่เขาก็เพิ่มน้ำหนักการจับต้องจนผิวเนื้อนวลแดงจ้ำเป็ช้ำพยายามขยับกายหนีแต่ก็ติดแขนกำยำโอบรัดรอบเอวบางอย่างกับ้าหักเป็สองท่อน
“แค่นี้คนหนังหนาหน้าโปกปูนทับไร้จิตสำนึกผิดชอบชั่วดีอย่างเธอไม่เจ็บหรอก เพราะถ้ารู้จักเจ็บเป็ยังไงอายเป็ยังไง คงไม่กล้าทำเื่ไร้ยางอาย แย่งชิงสามีชาวบ้านทำให้เขาเ็ปรวดร้าว ครอบครัวถึงกับแตกแยก เมียต้องหย่ากับผัว...ลูกต้องขาดพ่อขาดแม่”
ฤทธิ์ฝ่ามือหนาที่บีบเคล้นไปบนกายอรชรทำเอาสายน้ำผึ้งสะดุ้งฟันขาวขบไปบนกลีบปากนุ่มจนได้กลิ่นเืปะแล่มๆ ในปาก “หยุดทำบ้าๆ นะไอ้คนเลว! ฉัน...”
“หุบปากเน่าๆ ของเธอซะแม่ตัวดีถ้ายังไม่อยากให้ฉันจับโยนออกไปบนถนนให้คนเขารุมขย้ำ หมาแทะไม่เหลือเหลือกระดูก”
สายน้ำผึ้งขบกลีบปากอิ่มขบเม้มจนแบนราบเรียบอยากเถียงใจจะขาด เธอไม่รู้เื่ที่เขาพูดมาสักนิด จะยัดเยียดกล่าวหาใครทำไมถึงไม่ตรวจสอบความจริงให้แน่ใจก่อน ว่าใช่! ที่ได้ยินเื่ราวมาน่ะ
ทว่าเธอก็ได้แต่อึดอัดคับแค้นใจด้วยพูดออกไปไม่ได้เพียงแค่มีเสียงหลุดออกจากปาก ััจาบจ้วงที่อยู่บนเรือนกายก็รุนแรงเจ็บเสียจนร้าวจนผิวเนื้อปริแตก อับอายและคั่งแค้นจนใจเหมือนถูกบีบจนหายใจไม่ออกที่เธอต้องสะกดกลั้นน้ำตาไม่ยอมไหลออกมาเพราะสิ่งนั้นทำให้อีกฝ่ายพึงพอใจและสะใจที่ทำร้ายเธอได้!
“จะให้ฉันทำตามที่คุณ้าคุณก็ควรบอกให้ฉันเข้าใจด้วย นี่มันเื่อะไรกันฉันไม่ใช้ผู้วิเศษที่จะไปตรัสรู้เื่ของชาวบ้าน!” กัดฟันพูดเสียงลอดออกมาทางไรฟันอัดสูดลมหายใจเข้าปอดเพื่อเรียกเรี่ยวแรงพลังสู้รบกับอีกฝ่ายให้ถึงที่สุดและต้องเอาชัยชนะมาให้ได้ด้วย!
“เื่ผู้หญิงหน้าด้าน ชอบแย่งผัวชาวบ้าน”
ข้อหาอุกอาจฉกาจฉกรรจ์จนเธอรับไม่ได้แต่พออ้าปากจะโต้เถียงกลับต้องขบฟันขนกลีบปากเต็มแรงเมื่อบัวตูมไหวกระเพื่อมถูกกอบกุมและเฟ้นคลึงคล้ายเขาขยี้มดแมลงให้แบนคามือ
ไฟร้อนผ่าวที่เคลื่อนอยู่บนหน้าท้องแบนราบเรียบไต่ไล่ขึ้นไปทีละน้อยจนถึงปลายยอดบัวชูชันสายตาเข้มดุกร้าวสบกับดวงตากลมโตฉายแววตื่นตระหนกขลาดกลัวระคนโกรธแค้นขุ่นเคืองมุมปากหนาหยัดยกขึ้นก่อนทาบปากบนปทุมถันกลมกลึงขบเม้มจากฐานรากจรดปลายยอดเชอร์รี่สีชมพูอ่อนจาง
“ไม่นะคุณ หยุดนะ!!!” สายน้ำผึ้งแผดร้องห้ามน้ำเสียงหลง สองมือจิกโต๊ะสุดแรงด้วยความตื่นตระหนกพลางขยับพากายโอนเอนไหวคล้ายเธอยืนอยู่บนเส้นเชือกที่ผูกระหว่างสองตึกสูงหนีทว่า...
