“สามแสน...” เกี่ยวก้อยเด็กสาววัยเพียงสิบเก้าถามกลับด้วยความใเมื่อได้ยินค่าผ่าตัดดวงตาของมารดาจากปากแพทย์ผู้ดูแลรักษา
“ใช่ครับ ตอนนี้ทางหมอพร้อมทุกอย่างเช่นเดียวกับร่างกายของคนไข้ที่พร้อมเข้ารับการผ่าตัดเช่นกัน” หมอใหญ่เอ่ยเหตุผลเร่งรัดกลายๆ เพื่อให้หญิงสาวรีบตัดสินใจเนื่องจากมีผู้ป่วยอีกหลายเคสที่รอเข้ารับการผ่าตัดเช่นเดียวกับแม่ของเกี่ยวก้อย
“เอ่อ...คือ...” เด็กสาวอ้ำอึ้งไม่กล้าจะบอกเื่ที่เธอเงินค่ารักที่เธอยังไม่มีเลยสักบาทในตอนนี้
“ญาติคนไข้มีปัญหาอะไรหรือเปล่า” หมอใหญ่ถามเมื่อเหตุท่าทีกังวลของอีกฝ่าย
"คือเื่ค่ารักษาหนูอยากจะขอเวลาอีกสักหน่อยได้ไหมคะ”
หมอใหญ่แสดงท่าทีหนักใจเมื่อได้รู้ปัญหาใหญ่ของคนไข้รายนี้
“งั้นก็คงต้องให้คนไข้เคสอื่นที่พร้อมกว่าเข้ารับการผ่าตัดก่อน แต่นั่นมันไม่ใช่ปัญหาใหญ่ คือหมออยากจะบอกว่าหลังจากนี้อาจจะต้องรอกระจกตาซึ่งไม่รู้ว่าจะมีการเคสที่บริจาคเช่นนี้เมื่อไหร่”
เหตุผลของหมอสร้างความกังวลใจให้เกี่ยวก้อยเป็เท่าทวีคูณเพราะนอกจากค่าใช้จ่ายจำนวนมหาศาลที่เธอต้องรีบหาแล้ว หากพลาดโอกาสการผ่าตัดครั้งนี้แม่ของเธอก็คงต้องรออย่างไม่มีกำหนด
“หนูขอเวลาสักเดือนนึงจะได้ไหมคะ”
“หมอกลัวว่ามันจะช้าเกินไป ยังไงหมออยากให้ญาติคนไข้รีบสักนิดเนื่องจากเหตุผลที่หมอบอก หวังว่าคงจะเข้าใจ ยังไงหมอขอตัวก่อน” หมอใหญ่เอ่ยก่อนจะขอตัวไปดูคนไข้อื่น
เกี่ยวก้อยแทบจะมองไม่เห็นหนทางที่จะหาเงินจำนวนมากมายขนาดนั้นได้จากที่ไหน แต่เธอก็ต้องละทิ้งความท้อใจเพราะไม่ว่ายังไงเธอต้องสู้เพื่อหาเงินเป็ค่าผ่าตัดดวงตาให้แม่เธอให้ได้
หญิงสาวตัดสินใจเดินทางไปมหาวิทยาลัยเพื่อพบอาจารย์ที่ปรึกษาและทำเื่ดรอปเรียนของเธอเนื่องจากเธอต้องหางานทำเพื่อหาค่ารักษามารดาให้เร็วที่สุด
“อาจารย์เข้าใจเื่ที่เธอต้องหยุดเรียนเพื่อทำงานหาเงินค่ารักษา แต่เงินมากมายขนาดเธอจะไปหามาจากไหนในเวลาไม่ถึงเดือน” อาจารย์ที่ปรึกษาวัยใกล้เกษียณอดถามลูกศิษย์สาวด้วยความเป็ห่วงไม่ได้
“ยังไงหนูก็จะทำให้ได้ค่ะ ถ้ามีงานอะไรอาจารย์บอกหนูด้วยนะคะ ขอร้องล่ะค่ะ”
“เฮ้อ...เดี๋ยวถ้ามีงานพิเศษอะไรอาจารย์จะบอกเราก็แล้วกัน”
