เื่ต่อไปนี้เมื่อถ่ายทอดลงมาเป็ตัวหนังสืออาจจะดูไม่ค่อยมีความน่ากลัวสักเท่าไหร่ (มั้งนะ) แต่เหตุการณ์ต่อไปนี้เป็เหตุการณ์ที่ทำให้ตัวผมสูญเสียเงินไปจำนวนมาก น่าจะราวๆ 7-8 หมื่นเลย ซึ่งชาวบ้านบางส่วนก็ลงความคิดเห็นว่าเป็เื่ราวของสิ่งลี้ลับ แต่ความจริงเป็ยังไง นั้นไม่ทราบได้ทุกคนลองใช้วิจารณญาณของตัวเองลองอ่านดูก่อนนะครับว่าเหตุการณ์นี้คืออะไร
เมื่อประมาณ 2 ปีที่แล้วครับ ไม่รู้อะไรดนจิตดนใจให้พ่อผมจู่ๆก็อยากไปเลี้ยงควายที่ป่าช้าเก่าในหมู่บ้าน ทั้งๆที่ตลอดชีวิตไม่เคยเข้าไปในนั้น (จากคำบอกเล่าของพ่อ) พ่อเล่าว่าสังเกตเห็นว่าบริเวณด้านในนั้น มีหญ้าขึ้นเยอะมาก และไม่มีใครเอาสัตว์เลี้ยงเข้าไปในนั้นเลย เพราะย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ประมาณ 15 ปีเคยมีคนเอาเข้าไปเลี้ยง ควายที่เลี้ยงก็ล้มตายทันที แต่พ่อก็ยังคิดว่าเื่นี้มันผ่านมาประมาณ 15 ปีแล้วคงไม่มีอะไรหรอก? (นั้นแหละจุดเริ่มต้น)
เมื่อจูงฝูงควายเข้าไป ก็ไม่มีอะไรผิดปกติ ด้านในนั้นหญ้าอุดมสมบูรณ์ ผมเคยเข้าไปด้วยครั้งหนึ่ง ก็วันที่พ่อเอาควายเข้าไปนั้นแหละ พอดีแกใช้ให้ขับรถไปส่ง เอาจริงๆนะถึงเป็คนในหมู่บ้านแต่ผมไม่รู้เลยว่านั้นคือป่าช้าเก่า ผมเองก็เกิดไม่ทัน บวกกับไม่มีใครเล่าให้ฟังเลย (พึ่งมารู้วันเกิดเื่ว่านั้นคือ ในป่าช้า)
บรรยากาศในนั้นเงียบสงัด แต่ ก่อนหันรถกลับ เหมือนผมจะรู้สึกแปลกๆเหมือนมีคนเรียก พอหันไปมองก็ไม่เห็นใครอยู่ใกล้ๆเลย เจอแต่พ่อที่กำลังหันหลัง กำลังเดินไปหาควาย ซึ่งดูจากท่าทางแล้วก็ไม่น่าจะใช่พ่อเราที่เรียก
ทุกๆอย่างก็ดำเนินการไปอย่างไม่มีอะไรผิดปกติ จนกระทั่งวันถัดมาเวลา 05:30 น. มีญาติรีบขับมอเตอร์ไซค์มาที่บ้านเพื่อแจ้งข่าวว่ามีควายล้มและตายจำนวน 1 ตัว พ่อใมากรีบขับรถตามออกไปดู ผมไม่ได้ตามไปดูด้วย แต่ได้เห็นรูปภาพแล้ว รูปภาพที่ได้เห็นเป็รูปภาพควายนอนตะแคง ตัวบวมอืด ซึ่งผมว่าไม่แน่ใจว่าเวลาแค่คืนเดียว อืดได้ขนาดนั้นเลยหรอ?
