ชายหาด บริเวณยานบินที่ไรเซลอยู่
ห่างจากยานบิน 150 เมตรไรเซลกำลังซุ่มมองจากระยะไกล
"หึหึ… ไอ้เพื่อนรักจากต่างดาว คิดจะมาเล่นกับพ่อแกคนนี้งั้นเหรอ เร็วไปร้อยปีเฟ้ย" ไรเซลพูดอย่างลำพองใจ ตัวเขาในตอนนี้ฝังตัวเองใต้ผืนทรายข้างโขดหินเพื่อรอสี่แขน
การฝังตัวเองในดินและลบร่องรอยด้วยคลื่นพลังจิตนั้นเป็รูปแบบที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด เพราะนอกจากจะหลบซ่อนจากการถูกมองเห็นได้แล้ว คลื่นพลังจิตยังทำให้กลมกลืนเป็หนึ่งเดียวกับผืนดิน ไรเซลมั่นใจว่างไม่ทางถูกหาเจอได้แน่นอน นอกจากนี้เขายังขุดโพรงเล็กๆ และคงสภาพรูไว้เพื่อใช้ในการหายใจด้วย เรียกว่าจะรอให้นานเท่าไหร่ก็ไม่มีปัญหา
ไรเซลตอนนี้หลับตาและใช้ััทางพลังจิตแทนการมองเห็น แม้ว่าโดยปกติแล้วจากััได้เพียงไม่กี่สิบเมตร แต่เมื่อตัดระยะรอบข้างออกและมุ่งสมาธิไปทิศทางเดียวมันจะช่วยยืดระยะได้ถึง 5 เท่าทำให้รับรู้ได้ไกลขึ้น ทว่าระยะทาง 150 เมตรััของไรเซลก็ไม่ถึงอยู่ดี ตัวเขาในตอนนี้รับรู้ผ่านทางมดน้อยเพื่อนยากนั่นเอง
การประทับพลังจิตลงบางสิ่งเพื่อใช้งานนั้นถือเป็ขั้นเริ่มต้นที่ผู้ใช้พลังจิตนิยมใช้กัน นั่นเพราะว่ามันมีคุณประโยชน์ที่สูงล้ำเกินปริมาณพลังที่ใช้ไปมาก ทั้งยังใช้งานได้หลากหลายไม่ว่าจะประทับตราเพื่อจุดะเิพลังจิต ประทับตราเพื่อเฝ้าสังเกตุการณ์หรือกระทั่งควบคุมสิ่งที่โดนประทับ แต่การควบคุมนั้นก็ใช้พลังจิตค่อนข้างเยอะหากเป้าหมายมีความแข็งแกร่งทางจิตใจมาก แต่ ณ ตอนนี้สิ่งที่ไรเซลควบคุมคือมด มดนั้นเป็สิ่งมีชีวิตที่เรียบง่ายมันทำตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายด้วยฟีโรโมนที่มดทหารปล่อยออกมา
ที่ไรเซลทำตอนนี้เพียงแค่ควบคุมมดทหาร ไม่กี่ตัวเพื่อปล่อยฟีโรโมนเป็เส้นทางให้มดเคลื่อนตัวเท่านั้น จากนั้นก็ใช้พลังจิตแยกคลื่นพลังสนามแม่เหล็กที่ยานบินปล่อยออกมาเป็เส้นทางให้มดเดินผ่าน ในตรงนี้แหละที่ใช้พลังงานมากอย่างแท้จริง การแยกคลื่นพลังสนามแม่เหล็กที่เข้มข้นออกจากกันในระยะไกลแบบนี้เผาผลาญพลังมากมายมหาศาล ถ้าไม่ใช่เพราะมีความอดทนมากไรเซลคงทำงานนี้ไม่สำเร็จแน่ โดยเฉพาะเกราะของยานนั้นแข็งแรงทนทาน แม้ไรเซลจะให้มดเคลื่อนที่ไปตามซอกยานแต่ก็มีบางจุดที่จำเป็ต้องทำลายเพื่อเข้าไป ในจุดนี้เขาได้เสริมพลังให้มดโดยการเคลือบพลังจิตที่ขากรรไกร นั่นทำให้การกัดแทะมีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่กระนั้นยังใช้เวลานานพอสมควร ไรเซลใช้พลังไปเกือบหมดกับงานนี้ ในตอนนี้เขากำลังซ่อนตัวใต้ผืนทรายและฟื้นพลังพลางรอให้เ้าสี่แขนกลับมาที่ยาน นั่นเพราะเขามั่นใจมากว่ามันต้องรู้ว่ายานเกิดปัญหาแน่นอน เทคโนโลยีที่ล้ำหน้าขนาดนี้มันต้องมีระบบอำนวยความสะดวกมากมายอยู่แล้ว
"รีบกลับมาตรวจดูซะสิ จะได้เริ่มแผนต่อไปซะที" ไรเซลในตอนนี้แทบจะรอให้เ้าสี่แขนกลับมาไม่ไหวแล้ว ตัวเขาตอนนี้ฟื้นฟูพลังได้มากพอสมควร
ในตอนนั้นเอง ยานบินก็ปิดตัวเองลง นี่เป็สัญญาณที่ดีสำหรับไรเซลแล้ว
"ฮ่าๆ ดูเหมือนมันจะรู้ตัวแล้วสินะ แบบนี้อีกไม่นานก็เริ่มแผนต่อไปได้แล้ว" ไรเซลยิ้มร่าอย่างมีความสุข
ไรเซลเฝ้ารอต่อไปอย่างเงียบๆ ไม่นานหลังจากนั้นเขาก็ััได้ถึงบางอย่าง
ฟรืดดดด…… ฮาาา.า… ฟรืด…. ฮาาาา…..