ในระหว่างนั้นอาจารย์คณะมัณฑนศิลป์ก็ก้าวเข้ามาในห้องพอดี
“อาจารย์ชาตรีมาก็ดีเลย พอมีงานพิเศษอะไรที่คณะบ้างไหม่นี้” อาจารย์สาวใหญ่อดถามแทนลูกศิษย์ที่นั่งหน้าเศร้าด้วยความทุกข์ใจในปัญหา
“ตอนนี้ก็น่าจะมีแต่งานเป็แบบให้ทางคณะ” อาจารย์มาดเซอร์ตามแบบฉบับอาร์ตติสหันมาตอบกลับ
“ได้ค่ะ งานอะไรหนูก็ทำได้ทั้งนั้นค่ะ” เกี่ยวก้อยรีบเอ่ยแทรกด้วย้าได้งานได้เงินแม้จะเป็เพียงเงินจำนวนเล็กน้อยแต่เธอก็ไม่เกี่ยง
“งั้นเธอลงชื่อรายละเอียดในการติดต่อไว้ อ่อๆ ...อย่าลืมรูปถ่ายด้วยล่ะ เดี๋ยวอาจารย์จะติดต่อกลับไป”
เกี่ยวก้อยยิ้มกว้างด้วยความดีใจพร้อมกับกรอกรายละเอียดก่อนจะหยิบรูปติดบัตรที่เธอพกไว้ในกระเป๋าสตางค์ส่งให้กับอาจารย์มาดติสท์
“รูปติดบัตร นี่เธอไม่มีรูปถ่ายเต็มตัวเลยหรือยังไง”
“ขอโทษด้วยนะ หนูจะเอามาให้วันหลังได้ไหมคะ” เกี่ยวก้อยเอ่ยเสียงเศร้าทำเอาอาจารย์มาดเซอร์ถึงกับถอนใจก่อนจะพยักหน้า
“ก็ได้...”
เด็กสาวยิ้มออกมาด้วยความดีที่อย่างน้อยเธอก็เริ่มมองเห็นหนทางของการได้งานบ้างแล้ว
ภายในคฤหาสน์โชติธนกฤชของนักธุรกิจหนุ่มอทิตติ โนเวล โชติธนกฤช นักธุรกิจนำเข้าส่งออกอัญมณีอันดับต้นๆ ของประเทศ
โครม!!
เสียงขาตั้งกรอบผ้าใบวาดภาพล้มหงายไปบนพื้นห้องด้วยความหงุดหงิดหลังจากเห็นรูปนางแบบที่ทางเอเจนซี่ส่งมาให้เขาเลือก
“เชน เชน...” เสียงห้าวทรงอำนาจเอ่ยเรียกบอดี้การ์ดส่วนตัวซึ่งนอกจากจะทำหน้าที่คอยดูแลความปลอดภัยให้เขาแล้วยังทำหน้าที่เป็เลขาฯ คอยดูแลเื่ส่วนตัวต่างๆ ให้กับอทิตติหรืออาตี้นักธุรกิจอันดับต้นๆ ของเมืองไทยที่สาวน้อยสาวใหญ่มากมากมายต่างพร้อมจะทอดกายให้เขาเฉยชมเพื่อแลกกับเงินก้อนโตหรือตำแหน่งหญิงสาวผู้โชคดีหากได้หัวใจอทิตติชายหนุ่มผู้แสนเ็าประดุจดังูเาน้ำแข็ง
“ครับ คุณอาตี้” ร่างสูงในชุดสูทสีดำก้าวเข้ามาภายในห้องที่เต็มไปด้วยภาพวาดและอุปกรณ์สำหรับ สเก็ตซ์ภาพมากมาย
“ทำไมมีแต่นางแบบหน้าศัลยกรรม ฉันบอกแล้วใช่ไหมว่าฉัน้านางแบบที่ดูเป็ธรรมชาติ สดใส มีเสน่ห์ ไม่ใช่ของปลอมพาสติกผ่านมีดหมอเหมือนแม่พวกนี้” อทิตติขว้างรูปถ่ายปึกหนากระจายเกลื่อนห้อง
