เพชรชมพูเริ่มชินกับการเดินทางด้วยรถสองแถวเนื่องจากว่ามันสะดวกกว่าเพราะถ้าเธอรอไปพร้อมแม่และน้องเธอจะไปสาย ดังนั้นเธอจะรีบตื่นแต่เช้าอาบน้ำก่อนใครแล้วรีบเดินออกประตูหลังเดินเรียบกำแพงบ้านซึ่งมีซอยข้างๆ เพื่อไปรอรถสองแถวหน้าปากซอยอีกที เมื่อคิดถึงโรงเรียนใหม่เธอก็รู้สึกไม่ค่อยมีความสุขเลย ตอนนี้เธอเริ่มตามส่งงานครูจนจะครบเป็ปัจจุบันแล้ว
แต่ยังมีปัญหาหนักใจเื่เพื่อนๆ ในห้องเธอยังเข้ากับเพื่อนๆ ไม่ค่อยจะได้เลย เธอพอจะรู้สาเหตุเพราะมีเพื่อนผู้ชายกลุ่มปากดีของห้องล้อเธอ ว่าเธอเป็เด็กเส้นเพราะเธอย้ายเข้ามากลางเทอมซึ่งโรงเรียนนี้เป็โรงเรียนประจำจังหวัดการจะเข้ามาเรียนที่นี่ได้พวกเขาต้องสอบแข่งขันกัน พอเธอเข้ามาได้ง่ายๆ ทำให้พวกเขาไม่ค่อยพอใจเธอเท่าไหร่ ประกอบกับเธอเองไม่ได้เป็เด็กหัวดีอะไรมากมาย เธอรู้ว่าถ้าหัวไม่ดีก็ต้องขยัน เพื่อนบางคนอาจจะฟังครูครั้งเดียวแล้วเข้าใจเลย แต่เธอเองไม่ใช่แบบนั้นเธอต้องกลับมาทดลองทำแบบฝึกหัดที่บ้านเพื่อให้เข้าใจเพื่อให้ทำได้แต่ก็ไม่เข้าใจบางวิชาที่เธอก็ค่อนข้างมั่นใจว่าทำแบบฝึกหัดจนครบหมดทุกแบบแล้ว ทำไมเวลาเข้าห้องสอบข้อสอบมันถึงได้ยากแสนยากเหมือนอย่างกับเป็คนละเื่ที่ได้เรียนมา เธอทำคะแนนได้แค่ผ่านนิดๆ แต่เพื่อนๆส่วนใหญ่กลับทำคะแนนได้ดีมาก 80% ถึง 90% เลยก็ว่าได้ เธอรู้สึกกังวลและท้อใจเื่เรียนมาก แถมในห้องก็ไม่มีเพื่อนสนิทให้คอยคุยคอยปรึกษา เธอคิดถึงมะปรางมาก เธอกับมะปรางเรียนแบบเรียกได้ว่าช่วยกัน คนไหนถนัดวิชาไหนก็มาสลับกันติว
วันนี้เกิดเื่แย่ๆที่โรงเรียน เพื่อนๆในห้องจะแบ่งเป็กลุ่มเด็กเรียนก็จะรวมพวกเก่งๆระดับหัวกระทิกลุ่มนี้เธอไม่มีปัญหาอะไรด้วยเพราะพวกเขาก็ไม่ค่อยจะสนใจเธอเท่าไหร่นัก และมีอีกกลุ่ม กลุ่มนี้ค่อนข้างน่ากลัวสำหรับเธอ พวกบ้านรวยและคนมีหน้ามีตาในจังหวัดกลุ่มนี้จะค่อนข้างดื้อมีทั้งผู้หญิงและผู้ชายชอบจับกลุ่มพูดคุยหัวเราะเสียงดังกลุ่มนี้ก็มักจะนัดกันทำมีกิจกรรมตามประสาวัยรุ่น ดูหนังเดินห้างตอนเลิกเรียน หรือนัดกันเที่ยวสถานที่ต่าง ๆ วันเสาร์ อาทิตย์ วันนี้เพื่อนผู้หญิงกลุ่มนี้แกล้งเดินชนเธอล้มเข้าไปในพุ่มไม้พอเธอตะเกียกตะกายขึ้นมาได้ก็หัวเราะกันแล้วบอกว่าขอโทษไม่ได้ตั้งใจ เธอไม่ได้รับาเ็อะไรมากมายนอกจากรอยขีดข่วนตามใบหน้า แขน ขา และกระโปรงขาดเป็รูเพราะกิ่งไม้เกี่ยว แต่เธอก็ค่อนข้างจะขวัญเสียเพราะเธอไม่ได้ไปทำอะไรเขาก่อนทำไมเขาถึงจะมาแกล้งเธอ ได้แต่ปลอบใจตัวเองว่ามันน่าจะเป็อุบัติเหตุจริงๆ เธอคงแค่คิดไปเอง
