“กายาราชันเซียนมีในโลกนี้” ผู้ใหญ่บ้านพยักหน้ารับ
“ข้าพูดไปใครเขาจะเชื่อเราเจอของดีเข้าแล้ว แม้ยากจะฝึกฝนแต่ถ้าปลุกกายาได้ก็จะโดดเด่นเป็อย่างมากสามารถฝึกฝนได้เร็วกว่าอัจฉริยะใด ๆ เลยหมู่บ้านเราคงมีสีสันขึ้นอีกเยอะ” นักปรุงยาเฟยหลงฟังแล้วก็สะดุ้งขึ้นมาสมาชิกหมู่บ้านล้วนแต่มีที่มาแตกต่างกันไปและถูกขับไล่ให้หนีตายมายังหมู่บ้านในแดนโบราณเพียงเพื่อต่อลมหายใจแ่ไปวันต่อวันเท่านั้น แต่เดิมพวกเขาทั่งแค้น์และชังผู้คนความเคียดแค้นนั้นหนักหนาสาหัส ที่ยังดำรงชีวิตอยู่ได้จนถึงป่านนี้
การมาถึงของเด็กน้อยหวังว่าจะช่วยชำระล้างความเคียดแค้นทีฝังลึกในใจพวกเขา ทุกคนเรียกได้ว่าหัวใจที่อ่อน ไหวเปราะบางของผู้เฒ่าในหมู่บ้านอยู่ในกำมือ ของเฟิ่งหยู
เจ็ดวันหลังจากนั้น…….
เฟิ่งหยูจึงเริ่มฟื้นตัวและขยับตัวได้ เมื่อเขาลืมตาขึ้น เขาก็เห็นผู้าุโทั้งหลายยืนอยู่รายล้อมรอบ ๆตัวเขาซึ่งนอนอยู่บนเตียงไม้ไผ่
“ผู้าุโใหญ่จึงเอ่ยปากถามขึ้น เ้าชื่ออะไรมาจากไหน....”
“ผู้น้อยมาจากตระกูลเฟิ่งเมืองเมฆาหมอก ชื่อเฟิ่งหยู ขอรับ”
“ที่นี่ที่ไหน ทำไมข้ายังไม่ตาย... ทำไมข้าอ่อนแอแบบนี้.....”
“ที่นี่คือหุบเขาทมิฬ ที่เ้าพักอยู่นี้เป็ส่วนที่อยู่ลึกที่สุดของหุบเขาทมิฬข้าไม่รู้ว่าเ้ารอดมาได้อย่างไร แต่ก็ถือว่าชะตาลิขิตให้เ้ามาพบกับพวกเราตอนนี้ร่างกายเ้ายังไม่หายดี เ้าพักผ่อนเถอะ พวกเราทั้งสิบจะคอยดูแลเ้าเป็อย่างดี”ผู้าุโใหญ่พูดด้วยรอยยิ้มเปื้อนใบหน้า
“ขอบคุณท่านผู้าุโข้าน้อยจะไม่ลืมบุญคุณของพวกท่านเลย”
“ เอาละ ไม่ต้องมากพิธี เ้าเองก็พักผ่อนก่อนเถอะ”ผู้าุโใหญ่กล่าว
นักปรุงยานึกขึ้นได้ กล่าวเสริม
“ให้เขาดื่มโอสถิญญาเป็ประจำจะช่วยให้กายของเขาฟื้นตัวได้ดีมากยิ่งขึ้น! ยิ่งดื่มโลหิติญญามากเท่าไรยิ่งเสริมพลังกายมากเท่านั้น แม้ว่ามิอาจปลุกกายาิญญาเซียนแต่พละกําลังต้องกล้าแข็งยิ่งกว่า พวกมีกายาิญญาเป็ไหนๆ!”
