มาริลีน บริกก์ดับสวิตช์เครื่องดูดฝุ่นลงทันทีที่ได้ยินเสียงเคาะตรงหน้าประตูเหลือบมองนาฬิกาที่แขวนอยู่กับผนังครัว มันเพิ่งจะเที่ยงเท่านั้นรู้สึกว่าวันนี้เขามาเร็วเกินไป...
แต่ปรากฏว่าคนที่มาเคาะประตูไม่ใช่มิสเตอร์การ์ริสันแต่เป็มิสซิสเพิลซิงสกี้ ซึ่งเป็เ้าของบ้านที่เธอเช่าอยู่นางโผล่หน้าที่พอกไว้ด้วยเครื่องสำอางหนาหนักเข้ามาที่ประตูมาริลีนรีบก้าวถอยหลังให้ห่างจากกลิ่นเครื่องเทศกับบุหรี่ที่ระเหยออกมาจากลมหายใจของนาง
“ไหนเธอบอกว่าวันนี้เธอจะจ่ายค่าเช่าให้ฉันยังไงล่ะ?”
“ใช่ค่ะคุณนายเพิลซิงสกี้แต่กว่าฉันจะได้เงินก็ต้องเป็ตอนบ่ายนะคะ”
“ตอนแรกบอกว่าเช้าแต่นี่เปลี่ยนเป็บ่ายอีกแล้ว ฉันน่ะรอค่าเช่าจากเธอมา 2 อาทิตย์แล้วนะ”
“ต้องขอโทษอย่างมากเลยนะคะคุณนายเพิลซิงสกี้ฉันทราบค่ะว่าได้สัญญาไว้อย่างนั้น แต่ว่าเดือนนี้อะไรๆ มันก็ติดขัดไปหมดอีกครึ่งชั่วโมงจะมีลูกค้ามาขอคำปรึกษาค่ะ ส่วนใหญ่เขาจะจ่ายเงินล่วงหน้าไว้ให้พอได้เงินฉันจะรีบเอาไปให้คุณนายที่ห้องทันทีเลยนะคะ”
มิสซิสเพิลซิงสกี้มองผ่านร่างเธอไปยังโต๊ะตัวเล็กที่ตั้งอยู่ในส่วนที่เป็ห้องรับแขกบนโต๊ะตัวนั้นมีสิ่งที่เรียกว่า “อุยจา บอร์ด” เก่าคร่ำคร่าตั้งอยู่
“ฉันว่าเธอน่าจะหางานหลักทำดีกว่านะมาริลีน”
“ใช่ค่ะฉันเองก็คิดเื่นี้อยู่เหมือนกัน จริงๆ นะคะ”
“จะให้ฉันรอค่าเช่าจาเธอเหมือนขอทานแบบนี้มันเป็ไปไม่ได้หรอกนะ”
“ฉันขอโทษอย่างมากเลยค่ะ”
“ผู้หญิงหน้าตาอย่างเธอเขาหาเงินกันได้ถมเถไปและเธอก็ไม่จำเป็จะต้องมาหมกตัวอยู่ที่นี่ด้วย”
“แต่จริงๆแล้วฉันชอบที่นี่มากนะคะ”
มิสซิสเพิลซิงสกี้กวาดสายตามองไปรอบๆอพาร์ตเม้นท์เป็ครั้งสุดท้าย ก่อนจะชะโงกหน้าเข้ามาหาและพูดด้วยน้ำเสียงข่มขู่ว่า
“เอาละฉันจะรอดูตอนบ่ายวันนี้อีกที”
เมื่อเ้าของห้องเช่ากลับไปแล้วมาริลีนก็เดินกลับเข้าไปในห้องรับแขกทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟา รู้สึกหมดกำลังใจอย่างไม่เคยเป็มาก่อนตุลาคมเป็เดือนเลวร้ายที่สุดของ่ปีเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมามันก็ไม่ได้มีอะไรดีกว่านี้เลยเงินสดที่มีอยู่ดูจะขาดมือลงอย่างรวดเร็ว
ก่อนหน้านี้เธอได้ลงโฆษณาในหน้าหนังสือพิมพ์นิวเอจกาเซทท์ แต่จนกระทั่งบัดนี้แล้วก็ยังไม่มีใครติดต่อมาเลยสักรายเดียวไม่รู้ว่าลูกค้าหายหน้าหายตาไปไหนกันหมดอาจจะเป็เพราะผู้คนไม่สนใจที่จะติดต่อพบปะกับผู้ที่ล่วงลับไปแล้วอีกต่อไปก็ได้อันที่จริงเธอก็พอจะมีลูกค้าที่เป็ขาประจำอยู่แต่ใช่ว่าพวกเขาจะมาหาเธออย่างสม่ำเสมอหรือก็เปล่า...
