ตอนที่ 29
เริ่มต้นการค้าขาย (29)
จูเฟยกลับมาถึงบ้านพร้อมมารดาอ้อมแขนทั้งสองข้างเต็มไปด้วยตำราทั้ง 4 เล่มที่นางนำกลับมาด้วย
เมื่อกลับมาถึงบ้านหลังเก่าๆอันทรุดโทรมของนางที่ตั้งอยู่ภายในสลัมเล็กๆนอกเมืองอู่หนาน ผู้เป็มารดาได้เริ่มทำอาหารมื้อเย็นให้กับบุตรสาวตัวน้อยทันที
จูเฟยนั่งอยู่บนเตียงนอนขนาดหนึ่งคนนอนที่สองแม่ลูกต้องนอนเบียดเสียดกันทุกคืนนางได้ละสายตาไปมองรอบบ้านของนางที่มันทั้งเก่าและทรุดโทรม
ในใจก็อยากจะเปลี่ยนบ้านและลองซื้อที่ดินพร้อมกับสร้างบ้านใหม่อยู่หรอกแต่ว่าด้วยจำนวนเงินให้ตอนนี้มันยังไม่เพียงพอเลย และอีกอย่างเงินก้อนแรกนางก็อยากจะเก็บมันเอาไว้ในการลงทุนด้วย
จูเฟยที่นั่งมองสภาพรอบบ้านของนางอยู่สักพักก็ค่อยๆหยิบตำราข้างกายของตนเองขึ้นมาอีกครั้งนางยังคงอ่านค้างอยู่เพราะว่าเมื่อตอนกลางวันเผลอหลับไปใต้ต้นไม้ใหญ่ในขณะที่ร่างกายโดนสายลมเย้าหยอก
ิ่อวี้เฟยกำลังก้มหน้าก้มตาทำอาหารมื้อค่ำอยู่นั้นนางก็ได้ปลายสายตากลับมามองบุตรสาวของตนเองที่นั่งอ่านตำราอยู่ด้านหลัง
ดวงตาอันงดงามของหญิงสาววัยเลขสามนั้นเริ่มหรี่เล็กลงพร้อมกับเพ่งเล็งด้วยความสงสัยแต่ว่านางก็ไม่ได้เอ่ยปากพูดออกมา
ผู้ใดไม่รู้แต่นางเป็ผู้ที่รู้ดีที่สุดเพราะว่านางเลี้ยงบุตรสาวของนางมาั้แ่เกิด จูเฟยเป็เด็กที่ร่างกายไม่แข็งแรงแถมไม่ได้ฉลาดเฉลียวขนาดนี้และยังอ่านตัวอักษรไม่ออก
แต่ภาพที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าของนางในตอนนี้มันทำให้นางที่เป็มารดานั้นประหลาดใจและสงสัยยิ่งนัก บุตรสาวของนางเปลี่ยนไปเป็อย่างมากกลายเป็เด็กที่มีร่างกายแข็งแรงและมีสติปัญญาเฉลียวฉลาดสามารถคิดอ่านเื่ต่างๆที่แม้กระทั่งผู้ใหญ่อย่างเช่นพวกนางไม่สามารถคิดได้ และตอนนี้สิ่งที่ปรากฏอยู่ตรงหน้ามันก็ทำให้นางประหลาดใจอีกครั้งหนึ่งตรงที่บุตรสาวของนางนั้นสามารถอ่านตัวอักษรออกทั้งที่ไม่เคยร่ำเรียนเลยสักครั้ง
กระนั้นิ่อวี้เฟยก็ได้ละความสนใจจากบุตรสาวตัวน้อยแล้วกลับไปให้ความสนใจกับอาหารตรงหน้าของตนเองอีกครั้ง ตอนนี้นางเลือกที่จะปล่อยผ่านเื่นี้ไปก่อน
ราตรีอันเงียบงันที่อากาศด้านนอกมันเย็นเฉียบสองแม่ลูกยังคงนอนขดตัวอยู่บนเตียงนอนขนาดหนึ่งคนนอน แม้ว่าจะเป็เตียงขนาดเล็กและมีผ้าห่มผืนเล็กๆผืนเดียว แต่ว่าตอนที่ทั้งสองนั้นนอนกอดกันตัวกลมมันก็ทำให้ความหนาวเย็นนะทุเลาเบาบางและไม่สามารถเล่นงานกับร่างกายของพวกนางได้
