ตอนที่ 3 ชีวิตนี้มอบให้ฮวาอิ่งเม่ย
ฮวาอิ่งเม่ยพยุงชิวเอ๋อร์ที่นั่งร้องไห้จนไม่มีเสียงขึ้นมา มือขาวซีดค่อยๆ ลูบเส้นผมของอีกฝ่ายเบาๆ คล้ายปลอบโยนความปวดร้าวในใจนาง แต่ก็เหมือนเรียบเรียงข้อมูลภายในหัวด้วย
ราชวงศ์ ธิดาบุญธรรม แม่ทัพใหญ่ เหมือนว่า...จะซับซ้อนเสียจริง
นางลูบท้องอันผอมแห้งของตนเอง วางทุกเื่ในใจเอาไว้ชั่วคราว แววตากลับมาเป็ปกติ และมองไปที่ชิวเอ๋อร์ด้วยใบหน้าเรียบเฉย ปลายลิ้นแดงเลียกลีบปากแตกซีดของตน “ชิวเอ๋อร์ ข้าหิวแล้ว”
“อ้อ!” ชิวเอ๋อร์ร้องออกมาเบาๆ เงยหน้ามองแววตาที่ดูจนใจของคุณหนู ก่อนจะรีบใช้มือเขกหัวตนเอง “เป็บ่าวไม่ดีเองเ้าค่ะ ลืมเตรียมอาหารให้คุณหนูเสียได้ คุณหนูรอเดี๋ยวนะเ้าคะ ชิวเอ๋อร์จะไปเดี๋ยวนี้”
ชิวเอ๋อร์พูดจบ ก็เช็ดน้ำตาบนใบหน้า วิ่งหายออกไปจากห้องอย่างรวดเร็วดั่งสายลม
อิ่งเม่ยหัวเราะออกมาเบาๆ ดวงตาเ็าเผยแววความอบอุ่น อิ่งเม่ยก้มหน้าหลับตาลงพักสายตา สิ่งเดียวที่นางทำได้ในตอนนี้ ก็คือการบำรุงรักษาร่างกายอันอ่อนแอนี้ให้ดี...
แสงอาทิตย์ลับขอบฟ้า สาดส่องผืนดินให้เป็สีเื ภายในห้องค่อยๆ มืดลง มีเพียงแสงจันทร์อันน้อยนิดที่สาดส่องเข้ามายังมุมหนึ่งของห้องมืดๆ
รออยู่หลายชั่วยาม ชิวเอ๋อร์ก็ยังไม่กลับมา อิ่งเม่ยมองทะลุผ่านหน้าต่าง จ้องมองไปยังท้องฟ้านอกห้องที่มืดและเงียบสงัด เริ่มมีลางสังหรณ์ร้าย รู้สึกไม่สบายใจเอาเสียเลย
“ครืด…” ประตูห้องโกโรโกโสส่งเสียงที่ชวนให้รู้สึกกังวล ชิวเอ๋อร์เดินกะเผลกถือกล่องอาหารเข้ามาในห้อง
“ชิวเอ๋อร์...” อิ่งเม่ยกวาดสายตามองสิ่งที่อยู่บนเสื้อผ้าอย่างละเอียด อย่างไรก็ไม่มีทางปกปิดรอยแผลได้ แววตาเ็าเสมือนน้ำค้างแข็งเย็นเยือก ดวงตาสงบนิ่งปกคลุมด้วยอารมณ์คุกรุ่นที่ไม่อาจสลัดทิ้ง
“อ้อ คุณหนู ท่านหิวมากแล้วสินะเ้าคะ วันนี้ห้องครัวค่อนข้างยุ่ง เพราะงั้นชิวเอ๋อร์ถึงได้กลับมาช้าเ้าค่ะ” ชิวเอ๋อร์เอ่ยด้วยรอยยิ้ม
“เป็ใครกัน” น้ำเสียงสงบนิ่งเอ่ยออกมาจากปากของอิ่งเม่ย นางจ้องมองชิวเอ๋อร์ ดวงตาดำขลับนั่นเหมือนมองออกทะลุปรุโปร่ง ทั่วทั้งร่างแผ่พลังความน่ายำเกรงแม้ไม่ได้เผยความโกรธออกมา
“คุณหนู ท่าน... ท่านพูดถึงอะไรหรือเ้าคะ! ชิวเอ๋อร์ไม่เข้าใจ” เด็กสาวเปลี่ยนอารมณ์หนี รอยยิ้มบนใบหน้าเริ่มแข็งฝืด นางรีบหมุนตัวกลับไปจัดกล่องอาหารลงบนโต๊ะอย่างลนลาน
“ชิวเอ๋อร์ เ้ารู้ว่าข้าถามถึงอะไร บอกข้ามา เป็ใครกัน ใครกันที่ทำให้เ้าเป็แบบนี้” น้ำเสียงอิ่งเม่ยพลันแข็งกร้าว เสียงอันแหบแห้งเผยกลิ่นอายจิตสังหาร ราวกับัใหญ่ที่กำลังหลับสนิท ถูกปลุกขึ้นมากะทันหัน
“คุณหนู ชิวเอ๋อร์ไม่เป็ไร ไม่เป็ไรจริงๆ เ้าค่ะ” ชิวเอ๋อร์หันกลับไป คุกเข่าลงตรงหน้าอิ่งเม่ย มือทั้งสองเกาะกับขอบเตียง เอ่ยเสียงสั่นเครือ “คุณหนู ชิวเอ๋อร์ไม่เจ็บ ไม่มีใครตีบ่าวทั้งนั้น เป็ชิวเอ๋อร์เองที่ซื่อบื้อเกินไป ถึงได้สะดุดล้มตอนที่เดินผ่านธรณีประตู”
“ชิวเอ๋อร์ เ้าลุกขึ้นมา” อิ่งเม่ยจ้องมือที่มีรอยช้ำและใบหน้าของชิวเอ๋อร์ ได้แต่ทอดถอนอยู่ในใจ ออกแรงยกมือขึ้น ประคองไหล่อีกฝ่าย “ชิวเอ๋อร์ ข้าไม่ได้โง่ ข้ามองออกว่าเ้าถูกคนทำร้ายหรือล้มาเ็ ในเมื่อเ้าไม่อยากพูด ข้าก็จะไม่บังคับเ้า แต่เ้าต้องจดจำคนที่ข่มเหงรังแกเ้าในวันนี้เอาไว้ให้ดี วันหน้า ข้าจะต้องทำให้คนเ่าั้ต้องอยู่อย่างตาย ทั้ง เป็”
“คุณ...คุณหนู” ชิวเอ๋อร์เงยหน้ามองอย่างตะลึง พิศคนตรงหน้าที่มีความแข็งแกร่งเทียมฟ้า เผยความสง่าน่ายำเกรงออกมาอย่างเป็ธรรมชาติ ใจเต้นอย่างไม่รู้ตัว ความบ้าระห่ำปรากฏขึ้นในดวงตาของนาง
นางยอมละทิ้งสิ่งที่นางไล่ตามมาทั้งชีวิตเอาไว้เื้ั ไม่คิดทรยศ ไม่คิดถอยหนี...