นอกจากนั้นเธอยังลงโฆษณาในหน้าหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นอีกถึง2 ฉบับ เสนอบริการต่างๆที่น่าจะเรียกร้องความสนใจของผู้คนได้ เช่นการติดต่อทางกระแสจิตการทำนายโชคชะตาด้วยลูกแก้ว การปรึกษาทางด้านจิตศาสตร์การติดต่อกับผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว และที่ยิ่งกว่านั้นคือการทำเสน่ห์ และ ฯลฯ
มันเป็เื่ของมายาศาสตร์ที่ผู้คนในโลกทุกวันนี้ล้วนให้ความสนใจอย่างยิ่ง
แต่ในยามนี้เธอกลับอยากจะร้องไห้ออกมาดังๆ เสียเหลือเกินเพียงแต่สกัดกั้นไว้ไม่ยอมให้ตัวเองหลั่งน้ำตาเท่านั้นเพราะถึงอย่างไรตอนนี้เธอก็จะต้องรีบทำความสะอาดบ้านให้เสร็จก่อนที่มิสเตอร์การ์ริสันจะมาถึงอยากให้เขาได้เห็นความเป็ระเบียบเรียบร้อย มีบรรยากาศที่น่านั่งมากกว่า
เธอใช้เวลาอีก 15นาที จึงจัดสถานที่ให้ดูสะอาดตาได้เมื่อเรียบร้อยแล้วก็เดินไปรูดม่านตรงหน้าต่างให้แสงสว่างสาดส่องเข้ามามาริลีนบอกกับตัวเองอยู่ว่า...วันนี้ช่างเป็วันที่อากาศสดใสเหลือเกินถ้าเป็ไปได้เธอเห็นจะต้องออกไปกินอาหารกลางวันเป็การปิกนิกคนเดียว ในสวนสาธารณะเป็การหาความสุขเล็กๆ น้อยๆ ให้กับตัวเองด้วยหนังสือสักเล่มใต้บรรยากาศของร่มไม้เมื่อคิดมาถึงตรงนี้อารมณ์และความรู้สึกของเธอก็ดีขึ้นอย่างมาก
อย่างน้อยในชีวิตนี้ก็ยังพอจะหาความสุขให้กับตนเองได้บ้าง...
ครั้งนี้เมื่อมีเสียงเคาะดังขึ้นตรงหน้าประตู มาริลีนก็พร้อมแล้วเธอเดินไปเปิดประตูด้วยรอยยิ้มที่ฉาบอยู่บนใบหน้า...
“มาริลีน...วันนี้หน้าตาคุณดูสดใสมากนี่”
เขากอดและจูบเธอแรงๆที่แก้ม มาริลีนรู้สึกอบอุ่นใจยิ่งนัก เมื่อได้อยู่ในอ้อมแขนของชายสูงอายุซึ่งเป็ลูกค้าประจำของเธอมากกว่า5 ปีแล้วเขาโยนเสื้อโอเวอร์โค้ทลงบนเครื่องทำความร้อนข้างประตูจัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อยแล้วจึงได้เดินเข้ามาภายในอพาร์ตเม้นท์
เขาทำจมูกฟุดฟิดเมื่อเดินเข้ามาในห้องรับแขก...
“ต้องขอโทษด้วยนะคะสำหรับกลิ่นที่คุณกำลังได้รับอยู่เมื่อวานนี้แขกคนหนึ่งมาหาฉันที่นี่ เขาชอบให้ฉันจุดธูปกำยานน่ะค่ะ”
“ไม่เป็ไรหรอกแม้ว่ากลิ่นมันจะค้างมาตั้งวันแต่ก็ไม่ถึงกับเหม็นอะไรนี่” เขาทิ้งตัวลงนั่งในโซฟาเบื้องหน้า” อุยจา บอร์ด”
“จะดื่มอะไรดีคะกาแฟ ชาหรือว่าน้ำผลไม้?”
“ไม่ต้องหรอกขอบใจ”
เธอรีบทรุดตัวลงนั่งตรงข้ามเขา
“วันนี้มีอะไรพิเศษที่อยากถามหรือคะ?”คำถามของเธอทำให้มิสเตอร์การ์ริสันยิ้มออกมาเหมือนเด็ก
“คือวันศุกร์ที่จะถึงนี่เป็วันเกิดของเมียผมก็เลยอยากรู้ว่าจะซื้ออะไรให้เธอดี เฟรดน่าจะรู้ดีเพราะเขาสนิทกันมากนี่เขาเป็คนที่รู้จักเลือกของขวัญให้เมียผมได้ดีกว่าผมเสียอีก”
“แล้วมีเื่อื่นอีกไหมคะ?”
