
เย่ชิงเซียนจะเลือกสอนวิชาให้เด็กๆ วันละนิดละหน่อย เพื่อให้เด็กๆ ซึมซับ และค่อยๆ เข้าใจเรียนรู้ในสิ่งที่เธอจะสอน เพื่อไม่ให้เด็กๆ เบื่อหรือไม่ชอบการเรียน เธอพยายามหากิจกรรมสนุกๆ มาเล่นกับลูก ซึ่งก็ล้วนแต่เป็การสอดแทรกการเรียนการสอนแต่เป็ในรูปแบบของเธอ เพื่อให้เด็กๆ ได้เรียนรู้ในสิ่งที่เธอ้าจะสอนให้กับพวกเขา
เย่ชิงเซียนกับซือหลางจะเป็คนกล่อมให้ลูกๆ นอนหลับในทุกวัน หลังจากที่เด็กๆ นอนหลับแล้ว ซือหลางจะเป็คนอุ้มลูกที่นอนหลับสนิทแล้วออกจากมิติไปส่งให้นอนหลับสบายบนเตียงนอนที่บ้านของคุณปู่คุณย่าในโลกปัจจุบัน เด็กทั้งสี่สามารถเรียนรู้ทุกอย่างที่บิดา มารดาสอนถึงแม้จะไม่ค่อยชอบใน่แรก แต่ก็สนุกกับกิจกรรมที่มารดาหามาเล่นกับพวกเขา ทำให้พวกเขาซึมซับวิชาที่มารดา้าจะถ่ายทอดให้มาโดยไม่รู้ตัว มารดาให้เหตุผลว่า เรียนรู้เอาไว้ในเวลาจำเป็ก็สามารถที่จะนำมาใช้ได้จะเอาไว้ช่วยเหลือตนเองหรือคนอื่นๆ ก็ได้
ซือหลงกับซือเทียนชอบเรียนวรยุทธ์มากที่สุด แม้ว่าเด็กทั้งสองจะไม่ชอบเรียนปรุงยา แต่มารดาก็เกลี้ยกล่อมหาเหตุผลมาโต้แย้งเพื่อให้พวกเขาจดจำคุณลักษณะและข้อแตกต่างของสมุนไพร โดยมีรางวัลเป็การเรียนอักขระ และสิ่งของที่มารดาจะมอบให้จากสิ่งที่พวกเขาเรียกร้อง พวกเขาทั้งสี่คนชอบเรียนอักขระมาก เพราะมันสร้างสรรค์ให้เป็อะไรก็ได้ให้เป็ไปอย่างที่ใจคิด เด็กทั้งสี่คนถูกฝึกวรยุทธ์มาั้แ่อายุย่างเข้าสี่ขวบ ทำให้ทุกวันนี้พวกเขาเก่งพอๆ กับองครักษ์ของบิดามารดาแล้ว ในทุกวันของการเรียนในมิติ มารดาจะให้การบ้านเป็การท่องรายชื่อสมุนไพร หรือปรุงยามาส่ง ซึ่งล้วนแต่เป็ยาที่จำเป็ต้องใช้ในขั้นพื้นฐาน พวกเขาทุกคนก็ทำได้ดี ถึงแม้จะไม่ค่อยชอบก็ตาม แต่เด็กทั้งสี่ก็เต็มใจเรียนทุกอย่างที่มารดาตั้งใจจะถ่ายทอดให้กับพวกเขา
มีเพียงซือเฟิง กับ ซือเซียนเท่านั้นที่ชอบเรียนทุกอย่างที่มารดาสอน พวกเขาทั้งสองคนจะทำได้ดีทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็วรยุทธ์ อักขระ หรือการปรุงยา ซือเฟิงกับซือเซียนจะสนุกไปทุกสิ่งที่มารดาสอน นอกจากพวกเขาจะชอบเรียนปรุงยาตามปกติแล้ว พวกเขาทั้งสองก็ชอบเรียนปรุงยาพิษด้วย ถึงแม้ว่าตอนนี้จะไม่เก่งเท่ามารดา แต่มารดาบอกว่าค่อยๆ เรียนรู้ไปอีกไม่นานพวกเขาทั้งสองคนจะต้องเก่งกว่ามารดาแน่ๆ