ตอนเย็นมันมีเื่คล้ายๆแบบนี้เกิดขึ้นอีกพรุ่งนี้มีเรียนวิชาศิลปะเธอเลยแวะไปซื้อสีน้ำที่ร้านเครื่องเขียนในห้างดังก่อนกลับบ้านแล้วเธอเจอเพื่อนกลุ่มนี้ที่ร้านเครื่องเขียน เพื่อนๆก็ชวนเธอไปทานไอศกรีมด้วยกันต่อ แต่เธอปฏิเสธไปเพราะเธอใช้จ่ายเท่าที่จำเป็ อีกอย่างยังไม่ได้สนิทกับเพื่อนกลุ่มนี้ด้วย ตอนที่เธอเดินออกจากร้านกลุ่มผู้หญิงก็ตามเธอมา
“นี่เด็กเส้น!!! ชวนไปกินไอศกรีมด้วยกันทำไมไม่ไป เธอรังเกียจพวกฉันเหรอ?” เด็กผู้หญิงตัวสูงสุดในกลุ่มผู้หญิงสี่คนคนเดินมาถามเธออย่างกับจะหาเื่
เธอพยายามอธิบาย “เปล่านะลูกปลา เราต้องรีบกลับบ้านเพราะไม่ได้บอกแม่ไว้” ทั้งสี่คนเดินมายืนล้อมเธอไว้
ยิหวา อีกคนในกลุ่ม ยิ้มหวานน่ารักมาให้ แต่คำพูดกลับไม่น่ารักเลย “ ไม่เป็ไรเรายกโทษให้เธอก็ได้ งั้นค่าไอศกรีมวันนี้ของพวกเราเธอเลี้ยงนะ”
เธอบอกกลับไป “ฉันจะเลี้ยงพวกเธอได้ไง ฉันไม่มีเงินหรอกนะ” ฉันพยายามเดินหนีฝ่าคนกลุ่มนี้ออกมา แต่คนพวกนี้กลับเดินตามเธอมาด้วยเธอรีบเดินจั้มไปที่บันไดเลื่อนเพื่อจะหนีเธอรู้ดีว่าคนพวกนี้ถ้ายอมก็คงต้องยอมตลอดไป อีกอย่างเงินทองเธอหามายากลำบาก เธอคิดวิธีหาเงินแทบตายจะมาให้คนอื่นง่ายๆ อย่างนี้ได้ไง ติดอยู่อย่างเดียว เธอตัวเล็กกว่าเด็กกลุ่มนี้แถมยังมีแค่คนเดียวถ้าสู้กันซึ่งๆ หน้าไม่ชนะแน่นอน หนีก่อนดีกว่า โชคดีมากที่พอเธอเดินลงบันไดเลื่อนก็มีผู้ชายคนหนึ่งก้าวตามหลังเธอลงมาพอดี เธอยืนชิดขวามีผู้ชายตัวสูงยืนคั่นระหว่างกลุ่ม 4 คนนั้นพอดี พวกนั้นยังพยายามจะแทรกผู้ชายข้างหลังมาเบียดฉันข้างหน้าอีกนะ ฉันเห็นแล้วรีบพยายามเกาะราวบันไดไว้แน่น แต่ความที่เธอตัวเล็กจังหวะโดนเบียดเกือบร่วงลงไปอยู่เหมือนกันดีที่พี่ผู้ชายข้างหลังเกาะไหล่ไว้ทัน แถมยังะโดุ 4 คนนั้นให้ด้วยว่า
"น้องๆ ครับ ถ้ารีบเดินให้ชิดซ้ายไว้นะ มารยาทสากลนะถ้าไม่รู้จัก ให้นอนอยู่บ้านอย่าออกมาสร้างความลำบากให้ชาวบ้านเขา"
พี่ชายพูดจาถูกใจไอ้เพชรมาก อยากจะปรบมือให้ ว่าแต่พี่ชายเสียงคุ้นๆนะ เธอหันกลับมาแหงนหน้ามองพี่ชายตัวสูงข้างหลัง เง้อ!!!!! เฮียโมกข์ โผล่มาได้ไงครับเนี่ย ด่าทางโน้นเสร็จยังไม่ลืมก้มลงมาแถมคนทางนี้