“ก็เหมือนเดิมเื่หุ้น 2-3ตัวที่ผมอยากจะปรึกษาเขานั่นแหละ”
เฟรด โนวัคเป็ทั้งเพื่อนสนิทและหุ้นส่วนธุรกิจร่วมกับธีโอดอร์ การ์ริสันมานานมากจนถึงวันที่เขาตายลงเมื่อ 6 ปีก่อน แต่บุคคลทั้งสองก็ยังพบปะเจอะเจอกันอยู่เสมอโดยผ่านทางมาริลีนนั่นเอง
เธอวางนิ้วมือลงบนเหรียญในกระดานอุยจาบอร์ด อย่างแ่เบา
“จะต้องดูรูปเขาด้วยไหมมาริลีน?”
“ไม่ต้องหรอกค่ะคุณการ์ริสันตอนนี้ฉันเริ่มคุ้นกับเขาแล้ว”
การติดตามหาดวงิญญาของเฟรดโนวัคค่อนข้างง่ายเพราะเขาเป็จิติญญาที่เร่ร่อนและมักจะรอคอยการติดต่ออยู่ก่อนแล้วในตอนแรกเขาก็พยายามหลีกเลี่ยงการเรียกของมาริลีนอยู่เหมือนกันแต่เธอใช้วิธีบังคับเอาคำตอบจากเขาจนได้ผู้ที่ล่วงลับไปแล้วนั้นถ้า้าจะแฝงเร้นตัวเองย่อมสามารถทำได้ตามใจชอบอยู่แล้วและเมื่อครั้งที่ยังมีชีวิตอยู่ เฟรด โนวัค จัดว่าเป็คนเ้าเล่ห์คนหนึ่งซึ่งเื่นี้มิสเตร์การ์ริสันเป็คนเล่าให้เธอฟังเอง
เธอหลับตาลงตั้งสมาธิให้มั่นนึกแต่ภาพใบหน้าที่เคยเห็นในรูปถ่ายใบหน้าอ้วนกลมที่ประกอบด้วยหนวดโค้งลงมาจนถึงปลายคางกับดวงตากลมโตคู่นั้น
“เจอแล้วค่ะ”เธอบอกกับมิสเตอร์การ์ริสัน
“หวังว่าเราไม่ได้รบกวนเขามากเกินไปนะ”การ์ริสันพูดปนหัวเราะ
เหรียญวิ่งไปรอบกระดานมันสะกดคำผรุสวาทออกมาคำหนึ่ง
“ใช่เขาจริงๆเสียด้วยสิ” ” เหรียญยังคงวิ่งวนต่อไปเป็ข้อความว่า
“เฮลโลเทค...เฮลโลมาริลีน...”
“เฮลโล คุณโนวัค”มาริลีนตอบออกไป
“เฮลโลหุ้นส่วนเก่า...” การ์ริสันสัพยอก
1 ชั่วโมงหลังจากนั้นมาริลีนได้ผ่านคำถามของฮาร์ริสันไปยังโนวัคและเขาก็ได้รับคำตอบจากเหรียญที่วิ่งวนไปทั่วแผ่นกระดานทันทีมันเป็คำตอบที่เที่ยงตรงอย่างยิ่ง มาริลีนรู้จักวิธีใช้กระดานแผ่นนี้ดังนั้นจึงไม่มีความผิดพลาดหรือมีคำตอบที่เกินเลยต่อความเป็จริงไปได้ ผู้ที่เป็”สื่อ” บางคนอาจจะไม่มีความรู้หรือความเข้าใจในวิธีการแบบเดียวกับเธอก็ได้
เมื่อพิธีกรรมดังกล่าวเสร็จเรียบร้อยลงมิสเตอร์การ์ริสันก็เอนหลังลงพิงพนักโซฟา มือทั้งสองข้างประสานกันรองท้ายทอย
“ดอกไม้...เขาคิดว่าผมควรจะให้ดอกไม้ในวันเกิดของเมียสินะ”
มาริลีนมีความรู้สึกว่าตัวเองสดชื่นขึ้นอย่างมากการติดต่อกับจิติญญามักทำให้เธอเป็เช่นนี้เสมอ
“ถ้าเป็ฉันก็คงดีใจที่ได้รับดอกไม้เหมือนกันค่ะ”
เธอเดินเข้าไปในครัวรินน้ำผลไม้ใส่แก้วมารับรองแขกเมื่อกลับออกมาก็พบว่ามิสเตอร์การ์ริสันกำลังพิจารณากระดาน อุยจาบอร์ดอยู่อย่างสนใจ
“เอ...ผมว่ามันเคลื่อนไหวได้เองนะนี่”เขาเอ่ยออกมาอย่างแปลกใจ
“คุณว่าอะไรนะคะ?”
