“ป้าคะ...ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นไม่ว่าคาร์ลจะเป็ยังไงหลังจากนี้หนูยินดีที่จะชดใช้ความผิดทุกอย่างแทนพี่วี...หนูจะไม่ทิ้งป้าค่ะ”
เป็คำสัญญามั่นจากปากของหลานสาวที่เหลือเพียงคนเดียวในสถานการณ์บีบคั้นของแวววลีก่อนที่ทั้งสองจะเดินออกจากห้องแต่งตัวไปพร้อมกันและเมื่อทั้งคู่ก้าวลงไปถึงบริเวณจัดเลี้ยงด้านล่างก็สร้างความประหลาดใจให้แขกหลายคนในงานรวมถึงเพื่อนเ้าบ่าวและเ้าสาวที่ยืนรออยู่แล้ว
รชนิชลสูดหายใจลึกเพราะหญิงสาวรู้แล้วว่าต้องเผชิญกับสายตาที่มองมาด้วยความฉงนฉงายก็แน่ล่ะ...จะไม่ให้แขกของคาร์ลอสแปลกใจไปตาม ๆกันได้อย่างไรในเมื่อเ้าสาวกลับกลายเป็ผู้หญิงอีกคนไปในชั่วเวลาเพียงข้ามคืน
“เชิญคุณนีนี่ไปที่รถครับ”
บอดี้การ์ดร่างั์ในชุดสูทคนหนึ่งก้าวเข้ามาหาหญิงสาวเพื่อนำเธอไปยังรถแลมโบกีนีซูเปอร์คาร์คันหรูซึ่งเ้าบ่าวนั่งรออยู่ก่อนแล้วหลังพวงมาลัยใบหน้าของคาร์ลอสบึ้งตึงและทำให้รชนิชลถึงกับหายใจไม่ทั่งท้องเลยทีเดียวเขาคงทั้งโกรธและเครียดมากแต่เธอกำลังจะอาเจียนเพราะแรงบีบคั้นทางอารมณ์ซึ่งหากไม่เข้มแข็งไว้เธออาจจะเป็ลมไปั้แ่อยู่บนห้องแต่งตัวแล้วก็เป็ได้
“ทำทุกอย่างให้เป็ปกติ”
เสียงทุ้มห้าวดังขึ้นกลบความเงียบภายในห้องโดยสารก่อนที่คาร์ลอสจะสตาร์ทเครื่องยนต์โดยไม่ยอมหันมามองเ้าสาวของเขาแม้แต่ชายหางตาแลหญิงสาวเห็นสันกรามบนใบหน้าหล่อเหลายิ่งกว่าเทพบุตรนูนขึ้นแสงไฟที่สาดส่องลงบนใบหน้าของเขาทำให้เห็นว่าเ้าของบริษัทปิโตรเลียมั์ใหญ่กำลังเครียดจัดชุดเ้าสาวอลังการที่ทำให้เธออึดอัดอยู่แล้วพอมาเจอบรรยากาศแบบนี้ด้วยก็แทบไม่อยากหายใจ
“คาร์ล...”
“ผมอยากได้ยินแค่เสียงตัวเอง!”
เขาคำรามพร้อมเสียงครางกระหึ่มของรถยนต์ราคากว่าร้อยห้าสิบล้านดอลล่าห์ซึ่งรชนิชลรู้ว่าเขาตั้งใจจัดเตรียมทุกอย่างก็เพื่อพี่สาวของเธอรถสปอร์ตคันหรูทะยานออกจากคฤหาสน์หลังใหญ่พร้อมด้วยรถของเพื่อนเ้าบ่าวเพื่อนเ้าสาวและบอดี้การ์ดแล่นตามออกไปเกือบสิบคัน แต่อะไรก็ไม่ทำให้เ้าสาวจำเป็อึดอัดได้มากเท่ากับท่าทีเป็ปฏิปักษ์ตลอดเวลาของคาร์ลอส
เขาไม่พูดอะไรกับเธอเลยไม่มองหน้าเธอด้วยซ้ำทั้งรู้สึกได้ถึงความเร็วของซูเปอร์คาร์คันหรูที่พุ่งทะยานไปข้างหน้าเหมือนลูกะุแหวกทะลุอากาศด้วยความเร็วสูงหญิงสาวคิดถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นในเวลาข้างหน้าพิธีกรรมที่กำลังจะอุบัติขึ้นที่โบสถ์ซึ่งเธอจำได้ดีเพราะเห็นคาร์ลอสและวรรษมลซักซ้อมการแต่งงานต่อหน้าบาทหลวงก่อนวันวิวาห์จริงๆ เธอจะทำอะไรได้บ้าง เธอคงต้องพูดคำ ๆ นั้นแทนพี่สาวสินะ
