ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 2 บทที่ 50 กินบนเรือนถ่ายรดบนหลังคา

            ปี้หลิงก้าวเข้าไปเคาะประตูห้อง “ลวี่เฉี่ยว ข้าเอง”

            ทันทีที่พูดจบ ลวี่เฉี่ยวก็เปิดประตูห้องออกจากด้านในพร้อมกับดึงร่างของปี้หลิงเข้าไปไม่รอให้ปี้หลิงเอ่ยปากก็ถามขึ้นว่า “เหนียงเหนียงเล่า นางได้ถามถึงข้าหรือไม่?”

            ปี้หลิงพยักหน้าตอบว่า “ถาม”

            ลวี่เฉี่ยวหน้าขาวเผือดในชั่วพริบตา “นางพูดอะไร?”

            ปี้หลิงกล่าว “เหนียงเหนียงถามว่าเหตุใดเจ้าจึงไม่อยู่ ข้าจึงตอบไปว่าเจ้าไม่สบาย ได้รับอนุญาตจากพ่อบ้านให้พักผ่อนอยู่ในห้อง”

            ลวี่เฉี่ยวพรูลมหายออกมา ทว่ายังมิอาจโล่งใจได้อย่างเต็มที่นัก 

            ปี้หลิงพยายามอย่างยิ่งที่จะควบคุมอารมณ์อันไม่มั่นคงของตนแล้วเดินไปรินน้ำชาให้นางถ้วยหนึ่ง“ยามนี้เหนียงเหนียงกำลังทานอาหารมื้อเย็น ได้ยินข้าพูดเช่นนั้นจึงไม่ได้ถามถึงเจ้าอีกเจ้าไม่ต้องกังวลเกินไป ไม่แน่ว่าเหนียงเหนียงอาจไม่มีเจตนาที่จะลงโทษเจ้า”

            หลังจากลวี่เฉี่ยวดื่มน้ำชาลงไปถ้วยหนึ่งก็เดินไปเดินมาอยู่ในห้องอย่างไม่สบายใจนางพูดกับตนเองว่า “อาจเป็นไปได้ว่านางยังไม่พบสาเหตุ ถูกต้องจะต้องเป็นเพราะยังไม่พบสาเหตุ” นางหันกลับมากุมมือของปี้หลิง“วันนี้จ้าวกุ้ยเหรินได้ตอบรับให้โยกย้ายข้าไปทางนั้นแล้วพรุ่งนี้ข้าก็จะไปทำหน้าที่ในตำหนักของจ้าวกุ้ยเหริน ขอเพียงคืนนี้นอนหลับไปถึงพรุ่งนี้ก็จะได้ออกจากตำหนักฉางเหยี่ยนย่อมไม่มีเรื่องอะไรแล้วปี้หลิง ขอบคุณเจ้าที่นำความมาบอกกับข้า!” เหตุใดเมื่อพูดจบลวี่เฉี่ยวพลันรู้สึกว่าใต้เท้าของตนเบาหวิวความรู้สึกเหมือนกับขาทั้งคู่ลอยขึ้นมาด้วยความอ่อนแรงนั้นทำให้นางขมวดคิ้ว

            ต่อมาภาพเบื้องหน้าของลวี่เฉี่ยวเริ่มพร่าเลือน สายตาของนางค่อยๆมองเห็นทุกอย่างไม่ชัดเจน แม้กระทั่งใบหน้าของปี้หลิงก็ดูเหมือนมองเห็นไม่ชัดเจนร่างของนางยืนไม่อยู่ นางถอยไปด้านหลังหลายก้าว ดวงตาเบิกกว้างทั้งคู่จ้องมองปี้หลิง

            สีหน้าของปี้หลิงเผือดขาวทว่าปากยังคงเอ่ยขึ้นว่า “ลวี่เฉี่ยวเจ้าเป็นอะไรไป เจ้าไม่เป็นไรกระมัง?”นางคิดจะดึงมือของตนออกมาจากมือของลวี่เฉี่ยว ลวี่เฉี่ยวได้ทำเรื่องไม่ดีเอาไว้ในใจจึงอ่อนไหวอย่างยิ่งนางจึงจับมือของปี้หลิงเอาไว้ไม่ยอมปล่อย

            สีหน้าท่าทางบนใบหน้าของลวี่เฉี่ยวเปลี่ยนไปในชั่วพริบตาความรู้สึกเวียนศีรษะอย่างหนักมาพร้อมกับความรู้สึกบางอย่างทำให้นางไร้หนทางที่จะรับมือได้ นางเพิ่งจะกระจ่างแจ้งว่านางหลงกลแล้วก่อนหน้าที่ปี้หลิงจะมาถึงทุกอย่างล้วนปกติดีแต่ทันทีที่ปี้หลิงมาถึงนางกลับย่ำแย่ทันที!