“ตอนที่คุณเดินเข้าไปข้างในเหรียญรูปหัวใจนี่มันเหวี่ยงตัวไปตามตัวอักษรที่อยู่บนกระดานเอง”
มาริลีนเงียบงันไปทันทีสิ่งที่เขาพูดอยู่นี้ดูไม่ใช่เื่ปกติเสียแล้วเธอเดินเข้าไปใกล้กระดานศักดิ์สิทธิ์แผ่นนั้นและตอนนั้นเองที่เหรียญรูปหัวใจเคลื่อนตัวอย่างรวดเร็ว
“นั่นไง...นั่นไง...”มิสเตอร์การ์ริสันร้อง
“ฉันเห็นแล้วค่ะคุณการ์ริสัน”
มาริลีนทรุดตัวลงนั่งจับตาอยู่ที่แผ่นกระดานไม่ได้เอื้อมมือไปััเหรียญ
“คุณเป็ใคร?”
เหรียญหมุนคว้างอยู่กลางกระดานก่อนจะไปหยุดอยู่ตรงคำว่า“ไม่”
“เฟรดหรือเปล่านั่นน่ะกลับมาเล่นตลกอะไรอีกล่ะ?”
“รู้สึกว่าจะเป็แขกที่ไม่ได้รับเชิญมากกว่าค่ะ”
“น่าตื่นเต้นดีนี่”
เหรียญรูปหัวใจเคลื่อนตัวอีกครั้งคราวนี้มีความมั่นคงขึ้น สะกดเป็ข้อความได้ว่า “ช่วยเขาด้วย”
“ช่วยเขา...ช่วยใครกัน?”มาริลีนถามเสียงเบา
เหรียญหมุนคว้างก่อนจะลอยตัวสูงขึ้นจากพื้นกระดานและตกลงบนพื้นห้อง
“ไปเสียแล้ว”เธอร้องอย่างเสียดาย
มิสเตอร์การ์ริสันผุดลุกขึ้นยืนส่ายหน้าอย่างไม่เข้าใจอะไรเลย
“เป็เื่แปลกมากทีเดียวมาริลีนคุณคิดว่าจะทำอะไรพรรค์นี้ให้ดูได้บ้างไหมนี่?”
มาริลีนเปล่งเสียงหัวเราะออกมาเบาๆมันเป็เสียงหัวเราะที่บ่งบอกถึงความกังวลใจอย่างประหลาดมิสเตอร์การ์ริสันดึงซองธนบัตรออกมานับได้ 200 เหรียญแล้วจึงส่งให้มาริลีนแต่ก่อนที่เขาจะเก็บซองเงินเข้าที่ เขาได้จับตาอ่านความรู้สึกในสีหน้าของเธออยู่
“ผมรู้ว่าคุณกำลังมีความยุ่งยากใจแล้วมันก็ไม่ใช่เื่ที่เกี่ยวกับสิ่งที่เราเห็นเมื่อกี้นี้ด้วย”
“ไม่มีอะไรหรอกค่ะ”
“ไม่ใช่ไม่มีอะไร...เื่เงินใช่ไหม?”
“ไม่เป็ไรหรอกค่ะฉันต้องแก้ปัญหาได้อยู่แล้ว เอาไว้พบกันเดือนหน้านะคะคุณการ์ริสัน”
แต่ดูเหมือนเขาจะไม่ยอมให้เธอยับยั้งเขาไว้เพียงแค่นั้น...
“มาริลีนสิ่งที่คุณทำอยู่ทุกวันนี้มันเป็อะไรที่พิเศษสุดทีเดียวนะโดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผมและแน่นอนที่มันจะต้องเป็ประโยชน์ให้กับคนอื่นๆ ด้วย”เขาเปิดซองเงินอีกครั้ง คราวนี้ดึงธนบัตรออกมาปึกใหญ่ “ผมไม่อยากเสี่ยงกับการที่จะต้องสูญเสียคุณไปและผมก็ไม่อยากเห็นคุณเดือดเนื้อร้อนใจในเื่ที่ผมพอจะให้ความช่วยเหลือได้ด้วยเพราะฉะนั้นจงอย่าปฏิเสธเงินจำนวนนี้เลยนะ”
เขาวางเงินจำนวนนั้นลงบนกระดานอุยจาบอร์ด มาริลีนมีความรู้สึกเหมือนอยากจะหลั่งน้ำตาออกมาเสียให้ได้
“ขอบคุณเหลือเกินค่ะคุณการ์ริสัน”
“ขอบใจมากนะมาริลีน”