สามวันผ่านไปในที่สุดเจสสิก้าก็หายป่วยและกลับมาทำงานได้ตามปกติโดยไม่มีใครถามว่าเธอเป็อะไร ทำไมถึงล้มป่วยได้แต่ถึงอย่างนั้นทุกคนก็ยังให้การต้อนรับอย่างอบอุ่นซึ่งก็ดีเพราะเธอเองก็ไม่รู้จะตอบออกไปยังไงดีว่าโดนคนแปลกหน้าเอาจนป่วยและก็รู้สึกดีไปพร้อมๆกันที่รับรู้ว่าคนของเธอเป็ห่วงเ้านายกันขนาดนี้
หลังจากวันนั้น ชายแปลกหน้าคนนั้นก็ไม่โผล่มาอีกเลยราวกับว่าเขาไม่ได้มีตัวตนมาั้แ่แรกทั้งที่ความเป็จริงมันไม่ใช่เจสสิก้าแต่งตัวเสร็จและกำลังจะเดินออกจากห้องไปเพราะวันนี้เธอต้องกลับไปทำงานแล้ว
ปึ่ก! ปึ่ก!
แต่เสียงชนกระจกก็ดังขึ้นเรียกร้องความสนใจกันพอหันกลับไปมองก็พบว่า
ลูเคียสกับนิโคลัสมีอาการที่แปลกไปพวกมันว่ายวนไปอย่างอารมณ์ร้ายนิโคลัสเองก็เอาแต่ว่ายพุ่งชนลูเคียสและอ้าปากงับหางพี่ชาย
พอเหลือบตามองปฏิทินถึงได้รู้ว่าวันนี้วันอะไรถึงเวลาให้อาหารมื้อใหญ่กับพวกมันแล้วสิ
และด้วยความที่ครอบครัวของเธอแอบเลี้ยงเ้าสัตว์ร้ายทั้งสองนี้ไว้เธอจึงตัดสินใจกลับบ้านไปและเตรียมมื้อใหญ่ให้มันในทันที
เจสสิก้าหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วกดเบอร์โทรออกไปพอปลายสายรับเธอก็พูด
“แด๊ด วันนี้ต้องให้อาหารเ้าตัวร้าย”
(แด๊ดเตรียมไว้แล้ว ลูกมาได้เลย)
ท้องทะเลที่กว้างใหญ่มันคือที่อยู่ของสัตว์น้ำมากมายรวมถึงสัตว์นักล่าขนาดใหญ่ที่กำลังว่ายน้ำตรงไปยังจุดหมายที่คุ้นเคย
ในเวลาเดียว เจสสิก้าที่ขึ้นมาถึงชั้นบนสุดและกำลังจะก้าวขาออกมาจากหน้าเคาท์เตอร์ต้อนรับที่มีผู้คนมาเที่ยวชมพิพิธภัณฑ์มากมาย
ตูมม!!
เสียงตูมราวกับมีอะไรตกลงไปในน้ำก็ดังขึ้นเรียกความสนใจของพวกเราทุกคนให้ตามออกไปด้วยความสงสัย
“อ๊าก ช่วยด้วย!”
เสียงที่กรีดร้องดังขึ้นมาจากฝั่งพื้นที่ห้ามเข้านอกจากพนักงานกับคำห้ามปรามที่ว่าฉลามมันดุเจสสิก้าเลยรีบวิ่งเข้าไปดูด้วยความใ ทันใดนั้นก็เห็นครีบของฉลามหลายสายพันธุ์กำลังว่ายน้ำตรงไปหาเหยื่อผู้โชคร้ายไม่ทันได้คิดอะไร เธอก็หันไปเห็นถังปลาที่เตรียมไว้ให้พวกมัน
เจสสิก้าตัดสินใจเทเนื้อปลาที่มีเือยู่เต็มถังเพื่อเรียกความสนใจกันก่อนจะะโลงน้ำไปแข่งกับเวลาที่เ้าตัวร้ายกำลังว่ายน้ำเข้ามา
“คุณเจส!”
….
เสียงพนักงานหลายคนร้องเรียกเ้านายสาวอย่างตื่นใเมื่อเห็นว่าเธอกำลังว่ายน้ำตรงเข้าไปช่วยเพื่อนร่วมงานที่ตกตกลงไปอยู่กลางดงฉลาม
ผิดกับเ้าวายร้ายทั้งสองตัวที่กำลังเข้าไปใกล้เพื่อช่วยเ้าของหัวใจโดยไม่คำนึงถึงสิ่งที่จะตามมา เพราะคนตรงหน้าสำคัญมากกว่าตนเองในตอนนี้
ตูม!!