            ลวี่เฉี่ยวนึกขึ้นได้ว่าเมื่อสักครู่ปี้หลิงได้รินน้ำชาให้นางถ้วยหนึ่งจึงจับจ้องปี้หลิงเขม็ง “เจ้าวางยาข้า? เหตุใดเจ้าจึงวางยาข้า? เหตุใด?!”

            “เจ้าปล่อยมือก่อนได้หรือไม่...” ปี้หลิงถอยหลังไปหลายก้าวนางออกแรงดิ้นรนต่อสู้ ทว่าลวี่เฉี่ยวยังคงไม่ยอมปล่อยมือของนางอยู่นั่นเอง นางจึงขึ้นเสียงกล่าวออกไปว่า“ข้าบอกให้เจ้าปล่อยมือ!”

            ปี้หลิงออกแรงผลักนางออกไป ลวี่เฉี่ยวในเวลานี้หมดเรี่ยวสิ้นแรงจึงล้มลงไปนั่งอยู่บนพื้น ลวี่เฉี่ยวพลิกตัวกลับมาจับเท้าของปี้หลิงเอาไว้ ถามว่า“เหตุใดเจ้าจึงทำเช่นนี้...เหตุใดเจ้าจึงทำเช่นนี้ในวังหลวงแห่งนี้พวกเราต่างเป็นสหายที่ดีที่สุด...”

            “สหายที่ดีที่สุดเช่นนั้นหรือ?” ปี้หลิงแค่นหัวเราะเสียงเย็น“สหายที่ดีที่สุด เจ้ากลับให้ข้าไปทำเรื่องอันตรายแทนเจ้า! เจ้ารู้หรือไม่ว่าข้าเกือบจะต้องรับโทษทัณฑ์เช่นเดียวกับเจ้าแล้ว! พวกเราล้วนเป็นนางกำนัลขั้นเดียวกัน พวกเราล้วนต้องฟังคำสั่งของเจ้านายดังนั้นเจ้าโทษข้าไม่ได้”

            พูดแล้วปี้หลิงก็ยกเท้าขึ้นถีบลวี่เฉี่ยวออกไปด้วยความหวาดกลัวหันกายแล้ววิ่งออกประตูไป

            สายลมที่พัดเข้ามาจากด้านนอกทำให้ลวี่เฉี่ยวรู้สึกดีขึ้นเล็กน้อย นางร้อนเหลือเกินร้อนไปทั้งร่างกายเกินที่นางจะทานทนไหวกระทั่งต้องปลดเสื้อผ้าของตน

            หลินชิงเวยยืนอยู่ใต้ต้นไม้ มองปี้หลิงที่วิ่งหกล้มหกลุกออกมาจากเรือนหลังนั้นภายในเรือนสว่างไสวด้วยแสงเทียนสีเหลืองมลังมเลืองดูอบอุ่นยิ่งปี้หลิงตื่นตระหนกตกใจอย่างหนัก นางลนลานไม่ได้สติหรืออาจเป็นเพราะหลินชิงเวยที่แฝงตัวอยู่ในเงามืดของรัตติกาลทำให้นางไม่สังเกตเห็นปี้หลิงมองไม่เห็นนางและวิ่งห่างออกไปไกล

            หลินชิงเวยยืนอยู่ข้างนอกอีกครู่หนึ่งได้ยินเสียงของหญิงสาวที่ดังขึ้นจากภายในเรือน จึงยกเท้าเดินค่อยๆ เดินไปทางนั้น

            ย่างก้าวแต่ละก้าวของนางเป็นธรรมชาติและอิสระเสรีราวกับเกรงว่าจะทำให้ห้วงเวลาของรัตติกาลถูกทำลายหายไป นางเดินผ่านธรณีประตูเข้าไปอย่างช้าๆ

            ภายในเรือนเต็มไปด้วยภาพแห่งวสันตฤดู

            ดวงตาของนางเปิดปรือเพียงครึ่งๆแววตายั่วยวนหวานฉ่ำนั้นราวกับจะคั้นน้ำออกมาได้ เมื่อมีเงาร่างร่างหนึ่งบังประตูเอาไว้ลวี่เฉี่ยวจึงเงยหน้าขึ้นมองอย่างลำบากยากเย็น เมื่อเห็นว่าเป็นหลินชิงเวยสติที่สะลึมสะลือนั้นราวกับหยุดชะงันงันไปครู่หนึ่งจากนั้นดูเหมือนจะจำนางได้จึงคลานเข้ามาหานางด้วยความทุกข์ทรมาน

            ลวี่เฉี่ยวเอ่ยพร้อมกับร่ำไห้สะอึกสะอื้น “ข้าทรมานเหลือเกิน...”