เสียงหายใจฟืดฟาดดังมาแต่ไกล ทว่าไม่นานต้นเสียงนั้นก็บรรลุถึงยาน ร่างนี้เคลื่อนที่รวดเร็วจนพร่าเลือน แม้ไรเซลจะใช้พลังจิตยังจับััไม่ทัน นี่มันค่อนข้างวิกฤติจริงๆ
ร่างสี่แขนพร้อมชุดเกราะที่เปล่งแสงเป็เส้นสีแดงคาดไปทั่วทั้งตัว ดวงตาบนหน้ากากเองก็เปล่งแสงสีแดงน่าขนลุก อากาศรอบกายก็เกิดมวลความร้อนสูงกระจายไปทั่ว ทำให้เกิดภาพเบลอมองเห็นได้ไม่ชัดเจน ด้วยองค์ประกอบทั้งหมดนี้ เ้านี่ดูน่ากลัวอย่างแท้จริง นี่ถ้าอยู่ในหนังสยองขวัญมันต้องน่าดูแน่นอน
"ฟรืดดด… สแกนพื้นที่โดยรอบ ฟรืดด… ฮา" สี่แขนหายใจเฮือกๆ พร้อมกับเปิดระบบค้นหารอบพื้นที่
[เริ่มการสแกน] ฟริ๊บบบ…. ติ๊ง
[สแกนเสร็จสิ้น ไม่พบสิ่งมีชีวิตอื่นๆ ในพื้นที่]
"ดูท่า ฟรืดดด…. มันจะไม่ได้อยู่แถวนี้สินะ ฟรืดดด… นี่อาจไม่ใช่ฝีมือมันก็ได้ ฟรืดด.." สี่แขนพูดพลางหายใจเสียงดัง การเร่งระบบการทำงานของชุดเสริมประสิทธิภาพทำให้ร่างกายทำงานหนักและ้าปริมาณออกซิเจนค่อนข้างมาก
เสียงพูดแบบอิเล็กทรอนิกและเสียงหายใจฟรืดฟาด ฟังควบคู่กันแล้วช่างกระตุ้นจิตใจผู้คนจริงๆ ถ้าโดนตัวแบบนี้ไล่ล่า เกรงว่าต้องสติแตกแน่นอน
ทว่า.. สำหรับผู้มากประสบการณ์อย่างไรเซล ครั้งหนึ่งเขานั้นเคยเป็ยิ่งกว่าฆาตกรในหนังสยองขวัญซะอีก ผู้ล่าอย่างเขานั้นทำให้กองทัพของราชินีมอร่าที่ได้ชื่อว่ากองทัพปิศาจต้องอกสั่นขวัญแขวน ในตอนนั้นเขาได้ถูกผู้คนขนานนามว่า "ยมฑูตไร้เสียง (Silent Ripper)" ชื่อนี้สะท้านะเืไปทั่วดินแดน และคอยหลอกหลอนกองทัพราชินีมอร่านานนับปี
"ยังอ่อนหัดนักเ้าสี่แขน" ไรเซลแสยะยิ้มและไม่นำพาเื่ของเ้าสี่แขนนี่เลยซักนิด เขาแค่ต้องรอต่อไปเล็กน้อย จากนั้นสถานะของเขากับเ้าสี่แขนก็จะเปลี่ยนไปทันที เขาจะเอาคืนมันให้สาสมกับที่ต้องทำให้เขาลำบาก
ตุบ… ฟิ้ววววว
เสียงย่ำเท้าลงพื้นทรายดังขึ้นก่อนที่ร่างสี่แขนจะหายไปอย่างรวดเร็ว เ้าสี่แขนตอนนี้กำลังออกค้นหาภายในเกาะนี้ทุกตารางนิ้ว
แซ่ก.. แซ่ก..