“แบบนั้นคงต่อยัหมัดเดียวจอด” หัวหน้าหมู่บ้านพูดกลัวหัวเราะ
“นี่ต้องทำไอ้พวกสัตว์อสูรในหุบเขาทมิฬแห่งนี้แตกตื่นใจนเยี่ยวราด”
ทังคู่สบตากันด้วยความมันในอารมณ์จากนั้นนักปรุงยาจึงเดินออกไปจากห้องแล้วปิด ประตูตามหลัง
หลายเดือนต่อมา พวกชาวบ้านจับเสือกระดูกเหล็กงูัเขียว นกสายฟ้า และเต่าทองคำมาได้อีก หลายตัว ด้วยเป้าหมายที่แน่ชัดพวกเขาจึงมี แรงขับให้ขยันขันแข็ง ตอนนี้ร่างกายของเฟิ่งหยูฟื้นตัวดีแล้วพละกำลังของเขาก็กลับมามีมากกว่าเดิมหลายเท่าตัว
“เอาหละเมื่อร่างกายของเ้าฟื้นตัวดีแล้วข้าขอดูพื้นฐานทักษะวิชายุทธ์ของเ้าหน่อยก็แล้วกัน”ผู้าุโใหญ่พูดขึ้นมา
“เ้าเคยเรียนวิชายุทธ์ใดมาบ้างไหนลองแสดงให้ข้าดูหน่อยสิ”
“ข้าเรียนมาเพียงแค่สองทักษะยุทธ์เท่านั้นเองท่านผู้าุโมันเป็ทักษะพื้นฐานของตระกูลข้าเป็ท่าเท้าเหยียบนภา และหมัดทลายภูผา”เฟิ่งหยูตอบพร้อมกับแสดงให้กับผู้าุโใหญ่ดูเมื่อผู้าุโใหญ่ดูเสร็จเรียบร้อยแล้วพลันเอ่ย
“อื่มไม่เลวเลย เฟิ่งหยูไปฝึกวิชาดาบกับตาเฒ่าหวงเพิ่มเติมก็แล้วกัน”
” ตาเฒ่าหวงเ้าไปสอนทักษะดาบให้เฟิ่งหยูหน่อยก็แล้วกัน”ตาเฒ่าหวงเดินมาพร้อมกับรอยยิ้ม
“ไปเราไปฝึกกันสักหน่อยก็แล้วกัน”
ผู้เฒ่าหวงกระโจนทะยานออกไปสองมือจับดาบมือละเล่ม แต่ดาบคู่นี้ต่างไปจากดาบทั่วไป ดาบทั่วๆไปมีใบโค้งเหมืองวงพระจันทร์และความยาวไม่มากนักขณะดาบในมือร่ายรำท่าทางให้เฟิ่งหยูดูอย่างช้าๆ หลายต่อหลายรอบ เฟิ่งหยูมองเพียงครั้งเดียวก็จดจำแต่ละท่าโดยละเอียดได้แล้ว
“เอาละท่าที่ข้าแสดงให้เ้าดูมีชื่อว่าดาบผ่าจันทร์เสี้ยวเ้าลองมาฝึกกับข้าดู”เฒ่าหวงพูดพร้อมกับหยิบดาบมอบให้กับเฟิ่งหยู ใบดาบยาวหนึ่งเมตรเศษๆ ด้านสันของ ดาบหนาด้านคมก็บางเฉียบ ลับจนคม ถึงแม้ว่าจะมี เพียงเล่มเดียว แต่ก็มีขนาดเท่ากับของตาเฒ่าหวงมันหนักกว่าห้าสิบกิโลกรัม ปกติแล้วเฟิ่งหยูทําได้เพียงแค่ยกมันขึ้นมาเท่านั้นทว่าหลังจากที่ดูดซับสมุนไพริญญาศักดิสิทธิทั้งสี่พลังกายของ เขาก็เพิ่มพูนกล้าแข็งแบบก้าวะโ ถือดาบด้วยมือข้างเดียวกลายเป็เื่ง่ายๆไม่หนักเสียเลยด้วยซ้ำ
“ระวังนะท่านปู่หวง!”
