ตอนที่4 โรงค้าทาส(ตอนปลาย)
“ท่านพ่อ ท่านต้องไปจริงๆงั้นรึ”
“มันเป็หน้าที่ของพ่อ เ้าก็น่าจะรู้ดีนะแม่พิม”
“แต่ท่านพ่ออายุมากแล้วนะ ท่านออกรบเพื่อท่านเ้าเมืองมาก็หลายครั้ง ไหนจะนักรบของตระกูลใหญ่ทั้งหลายที่ไม่ถูกเรียกไปออกรบอีก ทำไมต้องมีเพียงเราตระกูลย่อย”
แม้เมืองอโยธัยเมื่อครั้งอดีต จะเป็เมืองที่มีความรุ่งเื่อันดับต้นๆ เนื่องด้วยทำเลที่ตั้งที่อยู่ในส่วนลึกแดนมนุษย์ ความวุ่นวายและการทำาเผ่าพันธ์ุจึงมาไม่ถึง มีก็แต่เพียงาล่าอนานิคมและปราบปรามชนกลุ่นน้อย
ความสงบสุขและการเปลี่ยนผ่านของยุคสมัย ทำให้เหล่าขุนนางทั้งหลายรวมถึงเ้าเมืองคนปัจจุบัน ละเลยการบริหารบ้านเมืองไป เ้าเมืองเสพสุขจนลืมความทุกยากของประชาชน ที่เมืองยังคงไม่แย่ไปกว่านี้ เพราะยังมีเหล่าตระกูลใหญ่บางตระกูลจะพยายามประคับประคองสถานการณ์เอาไว้ แต่ก็ไม่รู้เมื่อไรที่ความเน่าเฟะเหล่านี้จะปะทุถึงขีดสุด
“เ้าพูดเยี่ยงนี้มิได้นะแม่พิม”
“แต่อาการาเ็ของท่าน...”
“ไม่มีใคราเ็ทั้งนั้น!!! ที่พ่อต้องไปครึ่งนึงเพื่อบ้านเมืองก็จริง แต่อีกครึ่งก็เพื่อครอบครัวเรา””
“ข้ารู้ ข้ารู้ดี...แต่ข้า...”
“เดี๋ยวก่อนค่ะแม่หญิง รอบัวด้วย”
แม่พิมเดินหนีวงสนทนา ออกมาที่ท่าน้ำ
การทะเลาะกันของแม่พิมกับพ่อของนางนั้น ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยนัก แม้เมื่อตอนเด็กแม่พิมจะเป็เด็กที่แก่นแก้วสักแค่ไหน แต่เมื่อโตมานางก็ทำตัวสมกับเป็ลูกผู้นำตระกูลอย่างว่าง่าย นางอยากแบ่งเบาภาระของพ่อนางบ้าง
สาวใช้คนสนิทเดินตามลงมาเพราะเป็ห่วงนาง
“พี่บัว...ข้า...ข้าบอกตัวเองั้แ่ตอนนั้นว่าข้าจะไม่ร้องไห้อีก...”
นางพยายามกลั้นเสียงที่สั่นเคลือของนางเอาไว้
ั้แ่ที่พ่อนางาเ็กลับมาจากการศึกครั้งก่อน เมื่อนั้นนางอายุได้เพียง 7 ปีเท่านั้น หลังจากนั้นพันศรโยธาก็ไม่ได้ออกทำศึกอีก เพียงทำหน้าที่ดูแลความสงบภายในเขตของตนและใช้เวลากับครอบครัวละลูก
“ข้ารู้ว่ามันเป็หน้าที่...ั้แ่ที่ท่านพ่อาเ็กลับมาข้าก็ไม่เคยของอะไรท่านพ่ออีกเลย”
“แม่หญิงของพี่บัว...”
ในยามที่ทั้งสองพูดคุยกันนางบัวไม่ต่างจากพี่สาวคนนึง ด้วยความที่นางบัวเป็ทาสในเื่มาั้แ่แม่พิมยังเล็กช่วยดูแลเติบโตด้วยกันมาไม่ต่างจากพี่สาวนางจึงเป็คนที่เข้าใจแม่พิมที่สุดคนนึง
“แค่ขอให้ท่านอยู่กับข้ากับท่านแม่ แค่ท่านพ่อปลอดภัยเพียงแค่นั้น...ข้า้ามากไปเหรอ”
น้ำตาที่นางพยายามกลั้นไว้ก็ค่อยๆ ไหลออกมา
...
