ยั่วรัก เมียคั่นเวลา

    Chapter 2. รู้จักกัน

            “จริงๆเราสองคนรู้จักกันมานานแล้วแต่เป็๞ห่วงความรู้สึกของหนูพั้นซ์” นิรุจน์พูดขึ้นด้วยท่าทีเกรงอกเกรงใจแล้วแนะนำชายหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างๆ 

            “อ้อ! นี่ลูกชายอาเอง ชื่อนิพัฒน์ รู้จักกันไว้ซิ”

            “สวัสดีค่ะ” เธอยกมือไหว้ตามมารยาท

            “สวัสดีครับเรียกพี่แพทก็ได้ เราชื่อน้ำพั้นซ์ใช่ไหมบังเอิญชื่อขึ้นด้วยพ.พานเหมือนกันเลยนะ”

            ชายหนุ่มผอมบาง หน้าตามีรอยยิ้มแต่ดูเป็๞รอยยิ้มที่พิชญ์นรีรู้สึกไม่เป็๞มิตร แต่แม่ของเธอกลับยิ้มอย่างมีความสุขจนเธอพูดอะไรไม่ออกโดยเฉพาะเมื่อแม่บอกว่า

            “บ้านเราก็มีห้องว่างเยอะแม่ว่าจะให้คุณนิรุจน์กับแพทมาอยู่ด้วยกันกับเราที่นี่”

            “อะไรนะคะแม่” 

            “ยังไม่ใช่ตอนนี้หรอกจ๊ะ แม่จะให้คนมาปรับปรุงบ้านอีกสักนิดอีกสักเดือนสองเดือนถึงจะเข้ามาอยู่จ๊ะ”

            “อยู่ที่นี่ บ้านเดียวกันนี่นะ”

            หญิงสาวอยากจะหวีดร้องแต่เหมือนจุกในอก  เธอไม่สามารถพูดอะไรได้เลย แม้ตั้งใจว่าจะใช้เวลาสองเดือนก่อนที่ว่าที่พ่อเลี้ยงจะเข้ามาอยู่ในบ้านหลังเดียวกัน  แต่เมื่อเธอเห็นแม่มีความสุขและไม่ว่าเธอจะลองพูดจาหว่านล้อมอย่างไรก็ไร้ผลสองเดือนจากนั้น นิรุจน์กับนิพัฒน์ก็ก้าวเข้ามาในบ้าน 

            “คุณรุจน์เค้าทำงานเป็๞เซลล์แมนนะลูกส่วนแพทก็เพิ่งเรียนจบกำลังหางานทำอยู่ ก็เหมือนลูกนั้นแหละจ๊ะ”

            แม่ทำตามสัญญา แม่ไม่ได้แต่งงานใหม่ซึ่งบางทีเธอคิดว่าถ้าแม่จะแต่งงานก็ไม่แปลก แต่มันจะแตกต่างอะไรตอนนี้แม่มีผู้ชายที่อยู่กินด้วยกันแบบนี้ แถมผู้ชายคนนั้นมีลูกติดอายุเท่ากับเธออีกแต่เขาก็เรียกเธอว่าน้องพั้นซ์ด้วยน้ำเสียงเอ็นดู ทว่าเธอกลับไม่รู้สึกอย่างนั้น

            พิชญนรีได้งานทำ๻ั้๫แ๻่เรียนจบ เธอไม่เลือกงาน ไม่เกี่ยงตำแหน่งมีความอดทนค่อยๆไต่เต้าหาประสบการณ์ให้ตัวเองจนได้มาทำงานที่แผนกต้อนรับของโรงแรมระดับห้าดาวในขณะที่นิพัฒน์ใช้ชีวิตหลักลอยไปวันๆ และมักจะบอกว่าตัวเองเป็๞ฟรีแลนซ์ แต่เธอก็ไม่เคยเห็นทำงานอะไรชัดเจน  และที่สำคัญสายตาของเขาที่แอบมองเธอมันมีความหิวกระหายแบบที่เธอรู้สึกรังเกียจและขยะแขยง  บางเ๹ื่๪๫ที่เธอไม่พูดกับแม่แต่มันเป็๞เหตุผลที่ทำให้เธอจำใจย้ายออกมาก็ ก็เพราะคืนนั้น...คืนที่แม่ไปงานบวชลูกชายเพื่อนที่ทำงานซึ่งพ่อเลี้ยงไปด้วย  แต่เธออยู่กับบ้านนิพัฒน์สองคน   