หลังจากรอจนมั่นใจแล้ว ไรเซลก็ดันตัวเองออกจากพื้นทรายที่ถมตัวเองไว้ ตัวเขาในตอนนี้เปื้อนทรายไปทุกที่ นี่ช่างดูไม่จืดนัก
"ถุดๆ ฟรุ้ย… ทรายเข้าปากเต็มเลย" ไรเซลปัดทรายออกจากหัวพร้อมถ่มทรายที่อยู่ตามริมฝีปากออกมา ผมสั้นของเขาในตอนนี้ผ่านไปสองเดือนมันก็ยาวมากแล้ว ยิ่งหนวดเคราเองตอนนี้ก็ยาวรุงรัง ทำให้ทรายติดง่ายขึ้นกว่าเดิม จะดีหน่อยก็แค่ตามตัวไม่ได้ใส่อะไรนอกจากหนังสัตว์และใบไม้โง่ๆ ที่เอามาพันเป็กระโปรงเท่านั้นทรายจึงไม่ได้ทำให้ระคายตัวนัก
"ไหนมาดูซิว่าจะเจออะไรข้างในนั้นบ้าง" ไรเซลปัดทรายออกเสร็จแล้ว ตอนนี้เขามองไปที่ยานบินตาเป็ประกาย นอกจากในนั้นจะมีของเจ๋งๆ แล้ว มันยังทำให้เขาเดินทางออกจากเกาะนี้ได้อีกด้วย นี่แหละที่สำคัญที่สุด นั่นก็เพราะว่าเขาอยากรู้เหลือเกินว่าตอนนี้มันเกิดอะไรขึ้นกับโลกใบนี้
สึบบบ… ๆๆ……. ไรเซลเดินไปทางยานบินพร้อมกับที่ส่งพลังจิตออกไปสำรวจอย่างระมัดระวัง แม้ว่าจะดูเหมือนมันปิดตัวแล้ว แต่เขาก็ไม่ประมาท ที่จริงมันอาจมีลูกเล่นบางอย่างอีกก็ได้
"โอ้.. พอดูใกล้ๆ ก็ใหญ่พอตัวเล่นนะเนี่ย นี่มันหรูหราเกินไปแล้ว" ดูใกล้ๆ แบบนี้ไรเซลก็ตะลึงเหมือนกัน ในฐานะลูกผู้ชายคนหนึ่ง แม้ว่าจะมีประสบการณ์แฟนตาซีมากมาย แต่การมาเจอกับยานบินล้ำยุคขนาดนี้ ก็สะกิดความตื่นเต้นของเด็กน้อยในตัวเขาเหลือเกิน เขาอยากลองขับเครื่องบินมานานแล้ว
"ก่อนอื่นก็ต้องหาทางเปิดประตูยานก่อน ปุ่มเปิดประตูฉุกเฉินน่าจะอยู่ด้านนอกนี้" ไรเซลถูมือเข้าด้วยกัน ก่อนจะเริ่มสำรวจตามจุดต่างๆ เขามั่นใจแล้วว่ายานลำนี้ไม่มีลูกเล่นซ่อนอยู่
เมื่อมาอยู่ใกล้แบบนี้การส่งพลังจิตผ่านเกราะของยานเข้าไปภายในนั้นก็ทำได้ แม้ว่าจะทะลุไปได้แค่นิดหน่อยแต่ว่าแค่นั้นก็เป็ประโยชน์มากเกินพอแล้ว ไรเซลสำรวจใต้เกราะยานอยู่นานจนในที่สุดก็เจอปุ่มเปิดประตูทางเข้าฉุกเฉินจนได้
"ตรงนี้เองสินะ ปล่อยให้เสียเวลาอยู่ตั้งนาน" ไรเซลเจอปุ่มเปิดประตูอยู่้าสุดของยานมันซ่อนอยู่ใต้แผ่นเกราะบริเวณหางเสือ ซึ่งต้องใช้กุญแจเพื่อเปิดออก แต่ว่ามันไม่จำเป็สำหรับไรเซล เขาแค่แทรกพลังจิตเข้าไปเปิดจากด้านในก็พอแล้ว