“นี่ก็ ง่าว จะวิ่งหนีทางไหนไม่หนี หนีลงบันไดซะงั้น ดีนะไม่กลิ้งลงไปคอหักตายซะก่อน” ฉันได้แต่ยืนอึ้งๆมองหน้าเขา “ อ้าว!! โง่ด้วย เป็ใบ้ด้วยจนด้วยชาตินี้คงไม่มีใครเอาไปทำเมีย” วันนี้เขาเลิกเรียนเสร็จก็นัดกับเพื่อนมาดูรองเท้าบาสเกตบอล เห็นเหตุการณ์ั้แ่ยัยเพชรเดินนำหน้าพวก 4 คน นั่นเข้าร้านไปแล้ว
ทำไมไอ้เฮียโมกข์มันปากปีจออย่างนี้นะ พูดเื่เมียเื่ผัวกับเด็ก 12 ได้ยังไงเนี่ย เธอค้อนเขาขวับๆ กำลังคิดว่าเจอกันคราวก่อนบอกไม่อยากนับญาติ คราวนี้เจอหน้าจะต้องเรียกว่าอะไรดีนะ “ขอบคุณคะคุณโมกข์” พิโมกข์มองคนตัวเล็กข้างหน้าอย่างหมั่นไส้เจอกันเมื่อไหร่มีแต่เื่
“ดัดจริต” อ้าว!!!! พี่ชาย “ก็เฮียโมกข์บอกว่าเป็ลูกคนเดียวไม่มีพี่มีน้องอย่ามานับญาติไง ความจำเสื่อมหรือติดโรคโง่ไปละเนี่ย”
มือใหญ่เลื่อนมาขยำผมเต็มมือแล้วกระชากเบาๆ “นี่แนะ! พูดจาลามปามไม่รู้จักเด็กไม่รู้จักผู้ใหญ่ เคยพูดตอนไหนจำไม่ได้แล้ว”
บันไดเลื่อนถึงข้างล่างพอดีเธอก้าวเท้าลงเดินไปสามสี่ก้าวแล้วหยุดยืน คนตัวสูงเดินตามหลังมาเกือบจะชนคนข้างหน้าดีที่หยุดทัน คนตัวเล็กกว่าหันหน้ามามองและเรียกเขาแบบใ “เฮียโมกข์” เธอก้มลงมองอะไรบางอย่างไหลลงตามขาแล้วหน้าซีดเผือด คนตัวสูงมองตามบ้าง ร้อง “เฮ้ย!” อย่างใ “ไอ้โมกข์เอ้ย ยัยนี่มันมีแต่เื่จริงๆ นี่กูเป็แค่เด็กวัยรุ่น 16 เองนะนี่ ไม่ใช่พ่อคนที่มีลูกสาววัยประจำเดือนมาครั้งแรกแบบนี้ ให้ตายสิ เขาต้องเล่นบทคุณพ่อจริงๆ หรือนี่ เพชรชมพูเงยหน้ามอง“เฮียโมกข์ เราจะทำยังไงกันดี” แน่ะ พอมีปัญหาเป็พวกกันทันที เขาละอ่อนอกอ่อนใจมองหน้ามอมๆ แล้วก็อดสงสารไม่ได้ “ในกระเป๋ามีกระดาษทิชชู่หรือเปล่า เอาออกมาสิ ”
เธอรีบค้นกระเป๋าพอหยิบกระดาษทิชชู่ออกมาได้" ก็กำทิชชู่อย่างทำอะไรไม่ถูก เงยหน้าขึ้นมองพิโมกข์ผ่านม่านน้ำตาคลอ พิโมกข์มองหน้าแล้วก็ขำยัยขี้งกตอนโดนไถตังค์สู้สุดใจไม่ร้องไห้สักแอะ นี่ก็เื่นี้ธรรมดาแท้ “เธอจะร้องทำไมผู้หญิงเป็เมนส์มันก็เป็เื่ธรรมชาติ” พิโมกข์พาเพชรชมพูเดินไปแอบข้างๆ “เดี๋ยวเฮียยืนบังให้เธอเช็ดออกซะหน่อย แล้วไปรอเฮียในห้องน้ำชั้นนี้นะเธอไปถูกหรือเปล่า” "ไปถูกคะ แล้วเฮียโมกข์จะไปไหน" ฉันก็จะไปซื้อผ้าอนามัยมาให้นะสิ เรียบร้อยหรือยังจะไปแล้วนะ เพชรชมพูเกาะเสื้อพิโมกข์ด้านหลัง “เฮียโมกข์” พิโมกข์หันกลับมามอง “อะไรอีกละ?” เธอเขย่งขาขึ้นป้องปากกระซิบข้างหูเขาเบาๆ “ซื้อ กกน.มาด้วยนะคะ มันใส่ไม่ได้แล้ว” พิโมกข์ไม่ได้พูดอะไรอีกเดินจากไปอย่างเงียบๆ ด้วยใบหูแดงก่ำ