พอเวลาเริ่มเช้าขึ้น ชาวบ้านต่างก็มาช่วยกันนำซากควายไปฝั่ง กินไม่ได้นะครับเพราะว่าไม่รู้สาเหตุการตาย ที่นี่พ่อก็สังเกตดูอาการควายตัวอื่นๆที่ยังเหลือทุกตัว ว่ามีตัวไหนผิดปกติบ้าง ซึ่งก็สังเกตเห็นอยู่ตัวนึง ซึ่งเป็ลูกควายอายุ 2 ปี ปกติควายตัวนี้จะค่อนข้างดื้อซนชอบะโโลดเต้นไปมา แต่วันนี้ผิดปกติเพราะลูกควายมีอาการซึม
ทางพ่อจึงเรียกให้สัตวแพทย์เข้ามาตรวจเบื้องต้น ซึ่งแพทย์ที่มาตรวจเบื้องต้นสันนิษฐานว่าน่าจะโดนงูเห่ากัน เมื่อแพทย์สันนิษฐานดังนั้นแพทย์จึงทำการฉีด เซรุ่มกันพิษงูเห่าทันที ผลปรากฏว่าเพียงระยะเวลา 30 นาทีลูกควายตัวนั้นก็เกิดอาการชักแล้วตายไปในที่สุด ซึ่งเหตุการณ์นี้ เดิมทีพ่อก็ช็อกจากการที่เสียควายตัวก่อนหน้าไป 1 ตัวอยู่แล้ว ต้องมาเสียอีก 1 ตัวยิ่งทวีความช็อกมากขึ้น…
ทางทีมแพทย์ก็งงว่าเกิดอะไรขึ้น แล้วอารมณ์ก็น่าจะคล้ายๆว่าฉีดยาผิดหรือเปล่าที่ทำให้ควายตาย?
ทางทีมแพทย์เลยขอยื่นข้อเสนอ ขอชิ้นส่วนเนื้อจากควายที่ตายเพื่อส่งเข้าแลปตรวจสอบ แบบฟรีๆ ไม่มีคิดค่าบริการอะไรทั้งน้ัน เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง โดยจะใช้ระยะเวลา 7 วันกว่าจะรู้ผล
ทีนี้ชาวบ้านก็เริ่มรือกันไปต่างๆนานาว่าอาจจะเป็เื่ลี้ลับหรือเปล่าเพราะพื้นที่ตรงนั้น ปกติก็ไม่มีคนคิดจะเอาสัตว์เลี้ยงเข้าไปเลี้ยงในนั้นอยู่แล้ว แล้วจู่ๆทำไมถึงเข้าไปในนั้น…
เมื่อถามพ่อว่าเจออะไรแปลกๆบ้างไหม?
พ่อก็บอกว่าไม่เจออะไรที่แปลก แค่ตอนนั้งกินข้าวเหลียวมองไปเห็นหัวกระโหลกมนุษย์วางอยู่ในป่า แต่ก็ไม่ได้รู้สึกแปลกอะไร เพราะด้านในนั้นก็คือป่าช้าเก่าอยู่แล้ว ซึ่งสมัยก่อนเขาก็นิยมฝังกัน ไม่ได้เผา จึงไม่ใช่เื่แปลกอะไรหากจะพบโครงกระดูกหรือหัวกระโหลกมนุษย์ในนั้น..
ตอนเจอ พ่อเล่าว่าตอนที่เห็นก็คิดแค่ว่า...
"น้ำพัดลอยมาขนาดนี้เลยหรอ?" แค่นั้น!! ไม่ได้รู้สึกกลัว
เื่นี้เริ่มไปกันใหญ่ เมื่อทางญาติเดินทางไปที่จังหวัดหนองคาย หาหมอผี เพื่อสอบถามสาเหตุการตายของควาย ว่าตายเพราะสาเหตุอะไร?
เอาจริงๆนะผมก็รู้สึกแบบไปหาทำไมวะ? ควายเราก็ตายไปแล้ว ไปหาแล้วมันจะมีข้อดีอะไรยังไง?
แต่ทางญาติให้เหตุผลว่าห่วงความปลอดภัยของพ่อ เพราะกลัวว่าที่ต้องเสียไป อาจจะไม่ใช่แค่ควายก็ได้…
โอเคเมื่อไปหาหมอผีกันเป็ที่เรียบร้อยแล้ว หมอผีก็แจ้งว่า..
" อ๋อ…ทางโน้นเขาอยากได้ควายไปเลี้ยง ก็เห็นมันสวยดี ก็เลยอยากได้ "
เอาจริงดิ… ผีอยากได้ควายไปเลี้ยงเลยฆ่าควายกูเนี้ยนะ…
ก็ไม่รู้หมอผีมั่วหรือป่าว หรือผีเอาไปจริงๆ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ผลตรวจทางวิทยาศาสตร์ ออกมาว่าสารพิษตกค้างครับ
เื่พวกนี้ก็ไม่รู้จักเชื่อมุมไหนดี เอาเป็ว่าก็ใช้ดุลย์พินิจ ของแต่ละคน เอาก็แล้วกันนะครับ...