“โมบาย แกจะกลับไปฉลองปีใหม่กลับที่บ้านหรือเปล่า” เสียงเพื่อนรักนามว่าไข่มุกเอ่ยถาม
“กลับสิ ถ้าฉันไม่กลับ พ่อกับแม่และพี่ชาย ได้มาตามตัวกลับถึงมหาวิทยาลัยนะสิ แล้วเธอล่ะไข่มุก เธอจะกลับบ้านหรือเปล่า” โมบายวางหนังสือที่กำลังเปิดอ่าน ไว้บนโต๊ะหนังสือของตัวเองและตอบคำถามเพื่อนสาว
“ไม่ล่ะ ฉันว่าจะอยู่เที่ยวฉลองปีใหม่ที่นี่นะ บ้านฉันอยู่ไกลจากมหาวิทยาลัยมาก นั่งลงหลายชั่วโมงกว่าจะถึง ไม่ได้มีบ้านอยู่ใกล้มหาวิทยาลัยอย่างเธอนะโมบาย ที่นั่งรถไม่กี่นาทีก็ถึงแล้ว แล้วคิดอยากจะกลับตอนไหนก็ได้” ไข่มุกตอบโมบายและนอนกลิ้งตัวไปมาบนเตียงนอนในหอพักของมหาวิทยาลัย
โมบายเห็นว่าเพื่อนไม่กลับบ้านในวันปีใหม่ เธอเลยไม่ได้ถามอะไรเพื่อนสาวเพิ่ม นอกจากลุกไปเก็บของใช้ลงกระเป๋าใบเล็กของตัวเอง เพื่อเตรียมตัวกลับบ้านไปฉลองปีใหม่กับครอบครัว
“มีบ้านอยู่ใกล้มหาวิทยาลัยก็ไม่ดี ฉันต้องกลับบ้านทุกอาทิตย์เลย มีแต่คนที่บ้านคอยตามมาคุม อยากไปเที่ยวไหนก็ไปไม่ได้ ไม่เหมือนเธอที่อยากไปไหนก็ไปได้เลย” โมบายบ่นให้เพื่อนสาวฟังระหว่างเก็บของลงกระเป๋า
ไข่มุกได้ยินเสียงเพื่อนบ่น เธออดหัวเราะออกมาไม่ได้ ั้แ่เข้ามหาวิทยาลัยและรู้จักกับโมบายมา เธอเห็นพ่อกับพี่ชายของเธอ มาหาที่มหาวิทยาลัยทุกวัน ในตอนเย็น“ฉันว่าดีออกนะ มีคนรัก ค่อยเป็ห่วง ไม่เหมือนฉันที่อยากไปเรียนที่ไหนไกลๆหรือทำอะไรเวลาไหน ก็ไม่มีใครเป็ห่วง”
โมบายหยุดมือที่เก็บของ หันไปมองเพื่อนสาว“ไข่มุกเธอไม่กลับบ้านไปฉลองปีใหม่ งั้นเธออยากกลับไปฉลองวันส่งท้ายปีใหม่ที่บ้านฉันไหม?”โมบายอดที่จะเอ่ยชวนเพื่อนสนิท ให้กลับไปฉลองปีใหม่ที่บ้านของเธอด้วยกันไม่ได้
“ไม่ล่ะ ปีใหม่ทั้งที ไม่ได้กลับบ้านไปเจอญาติผู้ใหญ่ ฉันมีความสุขมาก ตอนนี้ฉันอยากจะนอนหลับพักผ่อน เก็บแรงเอาไว้ ออกไปเที่ยวฉลองปีใหม่คนเดียว ตามประสาคนสวยที่ยังโสดแล้ว” ไข่มุกเอ่ยปฏิเสธเพื่อนสาว
“ตายใจแล้วกัน ฉันกลับบ้านก่อนนะ หากเธอเปลี่ยนใจก็โทรมาบอกได้ ฉันจะให้พี่ชายขับรถมารับนะ บ๊ายบายไว้เจอกันหลังปีใหม่” โมบายกล่าวและลานกระเป๋าใบเล็กออกจากหอพักมหาวิทยาลัย
…
โมบายเดินออกจากตึกหอพักมหาวิทยาลัย เตรียมเดินไปทางประตูทางออกของมหาวิทยาลัยที่อยู่ไกลออกไปจากหอพักของเธอ เพื่อไปรอพี่ชายที่กำลังจะมารับ ด้วยตอนนี้ในมหาวิทยาลัยมีคนอยู่มาก การวิ่งรถเข้ามาไม่ค่อยสะดวกนัก
