หวังชง นั่งอยู่ในสวนหลังบ้าน เขาจมอยู่ในความคิดอย่างเคร่งเครียด
เขาครุ่นคิดอยู่เป็เวลานาน
บิดาของเขาและเหยากวงยี่ นัดพบปะกันที่โรงเตี๊ยมกระเรียนไพศาล
เหยากวงยี่เป็จิ้งจอกเฒ่าเ้าเล่ห์ เขาสั่งปิดโรงเตี๊ยมเพื่อไม่ให้ลูกค้าคนไหนเข้าไปในโรงเตี๊ยม
ภายในโรงเตี๊ยมมีเพียงเหยากวงยี่และขุนนางอ๋องฉีเพียงเท่านั้น ไม่มีใครสามารถเข้าไปได้ แม้มองจากภายนอก โรงเตี๊ยมกระเรียนไพศาล จะยังคงเนืองแน่นไปด้วยผู้คนก็ตามที
บิดาของเขาถูกหลอกให้ไปติดกับดักของเหยากวงยี่
หวังชงรู้ดีว่าถ้าเขาไม่สามารถแอบเข้าไปข้างในได้ ก็คงเป็ไปไม่ได้ที่จะหยุดภัยพิบัตินี้ได้ เหยากวงยี่ได้เตรียมยอดฝีมือคอยดูแลโรงเตี๊ยมกระเรียนไพศาล ดังนั้นหวังชงจึงใช้ได้เพียงไหวพริบในการเข้าไปเท่านั้น มิอาจใช้กำลังฝ่าเข้าไปได้
"ได้การล่ะ! "
ทันใดนั้นตาของหวังชงก็เบิกกว้าง ยามนี้เขานึกถึงคนคนหนึ่งขึ้นมาได้ หากมีคนผู้นั้น ย่อมสามารถเข้าสู่ โรงเตี๊ยมกระเรียนไพศาล ได้อย่างแน่นอน แต่ว่ามันก็คงเป็เพียงแค่เื่เพ้อฝัน
“ไม่สิ โรงเตี๊ยมกระเรียนไพศาลเต็มไปด้วยยอดฝีมือ ข้าคนเดียวไม่เพียงพอที่จะทำงานนี้ให้สำเร็จลุล่วงโดยลำพัง ข้า้ายอดฝีมือที่ทรงพลัง!”
หลังจากพิจารณาเื่นี้แล้ว จึงได้ขมวดคิ้วลงอย่างเคร่งเครียด
เขารู้ว่าตนเป็ที่พึ่งแห่งตน หากเป็ในชาติก่อนเขาคงไม่เจอปัญหานี้ ตนสามารถทะลวงฝ่า ยอดฝีมือของเหยากวงยี่มากมายได้ในพริบตา
แต่คราวนี้เขาเป็เด็กอายุสิบห้าปี ด้วยความอ่อนแอในปัจจุบันของเขา เขาจะเผชิญหน้ากับยอดฝีมือที่มีประสบการณ์ได้อย่างไร
เหยากวงยี่ สามารถสั่งให้คนของเขาโยนหวังชงออกมาจากโรงเตี๊ยมได้อย่างง่ายดาย มันไม่มีทางเป็ไปได้ถ้าจะสู้กับพวกเขาด้วยกำลัง
เขาจะหายอดฝีมือเช่นนั้นได้ใช่เื่ง่ายซะที่ไหนเล่า!
ขณะที่หวังชงกำลังตกอยู่ใน่เวลาที่ยากลำบาก เขาพลันได้ยินเสียงฝีเท้า เขาเงยหน้าขึ้นมอง ไม่ไกลนักปรากฏเป็ผู้ติดตามพาน้องสาวของเขามาเล่นในสนาม จริงๆ มันเป็ภาพที่เขาเห็นบ่อยครั้ง แต่ครั้งนี้มุมมองของเขาได้มองต่างออกไป
"อ๊ะ! ข้ามันช่างโง่เง่าเหลือเกิน! "
หวังชงตบหน้าผากของเขาและเริ่มหัวเราะตัวเองด้วยความโง่เง่า ไม่ได้มองหาโคมไฟในขณะที่ถือโคมไฟอยู่ เนื่องจากไม่สามารถหาใครที่จะเหมาะกว่าคนในตระกูลหวังอย่างน้องสาวของเขาอีกเล่า?