เหลือบขึ้นมองได้สบกับดวงตากลมใสแจ๋วฉายแววตื่นตระหนกและขลาดกลัวคล้ายเขาคือโจรร้ายที่้าจะทำลายพรหมจารีผู้หญิงทำเอาคนที่กำลังลงทัณฑ์ด้วยความรังเกียจถึงกับงุนงงสงสัย ผู้หญิงกร้านโลกเชี่ยวชาญเชิญมารยาอิสตรีทำให้ผู้ชายหลงใหลอยากถึงได้ตื่นกลัวอย่างกับถูกกระทำชำเรา ทว่า...กลิ่นกายเธอหอมจรุงใจผิวเนื้อนวลเนียนนุ่มจนเผลอตัวไปไม่น้อย
ทว่าชายหนุ่มก็เลือกไม่สนใจรับรู้ด้วยคำที่บางคนพูดกรอกหูนั้นดังมากกว่า นิ้วยาวยกขึ้นไปทาบบนกลีบปากอิ่มห้ามไม่ให้พูดขณะปากร้อนผ่าวขบเม้มทั่วก้อนเนื้อนุ่มหอมกรุ่น
“ความจริงเธอนี่ก็น่าสนใจดีนะ...ฉันคงต้องคิดใหม่เสียแล้วมีอะไรกับเธอก็ไม่แปลก ยังไงฉันก็ผู้ชายไม่เสียหายอะไรเลยนี่ จริงไหม”เคลื่อนรั้งกายนุ่มนิ่มลงมาเล็กน้อย เพื่อเขาจะได้ลิ้มรสเ้าเม็ดทับทิมอย่างถนัดถนี่โดยไม่จำเป็ต้องชะเง้อคอให้เมื่อย
กล้ามเนื้อหน้าท้องแบนราบเรียบขมวดมุ่นสั่นสะท้านไหวะเืไปทั้งกายทั้งความเย็นราวถูกเกล็ดหิมะพัดมาแตะต้องเรือนกายพร้อมกับไฟร้อนผ่าวโอบรายรอบก้อนเนื้อนุ่มไหวราวต้นหญ้าที่โบกสะบัดพลิ้วไหวไปตามกระแสลมปลายยอดทับทิมหดเกร็งตามเรียวลิ้นอุ่นชื้นที่ลากไล้ทั่ว
“ไม่นะคุณ! หยุดฉันยอมแล้ว” สายน้ำผึ้งเอ่ยตอบไปอย่างลนลาน รับปากไปก่อนเพื่อพาตัวออกจากเหตุระทึกชวนหวั่นไหวพาทำอะไรไม่ถูกนี่แล้วค่อยหนีแต่นั่นต้องเป็หลังจากที่เธอเอาคืนไอ้ผู้ชายสารเลวที่ยังไม่ทันฟังอะไรก็ยัดเยียดข้อกล่าวหาที่ไม่ได้ทำให้หน้าด้านๆ
“มาพูดตอนนี้มันสายไปแล้วล่ะ...เผอิญฉันกำลังมีความ้า อยากสนองความ...!”
สายน้ำผึ้งน้ำตาตกไหลย้อนกลับไปในอกมีคนไม่ชอบมากมายที่พูดจาหยาบคายใส่หน้า แต่ไม่เคยถึงขั้นถูกด่าใส่หน้าจนเย็นเป็ชาน้ำตาเริ่มร่วงพรูลงมาราวกับน้ำไหลจากก๊อก เล็บแหลมยาวจิกลงไปในผิวเนื้อนุ่มแต่ก็ไม่เจ็บเท่าหัวใจที่ถูกเหยียดหยาม จะไม่ว่าเลยถ้าเขารู้จักเธอดีพอแต่นี่ไม่รู้จักกันสักนิด กลับกล่าวหาและมองเธอเป็ของสกปรกโสโครก
“ไม่!!!”
เสียงห้ามกลายเป็เสียงกระอึกกระอักในลำคอเมื่อมีกระแสลมอุ่นๆ เคลื่อนไหวกึ่งกลางช่องท้องก่อนพุ่งลิ่วราวจรวดไหลลามไปทั่วกาย จนเธอต้องรีบขบกัดฟันบนกลีบปากเพราะไม่้าให้มีเสียงแปลกๆ หลุดออกไป ศีรษะทุยสะบัดแรงๆจนเส้นผมที่ขมวดไว้อย่างดีหลุดลุ่ยออกจากมวย พยายามบังคับตัวเองไม่ให้รู้สึกหวั่นไหวไปกับััร้อนผ่าวคลุกเคล้าด้วยความวาบหวามซาบซ่านทว่าแผ่นหลังแบบบางกลับแอ่นโค้งเข้าหาอุ้งปากร้อนผ่าวที่ขบเคลื่อนดื่มด่ำกับปลายยอดเชอร์รี่รสหวานนุ่ม
“อือ... ‘ไม่นะ!!’”
