Short Erotic

    After Story 4 คิวที่ 4 ริท

            วันนี้เข้าวันที่ 10 หลังจากเหตุการณ์วันนั้น… เหตุการณ์ที่พ่อกับแม่ของโฟลททะเลาะกันจนถึงขั้นแยกทาง และเหตุการณ์ที่แม่ของโฟลทเลือกที่จะจบชีวิตของตัวเอง

            ทั้งโย ทั้งแบล็ค ทั้งธินที่พึ่งออกจากโรงพยาบาล ช่วยกันจัดการเรื่องทั้งเอกสาร เรื่องงานศพรวมถึงเรื่องพ่อโฟลทด้วย 

            ส่วนผมไม่ค่อยได้ช่วยอะไรมากหรอก ส่วนใหญ่แค่คอยอยู่เป็นเพื่อนเท่านั้นเอง

            ส่วนเรื่อง ‘คิว’ ที่เราเคยตกลงกันไว้ก็เลื่อนออกไปก่อน ให้เคลียร์เรื่องนี้ให้จบค่อยว่ากันใหม่ 

            อ้าปากหาวพลางเอนตัวพิงกับพนักพิงโซฟา ตั้งแต่เกิดเรื่องวันนี้เป็นวันแรกเลยมั้งที่ได้อยู่แบบจริงๆ จังๆ สักที ที่ผ่านมาผมต้องคอยไปเป็นเพื่อนโฟลทตลอด เหนื่อยหน่อยแต่ไม่เป็นไร เพื่อเพื่อนเราทำได้

            เสียงเปิดประตูให้ผมละสายตาจากทีวีหันไปมอง เป็นนานาที่เข้าบ้านมาเหมือนเธอจะพึ่งกลับมาจากค่ายแข่งของมหาวิทยาลัย

            “กลับมาแล้วค่ะ พวกพี่โฟลทยังไม่กลับหรอคะ” เธอเอ่ยถามทันทีที่วางกระเป๋าและของฝากลงกับโซฟา “อือ”

            “หนูมีของฝากมาให้ด้วยค่ะ เห็นมันน่ากินดี” น้องยื่นถุงขนมถุงหนึ่งมาให้ ผมรับมาก่อนจะเปิดดูของที่อยู่ในถุง มันคือขนมสายไหมและข้าวพอง 

            มันเป็นของฝากที่เรามักจะเห็นได้ทั่วไปตามร้านขายของฝากข้างทาง แต่ถามว่าผมชอบมั้ย ของฟรีก็ชอบหมดแหละ ยิ่งเป็นของขนมด้วย แบบนี้ยิ่งชอบเลย

            ผมแกะห่อขนมสายไหมออกมาม้วนกิน อันนึงคาบเอาไว้นายปากและม้วนอีกอันนึงให้น้อง 

            “ทำให้หนูหรอคะ” น้องละสายตาจากกระเป๋าพร้อมกับชี้นิ้วเข้าหาตัวเอง ผมพยักหน้าตอบกลับไป 

            “ขอบคุณนะคะ” น้องรับมันไปและนำเข้าปาก ทานอย่างอร่อย ส่วนผมก็หันกลับมากินของตัวเองต่อ 

            สายไหมที่น้องซื้อมาให้มันอร่อยมาก อร่อยจนหยุดกินไม่ได้ แล้วผมก็อยากให้น้องกินด้วยผมเลยทำให้น้องกินด้วย

            “หนูอิ่มแล้ว พี่ริทกินเลยค่ะ” 

            “อร่อยนะ”

            “ไม่เป็นไรค่ะ หนูซื้อมาให้พี่ริทกินอยู่แล้ว งั้นหนูขอตัวไปเคลียร์กระเป๋าก่อนนะคะ” พูดจบน้องก็เดินถือกระเป๋าผ้าขึ้นห้อง ผมก็ได้แต่มองตามจนน้องลับสายตาจากห้องไป 

            ช่างเถอะ กินต่อดีกว่า

            ตัดภาพไปที่นานาที่ตอนนี้กำลังเคลียร์ผ้าในกระเป๋า โทรศัพท์ก้ดังขึ้นทำให้ต้องละหันไปหยิบขึ้นมาเช็ค เป็นพี่ธินที่โทรมา 

            “ฮัลโหลค่ะพี่ธิน”

            [ถึงบ้านยังครับ]

            “ถึงแล้วค่ะ”

            [ดีแล้วครับ]

            “ทางนู้นเป็นไงบ้างคะ”

            [วุ่นวายเลยครับ เหมือนพ่อเขาจะไม่ยอมรับว่าตัวเองจะไม่ได้สมบัติ เขาจะเอาสมบัติของแม่โฟลทให้ได้เลยแหละ]

            “แย่เลยนะคะนั่น”

            [ครับ]