พันศรโยธา จำต้องออกไปรบเพื่อต้านทัพศัตรูที่มาบุกที่ชายแดน แม้พันศรโยธาก็จะแคลงใจในเื่นี้อยู่บ้าง เพราะขุนศึกในเมืองนี้มีคนหนุ่มเติบโตมาแทนที่ขุนพลจำนวนมากแต่กลับเป็เขาที่ถูกสั่งให้ออกไปทำหน้าที่
ตระกูลของนางพิม เดิมเป็เพียงตระกูลชาวบ้านธรรมดา แต่ด้วยความสามารถการในการรับของพันศรโยธาที่แต่เดิมเป็เพียงทหารชายแดน ได้ทำคุณงานความดีเป็ที่ประจัก จนได้รับการปูนบำเหน็จจากเ้าเมืองคนก่อน จนได้เข้ามาเป็ 1 ใน 8 ตระกูลย่อยของเมืองนี้
“ท่านพี่ เื่นี้ไม่สามารถเปลี่ยนปลงได้เลยรึ”
หลังจากนางพิมหลบไปอยู่คนเดียว เป็เวลาที่ผัวเมียจะได้พูดคุยกัน
“ข้าพยายามแล้วแม่ศรีประจัน เื่นี้แม้จะไม่สมเหตุสมผลอยู่บ้างแต่ก็ไม่อาจขัดขืน”
“เป็สามตระกูลใหญ่นั้นรึ?”
“ข้าก็ไม่อาจรู้ได้ ไม่มีเวลาพอให้ข้าตรวจสอบ วันพรุ่งข้าก็ต้องออกเดินทางแล้ว”
...
...
“ที่นี่มัน...!!!”
สายธารแอบเข้ามาหลบที่ห้องๆหนึ่งด้านในสุดของโรงค้าทาส เป็ห้องที่เป็ที่ไว้ทั้งยังแทบไม่มีแสงสว่างเล็ดลอกเข้ามา
“ห้องทรมานเหรอ!?”
ภายในห้องมืดแห่งนี้ มีทั้งอุปกรณ์เฆี่ยน ตี อุปกรณ์ตัดและอยากสารพัด คราบเืที่ติดอยู่ตามสิ่งของและเครื่องพันทนาการ กลิ่นสาบและกลิ่นคาวเืยังคละคลุ้งไปทั่ว ไม่มีเวลามาให้ตื่นตระหนกสายธารรีบหาที่ซ่อน
“เ้าบอกข้ามาว่าเ้าซ่อนใครเอาไว้ ข้าได้ยินเ้าคุยกับใครสักคน”
“โอ้ย!! นายท่าน ข..ข้าไม่ได้ซ่อนใครไว้จริงๆ”
“อย่าให้ข้ารู้นะ ว่าเ้าคิดทำอะไรที่ข้าไม่ได้สั่ง อีกหน่อยข้าจะไปคุยธุระเื่ขายเ้า อีกไม่นานเ้าจะต้องไปอยู่กับท่านห่าวไป๋ นายน้อยตระกูลใหญ่ ต้นทุนที่ข้ายังเก็บเ้าไว้จะได้ถอนคืนสักที”
“ข...ข้าจะต้องไปอยู่กับเขาจริงๆเหรอ”
คำตอบของซีรินมิใช่การขัดขืนแต่อย่างใด นางเตรียมใจเอาไว้นานแล้วั้แ่ที่นางเกิดมาที่นี่ เนื่องจากเผ่าพันธุ์นางนั้นถือเป็เผ่าพันธุ์หายาก การชุบเลี้ยงนางเอาไว้จึงเป็การลงทุนที่คุ้มค่าแม้จะใช้เงินทุนและระยะเวลาไปมาก
พ่อค้าทาสยังให้ทาสคนอื่นคอยสอนมารยาทและงานบ้านงานเรือนให้กับนาง ไม่ใช่เพราะความใจดีแต่เป็การเพิ่มมูลค้าเหมือนการเพรชที่เอามาเจียรไนเพิ่ม จากที่จะขายให้คนรวยธรรมดา เขาจะสามารถขายนางให้กับคนของตระกูลใหญ่ได้
“โอ้ย!!! ข..ข้าขอโทษนายท่าน”
“หากข้าไม่กลัวเ้ามีตำหนิข้าจะลงโทษเ้าให้หนักกว่านี้อีก น่าโมโหเสียจริง”
หลังจากที่พ่อค้าทาสลงโทษนาง เขาก็สั่งให้คนรับใช้เก็บสิ่งของแล้วออกเดินทาง
...