ซือหลางกับเย่ชิงเซียนมาส่งเด็กๆ ที่หน้าโรงเรียน ส่วนหน้าที่มารับกลับตอนเย็นจะเป็คนขับรถที่คุณปู่คุณย่าส่งมารับเด็กๆ
“ตั้งใจเรียนนะคะลูก แล้ววันศุกร์คุณแม่จะมารับนะคะ”
เย่ชิงเซียนลูบศีรษะของเด็กๆ ก้มลงมาหอมหน้าผากทีละคน
“ห้ามดื้อกับคุณปู่คุณย่าด้วยนะครับ ต้องเป็เด็กดี เชื่อฟังคุณปู่คุณย่า ด้วยรู้ไหมครับเด็กๆ”
“รับทราบค่ะ” ซือเซียน
“รับทราบครับผม” ซือหลง ซือเทียน ซือเฟิง
“บ๊าย บาย ก่อนนอนคืนนี้เจอกันนะคะ” ซือเซียน
“บ๊าย บาย ครับรักคุณพ่อคุณแม่นะครับ” ซือหลง / ซือเทียน / ซือเฟิง
เด็กๆ หอมแก้มคุณพ่อคุณแม่ โบกมือลาก่อนที่เดินจะเข้าโรงเรียน ซือหลางกับเย่ชิงเซียนเห็นว่าลูกเดินเข้าโรงเรียนเรียบร้อยก็คิดว่าตัวเองคงได้เวลากลับไปทำหน้าที่เสียที
“เรากลับกันเถอะค่ะ”
“ชิงเอ๋อร์น้องจะกลับบ้านเลยหรือจะแวะซื้ออะไรอีกหรือไม่”
“กลับเลยดีกว่าค่ะ พี่ซือหลางยังมีเื่ให้ทำรออยู่อีกตั้งเยอะไม่ใช่หรือคะ”
“เื่ที่รอได้ก็ให้รอไปก่อน ส่วนเื่ของชิงเอ๋อร์ต้องสำคัญที่สุด และมาก่อนเสมอสิครับ”
“นี่เรามีลูกด้วยกันสี่คนแล้วนะคะ พี่ซือหลางยังจะปากหวานไม่เปลี่ยน ไม่เบื่อชิงเอ๋อร์บ้างหรือคะ” เย่ชิงเซียนแกล้งลองใจซือหลาง
“พี่ไม่เคยเบื่อคนดีของพี่เลยสักครั้ง แค่คิดสักนิดก็ไม่เคยเลยจ้ะ” ซือหลางตอบพร้อมกับหอมแกล้งเย่ชิงเซียนเพื่อเป็การยืนยันว่าเขารักเธอจริงๆ
“ปากหวานจริงๆ เลยเชียว ถึงจะประจบอย่างไรน้องก็ไม่ยอมมีลูกเพิ่มให้อีกแล้วนะคะ แค่สี่คนพอแล้วค่ะ” เย่ชิงเซียนเขินอายจนหน้าแดง
“แหมคนดี รู้ทันพี่อยู่เรื่อยเลยเชียว มีอีกสักคนสองคนจะเป็ไรไปจ๊ะ เงินทองเราก็มีตั้งมากมาย ใช้อย่างไรชาตินี้ก็ไม่มีวันหมดหรอกจ้ะ” ซือหลางอยากจะมีลูกอีกสักคนสองคน แต่เย่ชิงเซียนไม่ยอม เขาจึงต้องพยายามออดอ้อนเอาใจเผื่อว่าสักวันเย่ชิงเซียนจะใจอ่อนยอมมีลูกให้กับเขาอีก
“ขอน้องคิดดูก่อนนะคะ” เย่ชิงเซียนแบ่งรับแบ่งสู้ เธอเองก็ยังไม่แน่ใจว่าอยากจะมีเพิ่มอีกหรือไม่
