ทรรศกรพาปั้นหยา ภรรยาป้ายแดงมาที่สุสานแห่งหนึ่ง ตามคำขอร้องของชลนาศ
“คุณพาฉันมาที่นี่ทำไมคะ” ปั้นหยาถามสามี
“นายทรรศกรพาเธอมาที่นี่ตามคำขอร้องของฉันน่ะ” ลลิพัศน์กล่าว
“แล้วทำไมต้องพามาในสถานที่น่ากลัวแบบนี้ด้วยล่ะ” ปั้นหยาสงสัย
อยู่ดีๆ ชลนาศหรือลลิพัศน์ก็คุกเข่าต่อหน้าปั้นหยา จนสองสามีภรรยาพากันใ
“ฉันขอโทษนะปั้นหยา ความจริงแล้วฉันไม่ใช่ชลนาศ แต่เป็ลลิพัศน์ ชลนาศเสียชีวิตั้แ่สองปีที่แล้วแล้ว” ลลิพัศน์ยอมเผยความจริง
“ห๊า อะไรนะ นี่เธอกล้าพูดเล่นอย่างนี้ได้ยังไง ฉันไม่ตลกด้วยหรอกนะ” ปั้นหยาใ
“นั่นไง ป้ายหลุมศพของชลนาศเพื่อนตัวจริงของเธอ” ลลิพัศน์กล่าว
ปั้นหยาหันไปเห็นชื่อและนามสกุลที่ป้ายหลุมศพเป็ชื่อ ชลนาศ จิตสวนันท์ จริงๆ เสียชีวิตเมื่อสองปีที่แล้ว
“ไม่จริงใช่มั้ย มันเป็เื่กุขึ้นมาใช่มั้ย ฮือ ฮือ ยัยชล มันเกิดขึ้นได้ยังไง ฮือ ฮือ” ปั้นหยาร้องไห้เพราะไม่คิดว่าเพื่อนตัวจริงของเธอจะตายไปแล้ว
ลลิพัศน์ลุกขึ้นมาแล้วเล่าเื่ราวทั้งหมดให้คนทั้งคู่ฟัง ความว่า
“ความจริงแล้วชลนาศป่วยเป็โรคไต ฉันเป็หมอประจำอยู่ที่อเมริกา เลยได้เป็คนผ่าตัดเปลี่ยนไตให้กับชลนาศ และอาการป่วยของเธอก็ดีขึ้นเรื่อยๆ ั้แ่นั้นมาชลนาศเห็นฉันเป็ผู้มีพระคุณ เธอก็เลยมาเยี่ยมฉันที่โรงพยาบาลอยู่เรื่อยๆ จนกระทั่งวันหนึ่งฉันถูกมาเฟียพรรคัแดงตามฆ่า ชลนาศ้าตอบแทนบุญคุณเลยเอาตัวเข้ามาบังะุแทนฉัน ฉันพยายามจะช่วยชีวิตชลนาศ แต่เธอกลับผลักฉันตกแม่น้ำแห่งหนึ่ง พวกมันเข้าใจว่าชลนาศเป็ฉัน เลยยิงเธอซ้ำแล้วก็หนีไป ส่วนฉันก็ถูกพัดพาตามกระแสน้ำ กว่าจะฟื้นก็ใช้เวลาถึงสามวัน ฉันพยายามรีบตามหาชลนาศ แต่ก็พบว่าเธอได้เป็ศพไปแล้ว ทุกคนในโรงพยาบาลรู้ว่าฉันถูกตามฆ่า เลยช่วยกันแจ้งว่าศพนั่นคือฉัน แล้วให้ฉันสวมรอยเป็ชลนาศเพื่อรักษาชีวิตให้รอดและกลับมาประเทศไทยอย่างปลอดภัย” ลลิพัศน์เล่า
“แต่ชลนาศไม่ควรมีอายุสั้นแบบนี้นี่ แล้วเธอก็ไม่มีสิทธิ์สวมรอยเป็ชลนาศด้วย” ปั้นหยาโกรธ