            หลินชิงเวยหลุบตาลงต่ำมองนางอย่างสงบนิ่งจากนั้นคลี่ยิ้มพร้อมเอ่ยขึ้นว่า “ข้าไม่ชื่นชอบการกระทำเช่นตาต่อตาฟันต่อกันและไม่ชื่นชอบการระงับเวรด้วยการไม่จองเวรข้าชื่นชอบการเอาคืนแบบเท่าทวีคูณมากกว่า เพียงแต่ไม่รู้ว่าโอสถวสันต์ที่ข้าปรุงเองกับมือนั้นจะเทียบได้กับโอสถวสันต์ในตลาดมืดเหล่านั้นได้หรือไม่”

            ลวี่เฉี่ยวร่ำไห้ราวกับดอกหลี[1]ต้องฝนเดิมทีนางไม่กล้าร้องตะโกนตามอำเภอใจต่อหน้าหลินชิงเวยทว่าเวลานี้นางทนไม่ไหวจริงๆ

            ความปรารถนานั้นยากเกินกว่าที่จะควบคุมเอาไว้ได้เมื่อต้องเผชิญหน้ากับการถูกดูหมิ่นดูแคลนทำให้นางเคียดแค้นชิงชังที่มิอาจเอาศีรษะโขกกำแพงตายให้สิ้นเรื่องสิ้นราวด้วยเวลานี้แม้แต่กำลังวังชาที่นางจะชนกำแพงก็หามีไม่

            ลวี่เฉี่ยวรู้สึกอ้างว้างโดดเดี่ยว ไม่รู้ว่าควรทำอย่างไรดี

            ขณะที่หลินชิงเวยยืนอยู่หน้าประตู ได้ยินเสียงร้องคร่ำครวญด้วยความทุกข์ทรมานของลวี่เฉี่ยวนางยกยิ้มมุมปากอย่างเย็นชาจากนั้นสะบัดแขนเสื้อจากไป

            เมื่อก่อนในฐานะนางกำนัลคนสนิทของนางกลับทนต่อสิ่งยั่วยุไม่ไหวกินบนเรือนถ่ายรดบนหลังคาจึงต้องมีจุดจบเยี่ยงนี้

            รอกระทั่งตกกลางดึกยิ่งเงียบสงัด นางกำนัลในตำหนักฉางเหยี่ยนถึงเวลาผลัดเปลี่ยนเวรยามจึงกลับมาถึงสถานที่แห่งนี้เพื่อพักผ่อนล้วนถูกความเคลื่อนไหวในห้องของลวี่เฉี่ยวทำให้ตื่นตระหนกมีคนผลักประตูห้องของนางเข้าไปเห็นภาพอันไม่น่าดูในห้องถึงกับหน้าเปลี่ยนสีด้วยความตื่นตะลึง

            ลวี่เฉี่ยวถูกเคี่ยวกรำด้วยฤทธิ์ของยาในที่สุดก็เหนื่อยล้าจนหมดเรี่ยวแรงสิ้นสติไปตรงนั้นเอง

            หลินชิงเวยกลับมาถึงห้องทานอาหารอีกครั้งพบซินหรูที่กินอิ่มแล้วกำลังฟุบร่างสัปหงกอยู่บนโต๊ะกับข้าวบนโต๊ะล้วนเย็นชืด

            เมื่อได้ยินเสียงซินหรูจึงขยี้ดวงตาและตื่นขึ้นมองหลินชิงเวยและกล่าวว่า “พี่สาว ไฉนท่านเพิ่งจะกลับมาเจ้าคะ”

            หลินชิงเวยกล่าว “พี่สาวไปนานสักหน่อย”

            “อาหารเย็นหมดแล้ว จะให้ข้าไปอุ่นอาหารให้พี่สาวหรือไม่เจ้าคะ”

            “ไม่ต้อง ข้าไม่กินแล้ว” หลินชิงเวยไหนเลยจะมีกะจิตกะใจกินข้าวนางเรียกคนเข้ามาเก็บกวาดโต๊ะ และพาซินหรูเข้าไปพักผ่อนในห้องของนาง


    [1]ดอกสาลี่

    คล้ายกับเรื่องตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    355K 505
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    นิยาย รัก
    421K 828
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    นิยาย รัก
    21K 111
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508