EP8: ร่องรอยาเ็และการปฏิเสธความจริง
ทิวารีบคว้าตัวพิมพาที่ล้มลงบนโต๊ะมิกซ์เสียงอย่างรวดเร็ว โต๊ะควบคุมที่เต็มไปด้วยปุ่มและสายไฟนั้นสร้างาแถลอกและรอยฟกช้ำบนแขนของพิมพาเล็กน้อย
“พิม! เป็อะไรรึเปล่า!” ทิวาถามอย่างร้อนรน เขาไม่ได้ใส่ใจกับรอยแผลมากเท่ากับสิ่งที่เขาเห็น—เงาและกลิ่นมะลิที่ยังคงตามมาหลอกหลอนเขา
พิมพานิ่วหน้าด้วยความเ็ปเล็กน้อย แต่ก็ค่อย ๆ ลุกขึ้นยืนอย่างช้า ๆ
“พิมพาไม่เป็ไรค่ะพี่ทิวา... คงจะ... คงจะสะดุดสายไฟน่ะค่ะ” พิมพาตอบด้วยเสียงแ่เบา เธอมองไปรอบห้องอย่างสงสัย ก่อนจะกลับมามองทิวาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความคาดคั้น “แต่ที่พี่บอกว่าพิมพาเปลี่ยนเนื้อเพลง... พี่ไม่ได้โกหกใช่ไหมคะ”
ทิวาถอนหายใจยาว “ไม่... พี่ไม่ได้โกหก” เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง “เนื้อเพลงที่เราแต่งไว้มันบริสุทธิ์กว่านี้มาก และมันไม่มีคำว่า ‘ทรยศ’ หรือ ‘ความตายเคียงข้าง’ อยู่เลย”
“แต่พิมพารู้สึกว่าท่อนนั้นมันออกมาจากข้างในจริงๆ นะคะ” พิมพายืนยัน “เหมือนว่ามีใครกำลังบอกให้พิมพาร้องแบบนั้น... บอกให้พิมพาเตือนพี่ทิวา”
คำพูดของพิมพายิ่งตอกย้ำความเชื่อของทิวาว่าสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดไม่ใช่ความบังเอิญ ทิวาเริ่มเชื่อแล้วว่าอดีตคู่หูของเขากำลังกลับมาทวงคืน!
“พิมพา... พี่ว่าเราหยุดก่อนดีไหม” ทิวารีบเก็บอุปกรณ์อย่างลุกลี้ลุกลน “พี่ว่าสตูดิโอนี้มันไม่ดีแล้ว เราค่อยหาที่อื่นทำเพลง”
พิมพาแตะที่แขนทิวาเบา ๆ มือของเธอเย็นเฉียบ “แต่เพลงยังไม่เสร็จนะคะพี่ทิวา”
“แต่เราาเ็!” ทิวาพูดเสียงดัง “มันอันตราย!”
“าเ็แค่นี้ไม่เป็ไรหรอกค่ะ” พิมพายิ้มอย่างน่ากลัว “พี่ทิวาคงจะจำไม่ได้... แต่ใครบางคนเคยาเ็มากกว่านี้หลายเท่านัก... เพียงเพราะ พี่ทิวาผิดคำพูด”
ทิวาสะบัดแขนออกจากการเกาะกุมของพิมพาอย่างรวดเร็ว เขาเหลือบมองไปที่มุมห้องอีกครั้ง ที่ซึ่งเขารู้สึกถึงกลิ่นมะลิแรงขึ้นเรื่อย ๆ
“พอแล้วพิมพา!” ทิวาะโ “พี่จะยกเลิกการเช่าสตูดิโอนี้! เราจะกลับ!”
เขาพยายามดึงดันพิมพาให้ออกไปจากห้องอัด แต่พิมพากลับยืนขวางประตูไว้
“พี่ทิวาจะหนีความสำเร็จของตัวเองเหรอคะ” พิมพามองเขาด้วยสายตาที่ดูแคลน “หนีความจริงเหรอคะ... หนีว่าพี่กำลังจะดังแล้ว!”
ทิวารู้สึกถึงความหงุดหงิดที่อัดอั้นอยู่ในอก เขามองไปที่กีตาร์ตัวโปรดที่วางอยู่บนแอมป์ ภาพของตัวเองที่กำลังจะกลายเป็เน็ตไอดอลกลับเข้ามาในความคิดอีกครั้ง ความปรารถนาในชื่อเสียงมันมีพลังมากกว่าความกลัวตาย
“พี่ไม่ได้หนี!” ทิวาพูดอย่างหนักแน่น “พี่แค่มั่นใจว่าพรุ่งนี้เราจะต้องไปอัดเพลงในที่ที่ดีกว่านี้!”
