4. เปิดใจ
"เหยียนเอ๋อร์...แม่ก็ยังคงเป็แม่คนเดิมและอย่างที่แม่บอกไปว่าแม่้ามีชีวิตที่ดีขึ้น" อันเหลียนฮวากล่าวตอบบุตรชายเหมือนครั้งที่เคยบอกเมื่อวาน
"ท่านแม่ท่านลืมบุรุษผู้นั้นได้แล้วใช่หรือไม่" อันฮ่าวเหยียนเอ่ยถามพลางลอบสังเกตสีหน้าของมารดาไปด้วย
"บุรุษผู้นั้น ??...ใครกันหรือเหยียนเอ๋อร์" ความสงสัยฉายผ่านแววตาทันที
"ก็บุรุษที่ขึ้นชื่อว่าเป็บิดาของข้าที่ผ่านมาท่านแม่มิใช่ว่าทุกข์ใจเพราะบุรุษผู้นั้นหรอกหรือบุรุษผู้นั้นทำให้ท่านแม่ต้องทุกข์เช่นนี้ถึงข้าไม่รู้ว่าบุรุษผู้นั้นทำอันใดให้ท่านแม่ต้องเจ็บช้ำน้ำใจบ้างแต่ข้าก็ยินดีถ้าท่านแม่ลืมบุรุษผู้นั้นไปได้สักทีท่านแม่จะได้มีชีวิตที่สดใสกว่านี้" เด็กชายเอ่ยตอบมารดาด้วยน้ำเสียงจริงจังแต่แววตากลับแฝงร่องรอยบางอย่างหากมารดาลืมบุรุษผู้นั้นแล้วจะทำให้ชีวิตของมารดามีความสุขมากขึ้น แม้ในใจลึก ๆเขาอยากเจอบิดามากเพียงใดแต่ถ้าให้เลือกใครสักคนเขาย่อมเลือกความสุขของมารดาอยู่แล้ว
"......................"
บุตรชายคิดว่านางอาลัยอาวรณ์บุรุษผู้นั้นหรือนี่!! ..... แต่หากลองคิดดี ๆ ถ้าบุตรชายจะคิดเช่นนั้นคงไม่ผิดเท่าไหร่นัก อันเหลียนฮวายินดีให้บุตรชายคิดว่าที่ผ่านมา'มารดาเฝ้ารักเฝ้ารอบิดา' ก็ยังดีกว่าให้มารับรู้ว่ามารดา(ร่างเดิม)ชิงชังบุรุษที่ขึ้นว่าเป็บิดาของบุตรชายตนเองมากแค่ไหน
"เหยียนเอ๋อร์...เ้าให้โอกาสแม่อีกสักครั้งได้หรือไม่ที่ผ่านมาแม่คงโง่งมจมปลักกับเื่ในอดีตมากเกินไปแม่สูญเสียเวลาในการทำงานหาเงิน แค่อาศัยเก็บของป่าเพื่อกินไปวัน ๆ คงทำไม่ได้แล้ว เพราะเ้าโตจนป่านนี้แม่ยังไม่มีเงินทองให้เ้าไว้ศึกษาเล่าเรียนแม่กำลังจะทำให้เ้าไร้อนาคตไร้การศึกษาเสียแล้วเหยียนเอ๋อร์" อันเหลียนฮวามีสีหน้าสลดลงเล็กน้อยเมื่อนึกถึงการกระทำที่ไร้จุดหมายของร่างเดิม
แม้อันเหลียนฮวาไม่สามารถอธิบายเหตุผลบางข้อได้แต่นางก็เชื่อว่าร่างเดิมคงจะเห็นด้วยกับถ้อยคำของนางเมื่อครู่ที่กล่าวออกไป และคงยินดีหากบุตรชายได้มีอนาคตนางไม่รู้ว่าที่ผ่านมาร่างเดิมจะสังเกตุเห็นถึงความห่วงใยในตัวบุตรชายที่มีต่อมารดาหรือไม่เหตุใดร่างเดิมถึงได้ใช้ชีวิตเลื่อนลอยไปวัน ๆ เช่นนี้