ณ จุดนี้ หวังชงได้แต่หัวเราะอย่างมีความสุข
ในตระกูลหวังน้องสาวคนเล็ก หวังเสี่ยวเหยา เปรียบได้ดั่ง 'ตำนาน'
อายุเพียง 10 ขวบปี แต่ด้วยพร์ของนาง ตอนอายุ 3 ขวบ นางก็สามารถยกหม้อขนาดั์ได้แล้ว! ตอนนี้พี่ใหญ่, พี่รอง ไม่ได้อยู่ที่นี่ จะมีใครที่เหมาะสมกับแผนการนี้มากไปกว่าน้องสาวคนเล็กของเขาได้อีก?
หวังชงไม่ได้เห็นภาพนี้ด้วยตาของเขาเอง แต่เนื่องจากเขาเคยได้ยินจากมารดาของตนเล่า มันจึงน่าจะเป็เื่จริง
หวังชงพนันได้เลยว่าพี่ใหญ่ พี่รอง ย่อมไม่สามารถเอาชนะนางได้
ศักยภาพของนางในอนาคตย่อมไม่อาจคาดเดาได้!
ไม่คิดว่าเขาจะมองข้ามยอดฝีมือเช่นนี้ที่อยู่ตรงหน้าเขาไปได้!
ในชีวิตที่ผ่านมา เขาตระหนักถึงความน่ากลัวของน้องสาวคนเล็กคนนี้เป็อย่างดี เหตุผลที่นางแข็งแกร่งเช่นนี้ เนื่องจากว่ายามที่เกิด เส้นชีพจรของนางกลับถูกเปิดทุกจุด!
‘ผู้ควบคุมการหายใจได้ราบรื่นอย่างที่สุดคือทารกในครรภ์' นี่คือวลีจาก 'คัมภีร์เต๋าเต๋อจิง' ดังที่ทุกคนรู้ว่าเส้นชีพจรของทุกคนจะเปิดโล่งอย่างสมบูรณ์เมื่อพวกเขายังอยู่ในครรภ์ของมารดา
อย่างไรก็ตามหลังจากที่เกิดและหายใจเอาอากาศที่เปื้อนมีมลทินเข้าไป ร่างกายจะได้รับความเสียหายจากธรรมชาติ ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นในขณะที่เสียงร้องแรกเกิดดังขึ้น
ในทางตรงกันข้ามน้องสาวของเขาต่างออกไป ร่างกายของนางพิเศษยิ่ง แม้กระทั่งหลังจากที่นางคลอดออกมา เส้นชีพจรของนางกลับไม่ได้ถูกปิดกั้นแต่อย่างใด ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ เกิดได้เพียงหนึ่งในล้านคนเท่านั้น!
ด้วยเหตุผลนี้ไม่ว่านางจะฝึกฝนสิ่งใด ล้วนก้าวนำผู้อื่นไปไกลอยู่เสมอ
ทุกสิ่งทุกอย่างที่ทำให้นางแข็งแกร่งขึ้นล้วนเกิดมาจากพร์ที่ติดตัวมาแต่แรกเกิด!
น่าเสียดายที่น้องสาวยังเด็กอยู่ นางจึงเกียจคร้านเมื่อฝึกศิลปะการต่อสู้ อย่างไรก็ตามแรงของนางกลับน่าทึ่งเป็อย่างยิ่ง นางสามารถเผชิญหน้ากับรุ่นที่โตกว่านางได้นับสิบปีหรือมากกว่านั้น
ในตระกูลหวัง ไม่ต้องสงสัยเลยว่าน้องสาวของเขาเป็ยอดฝีมืออันดับหนึ่ง และเขาก็โง่พอที่จะมองข้าม ยอดฝีมืออันดับหนึ่ง ที่อยู่ในบ้านไปซะอย่างนั้น
ที่สำคัญกว่าในขณะที่นางกำลังโกรธตนที่ไปโกหกนางเอาไว้ แต่นางก็ยังคงไว้ใจพี่ชายคนนี้ ถ้าเขาขอความช่วยเหลือจากนาง นางย่อมไม่ปฏิเสธอย่างแน่นอน
หลังจากคิดดีแล้วหวังชงก็ได้ะโลงมาจากแท่นหิน
"น้องเล็ก มานี่หน่อย! "
หวังชงโบกมือให้นางจากระยะไกล ขณะที่หัวเราะคิกคัก
"พี่จะพาเ้าไปที่ที่สนุก! "
......