...I do (รับค่ะ)
หญิงสาวสับสนและสิ่งเดียวที่รชนิชลทำได้ตอนนี้คือท่องไว้ในใจว่า
เธอต้องอดทน...ต้องอดทน
มือเรียวบางของรชนิชลเย็นเฉียบเมื่อรถหรูแล่นเข้าไปจอดที่หน้าโบสถ์ซึ่งเป็สถานที่สำหรับพิธีกรรมอันศักดิ์สิทธิ์ของคู่บ่าวสาวมีแขกมายืนรออยู่ก่อนแล้วที่นั่นและเมื่อรถจอดสนิทหญิงสาวจึงค่อย ๆก้าวลงจากรถซึ่งมีบอดี้การ์ดมาเปิดประตูให้ เธอเห็นคาร์ลอสลงจากรถและเดินมาหยุดข้างๆ ใบหน้าที่เคียดขึ้งเมื่อครู่เริ่มคลายลงจนเกือบเป็ปกติหากทว่าก็ยังไม่มีรอยยิ้มให้เห็น เขายกแขนขึ้นและกล่าว
“เข้าไปในโบสถ์...ด้วยกัน”
เสียงบัญชาเยียบเย็นทำให้รชนิชลยกมือขึ้นแตะท่อนแขนแกร่งของชายหนุ่มเบาๆและก้าวตามเขาเข้าไปในโบสถ์ท่ามกลางสายตาของแเื่ที่ต่างแสดงความประหลาดใจต่อการปรากฏตัวของเ้าสาว ซึ่งแน่นอนว่าทุกคนในที่นั้นไม่ได้คิดว่าจะเป็เธอแต่แรก
รชนิชลก้าวเดินเคียงคู่คาร์ลอสด้วยความประหม่าเธอเห็นสายตาของใครหลายคนในที่นั้นดูราวกับไม่อยากเชื่อ ฉงนฉงายสงสัยและดูราวกับมีอีกหลายคนที่อยากเข้ามาถาม เธอรู้ตัวเองดีคนเ่าั้อาจสงสัยว่าเ้าสาวร่างบอบบางในชุดเกาะอกปักเลื่อมสีงาช้างซึ่งคู่เคียงมากับเ้าบ่าวผู้หล่อเหลาปานเทพบุตรและช่างสง่างามเธอ...ไม่ใช่เ้าสาวที่พวกเขาคาดหวังไว้ว่าจะได้เห็นหากรอยยิ้มเยือนยังคงระบายบนใบหน้าสวยหวานที่โดยไม่ได้ตั้งใจเธอเห็นแววตาของเ้าบ่าวในวินาทีที่เขาหันมาชั่วแว่บมีประกายบางอย่างเจิดจ้าออกมาจากั์ตาสีอำพันคู่นั้นก่อนที่มันจะจมหายไปและความขุ่นข้นกระจายออกมาแทนและมีเพียงเธอที่เห็นและััถึงความน่าหวาดหวั่นนั้นได้
รชนิชลหันกลับไปมองเด็กตัวน้อยในชุดแสนน่ารักกำลังช่วยกันโปรยดอกไม้ก่อนที่เ้าบ่าวและเ้าสาวจะก้าวเข้าสู่พิธีกรรมอันศักดิ์สิทธิ์ในโบสถ์หญิงสาวหลับตาลง...เธออาจเหมือนกลีบดอกไม้บอบบางกระจัดกระจายที่ถูกบดบี้จนแหลกยับใต้ฝ่าเท้าของคาร์ลอสอเล็กซานเดอร์
พิธีการอันศักดิ์สิทธิ์และน่าจะเต็มไปด้วยความสุขยังคงดำเนินต่อไปเมื่อพิธีการจุดเทียนเริ่มต้นขึ้นโดยเด็กผู้หญิงและผู้ชายที่ช่วยกันจุดไฟบนเชิงเทียนก่อนเสียงเพลงจะเริ่มบรรเลงโดยวงดนตรีภายในโบสถ์บทเพลงจากนักเปียโนที่ดังขึ้นทำให้รชนิชลเริ่มประหม่ามือของเธอสั่นจนคาร์ลอสต้องจับมันไว้
“เป็อะไร?”เขาถามสั้น ๆ เสียงเย็น หญิงสาวส่ายหน้าที่เปื้อนรอยยิ้ม
“ไม่ค่ะ”
“ก็ดี”