“น้องโมบายกำลังจะกลับบ้านแล้วเหรอ? ให้พี่ไปส่งไหม?”รุ่นพี่ชายคนหนึ่งของคณะเอ่ยถาม
โมบายมองไปที่คนเสนอตัวอยากไปส่งเธอที่บ้าน รุ่นพี่ชายคนนี้ชื่อพี่บอล เป็หนุ่มหล่อของคณะ ฐานะทางบ้านดีมาก
โมบายมองรถเก๋งคันหรูที่วิ่งมาจอดข้างๆ แล้วยิ้มสวยๆ ส่งไปให้เ้าของรถ “ไม่เป็ไรค่ะรุ่นพี่ เดี๋ยวพี่ชายของฉันก็มารับแล้ว พี่ชายเป็คนหวงน้องสาวมาก รุ่นพี่รีบกลับก่อนไปก่อนดีกว่า” โมบายสาวสวยที่ตอนนี้เป็ นักศึกษาชั้นปีหนึ่ง กล่าวปฏิเสธรุ่นพี่ด้วยใบหน้าที่ดูอึดอัดใจเล็กน้อย
“แย่จังเลย พี่อยากไปส่งเราที่บ้านจัง จะได้ทำความรู้จักกับคุณพ่อคุณแม่ของน้องโมบายด้วย” รุ่นพี่บอลกล่าวทำหน้าเสียดาย"หรือว่าพี่จะรอทำความรู้จักกับพี่ชายของน้องโมบายก่อนดี"
โมบายมองรุ่นพี่ ที่เอ่ยปากอยากจะไปพบกับพ่อแม่ของเธอที่บ้านด้วย! และยังมีหน้ามาทำหน้าเ้าเล่ห์อยากอยู่เจอพี่ชายเธออีก
“ฮ่าฮ่าฮ่า พ่อแม่ของฉันคงไม่อยากเจอพี่เท่าไหร่ ฉันคิดว่ารุ่นพี่ควรรีบไปดีกว่านะ พี่ชายของฉันใกล้จะถึงแล้ว ฉันขอบอกรุ่นพี่เอาไว้ก่อนเลยนะ พี่ชายฉันดุมาก โดยเฉพาะกับคนที่มายุ่งกับน้องสาว!” โมบายรีบยกพี่ชายขึ้นมาขู่ เมื่อเห็นว่ารุ่นพี่หน้าหม้อยังไม่ยอมไป
“พี่ชายของน้องโมบายดุมากเลยเหรอ? พี่ว่าน้องโมบายยกพี่ชายขึ้นมาขู่มากกว่า”บอลกล่าวอย่างคนรู้ทันสาวสวย
“รุ่นพี่ไม่เชื่อหรือคะ! ฉันไม่ได้ขู่จริงๆ นะ พี่ชายฉันนะั้แ่เด็กๆ พอเจอใครเข้ามาจีบฉัน พี่ชายจะไม่พูดจาด้วยและเข้าไปชกต่อยจนถูกหามเข้าโรง'บาลเลย” โมบายมอง ก่อนจะถามว่า “หรือรุ่นพี่อยากจะรอเจอพี่ชายของฉัน แล้วดูว่าฉันโกหกหรือเปล่า” โมบายถามและทำหน้าตาจริงจังว่าเื่ที่เล่า เธอไม่ได้โกหก
บอลเห็นว่ารุ่นน้องไม่น่าพูดเล่น รีบเอ่ยว่า“พี่เห็นแก่น้องโมบาย ไม่อยากให้น้องโมบายโดนพี่ชายดุ พี่จะกลับไปก่อน เอาไว้มหาลัยฯเปิดแล้วเราค่อยไปกินข้าวด้วยกัน”บอลกล่าวแล้วรีบเดินกลับไปขึ้นรถ ก่อนจะขับออกจากมหาวิทยาลัยไปอย่างไม่เต็มใจนัก
โมบายมองตามท้ายรถไปแล้ว ก็อดไม่ได้ที่จะหลุดหัวเราะออกมา พี่ชายเธอดุและหวงเธอจริงๆเธอไม่ได้โกหก แต่เื่ที่ไปชกต่อยกับคนอื่น พี่ชายไม่เคยทำ เื่นี้เธอโกหก!
