จู้เจียงเจียง แม่ม่ายผู้มั่งคั่ง

    ตอนที่ 30 การสู่ขอที่ไม่เคยพบเคยเจอ

    จู้เจียงเจียงเดินถึงข้างรถม้าตระกูลหมิง ยังไม่ทันขึ้นไป หน้าหมู่บ้านก็มีแขกไม่ได้รับเชิญสองสามคนมาหานาง


    “เด็กน้อยบ้านจู้ ยินดีด้วย ๆ เรื่องมงคลของเจ้ามาแล้ว...” ป้าซ่งโบกมือเรียกไปพลาง ปากก็พูดเสียงดังไปพลาง ดังจนลั่นไปทั้งหมู่บ้านเสี่ยวฮวง


    “เรื่องมงคล?”


    คนในหมู่บ้านเสี่ยวฮวงยืนอยู่ด้านหลังจู้เจียงเจียงเป็นกอง อยากรู้มากกว่าตัวเจ้าของเองเสียอีก


    คนที่มาคือนายหน้าค้าทาสที่มีชื่อเสียงไปสิบลี้แปดหมู่บ้าน นางมาไม่เรื่องซื้อสัตว์ก็เรื่องแต่งงาน


    หมู่บ้านเสี่ยวฮวงของพวกเขาไม่มีสัตว์ ถ้าอย่างนั้นก็ต้องมาพูดเรื่องการแต่งงาน เพียงแค่จู้เจียงเจียงเป็นสะใภ้ใหม่ของที่นี่แล้ว ยังมีเรื่องแต่งงานได้อย่างไร?


    จู้เจียงเจียงมองหมิงจี่อย่างขอโทษแวบหนึ่ง นางก็ไม่รู้ว่าจะมีคนมีธุระกับนางเยอะแบบนี้


    “ป้าซ่ง ตอนนี้ข้ามีธุระต้องรีบไป ท่านมาหาข้ามีเรื่องอะไร พวกเราพูดกันตรง ๆ ได้ไหม?”


    นางไม่อยากมาค่อย ๆ คาดเดาเรื่องมงคลจากปากของป้าซ่ง อีกสองคนที่เข้าหมู่บ้านมาพร้อมนาง จู้เจียงเจียงก็ไม่รู้จัก คิดแต่จะรีบออกเดินทาง ไม่อย่างนั้นต้องล่าช้าเป็นแน่แล้ว


    ป้าซ่งไม่เห็นด้วย เข้ามาดึงมือจู้เจียงเจียงอย่างสนิทสนม ตาทั้งคู่เบิกกว้างมองนาง “อุ้ย ไม่เจอกันแค่ไม่กี่เดือน สาวน้อยบ้านจู้โตและสวยขึ้นแล้ว”


    หากนางรู้ล่วงหน้าว่าจะสวยแบบนี้ ตอนแรกก็คงเก็บจู้เจียงเจียงมาเลี้ยงดูอย่างดี แล้วค่อยไปขายในหอ คงหาเงินได้มากกว่านี้


    แต่ว่าคิดดูแล้ว วันนี้กล่อมดูหน่อย นางก็หาเงินได้หลายตำลึง


    “ป้าซ่ง ตอนนี้ข้าเป็นสะใภ้ตระกูลเผยแล้ว ท่านอย่าเรียกข้าสาวน้อยบ้านจู้อีก” จู้เจียงเจียงแก้ให้ถูกต้อง


    “ชู่...”


    ป้าซ่งส่งสัญญาณลับ ๆ ให้จู้เจียงเจียงอย่าพูดไร้สาระ ดึงนางถอยหลังไปสองก้าว พูดเสียงกระซิบ “สาวน้อย ข้ามาสู่ขอเจ้า คนที่มาวันนี้เขาถูกใจเจ้า อีกเดี๋ยวเจ้าอย่าพูดจาไร้สาระ ข้าบอกกับพวกเขาแล้ว เจ้าคือญาติห่าง ๆ ของตระกูลเผย เจ้ายังไม่ได้แต่งงาน”


    “สู่ขอ?” จู้เจียงเจียงตกตะลึง ยังมีการทำแบบนี้ได้ด้วย?


    แล้วใครให้ป้าซ่งหาคู่แต่งงานมาให้นางตามอำเภอใจ!


    “ป้าซ่ง ข้าแต่งงานแล้ว มีเหตุผลอะไรต้องแต่งงานอีกรอบ ความหวังดีของท่านข้ารับไว้ด้วยใจแล้ว เชิญท่านกลับไปเถอะ” จู้เจียงเจียงพูดเสียงดังไม่ให้ความร่วมมือ


    นางเลือกหมู่บ้านเสี่ยวฮวงก็เพื่อเป็นหัวหน้าครอบครัวหนึ่ง จะได้มีโอกาสร่ำรวย ไม่ใช่อยากแต่งงานจริง ๆ 


    เห็นสองคนนั้นที่ร่วมทางมาด้วย ชายหนุ่มที่หลบอยู่หลังหญิงแก่ เหมือนลูกแหง่ไม่มีผิด ดูก็รู้หากนางแต่งงานด้วยจริง ๆ อยู่บ้านแม้แต่สิทธิ์พูดก็ไม่มี จะอิสระเหมือนที่นี่ได้อย่างไร


    “อะไร? สู่ขอ!”