“ฉันขอโทษ ที่ฉันขี้ขลาดตาขาวยอมสวมรอยเป็ชลนาศเป็เวลาสองปีเต็ม แต่ตอนนี้ฉันต้องเผชิญหน้ากับความจริงและอันตรายทุกสิ่งอย่างได้แล้ว ครอบครัวฉันในตอนนี้ก็สูญเสียโรงพยาบาลไปแล้ว แต่ยังโชคดีที่ฉันยังสามารถรักษาชีวิตของน้องสาวฉันไว้ได้ ไม่งั้นฉันก็ไม่มีหน้าไปพบพ่อกับแม่บน์ได้อีก” ลลิพัศน์พูดทั้งน้ำตา
“แล้วทำไมครอบครัวเธอถึงประสบภัยมากมายถึงเพียงนี้ล่ะ” ปั้นหยาเริ่มเห็นใจ
“พ่อฉันไปแย่งชิงโรงพยาบาลมาจากคุณอำนาจ ซึ่งเป็พ่อของหมอพงศธร ทำให้คุณอำนาจถึงขั้นหัวใจวายเสียชีวิตเฉียบพลันเพราะไม่อาจทนกับการสูญเสียเงินและอำนาจได้ ทำให้หมอพงศธรแค้นครอบครัวของฉันมาก ห้าปีต่อมาเหมือนเป็เวรกรรม ฉันและน้องสาวต้องสูญเสียพ่อแม่ไปเพราะเครื่องบินตก ฉันยังคงต้องเรียนให้จบและใช้ทุนเรียนด้วยการทำงานเป็หมอที่อเมริกา ส่วนน้องสาวต้องสืบต่อกิจการของพ่อ และหลังจากนั้นหมอพงศธรก็เริ่มแผนการแก้แค้น เขาเป็คนในพรรคัแดง คงมีตำแหน่งใหญ่โตที่นั่นถึงมีอำนาจสั่งการให้คนมาฆ่าฉันได้ถึงที่อเมริกา ส่วนตัวหมอก็มาหลอกให้น้องสาวฉันหลงรักและมีความสัมพันธ์กันอย่างลับๆ ทำให้ไม่มีใครเชื่อว่าหมอและลลิวรรณเป็คู่รักกัน เพราะต่อหน้าทุกคน หมอพงศธรก็ควงธัญสิยาอย่างเปิดเผย และเพราะน้องสาวฉันถูกหลอก ดังนั้นเธอเลยไม่รับผิดชอบต่อหน้าที่และคอยแต่ตามหึงหวงหมอพงศธรเท่านั้น ทำให้ฝ่ายบริหารร่วมมือกันปลดน้องสาวฉันออกจากตำแหน่งและแต่งตั้งให้หมอพงศธรเป็ผู้อำนวยการโรงพยาบาลแทน ทำให้เขาสามารถชิงอำนาจสำเร็จ” ลลิพัศน์เล่ายืดยาว
“ไม่น่าเชื่อว่าหมอพงศธรจะน่ากลัวถึงเพียงนี้” ปั้นหยากล่าว
“ฉันขอโทษจริงๆ นะปั้นหยา แต่เพราะฉันมีเธอ ทำให้ฉันไม่รู้สึกโดดเดี่ยวและพยายามต่อสู้ชีวิต ตอนนี้ฉันไม่มีความจำเป็ที่ต้องสวมรอยเป็ชลนาศอีกต่อไป ฉันพร้อมที่จะเผชิญอันตรายทุกอย่างแล้ว” ลลิพัศน์อย่างเข้มแข็ง
ปั้นหยาเข้าไปกอดลลิพัศน์ “ถึงคุณไม่ใช่ชลนาศ แต่ฉันก็เห็นคุณเป็เพื่อนเกลอของฉัน หากมีอะไรให้ฉันช่วย บอกได้ตลอดเวลา ฉันจะอยู่เคียงข้างคุณเสมอ”
“งั้นเรียกฉันว่าพัศน์จะได้มั้ย และปฏิบัติกับฉันแบบเดิมจะได้มั้ย” ลลิพัศน์ดีใจที่ปั้นหยายอมรับเธอเป็เพื่อน