เสียงน้ำพุ่งกระจายขึ้นมาเหนือผิวน้ำสร้างความแตกตื่นให้ผู้ชมที่อยู่รอบข้างได้เป็อย่างดีเมื่อเห็นความใหญ่โตนั้นปรากฎตัวขึ้นมาเพียงแวบเดียวเท่านั้น
เจสสิก้าที่ว่ายน้ำไปถึงคนงานในเวลาเดียวกันได้กลับหลังหันไปมองเหตุการณ์ดังกล่าวทันได้เห็นผู้คนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดถ่ายภาพไว้ เธอจึงได้ะโออกไปด้วยความใ
“อย่าถ่ายภาพนะ! ลบออกให้หมดเดียวนี่!!” ในขณะที่เ้าสัตว์ร้ายกำลังดึงความสนใจ เจสสิก้าที่ช่วยคนขึ้นมาได้ก็รีบวิ่งไปทางที่มีนักท่องเที่ยวและพนักงานของตัวเองยืนอยู่ทันทีแล้วคว้าโทรศัพท์ของพวกเขาเ่าั้มา
“เฮ้ นั้นมันโทรศัพท์ของฉันนะ!” แต่เจสสิก้าไม่สนใจกดลบรูปภาพที่ถูกถ่ายไว้ออกจนหมดแล้วส่งคืนทุกคนไป
“นี่มันอะไรกัน เ้าตัวใหญ่นั้นมันคืออะไร!” ผู้คนรอบตัวเริ่มส่งเสียงพูดคุยกัน
“ฉันขอห้ามไม่ให้พวกคุณเอาเื่นี้ไปแพร่งพราย ถ้ามีใครเอาไปพูดฉันจะจับมาโยนให้ฉลามกินเลยคอยดูสิ!!”หลังจากช่วยคนเสร็จแล้วเธอจึงได้มีเวลาหันกลับไปดูว่าเ้าสองตัวนั้นยังอยู่อีกไหมแต่สิ่งที่พบเห็นมีเพียงแค่ซากฉลามที่ตกตายและน้ำที่เปลี่ยนสีไปจนกลายเป็ดำ
ผู้คนที่ได้ยินต่างพากันตัวสั่นแล้วพากันวิ่งหนีหายไปและปิดปากเงียบพลางคิดด้วยความสั่นกลัวว่าจะไม่กลับมาที่แห่งนี้อีกต่อไป
ส่วนพนักงานที่ยืนตัวสั่นอยู่ข้างๆเ้านาย ก็พากันหลบสายตาไปเจสสิก้าถอนหายใจแล้วบอกให้ทุกคนตามเธอเข้าไปด้านใน
เื่ที่เกิดขึ้นได้รู้ไปถึงหูของแนชลีย์เข้าเธอจึงรีบเดินตรงไปหาเ้านายสาวที่ร่างกายเปียกปอนไปด้วยน้ำก่อนจะยื่นผ้าขนหนูที่หยิบติดมือมาไปให้ด้านหลังก็พบว่ามีพนักงานเดินตามเธอเข้าทาหลายสิบคน
“คุณเจสคะ คือ”
“ช่วยจัดประชุมให้ทีค่ะ มีเื่ที่ต้องแจ้งให้ทุกคนทราบ” หลังจากได้ฟังคำของเ้านายสาวเธอก็ถอนหายใจทันทีแล้วเดินนำพนักงานทุกคนให้เดินตรงไปยังห้องประชุม
พอเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จเจสสิก้าก็ได้โทรไปเล่าเื่ที่เกิดขึ้นให้ผู้เป็พ่อฟัง
(เด๊ดจะรีบไปเดียวนี้)
“จะรอนะคะเด๊ด”
เจสสิก้าถอนหายใจยกมือขึ้นมาลูบใบหน้าด้วยความตึงเครียดก่อนจะตวัดสายตาไปจ้องมองผืนน้ำด้านนอกที่ไร้เงาของเ้าสองแสบ
….