    ได้ยินป้าซ่งมาสู่ขอจู้เจียงเจียง คนของหมู่บ้านเสี่ยวฮวงก็นั่งไม่ติดแล้ว


    สวี่เหล่าเกินเดินตรงไป โจมตีขับไล่ป้าซ่งทันที “ป้าซ่ง ท่านทำแบบนี้ได้อย่างไร สะใภ้เล็กกราบไหว้ฟ้าดินกับเสี่ยวจ้าวของพวกเราแล้ว ตอนนี้นางคือคนมีสามี จะแต่งงานใหม่ไม่ได้?”


    “ถุย!”


    ป้าซ่งก็ไม่ได้หาเรื่องได้ง่าย นางเริ่มพูดสั่งสอนสวี่เหล่าเกิน “ไอ้แก่ กราบไหว้ฟ้าดินอะไร คนตายทำได้ที่ไหน ข้าขอเตือนเจ้า อย่าขัดขวางเรื่องโชคชะตาเนื้อคู่ของสาวน้อย ระวังอายุสั้น”


    “เจ้า ทำไมเจ้าปากร้ายแบบนี้ เสี่ยวจ้าวของเรายังไม่ตาย เขาสร้างคุณูปการอยู่ชายแดน!” สวี่เหล่าเกินถกเถียงด้วยความโกรธจนหน้าแดงหูแดงไปหมด


    “สร้างคุณูปการอะไร ชายแดนสงบนานแล้ว คนถึงตอนนี้ยังไม่กลับก็คือตายแล้ว...”


    ปากป้าซ่งคนเดียวรบกับทั้งหมู่บ้านเสี่ยวฮวง สถานการณ์เดือดขึ้นมาทันที ดังก้องอยู่ในภูเขา รบกวนจนคนปวดหัว


    เผยจี้ในฐานะที่เป็นตัวเองในคำพูดของพวกเขา พยายามข่มความโกรธไว้ในใจมาโดยตลอด


    เขาหงุดหงิดและอึดอัด


    ในเมื่อจู้เจียงเจียงแต่งเข้าตระกูลเผยของพวกเขา เช่นนั้นนางก็คือภรรยาของเขา ตอนนี้กลับมีคนคิดจะเป็นชู้ และยังไร้เหตุผล พูดไร้สาระต่อหน้าคนทั้งหมู่บ้าน


    ยั่วโมโหเขาสุด ๆ!


    “หยุดทะเลาะกันได้แล้ว!” จู้เจียงเจียงทนไม่ไหวตะคอกเสียงดัง


    ทั้งสองฝั่งที่โต้เถียงกันหยุดลงทันที


    แค่หยุดเงียบได้ครู่เดียว เสียงร้องขอจากผู้ชายที่ขวัญหนีดีฝ่อเสียงหนึ่งก็ดังขึ้น


    ทุกคนมองตามเสียงไป เห็นแค่ผู้ชายที่มาสู่ขอพร้อมกับป้าซ่ง กำลังถูกดาบเล่มหนึ่งจ่อที่คอ สั่นล้มอยู่บนพื้นกับมารดาของเขา


    และคนที่ดึงดาบข่มขู่พวกเขาก็คือเผยจี้


    เมื่อครู่ตอนเตือนจู้ซูเฟินเขายังไม่ได้ชักดาบออกจากฝัก ทว่าตอนนี้กลับดึงดาบออกมาจ่อคอคนที่ยังไม่ได้ทำอะไรเลย!


    “ไม่ได้ ท่านแม่ทัพ” จู้เจียงเจียงวิ่งมากดมือของเผยจี้


    นางสัมผัสได้ถึงจิตสังหารที่แผ่ออกมารอบตัวเขา แต่นางไม่อยากให้เพราะเรื่องเล็ก ๆ ของตัวเองทำให้เขาต้องฆ่าคน


    “ท่านแม่ทัพเผย ท่านดูนะ จู้เจียงเจียงก็คือผู้หญิงร่านคนหนึ่ง นางแต่งงานแล้ว กลับยังให้ป้าซ่งมาสู่ขอ หรือท่านยังเห็นธาตุแท้ของนางไม่ชัดเจนอีก?!”