บัวบูชารับรู้ได้ด้วยจิตลึก ๆ ว่าร่างเดิมไม่ยินดีกับการเกิดมาของบุตรชายตนเองเท่าใดนักแม้จะรังเกียจบุรุษผู้นั้นมากเพียงใด แต่ร่างเดิมมิได้มีจิตใจที่มืดบอดถึงเพียงนั้นจึงไม่ความคิดที่จะทอดทิ้งบุตรชายนางเลี้ยงไปตามอัตภาพ ยามมีก็กินยามไม่มีก็อดคอยดูแลกันและกันตามประสาชาวบ้านทั่วไป ความรักที่มอบให้บุตรชายก็มีไม่น้อยแต่ก็ยังแพ้ให้กับความอ่อนแอของตนเองทำให้ไม่สามารถต่อสู้กับชีวิตที่เผชิญได้ร่างเดิมจึงใช้ชีวิตที่ผ่านมาอย่างเสียเปล่าไม่เกิดประโยชน์อันใด ๆ แม้แต่น้อย
แต่ถึงกระนั้นบัวบูชาก็ยังคิดว่าหากอันเหลียนฮวาฝืนชะตาชีวิตตนเอง ไม่จมอยู่ในทะเลทุกข์จนมากเกินไป ชีวิตของนางจะต้องดีขึ้นอย่างแน่นอนเพราะร่างเดิมเป็สตรีที่พอมีความสามารถ หากเสียแต่ร่างนี้มีจิตใจอ่อนแอยอมแพ้ต่อทุกเื่ง่าย ๆ ชีวิตของนางจึงไม่ได้โผล่พ้นน้ำสักทีและยังเป็ตัวถ่วงบุตรชายให้อยู่ใต้น้ำตามตนเองไปด้วย
"ท่านแม่โอกาสเป็ของท่านแม่เสมอและข้าที่เป็บุตรชายของท่านต่อจากนี้จะช่วยท่านแม่หาเงินเข้าบ้าน พวกเราจะได้กินดีอยู่ดีแต่เื่เล่าเรียนไม่จำเป็หรอกท่านแม่" อันฮ่าวเหยียนกล่าวกับมารดาด้วยแววตาเด็ดเดี่ยวเขา้าช่วยมารดาหาเงินให้มาก ๆ มารดาจะได้มีฐานะความเป็อยู่ที่ดีกว่านี้สำหรับเขาแล้วเื่เรียนหนังสือไม่สลักสำคัญอันใด หาเงินสำคัญกว่า
"ขอบใจเ้ามาก...แม่ภูมิใจในตัวเหยียนเอ๋อร์ยิ่งนักแต่เื่เรียนแม่คงยอมไม่ได้หรอก อย่างไรเสียเ้าต้องร่ำเรียน แต่ตอนนี้แม่ว่าเราลงมือกินข้าวกันก่อนดีหรือไม่" อันเหลียนฮวาเอ่ยด้วยรอยยิ้มบางเบานางรู้สึกอุ่นหัวใจกับถ้อยคำของบุตรชายที่มีใจคิดอยากจะช่วยมารดาหาเงิน
"ขอรับ" อันฮ่าวเหยียนตอบด้วยรอยยิ้มเจิดจ้า
หลังจากนั้นอันเหลียนฮวาและบุตรชายก็เริ่มกินอาหารบนโต๊ะดวงตากลมคอยลอบสังเกตบุตรชายว่าสามารถกินอาหารมื้อนี้ได้หรือไม่
"พอกินได้หรือไม่" นางถามบุตรชายด้วยแววตาเอ็นดู
"กินได้ขอรับท่านแม่" เด็กชายตอบมารดาอย่างอารมณ์ดี
ใช้เวลาไม่นานสำรับง่าย ๆบนโต๊ะก็ถูกจัดการจนเกลี้ยง สิ่งที่บุตรชายโปรดปรานมากที่สุดคงหนีไม่พ้นชมพู่และดูวันนี้บุตรชายกินอาหารได้มากกว่าปกติ แม้จะเป็อาหารง่าย ๆปรุงรสด้วยเกลือเท่านั้น
"เหยียนเอ๋อร์เ้าไปพักผ่อนเถิดเดี๋ยวแม่ไปล้างจานเอง" เสียงหวานเอ่ยขึ้นพลางเอื้อมมือไปเก็บถ้วยชามเพื่อจะนำไปล้างทำความสะอาด
"ข้าล้างเองดีกว่าขอรับ" อันฮ่าวเหยียนลุกขึ้นและหยิบกองถ้วยชามที่มารดาวางซ้อนกันและนำไปล้างด้านนอก