ทิวาผลักพิมพาให้พ้นทางและรีบวิ่งออกจากห้องอัดเสียงไปอย่างไม่คิดชีวิต เขาควบรถมอเตอร์ไซค์เก่าๆ ออกไปจากสตูดิโอสายหมอกอย่างรวดเร็ว โดยไม่หันกลับไปมองหญิงสาวที่ยืนนิ่งอยู่หน้าประตูสตูดิโอเลย
ขณะที่ขับรถกลับห้องเช่า ทิวาพยายามคิดหาเหตุผลทางวิทยาศาสตร์เพื่ออธิบายสิ่งที่เกิดขึ้น: เงาตะคุ่มอาจจะเป็แค่แสงและเงาที่บิดเบือนไปตามสายตาที่อ่อนล้า กลิ่นมะลิอาจจะเป็แค่กลิ่นหอมของพิมพาที่ฉีดน้ำหอมมามากเกินไป ส่วนเื่ม้วนเทปหรือเนื้อเพลงที่เปลี่ยนไปอาจเป็แค่ความผิดพลาดทางเทคนิคที่เกิดจากอุปกรณ์เก่า
— ฉันไม่ได้ผิดสัญญา... ฉันกำลังทำให้เพลงนี้โด่งดัง... เธอคนนั้นก็คงจะดีใจที่เพลงของพวกเรากำลังจะเป็ะ... ทิวาย้ำเตือนตัวเองซ้ำ ๆ
แต่ทันทีที่เขาเลี้ยวรถเข้าสู่ถนนสายหลัก เสียงกีตาร์โปร่งที่เขาเพิ่งบรรเลงไปในห้องอัด... ก็ดังขึ้นในหูฟังของเขา!
ทิวาใจนมือที่จับแฮนด์มอเตอร์ไซค์สั่นเทา เขาไม่ได้เปิดเพลง ไม่ได้เสียบหูฟัง และโทรศัพท์ก็อยู่ในกระเป๋ากางเกง
แว่ววววว...
เสียงกีตาร์นั้นดังขึ้นเรื่อย ๆ พร้อมกับเสียงร้องที่แ่เบาแต่คมชัด ราวกับมีใครกำลังร้องเพลงอยู่ข้างหูเขา...
“...ใจของฉันคงไม่เหลืออะไรแล้ว หากเธอจากไปในครานี้...”
ทิวารีบปาดเหงื่อที่ไหลเข้าตาออกอย่างรวดเร็ว เขาพยายามเร่งความเร็วเพื่อหนีเสียงเพลงที่ตามติด แต่ยิ่งเร่งมากเท่าไหร่ เสียงเพลงในหูเขาก็ยิ่งดังและชัดเจนขึ้นเท่านั้น
“...แต่ถ้าเธอทรยศ... เธอจะต้องตาย... อยู่เคียงข้างฉัน!”
เสียงร้องเพลงจบลงด้วยเสียงกระซิบที่เยือกเย็น... แล้วจู่ ๆ ก็มีบางสิ่งที่มองไม่เห็นพุ่งเข้ามาชนล้อหน้ารถมอเตอร์ไซค์ของทิวาอย่างรุนแรง!
โครมมมม!
ร่างของทิวาลอยละลิ่วตกลงไปบนพื้นถนนอย่างแรง กีตาร์ตัวโปรดกระเด็นออกไปไกล ส่วนรถมอเตอร์ไซค์ของเขาล้มคว่ำอยู่กลางถนน ท่ามกลางความเ็ปที่แล่นไปทั่วร่าง ทิวาพยายามยันตัวเองขึ้นมามองไปรอบ ๆ
ไม่มีรถคันอื่น ไม่มีคนชน... มีเพียงสิ่งเดียวที่อยู่ตรงหน้าเขา...
ม้วนเทปคาสเซ็ทที่คลายตัวออกจนหมด... และมีกระดาษโน้ตสีเหลืองเก่า ๆ แปะไว้บนถนนด้วยเืจาง ๆ เขียนข้อความเพียงบรรทัดเดียว:
“ร้องเพลงนี้ให้จบ... แล้วพี่จะได้รับบทลงโทษ”
*โปรดติดตามตอนต่อไป*