แม้จะอยู่ห่างออกไปเกือบ 40 เมตร แต่สายธารก็พอจะได้ยินเื่ราวในจุดที่เขาแอบอยู่
เมื่อเสียงการก่นด่าเงียบไป เด็กหนุ่มสังเกตเห็นร่างสูงใหญ่ถูกล่ามโซ่แขนข้างนึงเอาไว้ที่มุมห้องก่อนหน้านี้สายตาของเขายังไม่ปรับตัวแต่ตอนนี้สามารถสังเกตเห็นได้
นั้นมันั์ตนนั้นนี่นา
ไม่ใช่แค่สายธารที่เห็น แต่ั์ก็สังเกตุเห็นเขามานานแล้ว
“เ้าไม่ควรมาอยู่ที่นี่ ไอ้หนุ่ม”
“ซวยแล้วไง!!”
สายธารกำลังจะออกวิ่ง!
“เดี๋ยวก่อน...แค่กๆ”
สายธารชะงัก
“ช่วยหยิบน้ำตรงมุมห้องนั้นให้ข้าทีไอ้หนุ่ม” ั์ชี้มืออีกข้างออกไปที่มุมห้อง
“ดะ..ได้ แต่เ้าอย่าะโบอกใครนะ ว่าข้าอยู่ที่นี่”
“ไม่หรอก ข้าไม่มีเหตุผลต้องทำแบบนั้น”
สีหน้าของยักษาไม่ได้หน้ากลัวอย่างที่เขาคิด
“ข้าขอโทษเื่ที่ทำร้ายเ้าที่ตลาดด้วย ข้าพยายามออมแรงไว้แล้ว”
“ออมแรง?”
“ข้าเพียงต้องทำตามคำสั่ง...แต่ถึงอย่างนั้นไอ้พ่อค้านั้นก็ยังสังเกตได้”
“อย่าบอกนะว่าที่ท่านมาอยู่ในสภาพนี้”
“ฮิฮี่ ใช่แล้ว แค่กๆ หัวไวดีนี่....เอาน้ำมาให้ข้าก่อน”
แม้น้ำนั้นจะเป็เพียงน้ำที่ใช้ล้างอุปกรณ์ก็ตาม เขาก็ดื่มมันอย่างกระหาย
“ไอ้นั้นก็แค่รู้ตัวว่าข้าออมแรงมันเลยจับข้ามาทรมาน
สายธารทั้งรู้สึกสงสารและโกรธแค้นกับสิ่งที่พ่อค้าทาสทำ
“หึ...ไม่ต้องทำสีหน้าแบบนั้นหรอกไอ้หนุ่ม ข้าเลือกของข้าเองไม่อย่างนั้นเ้าคงเจ็บหนักแน่ๆ ฮ่าฮ่า”
“ขอบคุณท่านที่เมตตา ข้าช่วยอะไรท่านได้บ้าง”
สายธารพยายามหาวิธีปลดล็อกโซ่
“ไม่ต้องหรอกเราหายกันแล้ว...น้ำนั้นไง”
“แต่ว่า...”
“เ้าพ่อค้านั้นทำอะไรข้าไม่ได้มากหรอก เห็นแบบนี้ข้าก็เป็ั์นะ ข้าทนทานกว่าที่เ้าคิดเยอะ”
สายธารยังคงขมวดคิ้วอยู่ ร่องรอยฟกช้ำตามร่างที่ใหญ่โต ทำให้เขาััได้ถึงความเ็ป
“มีวิธีถอดปลอกคอนั้นมั้ย?”