เขาเข้าใจดีว่าเื่นี้มันก็คงยากสำหรับเธอ และมันก็ไม่ง่ายเลยสำหรับเขาด้วยเช่นกัน เขาเดินออกจากห้าง ไปซื้อ 7-11 ที่เคยเห็นอยู่ว่ามีของพวกนี้ขาย เขาอาจจะรู้ว่าการเป็ประจำเดือนมันเป็เื่ธรรมชาติของผู้หญิง แต่เขาจะไปรู้ได้อย่างไรว่าไอ้แบบมีปีกกับไม่มีปีกมันต่างกันยังไง แบบกลางวันกับแบบกลางคืนมันต้องแยกกันทำไมวะ! แล้วทำไมมันต้องมี สีชมพู สีฟ้า สีเขียว สีม่วง ลายดอก โอ้ยย!!!! แม่ง จะเยอะไปไหน แค่เลือกผ้าอนามัยมันก็ทำเอาเขามึนหัวไปเลยทีเดียว เอาว่ะ หลับตาหยิบไปสักสี ยัยเพชรเองก็ไม่เคยใช้คงไม่รู้หรอกว่าเขาหยิบมั่วๆไปให้ ก็น่าจะใช้ได้ ทีนี้ก็ กกน.ผู้หญิง ห่านนนน เอ้ย! ซื้อแบบห่อๆนี่ไปก็แล้วกัน
สิ่งที่พนักงานร้านสะดวกซื้อเห็น เด็กหนุ่มคนหนึ่งตัวสูงหน้าตาดีเดินเข้ามาเลือกซื้อผ้าอนามัยและกางเกงชั้นในผู้หญิง ด้วยมาดนิ่งๆ แบบคนมีความมั่นใจ แม้แต่ตอนจ่ายเงินก็ไม่มีทีท่าเขินอายอะไร เหมือนกับว่าเขาเคยซื้อแบบนี้เป็ประจำเป็ร้อยครั้งพันครั้ง พนักงานสาวน่ารักมองหน้าเด็กหนุ่มแล้วยิ้มๆให้ พ่อคนหน้านิ่งร้อนตัวไม่ไหว “มีกฎหมายห้ามเด็ก16ซื้อผ้าอนามัยเหรอครับ พี่ยิ้มอะไร” พนักงานยิ้มกว้างกว่าเดิม “เปล่าค่ะ ยิ้มให้เพราะน้องหล่อนะ” เฮ้อ!!!! หน้าสิ่วหน้าขวาน มันใช่เวลาเล่นมุกไหมครับคุณพี่ “ขอบคุณครับ”
พิโมกข์เดินมาที่หน้าห้องน้ำเขาพยายามมองหาแม่บ้านเพื่อจะได้ฝากของไปให้คนข้างใน รอนานแสนนานเขาในชุดเสื้อโปโลพละสีขาวกับกางเกงวอร์มสีดำเดินไปเดินมาดูเด่นเป็สง่าน่าจดจำอยู่บริเวณหน้าห้องน้ำหญิงชั้น 1 หวังว่าเพื่อนๆเขาคงกลับกันไปหมดแล้วนะ "ป้าแม่บ้านครับผมฝากของเข้าไปให้น้องผมในห้องน้ำหน่อยครับ น้องผมชื่อเพชรครับ ขอบคุณครับ"
สักพักเพชรชมพูก็ค่อยๆเดินออกมาหาเขา โดยมีป้าแม่บ้านเดินตามมาด้วยแถมยังมาหยุดยืนคุยกับเขาพร้อมสั่งสอนอีกต่างหาก "ไอ้หนูยังเด็กอยู่ทั้งคู่ เป็แฟนกันก็ต้องมีขอบเขตอย่าเพิ่งมีอะไรเกินเลย ดูสินังหนูนี่คงเพิ่งจะเป็เมนส์ไม่นาน ตั้งใจเรียนกันไปก่อนนะลูกยังเด็กยังเล็กเกินไป" เพชรชมพู ดูงงๆ ไม่ค่อยเข้าใจว่าป้ากำลังพูดถึงอะไรอยู่ แต่เขาที่โตพอและเข้าใจเื่นี้รีบบอกขอบคุณป้าแม่บ้านแล้วรีบพาน้องเดินจากมา