“เดี๋ยวผมจะให้ทางเอเจนซี่ส่งรูปนางแบบเซทใหม่มาให้คุณอาตี้เลือก ดีไหมครับ” เลขาฯ หนุ่มเสนอความคิดเห็นตามหน้าที่
“ไม่ต้อง ฉันไม่อยากได้พวกหน้าปลอมๆ นมปลอมๆ ผู้หญิงเสแสร้งพวกนั้นมีอยู่ดาษดื่น นายโทรไปหาอาจารย์ชาตรี เผื่อบางทีอาจจะมีนางแบบที่ฉัน้า” อทิตติบอกความ้าซึ่งนั่นทำให้การทำงานของเชนง่ายขึ้น
“ครับคุณอาตี้” เชนเลขาฯ หนุ่มรับคำก่อนจะรีบไปดำเนินการตามคำสั่งผู้เป็นาย
หลังจากรับคำสั่งจากอทิตติเพียงวันเดียวเลขาฯ หนุ่มก็ได้รับรูปถ่ายและรายละเอียดบรรดานางแบบของอาจารย์ชาตรีซึ่งมีทั้งนักศึกษา จนไปถึงคนธรรมดา พนักงานทั่วไปที่หารายได้พิเศษด้วยการเป็แบบให้นักศึกษาคณะศิลปะวาดภาพและมัณฑนศิลป์ประเภทงานปั้น
“รูปและข้อมูลนางแบบฟรีแลนซ์ที่อาจารย์ชาตรีส่งมาให้ครับ” เชนวางซองเอกสารสีน้ำตาลซึ่งหนาพอสมควรลงบนโต๊ะทำงานของบอสหนุ่ม
“อืม...” อทิตติตอบโดยไม่ได้หันมองซองเอกสารตรงหน้าเพราะจับจ้องให้ความสนใจกับเอกสารสัญญาของลูกค้า
อทิตติทำงานจนลืมเวลาหว่าจะเงยหน้าจากกองเอกสารก็เกือบเวลาเลิกงาน สายตาคมเหลือบมองซองสีน้ำตาลที่วางบนโต๊ะก่อนจะตัดสินใจหยิบเอกสารรวมทั้งรูปถ่ายขึ้นมาไล่ดู
‘นี่ก็ธรรมดาไป นี่ก็ดูไม่มีเสน่ห์ ผอมเกินไป นี่ก็อวบเกินงาม นี่ก็หน้าเรียวจนรู้เลยว่าฟิเลอร์มาแน่นอน’ อทิตติเอ่ยขณะไล่ดูรูปถ่ายในมือเพราะไม่มีหญิงสาวคนไหนที่เข้าตาพอที่จะเป็แบบให้เขาได้เลยสักคน
ชายหนุ่มโยนรูปถ่ายในมือลงบนโต๊ะทำงานอย่างเสียอารมณ์
ปึก!!
‘ไม่มีน่าสนใจสักคน’
ในจังหวะที่ชายหนุ่มกำลังหัวเสีย สายตาพลันเหลือบไปเห็นรูปถ่ายใบเล็กๆ ซึ่งดูเหมือนจะเป็รูปติดบัตรขนาดสองนิ้ว แต่เ้าของรูปถ่ายดูมีเสน่ห์ สดใสตามวัยสาว ดวงตาเป็ประกายแฝงแววเศร้ามันเหมือนซ่อนอะไรบางอย่างที่ทำให้เขาอยากค้นหา
อทิตติรีบหยิบประวัติเด็กสาวขึ้นมาอ่านด้วยอยากรู้ว่าเด็กสาวที่กระตุ้นหัวใจเขาชื่ออะไรเป็ใครมาจากไหน
‘กนกชนก เลิศวนิช ชื่อเล่นเกี่ยวก้อย อายุ....สิบเก้าปีเองหรือ’ อทิตติถอนหายใจเฮือกใหญ่ หนักใจเป็นัยเมื่อเห็นอายุแม่สาวน้อยที่เขาต้องตาต้องใจ เพราะอย่างที่รู้กันนางแบบสาวของเขาทุกคนนอกจากจะนั่งนิ่งๆ เป็แบบให้เขาแล้วยังต้องเป็ดอกไม้บนเตียงให้เขาขยี้ตามข้อสัญญาที่ตกลงกัน