ไรเซลสร้างพลังยึดเกาะเพื่อให้ตัวติดกับตัวยาน เขาปีนขึ้นไป้าสุดของยานอย่างยากลำบาก นั่นเพราะว่ายานบินมีผิวที่เรียบลื่น
"ลำบากชิบ!! นี่ถ้าเสริมพลังกายได้คงไม่ต้องลำบากขนาดนี้ ความสูงแค่นี้โดดทีเดียวก็ถึงแล้ว" ไรเซลบ่นกับตัวเอง ตัวเขาแต่ก่อนนั้นเรียกว่าหลุดพ้นจากกฎเกณฑ์ใดๆ ในโลกแล้ว พลังจิตที่บรรลุถึงจุดสูงสุดทำให้เขาแทบจะทำได้ทุกอย่าง การผสานพลังจิตเข้ากับร่างกายนั้นแม้ฟังดูควรจะเป็สิ่งที่ง่าย เพราะพลังจิตกับร่างกายตัวเองมันก็เปรียบเสมือนว่าจะเป็ร่างกายเดียวกัน แต่ในความเป็จริงการเปลี่ยนแปลงส่วนต่างๆ ของตัวเองนั้นนับเป็สิ่งอันตรายที่สุด ถ้าผิดพลาดนิดเดียวอาจถึงตายก็ได้ ฉะนั้นการเสริมร่างกายด้วยพลังจิตจะทำได้ก็ต่อเมื่อบรรลุพลังจิตขั้นสูงสุดแล้วเท่านั้น และตอนนั้นเองที่ร่างกายเขาจะเกิดการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่
กริ๊ก… ครืดดดดดดดด ……
ประตูฉุกเฉินถูกเปิดออก ตอนนี้เขาพร้อมเข้าไปภายในยานแล้ว
"ฮึบบ" ไรเซลกะโดดเข้าไปในยานทันที
ตุบบบบบ..
"ข้างในนี้ค่อนข้างกว้างแฮะ คิดว่าจะมีแต่ห้องแคบๆ ซะอีก" ไรเซลมองไปรอบกายพร้อมกับชื่นชมวิทยาการภายในยานนี้ ข้างในนี้มีทางเดินที่เชื่อมต่อไปหาห้องหลายห้อง
"ตามสามัญสำนึก ห้องที่อยู่สุดทางนั้นคงเป็ห้องควบคุมสินะ ส่วนห้องที่เหลืออื่นๆ ถ้าให้เดาคงจะเป็ห้องพักและก็ห้องเก็บของ อาวุธสำรองน่าจะอยู่ห้องเก็บของ งั้นก็ไปตรงนั้นละกัน" พูดจบไรเซลก็เดินตรงไปตามทางเดินเพื่อไปยังห้องที่อยู่ท้ายสุด เขาเดาว่าห้องเก็บของน่าจะอยู่ที่นั่น
ตึก … ตึกตึก.. ตึก..
ไรเซลเดินไปตามทางเดินพร้อมกับสังเกตุการณ์ภายในยานอย่างละเอียด เขาต้องหาทางหนีทีไล่เผื่อกรณีฉุกเฉินด้วย
ตอนนี้เขามาถึงสุดทางเดินแล้ว ระหว่างทางเขาเดินผ่านห้องสองห้อง ซึ่งน่าจะเป็ห้องพักและห้องอาหาร ไรเซลสังเกตุจากสัญลักษณ์ที่ติดอยู่ตรงประตู
"เอาล่ะ…. น่าจะไม่มีปัญหาอะไร" ไรเซลยืนอยู่หน้าประตูห้องสุดท้ายพร้อมเอื้อมมือไปกดปุ่มเปิดประตู
ฟู่
ประตูเลื่อนเปิดออก จากนั้นไรเซลก็ก้าวเข้าไปด้านใน
.
.
.
.
.
.
.
.
"นั่นใครน่ะ!!!!!!" เสียงะโดังขึ้นทันทีที่ไรเซลก้าวเท้าผ่านเข้าไปในห้อง
สภาพของเขาตอนนี้ใจนขวัญหายไปอยู่ที่ตาตุ่ม