คาร์ลที่มาถึงพิพิธภัณฑ์ทันทีหลังจากรับรู้ข่าวก็ได้แต่เดินตรงเข้าไปยังห้องประชุมเบื้องหน้าพอเปิดประตูเข้าไปก็พบกับพนักงานหลายสิบคนที่อยู่ในเหตุการณ์ส่วนใหญ่จะเป็พนักงานต้อนรับและบริการนักท่องเที่ยวในแต่ส่วน
“เอาละ ผมจะไม่พูดให้มากความ พวกคุณมีใครอยากจะออกไปตอนนี้บ้างไหม”
“พวกเรา…” แต่ก็เงียบไปพลางคิดทบทวนเหตุการณ์ที่ผ่านมา
“พวกคุณไม่ต้องกลัว ผมไม่ว่าอะไรพวกคุณหรอกไม่ว่าใครที่เจอเหตุการณ์แบบนั้นเข้าไปก็พากันใกันเป็ธรรมดาผมให้โอกาสพวกคุณได้ตัดสินใจในเื่นี้”
“ผมขอถามได้ไหมครับ” พนักงานชายคนหนึ่งถามขึ้นมาซึ่งคาร์ลก็พยักหน้ารับให้ถามขึ้นมาได้“เ้าตัวใหญ่นั่นมันอะไรกันครับ จู่ๆก็พุ่งขึ้นมา” แต่คาร์ลยังไม่ทันได้ตอบอะไร ประตูห้องประชุมก็เปิดเข้ามา
ลูเคียสที่อยู่ในชุดเสื้อผ้าสบายก้าวเดินเข้ามาอยู่ด้านข้างของเ้าของพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำขนาดใหญ่
“ลูซ หลานมาได้ยังไง”
“พอดีผมต้องเข้ามาฝึกงานวันนี้ แต่ดูเหมือนว่าจะมีเื่สนุกเกิดขึ้น”
คาร์ลถึงกับกุมขมับเมื่อเ้าตัวต้นเื่ดันมาอยู่ตรงหน้า
“แต่ตอนนี้อากำลังจะคุยเื่สำคัญ”
“ถ้าเื่นั้นพวกคุณไม่ต้องกังวลไปพวกมันไม่ทำอะไรพวกคุณหรอกถ้าไม่ไปยั่วประสาทมัน”
“แล้วเราจะรู้ได้ยังไง ถ้าเกิดว่ามันอยากจะพังที่นี่แล้วเข้ามากินทุกคนล่ะ!”มีเสียงโวยวายขึ้นมา
“ถ้าเป็อย่างนั้นจริง ผมยอมตายคาปากฉลามเลย” ลูเคียสยิ้ม“แต่ว่ามีเื่ที่สำคัญมากกว่านั้นนะครับอาวันนี้คือวันพุธนะครับ ผมเกรงว่าจะมีปัญหาเกิดขึ้น” ก่อนจะลูบท้องเบาๆสื่อภาษากายให้คนเป็อาได้รับรู้ว่าเขาหิวมากแค่ไหน
“อ่า นั้นสิเื่นี้ต้องรีบจริงๆ อย่างนั้นอาไปตามเจสก่อนนะ”
“แล้วผมจะเปิดกรงให้พวกมันตามไปนะครับอา”
“ลูซ!!” คาร์ลส่ายหัวอย่างอ่อนใจแล้วออกจากห้องไปทันทีโดยไม่สนใจเ้าตัวปัญหาที่ก่อเื่ไว้แล้วมาตามเช็ดด้วยตัวเองในตอนนี้ไป
“เอาละทุกคน ผมลูซ อิดิสัน เป็ญาติของอาคาร์ล และเป็คนที่ออกแบบสถานที่แห่งนี้เองกับมือยินดีที่ได้รู้จักทุกคนนะครับ” ลูเคียสกล่าวทักทายและแนะนำตัวออกไป
….
เจสสิก้าที่กำลังกระวนกระวายใจกับเื่ที่เกิดขึ้นหันไปมองทางประตูห้องทันทีที่มันเปิดเข้ามาพอเห็นว่าเป็ใครเธอจึงวิ่งเข้าไปหาแล้วกอดทันที
คาร์ลโอบกอดและลูบหัวลูกสาวตบไหล่บอกว่าตอนนี้ไม่เป็อะไร
“กลัวใช่ไหม ครั้งแรกของลูกเลยนี่”
“หนู…”
“เก่งมากเลย ลูกทำดีที่สุดแล้วละเจสแต่ตอนนี้เราไปให้อาหารพวกเขาก่อนดีกว่าไหมเดียวพวกมันก็หิวตายจนก่อเื่ขึ้นมาหรอก” จบคำพูดของเขาเสียงหัวเราะเบาๆก็ดังขึ้นมา