จิรทิปต์ พงษ์วงกังวาน หรือเมื่อนานมาแล้วปวริศาเคยเรียกจนสนิทปากว่า พี่ทิป ตอนโน้นเขายังเป็เด็กหนุ่มหน้าตาดี อัธยาศัยดี ยิ้มสวย ซึ่งปวริศาชอบรอยยิ้มของจิรทิปต์มาก แต่มาตอนนี้ไม่หลงเหลือให้เธอได้เห็นอีกแล้ว ขนาดหางตาเขายังไม่อยากจะแลเธอเลย แล้วเื่อะไรที่เขาจะยิ้มให้กับเธอกันล่ะ
“พี่ทิป น้ำค้างอยากได้มะม่วงลูกโน้นน่ะ”
“ได้สิเดี๋ยวพี่สอยให้นะ”
ความทรงจำดีๆ ระหว่างปวริศากับจิรทิปต์ ไหลทวนเข้ามาความนึกคิดของปวริศา ซึ่งตอนนั้นเธอยังเด็ก และเขานั้นก็เป็พี่ชายที่แสนดี เวลาที่ปวราศ พี่ชายของเธอ พาเธอมาที่บ้านของจิรทิปต์ จิรทิปต์จะคอยใส่ใจดูแลเธอเป็อย่างดีตลอด
แต่มาวันนี้จิรทิปต์เปลี่ยนไปมากจริงๆ ทั้งนิสัยและหน้าตา เขาดูนิ่งขรึมมาก หน้าตาก็เต็มไปด้วยหนวดเครา ร่างกายจากที่เคยผอมเพรียว ตอนนี้ดูหนาแน่นบึกบึน ผิวจากที่ขาวก็คล้ำเป็สีแทน แต่ถึงจะเปลี่ยนไปมากขนาดไหน ปวริศาก็ยังคงจดจำเขาได้แม่นอยู่ดี
“เฮื่อออ!!!!..... พี่ทิปคนเก่าของเธอไม่มีอีกแล้วล่ะน้ำค้าง เธอไม่ต้องคาดหวังอะไรไปหน่อยเลย”
ปวริศาถอนหายใจออกมาแรงๆ ก่อนจะเม้มปากเข้าหากันจนเป็เส้นตรง สายตามองออกไปยังท้องทะเลไกลสุดลูกหูลูกตา เปล่งเสียงพูดกับตัวเองออกมาเบาๆ อย่างเป็การปลงๆ กับความเป็จริงที่เป็อยู่ ณ ปัจจุบันนี้
“อุต๊ะ!!... O_O นี่เราเดินมาไกลถึงขนาดนี้เลยเหรอ เหม่ออะไรขนาดนี้เนี้ยเรา”
ปวริศากะพริบตาถี่ มองไปรอบๆ ตัว ก็ต้องเบิกตากว้างอย่างใตัวเอง เธอกะว่าจะมาเดินเล่นเพียงแค่ประเดี๋ยวประด๋าว ใกล้ๆ เท่านั้น แต่ดันเดินมาไกลเลย และแถมตอนนี้ฟ้าก็เริ่มมืดลงไปมากแล้วด้วย
“แย่แน่ๆ โดนพ่อกับแม่สวดยับแน่เลยเรา!!!!”
ปวริศาสาวเท้ายาวๆ กลับไปตามทางที่เดินมาก่อนหน้านี้ เร่งให้ไว เพื่อจะได้ไม่มืดค่ำมากไปกว่านี้ เพราะแถวนี้เป็ชายหาด ไม่มีไฟฟ้าส่องสว่าง และก็ไม่มีผู้คนเดินกันด้วย จึงนับว่าค่อนข้างอันตรายเป็อย่างมาก สำหรับผู้หญิงที่เดินเล่นเตร็ดเตร่คนเดียวอย่างนี้
“โอ๊ะ!! เจ็บจัง”
ปวริศาเดินเร่งรีบ จนไม่ทันระวัง เท้าจึงไปสะดุดเข้ากับรากไม้ ทำให้เกือบพุ่งล้มลงไปกับพื้นทราย ดีที่ว่าเธอเซถลาและประคองตัวเองเอาไว้ได้ แต่นิ้วเท้าเธอน่ะสิ เจ็บชาหนึบไปเลยทีเดียว เพราะเท้าปะทะเข้ากับรากไม้แรงอยู่พอสมควร
หญิงสาวตัวเล็กนั่งยองๆ ลงไปสำรวจดูนิ้วเท้าของตัวเอง ว่าเกิดเป็แผลหรือเปล่า ซึ่งก็ไม่มีแผลแต่อย่างใด เธอจึงพยุงตัวลุกขึ้นยืน แต่ระหว่างที่เธอลุกขึ้นยืน อยู่ๆ ก็มีผ้าที่มีกลิ่นฉุนโป๊ะเข้ามาที่จมูก ทั้งเอวบางก็ถูกรวบกอดเอาไว้แน่นจากทางด้านหลัง
ปวริศาเบิกตากว้างอย่างใสุดขึ้น พยายามดิ้นรนขัดขืนออกจากการโอบรัดอย่างสุดแรงกำลัง แต่เหมือนยิ่งดิ้นเท่าไร แขนแกร่งอันราวกับปลอกเหล็กกล้าชั้นดี ก็ยิ่งรัดแน่นมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม เธอดิ้นไปได้ไม่นาน ร่างบางก็ค่อยๆ ผ่อนแรงลงเรื่อยๆ ดวงตาจากที่เบิกกว้าง ก็ค่อยๆ ปรือลง และสติก็พลันเลือนหาย ไม่รับรู้เื่ราวที่เกิดขึ้นไปในที่สุด
ผู้ชายลึกลับคนนั้น เห็นว่าปวริศาสลบไปแล้ว เขาจึงจับร่างบางพาดที่ไหล่ พาเดินไปยังท่าเรือ ที่ตอนนี้ไร้ซึ่งผู้คน เพราะเป็ท่าเรือส่วนตัว พอพาร่างอันไร้สติมาถึงเรือสปี๊ดโบ๊ท และนำลงไปนอนแน่นิ่งอยู่ภายในเรือเรียบร้อยแล้ว เรือก็ขับเคลื่อนวิ่งออกจากท่าเรือ มุ่งหน้าตรงไปยังท้องทะเล ด้วยความเร็วที่ค่อนข้างเร็วพอสมควร
๒๗๒๗๒๗๒๗๒๗๒๗๒๗๒๗๒๗๒๗๒๗๒๗๒๗๒๗๒๗๒๗๒๗๒๗๒๗๒๗
อ้าวเห้ย!!!!...... ใครกันนะที่ลักพาตัวน้ำค้างไป แล้วจะพาไปไหน?? ไปทำอะไร?? ติดตามในตอนต่อไปนะคะ.................. ^_^
ไรท์ขอฝากนิยายเื่นี้ด้วยนะคะ ขอบคุณค่าาาาาาา............................... ^_^ ^_^