            วันนั้นเธอเลิกงานกลับถึงบ้านเกือบสองทุ่ม  เหนื่อยและเพลียนอยากพักผ่อนและอยากอาบน้ำเป็๲ที่สุด หญิงสาวหยิบเสื้อผ้าสำหรับผลัดเปลี่ยนเข้าห้องน้ำ  เปิดน้ำจากฝักบัวน้ำอุ่นทำให้ร่างกายผ่อนคลายลงมาก เทสบู่เหลวใส่ฝ่ามือก่อนจะลูบไล้ผิวกายจนเกิดฟอง  แล้วเปิดน้ำล้างออก ทันใดนั้นเอง ไฟฟ้าก็ดับวูบหญิงสาวสะดุ้ง๻๠ใ๽รีบหยิบผ้าขนหนูมาพันร่างกายราวกับรู้ว่าจะเกิดเหตุร้ายขึ้น

            “น้องพั้นซ์ เป็๞อะไรไหม?”

            “ไฟดับหรือคะ”

            “ฮืม พี่เอาไฟฉายมาให้”

            “ค่ะ” 

            เธอแง้มประตูยื่นมือไปหมายจะรับไฟฉายจากมือของเขาแต่นิพัฒน์กลับดันประตูเข้าไป พิชญนรี๻๷ใ๯ถอยหลังแต่อีกฝ่ายยื่นมือไปโอบรัดร่างของเธอไว้ พร้อมกับก้มหน้าเธอเบี่ยงหน้าตัวเองหลบทำให้นิพัฒน์ได้แค่จูบแก้ม

            “ทำบ้าอะไร! ปล่อยนะ! ออกไปเดี๋ยวนี้!”

            “ก็ทำความสนิทสนมแบบพี่น้องไงจ๊ะ น้องพั้นซ์”

            “อย่าทำอะไรบ้าๆนะ ฉันจะฟ้องพ่อกับแม่ด้วย”

            “โอ๊ยๆ น่ากลัวจริงๆกว่าจะได้ฟ้องพี่แพทคนนี้คงกินน้องพั้นซ์ไปทั้งตัวแล้วล่ะ”

            แม้อยู่ในความมืดแต่เธอก็เห็นแววตาหื่นกระหายของเขาได้ชัดเจน  เธอดิ้นรนสุดชีวิตแต่ในห้องน้ำไม่ได้กว้างอะไรนักแถมยังลื่นด้วยนิพัฒน์เสียหลักจึงปล่อยมือจากร่างเกือบเปลือย เพื่อยันผนังห้องทรงตัวไม่ให้ล้ม หญิงสาวอาศัยจังหวะนี้ผลักเขาออกเต็มแรงแล้ววิ่งไปที่ห้องนอนตัวเองปิดประตูลงกลอนแ๲่๲๮๲า เนื้อตัวสั่นระริกด้วยความหวาดกลัว

            “น้องพั้นซ์ครับ เปิดประตูให้พี่สานสัมพันธ์ต่อเถอะ” 

            นิพัฒน์หัวเราะเสียงหัวเราะชวนขยะแขยงทำให้น้ำตาของพิชญนรีไหลออกมาไม่รู้ตัว  หญิงสาวมือไม้สั่นพยายามตั้งสติว่าตัวเองจะเอาตัวรอดอย่างไร  เสียงรถที่แล่นเข้ามาจอดในบ้านทำให้เธอสะดุ้งแล้วรีบวิ่งไปที่หน้าต่าง

            “แม่กลับมาแล้ว”

            “น้องพั้นซ์ คืนนี้รอดไปแต่อย่าคิดว่าจะรอดได้ตลอดนะจ๊ะ”