เช้าวันถัดมาวันนี้เป็วันที่ร้านผักของท่านยายจูเฟยจะเปิดกายเป็ร้านผักอย่างเต็มตัวไม่ใช่เป็เพียงแผงผักที่ตั้งขายอยู่หลังตลาด
อันที่จริงในวันนี้ตัวของจูเฟยต้องอยู่เพื่อเก็บเกี่ยวสมุนไพรของนางเพื่อที่จะนำไปขายได้วันพรุ่งนี้แต่ว่าเมื่อเป็วันดีนางก็จะให้ช่วยมารดาและท่านยายเพื่อต้อนรับการเปิดร้านใหม่
ยามเช้าม่านเมฆเริ่มจางหายดวงอาทิตย์เริ่มปรากฏขึ้นสู่ท้องนภาฉายแสงสว่างไสวไปทั่วทั้งบริเวณ หมู่มวลปักษาบินโฉบเฉี่ยวอยู่บนท้องนภาและขับขานเสียงร้องประสานอันไพเราะ วันนี้เป็วันดีสองแม่ลูกรีบเดินออกจากบ้านอย่างรวดเร็วเพื่อเดินตรงไปที่บ้านของท่านยายหวังและจัดเตรียมของต่างๆที่จะนำไปภายในวันนี้
วันนี้จำนวนผักมีมากขึ้นอีกระดับ ทั้ง 3 ชีวิตช่วยกันขนข้าวของต่างๆที่ต้องใช้มากมายขึ้นรถม้าที่จ้างวานมาแล้วทางเข้าไปที่เมืองอู่หนานในทันที
เข้าไปสู่เมืองพุ่งตรงเข้าไปภายในตลาดร้านผักของท่านยายหวังที่เปิดใหม่ตั้งอยู่บริเวณด้านหน้าตลาดและเป็จุดทำเลที่สามารถมองเห็นได้ชัดั้แ่วิ่งรถม้าเข้ามาแต่ไกล
เมื่อเข้ามาภายในถนนเส้นหลักที่เชื่อมโยงต่อถึงตลาดก็เห็นได้ทันทีว่าด้านหน้าร้านมีลูกค้ามากมายมายืนรอเพื่อซื้อผักของพวกนางอย่างไม่ขาด
เมื่อไปถึงจูเฟยได้ลองใช้สายตาของนางจ้องมองภายในร้านก่อนเลยเป็อันดับแรก ตอนนี้เป็ในยามเช้าแสงแดดเริ่มส่องแรงส่องผ่านมาที่ร้านผักที่ตั้งอยู่ ทว่า..ด้วยคำเสนอของเด็กน้อยเมื่อวานท่านยายหวังได้ทำการจ้างคนให้ทำที่ในการนำผ้าผืนใหญ่มาปกคลุม้าเรียบร้อยแล้ว
มันสามารถบดบังแสงแดดได้ระดับหนึ่งเลยถึงแม้ว่าจะไม่ได้ดีนักแต่ก็ทำให้มันไม่ได้ร้อนมากขณะที่เหล่าลูกค้านั้นจะทนไม่ได้ การค้าขายผักนั้นส่วนใหญ่ก็จะขายหมดในเวลาก่อนจะครึ่งวันคงจะไม่ได้เป็ปัญหาอันใดมากนัก
“ มาแล้ว!!!! มาแล้ว!!! ”
“ ยัยหนูจู!!! ท่านป้าหวัง!!! ร้านใหม่ของท่านเนี่ยดีจริงๆเลยสามารถเดินถึงได้อย่างรวดเร็วไม่ต้องเดินไปถึงท้ายตลาดอย่างเช่นก่อนหน้านี้ ”
เมื่อเดินเข้ามาถึงเสียงของเหล่าลูกค้าก็เริ่มพูดขึ้นมาในทันที ส่วนใหญ่ก็เป็คำพูดที่บอกแต่ว่าการย้ายมาตั้งเป็ร้านที่สถานที่แห่งนี้ดียิ่งนัก
มันย่อมเป็เช่นนั้นอยู่แล้วเพราะว่าทำเลตรงนี้เหล่าชาวเมืองก็สามารถเดินมาถึงได้อย่างง่ายดายไม่ต้องเดินเข้าไปถึงบริเวณท้ายตลาด