"ตามใจเ้า"นางเอ่ยพร้อมกับรอยยิ้มที่ประดับอยู่บนดวงหน้า
อันเหลียนฮวาเดินเล่นอยู่บริเวณริมลำธารข้างบ้านนางกำลังคิดวิธีหาเงินซื้อข้าวสารและอาหารแห้งต่าง ๆ ทว่าสมองพลันนึกถึงแหวนหยกขาวที่นางเคยได้ยินจากท่านผู้เฒ่าชรานางจึงตัดสินใจลองหลับตาและตั้งจิตนึกถึงแหวนหยกลายดอกเหลียนฮวาผ่านไปชั่วพริบตาแหวนหยกรูปดอกบัวสีขาวก็ปรากฎอยู่กลางฝ่ามือของนาง
"แล้วทำเช่นไรต่อ"ร่างบางเอ่ยพึมพำกับตนเอง มือเรียวหมุนแหวนหยกสีขาวไปมาอย่างพินิจพิจารณา
นางจึงลองตั้งจิตนึกถึงแหวนหยกอีกครั้งและภาพที่แสนคุ้นเคยก็ปรากฎสู่สายตานางยกยิ้มที่มุมปากอย่างพึงพอใจ เพราะสิ่งของเครื่องใช้ต่าง ๆที่อยู่ภายในคอนโดหรูของนางในภพก่อนปรากฎขึ้นเรียงกันราวกับว่านางกำลังดูรายการสินค้าในแคตตาล็อก มือบางเลื่อนไปทางซ้ายอย่างช้า ๆ นางเลื่อนดูไปทีละหน้าๆ ภายใต้ความสงบนิ่งกลับแฝงไปด้วยจิตใจที่เต้นระรัว อย่างน้อย ๆนางคงไม่หิวตายอยู่บนภพนี้อย่างแน่นอน แต่ตอนนี้นางจะขอลองใช้ชีวิตวิถีปกติของคนยุคสมัยนี้ไปก่อนหากขาดเหลือสิ่งใดค่อยว่ากันอีกที
ยามอู่อันเหลียนฮวานำต้นกล้วยที่ลากลงมาจากเขาจำนวนสองต้น นำมาลอกกาบกล้วยออกเป็แผ่น ๆจัดการใช้มีดทื่อ ๆ กรีดกาบกล้วยเป็เส้น ๆ แล้วนำมาผึ่งแดดสักสามวันเพราะนางจะนำเชือกกล้วยเหล่านี้ไปมัดไม้ไผ่ หรือมัดสิ่งของต่าง ๆ ที่จำเป็เมื่อจัดการงานนอกบ้านเรียบร้อยแล้ว อันเหลียนฮวาก็กลับมาจัดการงานภายในบ้าน โดยมีบุตรชายมาช่วยเก็บกวาดจัดการทิ้งสิ่งของที่ไม่ได้ใช้นำไปกองรวมกันไว้ลานหลังบ้านนางทำความสะอาดเครื่องเรือนต่าง ๆ โดยใช้ผ้าชุบน้ำร้อน และนำไปเช็ดตามตู้ เตียง โต๊ะ และมุมบ้านต่าง ๆ เมื่อบุตรชายถามว่าเหตุใดถึงใช้น้ำร้อน
นางจึงตอบไปว่า ..'น้ำร้อนในอุณหภูมิที่เดือดสามารถช่วยฆ่าเชื้อโรคได้'..พอนางเผลอพูดประโยคนั้น คำถามอีกมากมายก็ตามมาเช่น อุณหภูมิคือสิ่งใดเชื้อโรคคือสิ่งใด เหตุใดต้องฆ่ามันด้วย นางจึงบอกปัดไปว่า..'เดี๋ยวว่าง ๆ แม่จะอธิบายให้ฟัง'..
หลังจากจัดการงานทุกอย่างเรียบร้อยแล้วบรรยากาศภายในบ้านก็ปลอดโปร่งโล่งสบายขึ้นมาทันทีอากาศถ่ายเทสะดวกขึ้นไม่มีเศษฝุ่นเกาะติดบริเวณหน้าต่างจึงทำให้ลมพัดผ่านเข้ามาภายในตัวบ้านได้สะดวกขึ้นพงหญ้ารกบริเวณหลังบ้านนางและบุตรชายก็จัดการถางจนเรียบเตียนจึงทำให้มองเห็นวิวลำธารได้จัดเจนขึ้น