“อยู่เฉยๆ ซิ...” เขาลืมไปได้ยังไงยังไม่มีการแนะนำตัวกันเลย ปล่อยให้สองทรวงกลมกลึงให้เป็อิสระชั่วคราวขบเคลื่อนปากไล่ไปตามผิวเนื้อนวลเนียนนุ่มหอม
“อยากรู้ชื่อฉันใช่ไหม...บอกชื่อเธอมาก่อนสิชื่ออะไร” ไม่ได้สะเพร่าแต่เพราะไม่สนใจว่าผู้หญิงหน้าหนาที่ชอบแย่งสามีชาวบ้านชื่ออะไรต่างหากมาถึงตอนนี้ก็ให้ชักเสียดายขึ้นมามิใช่น้อย
“ไม่!!” สายน้ำผึ้งเบี่ยงหน้าหนีใช่...ตอนแรกเธอคิดยั่วยวนเมื่อเห็นเขาไม่สนใจ ทว่าต้องมาเจอโดนดูถูก ด่าว่าเสียๆหายๆ ต่อให้เธอถูกตำหนิ ถูกภาคทัณฑ์ ลดเงินเดือนหรือแม้ต้องออกจากงานเธอยอมทั้งนั้น ขอเพียงอย่างเดี๋ยว อย่าได้เจอผู้ชายหน้าไม่อาย รังแกผู้หญิงไม่มีทางสู้นี่อีกเลย
“หืม...” ศีรษะทุยผงกขึ้นเล็กน้อย“ฉันจำได้วันก่อนเธอขอนามบัตร อยากรู้ฉันเป็ใคร ทำอะไรอยู่ที่ไหนเมื่อกี้ก็ถามอีก...ทำไมตอนนี้ถึงไม่อยากรู้เสียล่ะ”
“ไม่อยากรู้จักผู้ชายหน้าไม่อายรังแกผู้หญิงไม่มีทางสู้”
“อืม...ยังปากดีได้อีก” พยักหน้าหงึกๆลูบไล้ฝ่ามือใหญ่ไปบนผิวเนื้อนวลเนียนนุ่มก่อนรัดรอบเอวคอดกิ่วดึงร่างเพรียวอ้อนแอ้นมาแนบชิดพลางมือใหญ่เลื่อนไล้ไปกดรั้งศีรษะทุยให้ก้มลงมา “ฉันชักอยากรู้แล้วซิปากอิ่มแดงสดราวกับเชอร์รี่นี่จะหวานสักแค่ไหน”
“ไอ้คนทุเรศ ไอ้คนหน้าไม่อายไอ้ผู้ชายหน้าหม้อรังแกผู้หญิงไม่มีทางสู้” สายน้ำผึ้งก่นด่าและพยายามส่ายศีรษะหนีแต่ต้องหรี่ตาด้วยความเจ็บจากมือใหญ่ที่บีบเต็มแรง
“ขอบใจที่ชมแล้วอย่าลืมไปอัพลงในสต๊อกเธอด้วยล่ะไอ้ผู้ชายทุเรศคนนี้ได้เบียดกระแซะปั๊ม...ตรงไหนบนร่างเธอบ้าง”บดเบียดกายแนบชิดกับเนินเนื้ออ่อนไหว “แล้วปั๊ม...เป็คนที่เท่าไหร่”
“ไอ้...”
“อ๊ะ...ถ้าด่าฉันอีกคำเดียวนะยาหยีเธอเตรียมตัวลงนรกได้เลย” ไม่ได้ขู่...นิ้วยาวสอดดันกระโปรงเลิกขึ้นใบหน้าคมเข้มซ่อนยิ้มเคลือบใบมีดคมๆ มองสบตาดวงตากลมโตที่ฉายแววขลาดกลัวเมื่อเจอคนจริง
ราวสายฝนเคลือบน้ำแข็งตกลงมากระทบผิวกายหนาวเหน็บจนฟันกระทบกันกึกๆ ไม่แพ้หัวใจที่เต้นไหวระทึกราวกับยืนอยู่บนดาบคมๆตากลมโตมองนิ้วที่เคลื่อนไหวอยู่บนร่าง “แล้วคุณจะเอาไงกับฉัน”กัดฟันถามเสียงสั่นด้วยโกรธตัวเองที่ถูกรังแกแต่เอาคืนไม่ได้
“อืม...เอาไงดีล่ะ” เล่นลิ้นถามพลางหัวเราะหึหึในลำคอ เมื่ออีกฝ่ายโกรธจนหน้าดำหน้าแดง “เอาชื่อเธอก่อน”
“สายน้ำผึ้ง”ตอบกลับเสียงเขียวอย่างเสียมิได้ อึดอัดคับแค้นใจจนอยากร้องะโดังๆทว่าก็ได้แต่มอง...ในอกร้อนด้วยเพลิงโทสะที่เผาไหม้ ฟันขาวขบกัดจนเสียงดังกรอดๆ ถ้ามือว่างเมื่อไหร่จะบีบคอให้หักหมุนได้สามร้อยหกสิบองศาเลยเชียว
“อือชื่อท่าทางหวานดี...แต่ไม่รู้ว่าร่างนี้จะหวานเหมือนชื่อหรือเปล่านะหนทางเดียวที่ฉันจะได้รู้ก็คือชิมเธอจนหมดทั้งตัวไม่ให้เหลือแม้กระทั่งกระดูกใช่ไหม...สายน้ำผึ้ง”
“บ้าแล้ว...คุณมันบ้า ปล่อยฉันนะไอ้คนบ้าไอ้คนสติไม่เต็มเต็ง”
“ใช่เลย ฉันเป็อย่างที่เธอว่าทุกอย่างอย่างนี้เธอควรกลัวฉันใช่ไหม” ทาบมือบนลำคอระหง นิ้วยาวไล้คลึงเส้นเอ็นที่เต้นตุบๆอยู่ “เพราะคนสติไม่ดีทำได้ทุกอย่าง แม้กระทั่งบีบคอเธอทิ้ง!”