เสียงเรียกเข้าโทรศัพท์มือถือดังขึ้นพร้อมกับเสียงเพลงที่ถูกตั้งจากเพลงฮิต
"ที่รัก~ เธอหน้าตาดี ฉันรักเธอ ที่รักความรักของเธอ~ สดใสดั่งดอกทานตะวัน~~"
“ค่ะ...คุณแม่” โมบายรับโทรศัพท์เสียงใส
“โมบาย พี่ชายไปรับลูกหรือยัง?” ปลายสายเป็คุณแม่น้ำฟ้า ที่โทรศัพท์เข้ามา
“พี่ชายยังมาไม่ถึงเลยค่ะ หนูกำลังจะออกไปรอที่หน้ามหาลัยฯ คุณแม่โทรมามีเื่อะไรคะ” โมบายถาม
“แม่จะให้ลูกแวะห้างสรรพสินค้า ที่อยู่ก่อนจะถึงบ้านเรานะ แม่อยากให้ลูกกับพี่ชายไปซื้อของเพิ่มมาทำอาหารฉลองปีใหม่ให้แม่หน่อยนะ” คุณแม่น้ำฟ้ากล่าว
โมบายแปลกใจ ปกติคุณแม่จะซื้อของเตรียมเอาไว้ตลอดไม่เคยให้คนในบ้านไปซื้อเพิ่มเลย “คุณแม่ซื้อของมาไม่พอหรือคะ”
“แม่ซื้อมาพอสำหรับพวกเราแล้วลูก แต่ที่บ้านจะมีแขกมาเพิ่ม แม่เลยคิดว่าของที่ซื้อมาไว้ คงไม่พอที่จะทำอาหารเลี้ยงแขกด้วย” น้ำฟ้าบอกลูกสาว เธอมองวัตถุดิบทำอาหารบนโต๊ะ ที่มีจำนวนพอกินแค่คนในครอบครัว แต่ไม่พอรับแขก
“ได้ค่ะแม่ แต่แม่ค่ะเราตกลงกันว่า จะออกไปกินข้าวนอกบ้านกันไม่ใช่หรือคะ? แล้วมีแขกที่ไหนจะมากินข้าวกับเราในวันปีใหม่แบบนี้?” โมบายถาม ปกติที่บ้านเธอจะออกไปกินข้าวนอกบ้านเป็การเลี้ยงฉลอง มากกว่าจะทำอาหารที่บ้านเอง แต่คุณแม่ก็จะซื้อวัตถุดิบสำหรับทำอาหารติดบ้านเอาไว้ตลอด เพื่อคนในบ้านหิว
“วันนี้ไม่ได้...คุณอาณรงค์กับลูกสาวว่าที่พี่สะใภ้ของลูก จะมากินข้าวที่บ้านเราด้วย ซื้อของมาเยอะหน่อยนะ และก็อย่าลืมของที่จะซื้อกลับไปฝากคุณปู่คุณย่าด้วยล่ะ ซื้อมาเยอะๆ เลยนะ หมู่บ้านของคุณปู่คุณย่าอยู่ไกลจากตัวเมืองมาก จะออกมาซื้อของแต่ละครั้งยุ่งยากมาก” คุณแม่น้ำฟ้ากล่าวและสั่งให้ลูกสาวซื้อของที่ต้องเอาไปให้พ่อแม่เพิ่มด้วย เธอคิดว่าปีใหม่ทั้งที่ นานๆกลับบ้านควรจะซื้อข้าวของขนกลับไปให้มากๆหน่อย
“หนูก็บอกแล้วว่าให้พ่อกับแม่รับคุณปู่คุณย่า เข้ามาอยู่ในเมืองกับพวกเราด้วย ที่หมู่บ้านทางเข้าก็ลำบากยังอยู่ห่างไกลตัวเมืองอีก” โมบายกล่าวพลางเดินไปเรียก