“ได้จ้ะ แค่ชิงเอ๋อร์รับปากว่าจะเก็บเอาไปคิดดู แค่นี้พี่ก็มีความหวังแล้วจ้ะ”
“เมื่อก่อนน้องก็มักจะบอกพี่ว่าลูกยังเล็กอยากให้ลูกโตกว่านี้ก่อน แต่ตอนนี้ลูกๆ ก็โตกันหมดแล้ว พี่ว่าเราน่าจะมีเ้าตัวเล็กๆ มาป่วนอีกสักคนสองคนดีไหมครับคนดี”
“ก็ได้ค่ะ ต่อไปนี้ชิงเอ๋อร์จะไม่คุมกำเนิดถ้าลูกจะมาก็ให้มาภายในสองปีนี้เท่านั้นนะคะ ถ้าเกินจากนี้ไม่เอาแล้วนะคะ เราจะวิ่งตามลูกไม่ไหว” เย่ชิงเซียนหน้าแดงเป็ลูกตำลึงไม่กล้าสบตาซือหลางด้วยความเขินอาย
“ขอบคุณมากนะครับ คนดีของพี่ พี่จะตั้งใจทำให้ลูกมาภายในปีนี้คน ปีหน้าอีกคนตามที่น้องกำหนดนะจ๊ะ”
ซือหลางหอมแก้มเย่ชิงเซียน
“พี่ซือหลางคะ ตั้งใจขับรถสิคะ มันอันตรายนะรู้ไหมคะ”
เย่ชิงเซียนทุบแขนซือหลาง
“ก็ชิงเอ๋อร์น่ารักขนาดนี้ พี่จะอดใจไหวได้อย่างไรกันล่ะ” ซือหลางหยอกล้อ
“ไม่คุยด้วยแล้ว คนบ้า ชอบแกล้งให้อายอยู่เรื่อยเชียว”
เย่ชิงเซียนนั่งกอดอกมองออกไปด้านนอกของรถ ซือหลางมองเธอแล้วเขาก็ยิ้มอย่างมีความสุข
เมื่อขับรถกลับมาถึงบ้าน ทั้งสองก็เปลี่ยนเสื้อผ้ากลับไปที่แคว้นเจี๋ย เพื่อทำหน้าที่ของตัวเองต่อ
หลังจากนั้นหนึ่งปีถัดมาเย่ชิงเซียนก็ให้กำเนิดพระธิดาอีกหนึ่งคน คนนี้ซือหลางให้ชื่อว่า ซือเยว่ ลูกสาวคนนี้ก็มีลักษณะคล้ายกับเย่ชิงเซียนเช่นกัน มีกลิ่นกายหอม มีสัญลักษณ์บนหน้าผากคล้ายดอกเหมย แต่มีนิสัยเหมือนซือหลางเงียบๆ พูดน้อย
และในอีกหนึ่งปีเย่ชิงเซียนก็ให้กำเนิดโอรสคนนี้คือคนสุดท้องเพราะเย่ชิงเซียนสั่งให้คุณหมอทำหมันเลยทันทีที่คลอดลูกเสร็จ เพราะเธอไม่้ามีลูกเพิ่มอีกแล้ว ลูกชายคนนี้ซือหลางให้ชื่อว่า ซือหยางอวี้ เด็กชายมีนิสัยแตกต่างจากพี่ๆ งอแงเลี้ยงยากที่สุด ยากกว่าพี่ๆ ทุกคน เพราะห่างจากพี่ๆ ถึงสิบปี มีเฉพาะซือเยว่เท่านั้นที่ห่างกับเขาปีเดียว แต่ซือเยว่ก็เป็คนไม่ค่อยช่างพูดจึงมักจะถูกน้องชายอย่างซือหยางอวี้แกล้งอยู่เป็ประจำ และด้วยความที่เป็น้องคนสุดท้องจึงได้รับการตามใจจากปู่ย่า ตายายและพี่ๆ ทำให้ซือหยางอวี้เป็เด็กที่เอาแต่ใจไม่ยอมลงให้ใครนอกจากคนในครอบครัว ซือหยางอวี้จะโดนซือหลางตีเป็ประจำเพราะความเอาแต่ใจ และชอบกลั่นแกล้งซือเยว่