เธอเพียงแค่คิด แต่เป็เขามีสิทธิ์ทำก่อนแม้กลัวจนหัวใจหล่นกองที่ปลายเท้า ทว่าสายน้ำผึ้งยังพยายามเรียกความกล้าในตัวขึ้นมารับมือกับไอ้บ้าหน้าตัวเมียให้จั๋งหนับก่อนเผ่นแนบหายเข้ากลีบเมฆ
“ก็เอาซิคุกตะรางไม่ได้มีไว้ขังไอ้ด่างสี่ขา แต่ขังคนหมาๆ หน้าไม่อายอย่างคุณ!”
“เธอนี่เก่งนะ โดนขนาดนี้ยังปากกล้าฉันอยากรู้ซะแล้วซิ ถ้าฉันทำอย่างที่คิดไว้ อย่างเธอจะกล้าเอาเื่น่าอับอายไปป่าวประกาศบอกใครเขาเวลาเขาถาม...เธอถูกฉันทำอะไรบ้าง ตรงไหนบ้าง ถ้าไม่ชอบใจแล้วทำไมถึงไม่ขัดขืนทำไมต้องยอมให้ฉัน...”
“เพราะฉันถูกหมาบ้าอย่างคุณกัดเอาต่างหากล่ะสู้คุณไปเห็นแต่จะเจ็บตัวอย่างเดียว ฉันเลยต้องกัดฟันยอมทำตัวเป็ท่อนไม้ให้คุณข่มเหงรังแก!”
“อย่างนี้แหละ เขาถึงเรียกว่าเกลือจิ้มเกลือ เธอไปทำร้ายคนอื่นเขาก่อน ก็ต้องยอมรับเวลาเขามาเอาคืน”
“ไม่จริง คุณฟังความข้างเดียวไม่คิดตรวจสอบความจริงให้ชัด ก็มาทำร้ายคนอื่น”
“พูดไปคนหน้าหนาอย่างเธอก็ไม่ยอมรับยังโยนความผิดให้กับคนอื่น”
“ใช่แล้วไง ฉันมันคนไม่ดี คนดีๆอย่างคุณก็รีบถอยห่างไปซิ มายุ่งเกี่ยวอะไรด้วย”
“เพราะฉันดันอยากรู้ผู้หญิงหน้าหนาชอบแย่งผัวชาวบ้านจะรสชาติเป็ยังไงน่ะซิจะเปรี้ยวจี๊ดปนขมปี๋จนชิมครั้งเดียวแล้วต้องอัปเปหิไปไกลๆหรือหวานฉ่ำจนฉันต้องหม่ำกินจนไม่เหลือแม้แต่เศษซาก”ใบหน้าคมเข้มซุกไซ้คลอเคลียซอกคอระหง ไต่เคลื่อนปากร้อนผ่าวไปทีละนิดขบเม้มสลับห่อเรียวลิ้นอุ่นชื้นสอดกระหวัดหยอกเย้ากับช่องหูนุ่มโลมไล้ทรวงอกกลมกลึงจรดปลายยอดหดเกร็งไหวสู้มือ
ยังไม่ทันได้ต่อว่าห้ามปรามกลีบปากอิ่มนุ่มก็ถูกปิดทับเสียก่อนดวงตากลมโตใสแจ๋วเบิกกว้าง...ไม่อยากบอกเลย นอกจากการถูกจู่โจมอย่างอุกอาจแนบชิดแล้วนี่คือครั้งแรกด้วยเช่นกันที่เธอถูก...จูบ!
ชายหนุ่มบดคลึงปากอิ่มอย่างหนักหน่วงขบเม้มกัดดึงกลีบปากนุ่มบนสลับล่าง ในขณะฝ่ามือก็นวดเคล้นเฟ้นเต้าอิ่มตั้งชันนิ้วยาวไล้คลึงจะงอยถันหดเกร็ง ใช้ความแข็งแกร่งและได้เปรียบทางร่างกายเล่นงานสายน้ำผึ้งจนเธอหัวหมุนคว้างแต่ก็ยังพยายามต้านทานอารมณ์แปลกๆ วาบหวามปั่นป่วนและร้อนรุ่มราวถูกไฟเผาผลาญ
เบี่ยงศีรษะหนีก็แล้วขบเม้มกลีบปากเข้าหากันก็แล้ว แต่ก็ไร้ผล สุดท้ายเธอก็แพ้ถูกจูบจนปากบวมเจ่อแรงบดคลึงทำให้ต้องแยกกลีบปากให้เรียวลิ้นอุ่นชื้นสอดแทรกเข้าไปกวาดไล้จนถ้วนทั่วเหมือนมีพลังบางอย่างดูดเธอลงไปในเกลียวสายน้ำที่ไหลหมุนวนจนหัวหมุนทำให้ลิ้นเล็กที่พยายามขับไล่กลับกลายเป็ยั่วยุให้คนตัวใหญ่ปั่นป่วนด้วยเชื้อไฟที่กำลังปะทุความปรารถนาทางกายหักห้ามได้ยากเย็น