เมื่อเดินทางมาถึงแม่ค้าทั้งสามก็ได้ช่วยกันนำผักขึ้นมาจัดวางแผงอย่างรวดเร็วแล้วเริ่มทำการเปิดร้านใหม่ของพวกนางในทันที
การค้าขายผักสามารถดำเนินผ่านไปได้อย่างดีในวันแรกที่ยกระดับจากแผงผักธรรมดาขึ้นมากลายเป็ร้านผัก วันนี้เป็วันเปิดร้านผักก็สามารถค้าขายได้หมดก่อนจะเที่ยงวันเหมือนเช่นทุกครั้ง
อันที่จริงแล้วตัวของจูเฟยคิดว่าการเปิดร้านวันแรกมันควรจะมีสินค้าแถมให้กับเหล่าลูกค้าด้วยแต่ว่าพืชผักแค่เพียงจะขายให้กับลูกค้ามันก็ยังไม่เพียงพอเลยถ้าจะให้แถมอีกก็คงจะมีคนที่มาช้าโวยวายอย่างแน่นอน
เมื่อเหล่าลูกค้าที่อยู่หน้าร้านเริ่มจางหายไปเพราะว่าผักที่ขายนั้นหมดเกลี้ยงเรียบร้อยแล้ว แม่ค้าทั้ง 3 ก็ได้มีโอกาสทิ้งกายนั่งพักสักที
นั่งพักอยู่สักพักนึงดวงตาของจูเฟยได้มองในบริเวณรอบร้าน
“ ท่านยายหวังเ้าค่ะข้ามีความคิดที่ดีอ ” เด็กน้อยที่นั่งอยู่ข้างกายของท่านยายหวังได้เสนอบางอย่างขึ้นมาหลังจากที่นางได้ใช้ดวงตาของตนเองกวาดมองในบริเวณรอบอยู่สักพัก
ทั้งท่านยายหวังและมารดาของนางได้หันมองเด็กน้อยที่นั่งอยู่ระหว่างกลางของทั้งสองด้วยความฉงนในทันที
“ มีอันใดงั้นหรือยัยหนูจู ” ท่านยายหวังถามขึ้นมาด้วยความฉงน ใบหน้าอันอ่อนโยนของหญิงชราเริ่มปรากฏซึ่งความสงสัย
“ ข้าคิดว่าร้านแห่งนี้มันยังไม่สมบูรณ์และยังต้องแต่งเติมบางอย่างอยู่เ้าค่ะ ”
“ แต่งเติมอันใดกัน?? ”
“ ข้าคิดว่าสิ่งที่ร้านแห่งนี้ยังขาดอยู่มันคือป้ายร้านและการตกแต่งนิดหน่อยเ้าค่ะ ”
นางคิดว่าการจะเปิดร้านการมีป้ายร้านเป็สิ่งสำคัญมันจะบ่งบอกถึงจุดยืนและสิ่งที่ร้านนี้นั้นกำลังขายอยู่อย่างชัดเจน
ท่านยายหวังได้เริ่มกลับมาครุ่นคิดถึงคำพูดของยัยหนูจูข้างกายของนาง หลังจากนั่งครุ่นคิดและพยายามตัดสินใจอยู่สักพักก็ได้หันไปหาจูเฟยแล้วตอบกลับ “ แล้วมันต้องทำอันใดบ้างงั้นรึยัยหนูจู ”
จูเฟยไม่รีรอนางได้เริ่มชี้แนะจุดต่างๆที่ร้านแห่งนี้ยังคงขาดอยู่ให้กับท่านยายหวังได้ฟัง แน่นอนว่าท่านยายหวังได้รับฟังคำชี้แนะของเด็กน้อยผู้นี้เอาไว้แล้วก็เริ่มปรับเปลี่ยนตามคำพูดทันที
หลังจากค้าขายและพูดคุยบางอย่างกันเสร็จเรียบร้อยทั้ง 3 ก็พากันเดินกลับไปที่บ้านของท่านยายหวังเพื่อทำงานในยามบ่าย จูเฟยได้ไปที่สวนสมุนไพรของตนเองเพราะว่าตอนเช้านางไม่ได้ทำมาถึงตอนบ่ายนางเลยต้องลงมือเก็บเกี่ยวสมุนไพรทั้งหมดเพื่อให้ทันกับการนำไปขายในวันพรุ่งนี้