“หืม...เ้า้า ถอดสิ่งนี้เหรอ ไอ้นี้ถ้าฝืนทำลายหรือเปลี่ยนแปลงรูปร่างมันมันจะร้อนจนเหมือนไหม้เลยหละหากไม่ตัดอย่างประณีตโดยดาบวิเศษ วิธีที่ง่ายและปลอดภัยก็คงต้องใช้แหวนที่เ้าพ่อค้านั้นสวมอยู่เท่านั้น”
แสดงว่าก็มีวิธีอยู่งั้นสินะ
“ข้ามีอีกเื่อยากถามท่าน”
“นี้เ้าถามเอากำไรเกิน น้ำถังนึงแล้วนะ”
“อีกแค่เื่เดียวท่าน”
สายธารหยิบ ก้อนหินทรงกรมออกมาจากกระเป๋า
“นั้นมัน! เ้าเก็บเอาไว้รึ”
“ข้าเห็นมันตกอยู่ที่ตลาด ไม่แน่ว่าเป็ตอนที่เรามีเื่กันตอนนั้น”
“ไอ้นั้นมันของๆข้าเอง มันเรียกว่า “พลอยสีชาต” เป็ของที่พบเห็นได้เพียงบ้านเกิดข้าเท่านั้น”
“ข้าพอทราบว่ามันสามารถต้านอาการเยือกแข็งได้ ท่านพออธิบายมันได้หรือไม่”
ยักษาทำสีหน้าประหลาดใจ
“เ้ารู้เื่นี้ด้วยรึ ไม่ค่อยมีใครในแดนมนุษย์รู้เื่นี้หรอกนะ มันไม่ได้มีอยู่ทั่วไป สามารถใช้ให้ความอบอุ่นเวลาั์ต้องเดินทางผ่านพื้นที่อากาศหนาวเย็นในบ้านเกิดข้า หากเอาห้อยคอไว้แล้วร่างการัักับอาการหนาวเย็นมันจะแผ่ความร้อนออกมาเองได้ หากเอาไปต้มกับสมุนไพรที่มีสรรพคุณจะได้อาหาร หรือยาที่มีสรรพคุณธาตุไฟ”
“ใช่จริงๆด้วย แต่มันเป็ของๆท่าน”
“ใช่มันสำคัญกับข้ามากแม้จะหาได้ทั่วไปในดินแดนข้า แต่ที่นี้ไม่มีหรอกนะขอดูต่างหน้าเวลาข้าคิดถึงบ้านเกิดน่ะ”
“งั้นหากข้า้าเอาไปทำยา...ก็ไม่ได้สินะ”
“ได้สิ ทำไมจะไม่ได้ล่ะ”
อาจเป็เพราะสิ่งที่ยักษาเห็นก่อนหน้านี่คือสีหน้าเห็นใจ และเ็ปของคนที่อยากช่วยเหลือผู้อื่นแต่ทำอะไรไม่ได้ สิ่งนั้นมันออกมากจากใจจนปรากฎบนแววตาของสายธาร
“เอ๋ ไหนท่านบอกว่ามันสำคัญกับท่าน”
“มันก็ใช่หากแต่มันทำประโยชน์กับเ้าได้ข้าก็ไม่ติดขัดอันใด แถมมันไม่ได้จะหายไปหลังจากเ้าต้มมันซักหน่อย มันเพียงแต่แผ่แร่ธาตุและพลังจากออกไปเพียงเท่านั้น”
“งั้นหรอกรึ เช่นนั้นข้าขอยืมใช้สิ่งนี้ ก่อนได้รึไม่?”
“เอาไปสิ ข้าถูกชะตากับเ้า มันอยู่กับข้า มันก็ทำประโยชน์อะไรไม่ได้มากไว้ค่อยเอามาคืนข้าแล้วกัน”
สายธารยังคงประหลาดใจกับภาพลักษณ์ที่ตรงข้ามกับความจิตใจดีของยักษา
“ขอบใจท่านมาก ท่านั์”
ตึก ตึก ตึก
“มีคนมา!”
ยักษาได้ยินเสียงฝีท้าวใครบางคนจึงร้องเตือนสายธารให้เขารีบหลบ
“ขอโทษนะเ้าคะท่านั์”
“เ้าเองรึ ซีริน” ั์ตอบรับบ
ซีรินเป็ทาสเพียงไม่กี่คนที่เกิดและโตที่นี่ นางเป็ทาสเพียงไม่กี่คนที่พ่อค้าทาสปล่อยให้มีการศึกษาและพูดคุณกับทาสคนอื่นที่สั่งสอนนาง ทุกคนที่นี่จึงเห็นนางเป็ดังครอบครัวที่พวกเขาหลัดพรากมา นางยังถูกสั่งให้ต้องใช้ความสามารถที่เรียนมาทำงานในโรงค้าทาสแห่งนี้เพื่อให้คุ้มกับการเลี้ยงดู หากแต่ไม่มีทาสคนใดอิจฉานาง เพราะทุกคนทราบถึงสิ่งที่นางต้องเจอและชะตากรรมที่ถูกกำหนดไว้
“เ้าเองรึ...”