"พี่สาม จะพาไปที่ไหน? "
ในรถม้าลาก น้องสาวของเขาโผล่หัวออกจากหน้าต่าง ดวงตาของนางแสดงออกถึงความอยากรู้อยากเห็นมาก ความโกรธของนางก่อนหน้านี้อันตรธานหายไปสิ้น หลงเหลือเพียงความใคร่รู้เพียงเท่านั้น
นางเป็เด็กหญิงอายุ 10 ปีที่ถูกห้ามไม่ให้ออกจากบ้าน แต่ตอนนี้นางแอบออกมากับพี่ชายโดยที่มารดาไม่รู้ นางจึงรู้สึกตื่นเต้นมาก
"อย่ารีบร้อนไป เดี๋ยวเ้าก็รู้เอง "
ผู้เป็น้องร่าเริงอย่างถึงที่สุด
"จำข้อตกลงของเราได้ไหม เ้าจะไม่เป็ผู้เริ่มต้นลงมือก่อน ไม่อย่างนั้นพี่สามจะไม่พาออกมาอีก "
"ได้"
น้องสาวของเขาพยักหน้าในข้อตกลงโดยไม่แม้แต่จะหยุดคิด นางไว้ใจพี่ชายของตนเป็อย่างยิ่ง แต่จู่ๆ นางจำได้บางสิ่งบางอย่างและยกกำปั้นขึ้นเพื่อข่มขู่ในทันที
"พี่สามห้ามโกหกข้าอีก ไม่อย่างนั้นพี่สามตายแน่! ฮึ้ม ฮึ้ม! "
"อะไรกัน ใครจะกล้าโกหกเ้ากันเล่า! "
หวังชงเหงื่อแตกด้วยความกลัวเมื่อเขานึกถึงความน่ากลัวของน้องสาว เพียงแค่หยิกก็ทำให้เขากรีดร้องด้วยความเ็ป ถ้านางคลั่งอาละวาดขึ้นมาจริงๆ เขาคงตายไปนานแล้ว
"โอ้! นั่นไม่ใช่นายน้อยหวังชงหรอกหรือ? "
ในท่ามกลางการสนทนาของพวกเขา จู่ๆ ได้ปรากฏเสียงดังขึ้นมา
"มาแล้ว! "
หวังชงลงมาจากรถม้า เผยให้เห็นรอยยิ้มเล็กน้อย นี่คือโรงเตี๊ยมที่เขามาบ่อย ๆ ยามเมื่อเขามาถึง หม่าโจว และคนอื่นๆ ก็พลันปรากฏตัวขึ้นมา
หลังจากที่น้องสาวคนเล็กของเขาลงมาจากรถม้า มองจากระยะไกลเขาจะได้เห็นเหล่ารุ่นเยาว์กลุ่มหนึ่งถือนกกรงอยู่ตรงหน้าเขา
กลุ่มคนเหล่านี้ดูเหมือนว่ากำลังรอการปรากฏตัวของเขาอยู่ก็มิปาน
"ในที่สุดท่านก็ออกมาได้!! นายน้อยหวังชง ข้าคิดว่าจะไม่ได้เจอท่านอีกแล้วนะเนี่ย! "
กลุ่มนี้นำโดยรุ่นเยาว์ผู้หนึ่งที่มีใบหน้าสี่เหลี่ยม มีหูขนาดใหญ่และมีไฝเหนือคิ้วขวา ซึ่งเป็ภาพที่น่ารังเกียจยิ่ง เมื่อมันเห็นหวังชง มันจึงรีบเดินไปข้างหน้าทักทายเขาด้วยท่าทางกระตือรือร้น
คนผู้นี้คือหม่าโจว!