เฟิ่งหยูควงดาบด้วยมือเดียวแล้วพุ่งใส่เฒ่าหวงที่อยู่ลานของหมู่บ้านเฒ่าหวงหัวร่อดังลั่นเผย ความโอ่อ่าห้าวหาญที่ฉายโชนแม้ว่าร่างจะชรา ดาบผ่าจันทร์เสี้ยว!เฟิ่งหยูเหวี่ยงดาบขึ้นลงระหว่างที่เขาทะยาน เข้าหาเฒ่าหวงเปลวมีดสะบัดเร็วขึ้นและเร็วขึ้น สร้างเสียงลมหวีดหวิว
“ช้า เชื่องช้าช้าจริงๆ! เ้าช้าเกินไปแล้ว!”
เฒ่าหวงะโ ดาบคู่สะบัดพลิ้วเหมือนสะเก็ดละอองฝน ติง ติง ตัง ตัง เสียงปะทะพลันดังคล้ายกับพายุฝนกระหน่ำใส่ป่าไม้ที่อยู่โดยรอบขาดกระจุยกระจาย
“ ดาบของเ้าต้องเฉียบคมกว่านี้!”
“ ความเร็ว ความรุนแรง ความมุ่งมั่น คือหัวใจสำคัญของเพลงดาบกำหนดทิศทางการหายใจเข้าออกให้ดี”
“ดาบผ่าจันทร์เสี้ยว เพลงดาบต้องว่องไวประดุจพายุกลางดึก พัดกระพือโหมซัดทุกหนทุกแห่ง จุดมุ่งหมายต้องชัดเจนถึงแม้เป้าหมายจะเคลื่อนไหวก็ต้องติดตามอย่างกระชั้นชิด อย่าวอกแวก มุ่งมั่นสร้างสรรค์ เฉียบคม!”
“ข้าอยากเห็นเ้าสร้างสรรค์เคล็ดวิชาให้มันสามารถปลดปล่อยพลังออกมามากกว่านี้!”
ประกายดาบยิ่งมายิ่งเร่งร้อน คลับคล้ายัเงินขดร่างไปมาขึ้นลงรอบๆ ตัว เสียงตัดอากาศยิงหวีดหวิว ในเสียงนั้นพลังดาบเข้าแทรกซึมพัวพัน ยามใดที่พลังดาบฟาดซัดลง บนพื้น ก็ฝังรอยแยกลึกลงไปในพสุธานั่นคือริ้วรอยอันเกิดจากคมมีดของพวกเขาทั้งสองคน
“ ยอดเยี่ยม! ยอดเยี่ยม!”
“เอาตาเฒ่าหวงให้จมดินไปเลยไม่ต้องเกรงใจตาเฒ่านั่น!”เสียงผู้เฒ่าทั้งหลายที่มองดูเฟิ่งหยูอยู่ไม่ไกลดังออกมา
“ดาบเ้าไวเท่าไรพลังดาบก็ยิ่งเข้มข้นเท่านั้น แต่เ้ายังไวไม่พอ ดาบของเ้าต้องรวดเร็วเหมือนไฟนรกแผดเผา และโหมไหม้ทุกสิ่งให้เป็จุล!”
เฒ่าหวงควงดาบของเขาเป็พายุหมุนคล้ายกับบ้าคลัง ภาพทีเห็นละลานตาเฟิ่งหยูเป็อย่างยิ่ง
“หากเ้ามีธาตุไฟ ธาตุน้ำ ธาตุลมหรือธาตุอะไรก็ช่างที่อยู่ในตัวจงใช้มัน ดึงมันออกมา เอาออกมาใช้งานร่วมกับดาบของเ้าจะทำให้อานุภาพของมันรุนแรงมากยิ่งขึ้น”
“หากเ้ามีธาตุไฟ!ให้ดาบของเ้าแผดเผา ให้ปราณของเ้าแผดเผา ให้ิญญาของเ้าแผดเผา! เมื่อใบดาบของเ้าติดไฟเมื่อนั้นแหละที่เ้า สำเร็จทักษะดาบของข้า!”