            “สู้ๆ นะคะ หนูซื้อของฝากมาให้พกวพี่ด้วยนะคะ ของอร่อยทั้งนั้นเลย”

            [จริงหรอ งั้นพี่ต้องรีบทำธุระรีบกลับไปสินะ]

            “ค่ะ รีบกลับมานะคะ”

            [ครับผม จะรีบกลับนะครับ] วางสายเสร็จก็หันมาจัดเคลียร์กระเป๋าต่อจนเสร็จ 

            นานาเดินลงมายังชั้นล่างก่อนจะเห็นว่าริทเผลอหลับไปบนโซฟา พอเดินเข้าไปใกล้ก็สังเกตเห็นว่ามือข้างขวาของเขายังถือขนมสายไหมเอาไว้ ทั้งที่ยังไม่ทันได้กินหมดด้วยซ้ำ

            “คิก!” เธอถึงกับหลุดขำออกมาก่อนจะส่ายหัวเบาๆ

            พี่ริทนี่จริงๆ เลย แทนที่จะกินให้หมดก่อนแล้วค่อยนอน ดันมานอนทั้งๆ ที่ข้าวยังไม่หมดอีกด้วย ผู้ชายคนนี้นี่นะ แต่ก็ใช่ว่าแปลกอะไร เพราะตั้งแต่รู้จักกัน เขาก็เป็นแบบนี้ตลอดอยู่แล้ว ไม่เคยเปลี่ยนไปเลย

            นานาเอื้อมมือไปจะหยิบขนมสายไหมจากมือของริท แต่จู่ๆ อีกคนก็ลืมตาตื่นแล้วคว้ามือเธอไว้ทันที การจู่โจมที่ไวเกินคาดทำเอานานาสะดุ้งเล็กน้อย

            “ทำไร” สายตานิ่งเรียบจ้องมองเธอราวกับกำลังจับผิดกัน “คือหนูเห็นพี่หลับคาขนม เลยจะเอาขนมออกจากมือให้น่ะค่ะ”

            ริทมองเธอพร้อมกับขมวดคิ้ว ก่อนจะขยับตัวก้มลงกินขนมสายไหมที่เหลือจนหมด 

            “ไม่ให้หรอกนะ”

            “เอ๊ะ?”

            “สายไหม ไม่ให้หรอก” ได้ยินประโยคที่ทำเอานานาถึงกับงงตาแตก อ๋อ…ที่แท้ก็กลัวแย่งขนมนี่เอง “หนูไม่แย่งพี่ริทหรอกค่ะ จะเอามาวางใส่จานให้เฉยๆ”

            “อ่าวหรอ” พอรู้ว่าน้องไม่ได้จะแย่งเขาเลยปล่อยมือเธอให้เป็นอิสระก่อนจะขยับมานั่งในท่าดีๆ 

            “คิดว่าหนูจะแย่งขนมหรอคะ” 

            “อือ” 

            “หนูไม่ใช่พี่โฟลทนะคะ ที่จะแย่งของกินทุกคน” คุยจบบรรยากาศก็กลับมาเงียบอีกครั้ง พอไม่มีเพื่อนอยู่บ้านก็ช่างเงียบเสียเหลือเกิน 

            สายตาคมจ้องมองไปที่ทีวีที่กำลังฉายอนิเมะญี่ปุ่นเรื่องหนึ่ง จำชื่อเรื่องไม่ได้ แต่รู้แค่ว่ามันเป็นอนิเมะแนวรักหวานหวานแหววแค่นั้น

            เสียงสั่นจากโทรศัพท์และเหมือนจะเป็นของนานา เธอหันไปรับโทรศัพท์ก่อนจะเดินออกไปคุยโซนอื่น เขาไม่ได้ใส่ใจมากนักเลยหันไปสนใจอนิเมะตรงหน้าต่อ

            เวลาผ่านไปนับชั่วโมงรู้ตัวอีกทีอนิเมะก็จบแล้ว ริทเลยลุกจากเก้าอี้เคลียร์ขยะแล้วเดินออกไปทิ้งที่ถัง จังหวะนั้นเองสายตาก็เหลือบไปเห็นนานาที่กำลังนั่งคุยโทรศัพท์อยู่ตรงที่นั่งข้างหน้าต่าง 

            ใบหน้าสวยพูดคุยไปหัวเราะไป ดูมีความสุขจนอยากจะเข้าไปถามเสียจริงว่าคุยอะไรอยู่ แต่พอนึกดีๆ จะว่าไปนานาก็คุยโทรศัพท์ตั้งแต่อนิเมะยังไม่จบนี่ นี่อนิเมะจบไปแล้วยังคุยกันไม่เสร็จอีกหรอ

            ด้วยความสงสัยริทเลยเดินเข้าไปหาเธอจากทางด้านหลัง แอบยืนฟังอย่างเงียบๆ

            “ค่ะ…คิกๆ หนูก็คิดดถึงพี่เหมือนกันค่ะ” คิดถึง? คิดถึงใครกัน?