"นายน้อยหวังชง ข้าได้ยินมาว่าท่านถูกลงโทษและถูกกักบริเวณอยู่ที่บ้าน พวกเราพี่น้องกำลังวางแผนจะไปเยี่ยมท่าน แต่ตระกูลหวังไม่เปิดประตูให้คนอื่นเข้ามาได้ พวกเราจึงไม่สามารถไปเยี่ยมท่านได้ นายน้อยหวังชงสบายดีหรือไม่? "
หม่าโจวจับมือหวังชงเพื่อแสดงให้เห็นถึงความผูกพัน เพียงแต่ว่าการดูิ่และเยาะเย้ยที่มุมปากของหม่าโจวนั้นไม่สามารถปกปิดได้
"หึ ทำไมข้าไม่เคยสังเกตมาก่อนเลยนะว่าทำไมไอนี่มันเสแสร้งได้เก่งถึงเพียงนี้"
หวังชงแอบเย้ยหยันอยู่ในใจ
"สภาพแวดล้อมเปลี่ยนจิตใจสินะ" เมื่อก่อนเขาคิดว่ารอยยิ้มของหม่าโจวนั้น "จริงใจ" แต่เมื่อเห็นมันอีกครั้งเขาก็พบว่ากลับกลายเป็คนทระนงหยิ่งยโสไปเสียแล้ว
ลึกลงไปผู้ชายคนนี้คงคิดว่าหวังชงเป็คนโง่ หวังชงพบว่ามันตลกและอัธยาศัยดียามที่เขายังไร้เดียงสา เขาคิดว่าถ้าเขาปฏิบัติกับคนอื่นด้วยความจริงใจ คนอื่นก็จะจริงใจกับเขา อย่างไรก็ตามเขากลับถูกหลอกจากพวกวายร้ายเหล่านี้
สิ่งที่หม่าโจวบอกล้วนเป็เื่โกหก หวังชงได้ถามเวรยามก่อนออกเดินทาง และคำตอบที่ได้นั้นไม่มีแมลงวันตัวใดเข้ามาทางประตูของตระกูลหวังใน่สองสามสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยไม่จำเป็ต้องพูดถึงหม่าโจวและพรรคพวก
"เ้ารอข้าอยู่ที่นี่? "
หวังชงถามอย่างไม่แยแส
หม่าโจวรู้สึกประหลาดใจ หวังชงเปลี่ยนไปมากในวันนี้ ปกติเขาจะดูเป็กันเองกับหม่าโจวมาก แต่วันนี้เขากลับดูเคร่งขรึม
มันอาจจะคิดมากไปเองก็ได้ หม่าโจวจึงไม่สนใจเื่นี้
"นายน้อยหวังชง เราได้ยินมาว่านายน้อยได้รับการปล่อยตัวแล้ว ดังนั้นเราจึงรอท่านอยู่ที่นี่เพื่อต้อนรับท่านกลับมา จริงหรือไม่ พี่น้องทุกคน"
หม่าโจวกล่าวในขณะที่มันส่งสัญญาณให้คนที่อยู่ข้างหลัง ทุกคนพลันะเิเสียงหัวเราะออกมาราวกับมันเป็เื่ตลก
"นายน้อยหวังชง เราจะไปที่ไหนกันดี? "
หม่าโจวหันกลับมาหาหวังชมพร้อมกับรอยยิ้ม แต่แววตาของมันนั้นกลับเต็มไปด้วยความรังเกียจและดูถูก
หวังชงช่างโง่เขลาเสียเหลือเกิน เพียงพูดไม่กี่คำก็เชื่ออย่างง่ายดายแล้ว นอกจากนี้เด็กหนุ่มผู้นี้เชื่อในความจงรักภักดีงั้นรึ มันไม่ได้ตระหนักถึงความจริงเลยหรอว่าที่ทุกคนปฏิบัติต่อมันนั้นในฐานะคนโง่เท่านั้น ทุกคนแหงนหน้าเพื่อหลอกลวงเอาเงินและทิ้งขี้เอาไว้ให้มันเก็บกวาด
พวกมันจะหาถุงเงินและโล่แบบนี้ได้จากที่ไหน?
สำหรับการต้อนรับหวังชงกลับมาไม่ใช่เื่โกหก เนื่องจากการได้อยู่กับหวังชงนั้น หม่าโจวไม่ต้องจ่ายเงินเลยสักครั้ง
การที่หวังชงถูกคุมขังเป็เวลาหลายวัน ทำให้พวกมันรู้สึกไม่สบายใจเล็กน้อยและเริ่มที่จะคิดถึงเขา
ถ้าไม่มีหวังชงคนนี้ใครจะเป็คนเก็บกวาดสิ่งที่พวกมันทำและใครจะจ่ายเงินให้กับพวกมัน?