“ฉันเพิ่งรู้ตัวว่าคิดผิดเกี่ยวกับเธอนะสายน้ำผึ้ง”
หมายความว่าเขารู้แล้วใช่ไหมเธอไม่ใช่ผู้หญิงอย่างที่เขาคิดน่ะ
นิ้วยาวร้อนผ่าวหยอกเย้าผิวเนื้อเนียนนุ่มก่อนลูบไล้ไต่ไปโอบอุ้มนวดเฟ้นทรวงอกกลมกลึงอย่างหนักหน่วงมองสบตากลมโตฉายแววยิ้มๆ “คงไม่ผิด ถ้าฉันจะทบทวนข้อเสนอของเธอใหม่”
“ข้อเสนอ...?” เพราะััที่เคลื่อนไหวอยู่บนเรือนกายทำให้สติถูกฉุดดึงออกไปด้วยแล้วเมื่อได้ยินพูดเช่นนี้ก็เลยทำให้งงงัน ตามไม่ทัน
“ข้อเสนอที่ว่า...เธอเลิกกับชายแก่หงำเหงือกมาขึ้นเตียงกับหนุ่มหุ่นล่ำบึกอย่างฉันที่ตอนนี้อดทนรอนานไม่ไหวซะด้วยซิแบบว่าเธอรสชาติดีชะมัด งั้นตกลงเป็คืนนี้เลยนะ ส่วนสัญญานั่นก็วางเอาไว้ก่อนหลังเราอิ่มหมีพีมันท่องทัวร์วิมาน์ชั้นเจ็ดเรียบร้อยแล้ว ฉันค่อยเซ็นให้เธอว่าไงล่ะ”
ทั้งน้ำเสียงและสีหน้าจริงจังไม่มีแววล้อเล่นเลยนิดเดียวสายน้ำผึ้งถึงกับหนาวเหน็บจากศีรษะจรดปลายเท้า หัวใจหล่นตุบไปกองที่พื้นในบัดดล
“อ๋อ...เราเกือบได้เสียเป็คนเดียวกันอยู่แล้วนี่นะฉันยังไม่ได้แนะนำตัวให้เธอรู้จักเลย”
“ไม่จำเป็ฉันไม่อยากรู้จักผู้ชายอย่างคุณ...ไอ้คนลามกจกเปรต!” เสียดายน้ำลายที่เคยชมเขาเป็ผู้ชายที่น่าคบ แต่สุดท้ายแล้วมันก็...เลวทรามต่ำช้าเหมือนกันหมด!
“อ๊ะ...อย่างนี้ได้ยังไงล่ะน้ำผึ้งรักจะเป็กิ๊กกันก็ต้องรู้จักกันไว้ซิ เดี๋ยวตอนที่ฉันทำให้เธอร้องครวญครางแล้วเธอเรียกชื่อผู้ชายอื่นออกมา ฉันก็เสียชื่อแย่ซิเอาเป็ว่ากิ๊กคนใหม่เธอชื่อ...ภาสวร หรือจะเรียกพี่ภาสก็ได้นะ”
ไม่รอให้สายน้ำผึ้งมีโอกาสปฏิเสธหรือขัดขืนฝ่ามือสากร้อนไล้ลูบไปบนผิวเนื้อนวลเนียนนุ่มน่าััไปเสียหมดปากหนากดทับบนกลีบปากอิ่มนุ่มที่เขาเพิ่งค้นพบว่าหวานปานน้ำผึ้งจนอยากลิ้มลองอย่างไม่ยอมหยุด สมองก็หวนคิดวันนี้มีคิวทำอะไรบ้าง
มุมปากหนาหยัดยกขึ้นอย่างพอใจ ่นี้ว่างไม่ต้องไปสอนพิเศษส่วนหน้าที่การงานอย่างอื่นก็ไม่หนักหนามากสามารถปลีกตัวไปเล่นไล่จับหนูหวานอีกหลายเพลา อีกทั้งวันนี้ฟรีสไตล์ได้ยกเว้นตอนค่ำจำต้องไปทานอาหารกับป้ารุจา
ความจริงไม่ได้อยากไปแต่ถ้าไม่ไปก็จะโดนตามวุ่นวายไม่เลิกรา จนกว่าป้าตัวยุ่งจะได้ในสิ่งที่้าซึ่งเขายอมรำคาญเพียงครั้งเดียว ดีกว่าหลายครั้งแล้วถ้าระงับความโกรธเอาไว้ไม่ได้จะทำให้เื่ราวลุกลามใหญ่โต ร้อนไปถึงบิดากับมารดาที่อยู่ไปปลีกตัวไปอยู่ต่างจังหวัดต้องมาวุ่นวายใจ เพราะถูกโทรไปฟ้องไม่เว้นแต่ละวัน