            “โถ่ พี่โฟลทละก็”

            ที่แท้ก็คุยกับโฟลทนี่เอง แต่ว่านะ ทำไมต้องคุยกันสนุกกันขนาดนั้นด้วยล่ะ ไม่ชอบใจเลยแฮะ 

            “ค่ะ…อ๊ะ! พี่ริท ทำอะไรน่ะคะ” แต่เหมือนนานาจะรู้แล้วว่าเขาแอบฟัง “มาแอบฟังคนอื่นคุยกันแบบนี้ได้ไงคะเนี่ย นิสัยไม่ดีเลย”

            “สงสัย” 

            “สงสัยอะไรหรอคะ”

            “คุยนาน” นานาถึงกับแสดงสีหน้าที่งงงวยออก ก็ปกติเขาสนใจเรื่องพวกนี้ที่ไหนกันล่ะ 

            “ว่าแต่พี่ริทมีอะไรกับหนูรึเปล่าคะ” ริทเม้มปากแน่นยืนครุ่นคิดว่าจะตอบว่าอะไรดีแต่จู่ๆ คนในสายก็ดันพูดแทรกออกมาก่อน 

            [สาวน้อยคุยกับไอ้ริทหรอ อะไรเนี่ยคนกำลังคุยกันอยู่มาแทรกได้ไง ตีมันเลย] ริทได้ยินเพื่อนรักชัดเจน เขาขมวดคิ้วปมก่อนจะเอื้อมไปกดวางสาย

            “อ๊ะ? หนูยังคุยกับพี่โฟลทไม่จบเลยนะคะ กดวางสายทำไมล่ะ” 

            “หิว อยากกินไข่ข้น” นานาที่ได้ยินถึงกับทำหน้างง เธอก็คงไม่คิดว่าริทจะเปลี่ยนเรื่องได้เร็วขนาดนี้ “นะ”

            “คือ-” ยังไม่ทันที่นานาจะได้จอบจู่ๆ โทรศัพท์ของเธอก็มีสายเรียกเข้าอีกครั้ง แต่คราวนี้ไม่ใช่โฟลทแต่เป็นโยแทน 

            “ฮัลโหลค่ะ…ก็ ว่างอยู่ค่ะ” นานาเหลือบมองริทครู่นึง “อยู่ตรงไหนหรอคะ ได้ค่ะเดี๋ยวหนูเอาไปให้”

            เธอวางสายก่อนจะหันมาทำหน้าลำบากใจ โยให้เอาของไปให้สินะ 

            “เอ่อ…”

            “ไม่เป็นไร” ซะที่ไหนล่ะ หิวจะตายอยู่แล้ว สายไหมมันไม่อิ่มเลย

            นานาเม้มปากแน่น “ขอโทษด้วยนะคะพี่ริท หนูสัญญาค่ะรอบหน้าหนูจะทำให้กินนะคะ เอาแบบเยอะๆ เลย” 

            “สัญญา” นานามองมือที่ชูแค่นิ้วก้อยก่อนเธอจะเกี่ยวก้อยตอบ “สัญญาค่ะ”

            “อือ”

            “งั้นหนูไปก่อนนะคะ พี่ริทก็อย่าลืมสั่งข้าวล่ะ” 

            “อือ” มองตามแผ่นหลังเล็กที่เดินขึ้นไปชั้นบนจนพ้นสายตาก่อนไม่นานน้องก็รีบออกไปจนเหลือเพียงเขาคนเดียว 

            ริทถอนหายใจก่อนจะเดินกลับไปนั่งที่โซฟาดังเดิม หยิบรีโมททีวีขึ้นมาเปิดอนิเมะเรื่องเดิมแต่ตอนใหม่ 

            งอน

            งอนนานา งอนทุกคนที่ขัดขวาง ทั้งที่เขาหิวขนาดนี้แต่เธอกลับเลือกจะเอาของไปให้โยแทน โกรธๆๆๆๆๆ

            ถ้ากลับมาจะไม่คุยด้วย 3 วัน!! เอาให้น้องขาดใจไปเลย!!







            วันถัดมา เวลา 9.00 น. ณ ห้องรับแขก

            วันนี้เป็นอีกวันที่ทุกคนต่างยุ่งเรื่องงานและเรื่องงานครอบครัวของโฟลทที่ยังไม่เข้าที่ดี ในตอนเช้าของวันน้องรับหน้าที่เป็นแม่ครัวให้ทุกคนที่พึ่งตื่นและเตรียมตัวที่จะออกไปทำธุระ 

            “สาวน้อยทำกับข้าวอะไรอ่ะ” 

            “สปาเก็ตตี้ค่ะ ของชอบพี่โฟลทเลยนะ” 

            “จริงหรอเนี่ย น่ารักที่สุดเลย” โฟลทเดินไปกอดน้องจากทางด้านหลังพร้อมกับหอมแก้มไปที “หืม~ แก้มก็หอม ขอกินเราด้วยได้มั้ยเนี่ย-โอ๊ย!”