เมื่อคิดเื่นี้ หม่าโจวก็เกิดความยินดี
ขณะที่มันยังคงมีความสุขอยู่ แต่ทันใดนั้น หม่าโจว กลับสะดุ้งด้วยความรู้สึกแสบร้อน ใบหน้าครึ่งหนึ่งของมันบวมขึ้นเป็รอยห้านิ้ว
ทุกอย่างก็เงียบลง
ทุกคนตะลึงกับตบนี้!
เกิดอะไรขึ้น? หม่าโจวโดนตบหน้า! มันเป็ไปได้อย่างไรกัน?
"ท่านตบหน้าข้า? "
ระหว่างที่ถามนั้น มันลูบแก้มข้างที่โดนตบ หม่าโจวจ้องมองไปที่หวังชงอย่างโง่งม มันมึนงงจนพูดสิ่งใดไม่ออก
หวังชงตบหน้ามันจริง ๆ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นได้อย่างไร?!
หม่าโจวไม่เชื่อเื่ที่เกิดขึ้น พวกมันทุกคนจับจ้องมองไปยังหวังชงอย่างตกตะลึง ปากของพวกมันอ้ากว้างพอที่จะใส่ไข่ลงไปได้
ในโลกนี้ใครล้วนกล้าทำร้าย หม่าโจว ยกเว้นหวังชง เนื่องจากหวังชงสนิทสนมกับมันมากที่สุด และกระทั่งมันเองก็ยังไม่กล้าที่จะเล่นอะไรแบบนี้กับหวังชงเลยด้วย
แต่ตอนนี้หวังชงกลับตบหน้าหม่าโจว ทุกคนล้วนใกับสิ่งที่เกิดขึ้น ไม่มีใครรู้ว่านี่มันเื่อะไรกันแน่
"ใช่ ข้าตบหน้าเ้า"
หวังชงจ้องมองหม่าโจวด้วยรอยยิ้ม มีเพียงคนเดียวในสถานที่แห่งนี้ที่ยังปกติอยู่
"หม่าโจว ข้าคิดว่าเ้าเป็มิตรสหาย แต่เ้ากลับทำเหมือนกับข้าเป็ไอโง่ คิดว่าข้าไม่มีสมองรึอย่างไรกัน?”
เหวออ!
คนอื่นๆ ถึงกับใจนอ้าปากค้าง เกิดความคิดในหัวของพวกมันขึ้นว่า นี่คือหวังชงที่โดนหลอกง่ายคนนั้นจริงๆ หรือ?
หวังชงซึ่งถือว่าทุกคนเป็สหายของเขา แต่กลับถูกปฏิบัติเหมือนคนโง่เง่า?
คำพูดเหล่านี้ไม่เหมือนกับหวังชงที่พวกมันรู้จัก คนเรามันเปลี่ยนแปลงกันเร็วถึงเพียงนี้เลยหรือ?
ทุกคนต่างก็สับสนกับการเปลี่ยนแปลงของหวังชง เมื่อถูกเปิดโปง พวกมันจึงคิดได้ว่าก่อนหน้านี้หวังชงทำตัวให้เป็ลูกแกะให้เชือดเองอย่างนั้นหรือ?
"อะไรนะ? มันคือหม่าโจวงั้นหรือ? "
ยามที่ทุกคนกำลังอยู่ในภวังค์ พลันปรากฏเสียงของดรุณีน้อยดังขึ้น บัดนี้หญิงสาวตัวน้อยขมวดคิ้วลงพร้อมกับเปลวเพลิงแห่งโทสะที่กำลังจะปะทุ
ในคราแรกนางยังไม่รู้ แต่เมื่อได้ยินว่าชายผู้นี้คือ "ตัวการ" ที่ทำให้พี่สามของนางถูกกักบริเวณ หวังเสี่ยวเหยาจึงไม่สามารถควบคุมตัวเองได้อีกต่อไป
"ไอ้สารเลว! เ้ากล้าหลอกลวงพี่สามข้า! ข้าจะฆ่าเ้า! "
จบตอน