แต่สำหรับวันนี้ ถ้าบอกให้ท่านรู้ว่าเขากำลังจัดการโยนแม่ตัวปัญหาทิ้งลงถังขยะ! ไม่แค่ลอยตัวแต่เขายังได้ใช้เวลานี้สนุกกับแม่เนื้อนุ่มหอมหวาน ยั่วให้เธอปั่นป่วนทั้งร่างกายและจิตใจจนคิดอะไรไม่ทันกลายเป็ลูกไก่ในกำมือที่จะบีบก็ตายจะคลายก็รอด เป็ผู้หญิงที่ใช้ปลดเปลื้องความ้าทางกายจนกว่าจะเบื่อ
สายน้ำผึ้งพยายามคิดหาทางเอาตัวรอดทว่าััจากมือใหญ่ที่โลมไล้นวดคลึงอย่างรู้ว่าควรจับจุดใดทำให้มึนงงราวคนกินไวน์หมดแรงต้านทานธารอารมณ์ที่ทำให้กายปั่นป่วนราวกับมีกองไฟไหลพล่านตามกระแสเื
“ขอร้องนะคุณ...ปล่อยฉันไปเถอะ” สายน้ำผึ้งจำต้องเอ่ยขอร้องอย่างคนที่หัวใจปวดร้าวน้ำตาไหลเพราะคั่งแค้นที่ถูกย่ำยีโดยช่วยเหลือตัวเองไม่ได้เบี่ยงกายหนีนอกจากไม่พ้นแล้วยังถูกทำร้ายจนผิวกายนวลเนียนแดงช้ำเป็จ้ำ
“งั้นก็ช่วยบอกหน่อยมีเหตุผลอะไรทำให้ฉันใจอ่อนยอมปล่อยตัวเธอไปล่ะ”
“ฉัน...” สายน้ำผึ้งขบเม้มปากบวมเจ่อเข้าหากันกายแทบลอยจากพื้นโต๊ะ เมื่อจูบร้อนๆ ไต่เคลื่อนไปถึงก้อนเนื้อชูชันไหวขบกัดเม้มดึงปลายยอดทับทิมแ่เบาก่อนทวีความหนักหน่วงดุดันอย่างไม่เกรงอกเกรงใจผู้เป็เ้าของว่าจะปั่นป่วนร้าวรวดด้วยเพลิงพิศวาสที่ไหลไปตามกระแสเืราวน้ำในกาถูกต้มให้สุข
“ฉันหิวข้าว” ถ้าอยู่ใน่เวลาปกติมีสติสัมปชัญญะครบถ้วน เธอคิดว่าคำตอบนี้เป็อะไรที่บ้าสุดๆ เลยแต่ตอนนี้คิดอะไรได้ก็ต้องพูดออกไปก่อนให้ตัวเองหลุดพ้นจากเหตุการณ์วาบหวามชวนระทึกนี้
“อืม...ฉันก็ว่าอยู่เสียงอะไรดังโครกครากๆ ที่แท้ก็เสียงท้องเธอร้องนี่เอง”ภาสวรเอ่ยกลั้วหัวเราะในลำคอ ลากร่างบางลงมานั่งคร่อมตักกว้างดันแผ่นหลังอิงกับขอบโต๊ะ “เธอหิวแล้วมันเกี่ยวอะไรกับฉันล่ะ ท้องไม่ได้ติดกันสักหน่อย...เอ๊ะหรือให้ติดดี ไอ้ที่เขาพูดกันว่าพี่น้องท้องชนกันไง”
คิ้วโก่งขมวดเข้าหากันจนหน้าย่น คุ้นๆ เหมือนเคยได้ยินคำพูดนี้ก่อนนึกขึ้นมาได้ ชายหนุ่มหมายความว่าอะไร ใบหน้านวลหงิกงอง้ำ“ไปท้องติดกับผู้หญิงของคุณโน่น อย่ามายุ่งกับฉัน”
“เผอิญฉันอยากท้องติดกับเธอเสียด้วยซิ”ยิ่งไล่ก็เหมือนยิ่งยุให้เขาอยากรู้ เธอมีดีอะไร ถึงได้ทำให้ผู้ชายแก่ๆบางคนหลงลืมคนร่วมเรียงเคียงหมอนกันมาหลายปีได้ขนาดนี้ พ่วงกับความรู้สึกไม่พอใจที่เธอไม่รักศักดิ์ของลูกผู้หญิงไปทอดร่างให้ผู้ชายเชยชมง่ายๆแล้วผู้ชายคนนั้นยังมีครอบครัวอยู่แล้วด้วยเพลิงโทสะทำให้ภาสวรกดมือไปบนทรวงกลมกลึงด้วยความรุนแรงจนสายน้ำผึ้งสะดุ้งพร้อมเสียงร้อง
ชายหนุ่มยิ้มเหี้ยมเกรียม“ฉันให้โอกาสเธอพูดใหม่อีกครั้งสายน้ำผึ้ง...ตกลงจะ...”
ไม่ได้อยากยอม แต่... “ก็ได้ คุณ้าอะไรถ้าทำได้ฉันจะทำให้” ปกติเธอรักษาสัญญาเสมอ ทว่าคราวนี้ไม่ใช่! เพียงแค่ก้าวออกจากห้องนี้ได้เธอพร้อมผิดสัญญาทันที!