    จู้ซูเฟินเห็นเช่นนี้ก็ไม่ทิ้งโอกาส ยอมทนเจ็บแต่ไม่ยอมปล่อยโอกาสที่จะดูถูกจู้เจียงเจียงทิ้งไป เดินหน้าทั้งร้องทั้งด่า


    พูดจบ สายตาดุร้ายก็หันไปหยุดที่ผู้ชายที่มาสู่ขอจู้เจียงเจียงคนนั้น จ้องเขม็งไปยังพวกเขา ในใจมีความพอใจที่ได้แก้แค้นบางอย่าง


    เพราะว่า แม่ลูกที่มาสู่ขอตรงหน้าคู่นี้ เป็นครอบครัวที่ถูกใจนางก่อนหน้านี้


    พวกเขาได้ยินว่านางมีหลานสาวที่ร่ำรวยคนหนึ่ง จึงยกเลิกงานแต่งไป ทั้งยังบอกอีกว่าจะมาแต่งจู้เจียงเจียงเป็นภรรยา


    นางโมโหมากจึงพาหวังซื่อมา อยากจะทำลายชื่อเสียงของจู้เจียงเจียง พร้อมกันนั้นก็ลองยั่วแม่ทัพใหญ่ ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว


    จู้เจียงเจียงถือว่าได้ประสบแล้ว อะไรเรียกที่ว่า ‘คนบนโลกที่ทนเห็นคุณได้ดีไม่ได้ที่สุดก็คือญาติของคุณเอง’


    คนนอกยังรู้จักเข้าข้างนาง พูดแทนนาง จู้ซูเฟินกลับเติมน้ำมันลงบนไฟตลอด เกลียดจนอยากให้นางตายไป


    “ป้าซ่ง มิตรภาพระหว่างเราก็แค่วันเดียวเท่านั้น ไม่ติดค้างเงินทองกัน ความเกรงใจที่ข้ามีต่อท่าน หวังว่าท่านจะไม่ใช้มันเป็นข้ออ้างในการยุ่งเกี่ยวกับชีวิตของข้า เรื่องในวันนี้ข้าจะถือเสียว่าไม่เคยเกิดขึ้น และหวังว่าจะไม่มีครั้งหน้าอีก”


    จู้เจียงเจียงรู้สึกว่าป้าซ่งเข้าใจผิดแล้ว ตอนนั้นนางแสดงออกว่าเป็นคนเรียบร้อยก็เพื่อจะได้มีอิสระ ไม่ได้แสดงเพื่อให้ป้าซ่งจัดการนางได้ตามอำเภอใจ


    ป้าซ่งคิดแบบนั้นจริง ๆ


    นางคิดว่านางทำแบบนี้ จู้เจียงเจียงจะรู้สึกสำนึกบุญคุณ ถึงอย่างไรนางก็แต่งกับคนตัวเป็น ๆ ย่อมดีกว่าแต่งกับคนตายคนหนึ่ง


    “สาวน้อยบ้านจู้ ข้าทำแบบนี้เพราะหวังดีกับเจ้านะ”


    “ไม่จำเป็น” จู้เจียงเจียงปฏิเสธอย่างเฉยชา เชิญนางกลับไป “ป้าซ่งเชิญเถอะ ไม่อย่างนั้นคงมีคนตาย”


    นางมองไปทางเผยจี้แวบหนึ่ง แกล้งข่มขู่


    เผยจี้ก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี บนมือค่อย ๆ ใช้แรง บนคอของผู้ชายคนนั้นเริ่มผิวถลอก เกิดเส้นสีแดงจาง ๆ 


    “ข้าไม่แต่งแล้ว ข้าไม่แต่งแล้ว อย่าฆ่าข้า...” ชายหนุ่มตกใจหนีหัวซุกหัวซุน


    ป้าซ่งและมารดาของเขาเห็นเหตุการณ์เป็นเช่นนี้ก็ไม่กล้าพูดอะไรอีก


    นี่ก็โหดเหี้ยมเกินไป พวกนางก็แค่มาสู่ขอ ทำไมแค่ไม่ระวังก็ต้องจบชีวิตด้วยเล่า?


    หมู่บ้านเสี่ยวฮวงน่ากลัวมากจริง ๆ ต่อไปนางจะไม่มาอีกแล้ว!


    “แม่นาง” หมิงจี่ที่ขึ้นรถม้าไปแล้วเร่งจู้เจียงเจียงผ่านทางหน้าตารถ


    พวกเขาล่าช้ามานานเกินไปแล้ว หากไม่ออกเดินทาง สมาคมผู้รู้ก็จะจบลงแล้ว


    “ไปเดี๋ยวนี้”


    จู้เจียงเจียงหันหน้ามายิ้มให้เขาอย่างขอโทษ และไม่รอให้ทุกคนรู้ตัว ยกเท้าถีบจู้ซูเฟินล้มลงกับพื้น


    “นี่คือผลของการปากมาก!”


    จู้เจียงเจียงจัดระเบียบกระโปรงอย่างยโส หมุนตัวขึ้นรถม้า ปรับอารมณ์ให้ดีที่สุด ตอนออกจากหมู่บ้านยังไม่ลืมยื่นหน้าออกมา สั่งเหลียงเหวินโจว “เจ้าหนอนหนังสือ ไล่สองคนนี้ออกไป ข้าจะคัดลอกบทความในสมาคมผู้รู้กลับมาให้เจ้า?”


    คล้ายกับเรื่องจู้เจียงเจียง แม่ม่ายผู้มั่งคั่ง ที่คุณอ่าน