“ลูกก็รู้...ว่าคุณย่าคุณปู่ของลูกดื้อแค่ไหน พวกท่านไม่ยอมทิ้งบ้านเดินในหมู่บ้าน แล้วเข้ามาอาศัยอยู่ในเมือง แม่กับพ่อชวนพวกท่านทุกครั้งที่พวกเรากลับไปเยี่ยมพวกท่าน ลูกก็เห็น เอาเป็ว่าลูกซื้อของมาเยอะๆ เลยนะ เดี๋ยวแม่โอนเงินไปให้” น้ำฟ้าบอกลูกสาว พ่อแม่ของสามีดื้อมาก ไม่ยอมมาอยู่ด้วยกัน เอาแต่อ้างว่าห่วงนา ห่วงไร่สวน และห่วงเพื่อนๆ ในหมู่บ้านกว่าจะไม่มีค่อยอยู่เป็เพื่อน ด้วยหนุ่มสาวต่างพากันย้ายออกไปทำงานในเมืองกันหมด ทำให้ในหมู่บ้านเหลือคนอยู่ไม่มาก ส่วนใหญ่มีแต่คนเฒ่าคนแกและเด็กเล็กไม่กี่คน
“ได้ค่ะคุณแม่ หนูจะซื้อพวกของใช้ต่าง ๆ ไปให้คุณปู่คุณย่าด้วยเลย” โมบายกล่าว
“ได้ๆ ลูกเห็นว่าอะไรที่จะซื้อก็ซื้อมาแล้วกัน” คุณแม่น้ำฟ้ากล่าวและวางสายโทรศัพท์ไป
หลังจากวางสายจากคุณแม่ โมบายโทรศัพท์หาพี่ชาย เธอถามพี่ชายว่ามาถึงไหนแล้ว ยังต้องแวะไปซื้อของเพิ่มอีก โมบายคุยโทรศัพท์ไม่นานก็เดินออกไปหน้าประตูมหาวิทยาลัย เพื่อเรียกรถไปห้างสรรพสินค้า ด้วยพี่ชายของเธอติดงานยังออกมารับไม่ได้
โมบายขึ้นไปนั่งบนรถแท็กซี่ "พี่ค่ะ ไปห้างสรรพสินค้าที่ใกล้ที่สุดค่ะ"โมบายนั่งรถมาไม่นานก็ถึงห้างสรรพสินค้า
“นี่ค่ะ เงินค่ารถ” โมบายส่งเงินค่ารถให้คนขับรถ ก่อนจะเปิดประตูรถลงจากรถ เธอเงยหน้ามองห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ตรงหน้าเธอ ก่อนจะเดินเข้าห้างไป
“ต้องซื้ออะไรบ้างนะ” โมบายเดินเข้าห้างและเข็นรถเข็นของห้างเข้าไปด้วย เธอเหลือบมองรายการของในมือถือที่แม่ส่งมาให้พร้อมกับคิดว่าจะซื้ออะไรสำหรับการฉลองร่วมกับว่าที่พี่สะใภ้ของบ้านด้วย
โมบายเดินไปทางโซนเครื่องดื่มเป็อันดับแรก เธอหยิบน้ำอัดลมขวดใหญ่ไปหลายแพ็ค น้ำชาแบบขวด นมกล่องอีกสองสามลัง น้ำดื่มอีกหลายแพ็ค อันนี้ซื้อไปไว้รับแขกที่จะมาวันนี้ นมผงแบบซองสำหรับผู้สูงอายุ ปลากระป๋อง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปรสชาติต่าง ๆ น้ำมัน แป้ง ข้าวสาร น้ำตาล ซอสพริก ซอสมะเขือเทศ น้ำปลา ขนมปัง นมข้นแบบหลอด กาแฟ โอวัลติน น้ำจิ้มสุกี้ ขนมคุกกี้แบบต่าง ๆ ที่บนห้างมีขาย
โมบายเดินไปทางโซนของใช้บ้าง เธอหยิบพวกกระดาษชำระ สำหรับใช้เช็ดหน้าและแบบใช้ในห้องน้ำไปอย่างละลัง สบู่เหลวและสบู่ก้อน แป้งฝุ่น ครีมทาผิว แปรงและยาสีฟัน ยาสระผม น้ำยาซักผ้า น้ำยาปรับผ้านุ่ม ผงซักฟอก น้ำยาซักผ้า ซันไลต์ อย่างละหนึ่งลัง ผ้าอนามัย อันนี้เธอซื้อให้ตัวเอง และของใช้อื่น ๆ อีกมากมาย เพราะบ้านคุณย่าคุณปู่อยู่ไกลตัวเมืองมาก เธอเลยต้องซื้อของเตรียมเอาไว้สำหรับตัวเองและครอบครัวด้วย