นิ้วยาวยกนิ้วลูบไล้คางแกร่งจ้องเข้าไปในดวงตากลมโตฉายแววหวาดหวั่นพรั่นพรึง “ปกติฉันเป็คนเชื่อคนง่ายใครพูดอะไรมาก็เชื่อหมด แต่คราวนี้ ทำไมถึงได้ไม่เชื่อเธอก็ไม่รู้”
“แล้วคุณจะเอายังไงกับฉันอันโน้นก็ไม่ดี อันนี้ก็ไม่ได้ ให้ฉันทำอะไร คุณถึงพอใจ!” ตวาดเสียงเข้มเมื่อถูกอีกฝ่ายยียวนกวนประสาท
“ตอนนี้ยังคิดไม่ออกเอาเป็ว่าให้เธอทานอาหาร จากนั้นก็อ่านเอกสารที่ฉันขีดเขียนเอาไว้พร้อมคำอธิบาย”
ยิ่งอยากไปให้พ้นๆ หน้ากลับยิ่งต้องอยู่ใกล้ถ้าเธออิดออดไม่ทำตามก็จะถูกจับพิรุธได้อีก
“ก็ได้ งั้นคุณก็ปล่อยฉันได้แล้วซิ”เธอจะได้แต่งตัวให้เรียบร้อยเสียที อยู่อย่างนี้...เห็นแววตาวามวาว ทำให้หวั่นๆ ในอกกลัวเผลอพูดอะไรออกไปแล้วไปสะกิดต่อความไม่พอใจของอีตาบ้านี่เข้าเกิดเป็พายุโทสะเผาผลาญให้เธออยู่ไม่สุขอีก
นิ้วยาวยกขึ้นสะบัดส่ายตรงหน้าสายน้ำผึ้ง “ไม่ล่ะอยู่แบบนี้ดีแล้ว”
ปากแดงบวมเจ่ออ้าค้าง “โว้ย!! บ้าหรือเปล่าคุณทำอย่างนี้ฉันจะไปทานข้าวได้ยังไง ถ้ามีใครมาเห็นเข้า ฉันจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนมีสมองคิดบ้างหรือเปล่า” ริ้วลมโทสะพุ่งลิ่วจนดวงพักตร์ผ่องพรรณแดงระเรื่อั์ตาเปล่งประกายวาวเจิดจ้า
“ไม่น่าเชื่อผู้หญิงหน้าหนาอย่างเธอคิดอายเป็กับเขาด้วย”
อยากตบชายหนุ่มให้หน้าหันทว่าเธอก็ทำได้เพียงแค่กัดฟันกรอดๆ เท่านั้น
“อีกอย่างห้องกว้างขวางมีที่ให้เธอนั่งตั้งเยอะ แล้วไม่ต้องห่วงเื่อาหาร” ไหล่กว้างเลิกขึ้นเล็กน้อย“เดี๋ยวฉันสั่งให้ลูกน้องหิ้วมาให้ กินไปพลาง มองอะไรสวยๆ งามๆ ไปพลางเขาว่าทั้งเจริญหูเจริญตาและทานได้เยอะด้วย อย่างเธอนี่ควรทานให้เยอะๆหุ่นอย่างกับไม้เสียผี น่ากลัวตอนกอดซี่โครงจะตำฉันจนเป็รูจะแย่”
อยากแผดเสียงร้องไห้ลั่น กระทืบเท้าแรงๆทว่าก็ได้แต่คิดเท่านั้น “คุณ! ไอ้คนบ้าหน้าไม่อาย ฉันไม่ใช่ผู้หญิงอย่างที่คุณว่านะ จะได้ใจกล้าหน้าด้านนั่งเป็ชีเปลือยให้คุณกับลูกน้องดูน่ะ!”อยากจิ้มลูกตาวามวาว บีบคอคนบ้านี่ให้หักหมุนได้สามร้อยหกสิบองศาจริงๆ
“โทษทีลืมไปว่าเธอให้ฉันดูได้คนเดียว” ภาสวรจับเอวคอดกิ่วยกร่างเล็กขึ้นนั่งบนโต๊ะขณะตัวเองลุกขึ้นยืนถอดเสื้อสูทมาคลุมกายสาว และก้มลงเก็บเสื้อของอีกฝ่ายมาถือไว้ด้วยรอยยิ้มมีเลศนัย
“ส่วนเสื้อผ้าพวกนี้เธอคงไม่จำเป็ต้องใช้แล้วล่ะ เผอิญว่ามัน...”
แควก!!!
สายน้ำผึ้งได้แต่อึ้งกิมกี่อ้าปากค้างอย่างไม่กลัวแมลงจะบินไปวางไข่มองเสื้อผ้าที่ขาดกะรุ่งกะริ่งไม่เป็ชิ้นสลับมองคนตัวใหญ่ซึ่งยืนยิ้มตาไม่กะพริบ
“ขาด...กลายเป็ผ้าขี้ริ้วใช่งานไม่ได้แล้ว”
“คุณ...ทำบ้าอะไรนี่ ทำอย่างนี้ทำไมนั่นมัน...” โอ๊ย! อยากบ้าตาย นั่นมันเสื้อที่เธอเพิ่งซื้อมานะยังใส่ได้ไม่คุ้มกับเงินที่เสียไปเลย แล้วมาถูกฉีกทิ้งง่ายๆ อย่างนี้นี่นะเห็นเศษซากชิ้นเล็กชิ้นน้อยแล้วเธออยากยกมือจิกทึ้งเส้นผมบนศีรษะให้หลุดร่วงสลับลุกขึ้นวิ่งไปตะกายหน้าภาสวรให้ลายพร้อยเหมือนลายทางแมวเสียเหลือเกิน...โกรธ! จนลมพุ่งลิ่วออกสองใบหูทีเดียว
“ฉันอยากทำอะไรก็ทำอยากปล้ำเธอเมื่อไหร่ก็ได้” เบะหน้าเลิกไหล่ขึ้นสูงอย่างไม่สนใจความรู้สึกของอีกฝ่าย
“ถ้าหากเธอไม่อยากถูกปล้ำ ก็นั่งเฉยๆสงบปากสงบคำเอาไว้ ระหว่างที่ฉันทำงาน” สายตาสายน้ำผึ้งบอกโต้งๆเธอพร้อมขัดคำสั่งเขาตลอดทุกเวลาทุกนาทีอยู่แล้ว
“อยากเสี่ยงก็ตามสบายนะ ไม่ว่ากันเพราะฉันชอบปราบพยศพวกดื้อด้าน” เน้นแต่ละคำพูดหนักๆกวาดสายตาไล่มองร่างเพรียวนวลผุดผาด เปิดเปลือยให้ได้ยลความงามอย่างถนัดถนี่พร้อมรอยยิ้มมีเลศนัยบนมุมปาก
สายน้ำผึ้งขบกัดฟันบนกลีบปาก เพลิงโทสะไหลพล่านไปตามกระแสเืั์ตากลมโตแทบถลนออกมานอกเบ้า ไม่อยากทำตามคำสั่งเฮงซวย แต่...