“ได้สิเพื่อนรัก เธอไม่ได้ตัวคนเดียว เธอยังมีฉันและชลนาศ ฉันคิดว่าชลนาศก็เห็นเธอเป็เพื่อนเหมือนกัน” ปั้นหยากล่าว
“ขอบใจมากเพื่อน” ลลิพัศน์กล่าวอย่างซึ้งใจ
“เอาล่ะ งั้นพวกเราไปทำบุญให้ชลนาศกันดีมั้ย” ทรรศกรกล่าว
“โห ั้แ่แต่งงานไป นายมีความคิดดีขึ้นตั้งเยอะแหนะ” ลลิพัศน์กล่าว
“นี่คือคำชมรึเปล่า รู้สึกทะแม่งๆ นะ” ทรรศกรกล่าว
“ไปกันเถอะค่ะ สามีสุดที่รัก” ปั้นหยากล่าวตัดบท
ทั้งสามคนเลยได้ไปทำบุญให้กับชลนาศทันที
“แล้วพวกเธอพักอยู่ที่ไหนน่ะ ไปพักกับยายฉันมั้ย” ลลิพัศน์เสนอ
“ไม่ล่ะ เธอก็ปล่อยให้พวกเราสวีทกันบ้างสิ ที่ผ่านมาเธอก็คอยแต่จะขัดขวางฉันกับปั้นหยามาโดยตลอด จนกระทั่งฉันแต่งงานแล้วยังจะมาขัดขวางฉันอีก” ทรรศกรบ่น
“โห ฉันก็แค่กลัวพวกเธอเปลืองค่าที่พักที่กรุงเทพฯ เท่านั้นเอง แต่อย่างว่านะ นายเป็ถึงนายหัวนี่ เอาล่ะฉันไม่เป็ กขค แล้วก็ได้ ตามสบายก็แล้วกัน” ลลิพัศน์กล่าว
ปั้นหยาเข้ามากอดหมอพัศน์ไว้ พร้อมกับกล่าวว่า “ระวังตัวนะพัศน์ อย่าลืมว่าฉันพร้อมที่จะช่วยเธอเสมอนะ”
“ขอบใจจริงๆ เพื่อน ไม่มีอะไรหรอกน่า เดี๋ยวอีกสองเดือนฉันจะไปเยี่ยมพวกเธอที่สุราษฎร์ธานีเลย คอยดูแล้วกัน” ลลิพัศน์กล่าวไปอย่างนั้นเอง แต่ความจริงแล้วเธอได้เตรียมใจไว้แล้ว
ลลิพัศน์ไปส่งทั้งคู่ขึ้นรถ สักพักคนของพรรคัแดงก็มาเชิญตัวเธอให้ตามพวกเขาไป
******************************************************
ลลิพัศน์เตรียมใจที่จะตายแล้ว เพราะยังไงเธอก็คงหนีคนของพรรคนี้ไม่พ้นอยู่ดี แต่ทว่า
“เธอนะหรอ คือลลิพัศน์” หลินชิงกล่าว
“เธอล่ะเป็ใคร แล้วพาฉันมาที่นี่ทำไม” ลลิพัศน์สงสัย
“บอกให้ก็ได้ ฉันคือหลินชิง เป็ลูกสาวหัวหน้ามาเฟียพรรคัแดง ฉันจะบอกให้เธอรู้ไว้ว่า วันพรุ่งนี้จะมีการประลองเพื่อชิงตัวฉัน เธอรู้มั้ยว่าพี่ธนพัฒน์กับหมอพงศธรก็เข้าร่วมการประลองด้วย” หลินชิงพูดอวด
“แล้วมันเกี่ยวอะไรกับฉันล่ะเนี่ย” ลลิพัศน์สงสัย
“อ้าวก็เห็นว่าพี่ธนพัฒน์เคยบอกว่ามีคู่หมั้นชื่อลลิพัศน์ไง ที่ฉันพาเธอมาที่นี่ เธอจะได้ตัดใจจากพี่ธนพัฒน์ของฉันซะ แล้วจะได้ไม่ต้องยุ่งเกี่ยวกับคนรักของฉันอีก” หลินชิงกล่าว