“เพชรมัวแต่ยุ่งๆ เลยลืมถามเลย เฮียโมกข์มีธุระอะไรต้องไปทำต่อหรือเปล่าคะ เดี๋ยวเพชรว่าจะนั่งสองแถวกลับบ้านเลยนะคะ ขอบคุณเฮียโมกข์ด้วยนะคะ ช่วยไว้หลายครั้งเลยไม่รู้จะตอบแทนยังไงดี”
“ตอบแทนฉันง่ายๆ ช่วยทำตัวเป็ภาระให้มันน้อยๆ ลงหน่อยได้ไหม” “แล้วก็ฉันชอบอาหารที่เธอทำให้ ไม่ชอบอาหารที่ป้าจวงทำ” หลังจากวันที่เจอเขาที่บ้านครั้งแรกที่สระว่ายน้ำเธอก็พยายามหลีกเลี่ยงไม่เจอเขาอีกแต่พี่จอยแอบมาบอกว่าวันนั้นคุณโมกข์กับเพื่อนๆ ทานอาหารที่เธอทำจนหมดเลย หลังจากวันนั้น ทุกๆวันหลังจากที่เธอทำการบ้านเสร็จก็จะแอบไปทำอาหารให้เขาเพิ่มเติมจากที่ป้าจวงทำ วันละอย่างสองอย่าง เท่าที่เธอจะทำได้ เพื่อเป็การตอบแทนที่เขาและลุงอาทิตย์เคยช่วยเหลือเธอกับครอบครัวไว้ “เฮียโมกข์รู้ได้ไงว่าเพชรไปทำอาหารให้” “รู้สิ ป้าจวงทำอาหารเค็มจะตาย” โธ่เอ้ย! เธอคิดว่าจะตอบว่าเพราะอาหารของเธออร่อย เสียอีก
เธอกลับบ้านมาเล่าเื่ทั้งหมดให้แม่เธอฟัง ครูไพลินวิเคราะห์ว่า ก็นับได้ว่าเขาเป็เด็กที่มีนิสัยดีคนหนึ่งเลยทีเดียว “แม่ว่าเพชรควรหาโอกาสอธิบายเื่แม่กับลุงอาทิตย์ให้เฮียโมกข์ฟังไหมคะ” ครูไพลินครุ่นคิดอยู่สักพัก
“แม่ว่าควรเป็เื่ที่ลุงอาทิตย์ควรจะเป็คนคลี่คลายปมต่าง ๆ ในใจของพิโมกข์เองนะ”
“แต่พิโมกข์เองก็เป็เด็กที่น่าเห็นใจนะแม่ว่าเด็กอายุขนาดนี้มีบ้านใหญ่โตก็จริง แต่ก็ต้องอยู่เพียงลำพัง”
“แม่ เพชรว่าเฮียโมกข์อาจจะพูดน้อยไปหน่อยแต่ก็ช่วยเพชรไว้ตั้งหลายครั้งแล้วนะแม่ เพชรว่าอะไรที่เพชรพอจะช่วยหยิบช่วยจับหรือทำเพื่อเขาได้บ้างเพชรก็จะทำนะแม่”
“ส่วนนิลก็คิดว่าเขาน่าจะมีเงินเยอะ นิลว่านิลอาจจะไปรับจ้างเขาทำอะไรให้นิลพอมีรายได้บ้างนะแม่”
“เขามีคนรับใช้อยู่ตั้งหลายคนนิล คิดว่าเขาน่าจะจ้างนิลทำอะไรได้บ้างละลูก” แม่ถามนิลภัทรอย่างขำๆ
“แต่นิลว่าที่แม่บอกเขาเป็คนดีนี่นิลว่าไม่ใช่เื่จริงหรอกนะแม่ วันนั้นลุงแช่มเอาจักรยานเก่าของเขามาซ่อมให้นิลหัดขับนะแม่ เขามาเห็นเข้าโมโห ถีบจักรยานล้มเลยนะแม่ ดีนะนิลขี่จักรยานไม่เเก่งแต่ก็เป็คนว่องไว นิลนี่ะโลงแทบไม่ทัน”