จูเฟยได้เร่งมือเก็บเกี่ยวสมุนไพรและจัดเตรียมพวกมันเอาไว้ให้เป็สัดส่วนเพื่อพร้อมกับการนำไปส่งขายให้กับร้านสมุนไพรของท่านปู่จ้าวในวันพรุ่งนี้
เด็กน้อยลงมือเก็บเกี่ยวสมุนไพรทั้งหมดด้วยตัวคนเดียว เมื่อกว่าจะทำมันเสร็จเรียบร้อยดวงอาทิตย์้าท้องนภาก็ได้ย้อมท้องนภาให้กลายเป็สีส้มอมแดงอีกครั้ง
“ เฮ้อ!!! ” ฟิ้ว!!! ตู้บ!!! จูเฟยถอนหายใจลากยาวพร้อมกับทิ้งร่างของนางลงไปที่พื้นทันที ร่างเล็กๆแผ่ซ่านทิ้งกายนอนราบไปกับพื้นหญ้า
ดวงตากลมโตทั้งสองข้างมองขึ้นไป้าท้องนภาที่ถูกย้อมให้กลายเป็สีส้มอมแดง สายลมเย็นๆพัดเข้ามาเย้าหยอกร่างกายบรรเทาความเหนื่อยล้าที่กำลังกัดกินร่างของนางอยู่ได้ส่วนหนึ่ง
นอนนิ่งเพื่อพักร่างกายอยู่สักพักตัวของนางก็ะโขึ้นมาอยู่ในท่านั่งดวงตากลมโตมองตรงไปภายในลำธารที่อยู่ด้านหน้า
“ อักขระของท่านอาจารย์นี้ดีจริงๆทำให้ข้านั้นสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้อย่างเต็มร้อยโดยไม่ต้องกังวลพวกปลาที่มาคอยแย่งชิงผลประโยชน์ไป ” จูเฟยพูดพร้อมกับพยักหน้าน้อยๆนั้นขึ้นลงอย่างพึงพอใจ
ด้วยพลังอักขระของท่านอาจารย์มันทำให้ตัวของนางสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตในรอบนี้ได้อย่างเต็มร้อยโดยที่ไม่โดนเหล่าปลากัดกินไปเลยสัก 1 ต้น
หลังจากที่นอนพักเอาแรงมาสักพักก็ได้เริ่มค่อยๆขนสมุนไพรเ่าั้ที่นั่งเก็บเกี่ยวมาได้เข้าไปในบ้านของท่านยายหวังทันทีเก็บเอาไว้แล้วรอส่งขายในวันพรุ่งนี้
ในวันถัดมา..
ตอนเช้ามันก็เป็เช้าที่ปกติเช่นทุกวันสองแม่ลูกจูงมือกันออกจากบ้านแล้วมุ่งตรงไปที่บ้านของท่านยายหวังวันนี้จูเฟยบอกกับท่านยายหวังแล้วท่านแม่ของนางเอาไว้แล้ว ว่านางจะไม่สามารถเดินทางเข้าไปช่วยในการค้าขายได้เพราะต้องจัดการหลายๆอย่าง
ถึงเวลาก็ช่วยกันขนผักขึ้นไปบนรถม้าจ้างวานมาแล้วนำให้รถม้ารับไปส่งขายในตลาดก่อนที่รถม้าจะวิ่งกลับมารับจูเฟยและไปส่งที่ร้านสมุนไพร
เมื่อค้าขายผลผลิตของตัวเองเสร็จเรียบร้อยแล้วแล้วได้เงินมาจำนวนนึงนางก็ต้องไปซื้อเมล็ดสมุนไพรเพื่อนำมาเพาะปลูกอีกก่อนที่จะเดินไปหาท่านอาจารย์ของนาง
วันนี้นางเดินทางไปก็หวังจะถือโอกาสนี้ในการไถ่ถามเื่ที่นางกำลังคิดเอาไว้เกี่ยวกับเื่การเปิดธุรกิจออนไลน์ภายในยุคสมัยนี้ด้วยเลย
จบตอน