“เอ่อ คือว่า ความจริงแล้ว….” ลลิพัศน์กำลังจะบอกว่าเธอกับธนพัฒน์ถอนหมั้นกันแล้วแต่ลูกน้องมาขัดจังหวะเสียก่อน
“คุณหนูครับ คุณธนพัฒน์และพงศธรมาถึงที่พรรคัแดงแล้วครับ” ลูกน้องรายงาน
“งั้นดีเลย ฉันจะไปพบเขา” หลินชิงกล่าวด้วยความดีใจ
หลินชิงกำลังจะลากตัวลลิพัศน์ไปพบธนพัฒน์ แต่ลลิพัศน์รีบดึงมือกลับทันที
“มีอะไรอีกล่ะ เดี๋ยวพี่เขาจะไปพบพ่อแล้วนะ เดี๋ยวก็ไม่ได้เจอหรอก” หลินชิงกล่าว
“เอ่อ เธอก็ไปพบคนเดียวสิ จะพาฉันไปทำไมล่ะ” ลลิพัศน์กล่าว
“ทำไมล่ะ ไม่อยากเจอคู่หมั้นหรอ ไปเถอะ ฉันไม่กล้าไปคนเดียว” หลินชิงพูดอย่างไร้เดียงสา
ลลิพัศน์กำลังจะพูด แต่หลินชิงก็รีบดึงมือลลิพัศน์ไปพบคนรักปานเด็กน้อย จนลลิพัฒน์ขอสวมหน้ากากอนามัยและสวมแว่นดำเพื่อปกปิดไม่ให้ใครรู้ว่าเธอมาที่นี่
หลินชิงไม่เข้าใจแต่ก็ยอมให้ลลิพัศน์ปกปิดตัวตนไว้
******************************************************
“พี่ธนพัฒน์สบายดีมั้ยคะ ทำไมไม่มาเยี่ยมหลินชิงบ้างเลย” หลินชิงกล่าวอย่างดีใจ
“พี่งานยุ่งครับ ไม่ค่อยมีเวลาจริงๆ” ธนพัฒน์กล่าว
“พี่ต้องชนะนะคะ หลินชิงเอาใจช่วยค่ะ” หลินชิงเชียร์เต็มที่
“ขอบใจมากหลินชิง แล้วผู้หญิงคนนั้นล่ะเป็ใคร” ธนพัฒน์เห็นว่าผู้หญิงคนนี้ดูแปลกๆ
“อ้าว ก็ลลิ…โอ๊ย” หลินชิงพูดไม่จบเพราะโดนเหยียบเท้า
ลลิพัศน์เหยียบเท้าหลินชิงไม่ให้พูด และพูดเองว่า “ฉันเป็สาวใช้ของคุณหนูค่ะ เพิ่งมาใหม่ แต่ตอนนี้เป็หวัดเลยต้องสวมหน้ากากป้องกันเอาไว้ค่ะ”
“ขอให้หายไวๆ ก็แล้วกัน งั้นพี่ขอตัวก่อนนะครับ” ธนพัฒน์เข้าไปพบหัวหน้าพรรคทันที
******************************************************
“แล้วเธอจะเหยียบเท้าฉันทำไมล่ะเนี่ย” หลินชิงบ่น
“ก็เธอกำลังจะเผยชื่อฉันนี่ ฉันก็ต้องรีบปรามไว้ไง” ลลิพัศน์กล่าว
“เอ้อ ขอโทษ ฉันเผลอตัวจริงๆ เวลาเห็นหน้าพี่ธนพัฒน์ทีไร ใจมันละลายน่ะ ทำให้ลืมทุกอย่างไปเลย” หลินชิงกล่าว
“อย่าละลายบ่อยก็แล้วกัน” ลลิพัศน์พูดพึมพำ
“ห๊า ว่าไงนะ” หลินชิงไม่ได้ยิน
“เปล่าค่ะ คุณหลินชิง” ลลิพัศน์พูดกลบเกลื่อน