“ส่วนเื่จะรับจ้างทำอะไร เดี๋ยวนิลจะลองไปเจรจาดูว่าเขาน่าจะขาดเหลืออะไร อยู่ที่นี่ก็เหงาจริงๆนะแม่ ตอนอยู่บ้านพักครู นิลมีที่วิ่งเล่น เก็บผลไม้ ตกปลา เยอะแยะ อยู่ที่นี่ไม่มีอะไรให้นิลทำเท่าไหร่เลย แถมกิจการล้างรถที่นิลถนัดก็ไม่ได้ทำเลย เออ!!! นิลไปเสนอล้างรถดีใหมแม่! รถมอไซค์ของเขาสวยมากเลยนะนิลเห็น สีดำๆ เทาๆ เวลาขี่แล้วเท่ห์มากๆ เลย เหมือนด้วงกว่างเลย” คนพูดพูดไปทำหน้าเคลิ้มๆ ชวนฝัน เรียกรอยยิ้มเอ็นดูปนขำของแม่และพี่สาว
ครูไพลินเองก็เห็นใจเด็กๆ เพราะเธอเองก็ลำบากไม่น้อย การย้ายบ้านมาอยู่ที่นี่ ถึงจะมาในฐานะภรรยา แต่ตัวเธอเองก็รู้ว่ามันไม่ใช่ ดังนั้นเื่กินเื่อยู่ของเธอกับลูกเธอก็ยังต้องรับผิดชอบอยู่ดี เพราะการที่คุณอาทิตย์ช่วยแก้ปัญหาเื่แม่ เื่โฉนดที่ดิน เื่ย้ายเธอและลูกๆ และเื่ที่อยู่ที่นี่ เธอก็ถือว่าเป็หนี้บุญคุณเขามากมายแล้ว ในเมื่อมีคนช่วยมาขนาดนี้แล้ว ชีวิตเธอกันลูกเธอก็ต้องสู้ต่อไป เธอต้องทำได้เหมือนที่เธอเคยผ่านมา พอปรับตัวเื่ชีวิตประจำวันให้เข้าที่เข้าทางค่อย คิดขยับขยายว่าจะหารายได้เพิ่มอย่างไร
“แม่รู้ว่าเด็กๆ ก็ลำบากต้องปรับตัวหลายๆ อย่าง แต่ก็ให้อดทนนะลูกไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น สิ่งสำคัญคือ อย่างน้อยพวกหนูก็ได้ไปโรงเรียน และเราได้อยู่ด้วยกัน”
เพชรชมพูยิ้มและดึงน้องชายมากอด “ใช่แม่มันดีที่สุดที่เราได้อยู่ด้วยกัน เพชรไม่กลัวปัญหาอะไรเลย เพชรสู้นะแม่ สู้ทั้งคนสู้ทั้งปัญหาเลยนะแม่ ถ้าเพชรเลี้ยงเ้านิลมาโตป่านนี้ได้ เพชรไม่กลัวความลำบากอะไรทั้งนั้น”
นิลภัทร หันมามองพี่สาว “โถ่พี่เพชรนิลเลี้ยงยากตรงไหน นิลน่ารักนะ นิลขยันด้วย พี่เพชรเองก็เถอะเลี้ยงน้องยังไง ลำบ้ากลำบาก หมายถึงนิลนี่ละลำบาก ใช้ทำนั่นทำนี่ไม่หยุดพัก ดีนะนี่ที่่นี้พี่เพชรยุ่งเื่เรียน นิลเลยพลอยได้หยุดพักบ้าง ” เ้าตัวเล็กบ่นอุบอิบ แล้วก็ค่อยๆลุกขึ้นหยิบจานข้าวไปวางแช่ไว้รอแม่และพี่เคลียร์ เศษอาหารแล้วเขาจะลงมือล้างทีเดียว กว่าจะฝึกนิลภัทรให้ล้างจานได้ ต้องปลอบต้องขู่กันอยู่นาน จนสุดท้ายได้ข้อตกลงร่วมกันคือเขาจะ ล้างจานให้หมดทุกใบ แต่จานพวกนี้ต้องไม่มีเศษอาหารเหลือค้างอยู่ ไม่งั้นพ่อตัวดีจะโวยวายไป อ้วกลมอ้วกแล้งไป ซึ่งทุกคนก็ตกลงกันเอาตามนี้สบายใจทุกฝ่าย