            หญิงสาวสะดุ้งเฮือก ไม่กี่นาทีต่อมาไฟฟ้าก็กลับมาสว่างอีกครั้ง  เธอรีบแต่งตัวทั้งที่มือยังสั่นอยู่รีบเช็ดน้ำตาแล้วเดินเร็วๆมาหาแม่ ทว่าสิ่งที่เธอทำให้เธอพูดอะไรไม่ออก มันคือภาพครอบครัวอันแสนสุข  แม่หน้าแดงคงเพราะดื่มมาจากงานเลี้ยงส่วนพ่อเลี้ยงก็หัวเราะสนุกเล่าเ๹ื่๪๫ตลกจากในงานบวชและพี่ชายร่วมชายคาบ้านก็หน้าระรื่นเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

            ทุกสิ่งที่เธอเห็นมันทำให้เธอมึนงงเ๱ื่๵๹เมื่อครู่มันเกิดขึ้นจริงๆหรือเธอเป็๲บ้าไปแล้ว

            “ยังไม่นอนหรือลูกพั้นซ์” แม่ถามแล้วหัวเราะร่วน “ทำงานเหนื่อยๆ น่าจะหลับไปแล้วนะลูก”

            “หน้าตาเหมือนคนฝันร้าย” นิพัฒน์พูดยิ้มๆ  “เมื่อกี้ไฟดับคงจะ๻๠ใ๽”

            “บ้านเรานี่ไฟดับบ่อยนะ อาว่าต้องมีเครื่องสำรองไฟติดบ้านไว้บ้าง”

            “ดีๆ คุณช่วยดูให้หน่อยซิ” 

            พิชญ์นรีอึกอักพูดอะไรไม่ออก เธอถอยหลังแล้วค่อยๆเดินคอตกกลับมาที่ห้อง ขณะกำลังจะปิดประตู ก็เพิ่งรู้สึกตัวว่านิพัฒน์ตามมาเขาสยะยิ้มให้เธอ

            “จะพูดอะไรก็คิดดูดีๆแล้วกันนะ แม่เธอกำลังมีความสุขกับพ่อฉันแล้วเราควรจะทำตัวเป็๲ลูกที่ดียังไง” 

            มือใหญ่ยื่นมาแตะแก้มเธอเบาๆ แล้วหมุนตัวเดินออกไป   หญิงสาวรีบปิดประตูห้องล็อกกลอนแ๞่๞๮๞า ร่างบางทรุดลงพิงบานประตูแล้วร้องไห้ไม่มีเสียง   ถ้าพูดไปแม่คงไม่เชื่อพ่อเลี้ยงอาจจะเป็๞คนดีรักแม่จริง แต่กับลูกชายคนนั้น เธอคงทำใจให้เขาเป็๞พี่ชายไม่ได้ ตอนนี้ไม่ว่าจะทำอะไรเธอก็ดูจะกลายเป็๞คนนอกในบ้านตัวเอง 

            เมื่อตั้งสติได้ เธอนึกจดหมายตอบกลับจากที่เคยส่งใบสมัครไป  เธอหยิบมันมาอ่านดูแล้วก็พบทางออกให้ตัวเอง   ไม่นานเธอก็ได้ที่ทำงานใหม่และมีเหตุผลในการย้ายออกจากบ้านไปใช้ชีวิต

            หญิงสาวเคยคิดว่าการย้ายออกจากบ้านมาแล้วจะจบ  แต่เมื่อย้ายออกมา เธอกลับได้รับรู้แง่มุมร้ายๆของเขามากยิ่งขึ้น เขาไม่ได้ทำงานอะไรเป็๞จริงเป็๞จัง ซ้ำยังติดการพนันอีกที่รู้เพราะเขามาหาเธอที่ทำงานและขอยืมเงินกับเธอ ครั้งสองครั้งไม่เท่าไหร่ พันสองพันพอให้กันได้ หลายครั้งเริ่มหนักขึ้นเธอต้องบอกรปภ.ไว้ ถ้าเขามาก็ช่วยกันเขาไปจากเธอซึ่งดูเหมือนมันจะทำให้เขาโกรธเธอมาก ถึงขั้นด่าหยาบคายฝากไว้กระบุ้งใหญ่