“ฉันถูกคุณจับมัดอยู่แบบนี้ทำอย่างที่ว่าไม่ได้หรอกย่ะ แล้วถ้ายังพอหลงเหลือความเมตตาอยู่บ้างช่วยแก้มัดให้หน่อย เจ็บแขน!” พูดเสียงกระด้างและกระโชกโฮกฮาก
“แค่แก้มัดให้ฉันแค่นี้ คงไม่เป็ไรหรอกมั้งฉันแค่ผู้หญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่ถึงมีฤทธิ์เดชบ้างแต่ยังไงก็สู้ไอ้หมีควายล่ำบึ้กอย่างคุณไม่ได้หรอก” เอ่ยปรามาสแกมดูถูก เพราะกลัวไม่ถูกปล่อยตัว
“นั่นซิ...ฤทธิ์มากพอๆ กับความหวานเอาเป็ว่าให้ตามที่ขอ ภาวนาซ้ำให้เธอหนีไปด้วย เพราะฉันจะได้จับเธอโยนขึ้นบนโต๊ะตัวนี้ฉีกเสื้อผ้าที่เหลือทิ้งออกไปข้างนอกให้หมด จากนั้นก็ชำระความทำให้เธอเ็ปจนพูดไม่ออกเลย” เขาดูออก สายน้ำผึ้งแรงเฉพาะภายนอกส่วนภายในนะยังอ่อนด้อยไร้ประสบการณ์อยู่ ขู่นิดหน่อยหน้าก็ถอดสีแล้ว
‘เออ...ขู่ได้ขู่ไปอย่าให้ถึงทีฉันเอาคืนบ้างก็แล้วกัน แม่จะเล่นให้จุกหน้าเขียวหน้าเหลือเลยเชียว’ข่มกัดฟันพึมพำต่อว่าด้วยความอาฆาตแค้น
แกะเชือกที่ผูกรัดข้อมือนุ่มออกเรียบร้อยภาสวรก็สอดแขนรัดรอบเอวคอดกิ่วดึงกายนุ่มนิ่มหอมละมุนมาแนบชิดร่างล่ำบึกบึน
“ฉันแกะให้แล้วทีนี้ก็ถึงตาเธอต้องให้รางวัลฉันแล้วซินะ”
ก้มปิดปากนุ่มขบกัดก่อนเปิดแยกสอดเรียวลิ้นอุ่นชื้นล่วงล้ำเข้าไปกวาดไล้ความหวานสลับเกาะเกี่ยวพลิกพลิ้วกับลิ้นเล็กนุ่มฝ่ามือหนาลูบไล้ไต่บนแผ่นหลังบอบบางก่อนตวัดกลับมาด้านหน้าเพื่อัักับก้อนเนื้อกลมกลึงนุ่มหยุ่นนิ้วยาวหยอกเย้ายอดปทุม จนสายน้ำผึ้งถึงกับหายใจหอบแรงด้วยป่วนปั่นวาบหวามราวเรือถูกผลักให้ลอยไปในลำนาวาที่มีพายุโหมกระหน่ำอยู่
ภาสวรโลมไล้ดื่มด่ำกับกายสาวอยู่ครู่ใหญ่จนรู้สึกว่าตัวเองกำลังทนไม่ไหวเผลอเดินเข้ากองไฟ จึงจำต้องถอยร่นออกมาอย่างไม่ค่อยพอใจสักเท่าไหร่
“เอาไว้เธอกินข้าวเสร็จ เราค่อยมาต่อกันอีกหลายๆรอบดีกว่านะสายน้ำผึ้ง”
อยากโต้ตอบกลับไป...ไม่! ทว่าตอนนี้สมองเบลอคิดอะไรไม่ออกกายอ่อนระทวยเอนซบอิงร่างใหญ่เป็ที่พึ่งพิง แล้วยังต้องให้ภาสวรช่วยจับเสื้อสูทมาคลุมร่างให้มิดชิดตอนนี้เธอต้องยอมแพ้ก่อน แล้วค่อยหาทางเอาชนะในครั้งต่อไป ไม่มีใครแพ้ตลอดและไม่มีใครชนะตลอดเช่นกัน