ดาบในมือของเฒ่าหวงหมุนเร็วขึ้นเร็วขึ้นทุกที เสียดสีกับอากาศจนสร้างประกายไฟ กระทั่งทำให้อากาศโดยรอบกลายเป็กองเพลิงมีดคู่แหวกอากาศไปมาราวกับัอัคคีที่โจน ทะยานสร้างภาพน่าเกรงขามแก่ผู้พบเห็น
ัอัคคีบิดร่างพุ่งเข้าใส่เฟิ่งหยูซึ่งเห็นได้ชัดว่ามิอาจต้านทักษะเทวะนี้ได้ ทว่าในเสียว วินาทีสุดท้ายัเพลิงก็บิดร่างทะยานขึ้นฉีก ขย้ำความมืดมิดอันคลี่คลุมฟ้าราตรีเหนือหมู่บ้านจนแหลกเป็ชิ้นๆ เฟิ่งหยูอ้าปากค้างมองท้องฟ้าอันถูกแหวกเป็ช่องประจักษ์พยานของฤทธานุภาพเพลงดาบของเฒ่าหวง ทุกเศษเสี้ยวของัเพลิงและพลังงานดาบอันรุนแรงก่อรูปัสว่างไปทั่ว
เฟิ่งหยูจ้องมองเฒ่าหวงที่กำลังแสดงเพลงดาบให้กับเขาเฟิ่งหยูมองดูเฒ่าหวงด้วยความรู้สึกชื่นชมนับถือจากนั้นเขาจึงวางดาบลงแล้วเดินไปหาเฒ่าหวง
“ดาบของเฒ่าหวงต้องไวและเฉียบคม จนสร้าง ประกายไฟได้ถึงจะเรียกว่าทักษะชั้นสูงเ้าต้องหมั่นฝึกฝนจึงจะสามารถก้าวไปถึงขั้นนั้นได้”
“เฟิ่งหยู ทดลองกวัดแกว่างดาบในมือของเขาเขากวัดแกว่างดาบเร็วขึ้น เร็วขึ้นจากนั้นเขาพลันคิดได้ว่าภายในตัวของเขามีเปลวเพลิงฟ้า์อยู่เขาจึงเริ่มชักนำเปลวเพลิงผ่านเส้นลมปราณมาสู่แขน มือ นิ้วมือและส่งมันไปที่ตัวดาบ เมื่อตัวดาบของเขาผสานเข้ากับเปลวเพลิงฟ้า์ดาบที่กวัดแกว่งออกมาจึงมีสีฟ้าสดใส เป็เปลวเพลิงขยายตัวออกไปเรื่อย ๆเมื่อใดที่เขากวัดแกว่งดาเร็วขึ้นความเฉียบคม และเปลวเพลิงก็จะรุนแรงขึ้นเรื่อย เฟิ่งหยูะเิพลังไร้ เทียมทานข้ามพ้นขีดจำกัดของเสียงและอากาศ! เขากวัดแกว่างดาบจนสร้างเสียงสายฟ้าฟาด!”
ค รื น น น!
เสียงะเิทึบแน่นลันคล้ายกับเสียงฟ้าคำรามดังออกมาจากเพลงดาบของเฟิ่งหยูเมื่อเขา ฟาดฟันอากาศเบื้องหน้า
บึ้ ม บึ้ ม บึ้ ม!
เฟิ่งหยูบอกไม่ถูกว่าดาบของเขานั้นรวดเร็วแค่ไหนเมื่อปลดปล่อยเพลงดาบออกไปอย่างต่อเนื่องดูเหมือนกับว่าอีกเฟิ่งหยูมีดาบนับร้อยนับพันฟาดฟันออกไปภายในการลงดาบเพียงครั้งเดียวส่งให้ประกายไฟกระซ่านกระเซ็นไปทั่วทุกทิศทางอย่างต่อเนื่อง!