สายธารที่ได้ยินก็ออกมาจากที่ซ่อน นางไม่ยอมบอกเื่ของเขาจนต้องถูกทำโทษ ร่องรอยบนหน้าของซีรินก็ทำให้เขารู้สึกผิดและอาฆาตพ่อค้านั้นเพิ่มขึ้น
“อย่าบอกนะว่าที่เ้าถูกนายท่านโมโห เพราะไอ้หนุ่มนี้”
“ไม่เกี่ยวกับเขาหรอกท่านั์ ข้าเห็นเขาสลบอยู่ แล้วพาเขาเขามาที่นี่เองเ้าค่ะ ”
“ข้าก็ว่า หน้าแบบเ้าไม่น่าชอบทำใครเดือดร้อน หากไม่ทำตัวเองเดือดร้อนซะเอง ฮ่าฮ่าฮ่า”
“เอ๋?” ซีรินประหลาดใจกันความสนิทสนบของเด็กหนุ่มและยักษา แม้ลุงั์ใจดีของนางจะเป็คนเข้ากับคนง่ายก็เถอะ
“เ้าเป็อย่างไรบ้าง? ข้าขอโทษที่ทำเ้าให้เดือดร้อน”
“ไม่ใช่ความผิดของท่านหรอก ตอนนี้พ่อค้าทาสออกไปทำธุระท่านใช้โอกาสนี้หนีไปเถิด”
“ข้าได้ยินว่าเ้ากำลังจะถูกขาย...”
“อืม...ข้าถูกเลี้ยงดูมาเพื่อการนี้”
สีหน้าหดหู่ของนางกลับมาอีกครั้ง
เราทำอะไรไม่ได้เลยเหรอ เราจะช่วยใครไม่ได้จริงๆเหรอ สองคนนี้ช่วยเราไว้แล้วยังเจ็บตัวเพราะเรา
ต้องพลัดพรากเสมอ ไม่ว่าจะเป็ใคร ผู้คนตรงหน้าที่ดีกับเขา เขาไม่อาจช่วยไว้ได้เลย ไม่เอาอีกแล้ว สายธารขยับเข้าไปใกล้แล้วคว้าเอามือของซีรินเอาไว้
“ข้าไม่รู้ว่าจะทำได้มั้ย แต่ข้าจะหาวิธีช่วยพวกท่านให้ได้”
“เอะ?... ไม่ต้องลำบากหรอกท่าน ข้าไม่ได้ทำอะไรให้ท่านเลย”
“ฮ่าฮ่าฮ่า รีบไปเถอะไอ้หนุ่มก่อนที่ไอ้พ่อค้านั้นจะกลับมา”
“ม...มือท่าน”
“อ๊ะ! ข้าขอโทษ ยะ...ยังไงขอบคุณพวกท่านมาก ขอบคุณจริงๆ”
สายธารรีบวิ่งออกไปอย่างรวดเร็วกลัวว่าหากมีใครมาเห็น สองคนนี้จะถูกลงโทษอีก
...
หลังจากสายธารออกไป ซีรินก็นำยามาทำแผลให้ยักษา นางมักจะแอบทำแบบนี้ให้กับทาสคนอื่นๆเสมอ นี้คือเหตุผลที่นางเป็ที่รัก
“เ้าหนุ่มนั้นน่าสนใจดีนะเ้าว่ามั้ย”
ยักษาพูดขึ้นหลังจากสังเกตุเห็นว่าซีรินน้อยของเขา มีรอยยิ้มที่สดใสที่เข้าไม่ได้เห็นมานาน
“เอะ! ท่านว่าอะไร ข...เขาก็เพียงแค่ชายที่ผ่านทางมาเท่านั้น แค่ข้า ไม่เคยพบผู้ใดที่ใจดีกับทาสอย่างเราแบบนี้เท่านั้นเอง”
“ข้าก็ยังไม่ได้ว่ากระไรเลย เพียงพูดลอยๆขึ้นมาเท่านั้น”
ซีรินเผลอบ่ายเบี่ยงอย่างร้อนรนออกไป ทำให้นางหน้าแดงขึ้นเล็กน้อย คำพูดของสายธารแม้นางจะยอมจำนนต่อชะตากรรมของนางนานแล้ว แต่สายธารกลับปลุกความหวังเล็กๆของนางขึ้นมาอีกครั้งโดยไม่รู้ตัว