            ยังไม่ทันที่เพื่อนโฟลทจะได้ทะลึ่งหยอกล้อน้องก็ถูกเพื่อนแบล็คจิกหัวออกมาก่อน “มัวแต่เล่นอยู่นั่นแหละ กูบอกว่าไง ให้ดูงานอู่ให้กูก่อนเสร็จยังเนี่ย”

            “อะไรเนี่ยพ่อ เสร็จแล้ว” เพื่อนโฟลทหันไปโวยเพื่อนแบล็คพร้อมกับยู่ปากเหมือนเด็กถูกขัดใจ 

            “เสร็จแล้วก็ส่งให้เฮียมันสิวะ จะเอาไว้ทำบื้ออะไร” 

            “เออๆ รู้แล้ว บ่นจังเลยวะ-โอ๊ย! เตะกูอีกแล้ว สาวน้อยของพี่ ช่วยพี่ด้วย ไอ้แบล็ตมันทำร้ายร่างกายพี่” เพื่อนโฟลทวิ่งไปกอดน้องที่กำลังทำอาหารอยู่แต่ก็ไม่วายโดยแบล็คลากคอเสื้อออกมา 

            “มาส่งงานไอ้สัส เดี๋ยวจะโดนอีกดอก”

            “แง”

            “แงพ่อง”

            “พ่อกูอย่ากับแม่กูแล้วเว้ย”

            ป๊าบ!

            “โอ๊ย! ไอ้สัสเจ็บนะ!” 

            “เลิกตีกันได้แล้ว มากินข้าวมา เสร็จแล้ว” ธินเรียกเพื่อนที่กำลังตีกันอยู่

            ผมนั่งมองความวุ่นวายอยู่ที่โต๊ะตัวริมสุดอย่างเงียบๆ อยากเข้าไปร่วมแจมด้วยแต่ไม่ได้ เดี๋ยวหลุดคีฟ อุตส่าห์งอนอยู่จะไปร่วมเล่นกับเขาได้ไง

            “พี่ริทกินข้าวเยอะมั้ยคะ” ผมลุกจากเก้าอี้ หยิบจานที่น้องถืออยู่ในมือก่อนจะเอาไปตักข้าว 

            “เอ่อ จริงๆ หนูตักให้ก็ได้นะคะ” ตัดเสร็จก็เดินผ่านน้องมานั่งลงที่โต๊ะที่ของตัวเอง แอบเห็นสีหน้าของน้องแอบหน้าเสียเล็กน้อย

            “มึงเป็นอะไรไอ้ริท น้องถามทำไมไม่ตอบ” เพื่อนโยที่พึ่งลงมาจากชั้น 2 หันมาถามผม แต่ผมเลือกจะไม่ตอบก่อนจะหันไปตักข้าวใส่ปาก

            “ทำมาเป็นเมิน งอนรึไงห๊ะ” เพื่อนโฟลทเดินมาตีไหล่ผมเบาๆ แต่ผมไม่ตอบ งอน และจะงอนต่อไปด้วย

            “ดูท่าจะงอนหนักซะด้วย ไม่หือไม่อือเลย” เพื่อนธินเอ่ยพร้อมกับเหล่ตามองผมนั่งลงที่ฝั่งตรงข้าม 

            “สงสัยเพราะเมื่อวานแน่เลยค่ะหนูรีบเอาของไปให้พี่โย ไม่ได้ทำกับข้าวไว้ให้พี่ริท” 

            “เอกสารที่จะเอาไปให้ทนายหรอ”

            “เออ”

            “แล้วมันหาแดกเองไม่ได้รึไง” ประโยคแทงใจดำของเพื่อนแบล็คทำเอามือที่กำลังตักข้าวเข้าปากต้องชะงัก 

            เจ็บจี๊ดเลยพ่อ

            “เอ่อ…เอาเป็นว่ารีบกินข้าวกันดีกว่าค่ะ เดี๋ยวพวกพี่จะไปทำธุระไม่ทัน” สุดท้ายต้องจบการสนทนาก่อนจะหันมาตั้งหน้าตั้งตากินข้าวต่อ

            เพื่อนๆ กินข้าวเสร็จต่างก็แยกย้ายกันไปทำธุระ ส่วนผมว่างไม่มีอะไรทำ แถมงานตัวเองก็ส่งเสร็จไปเรียบร้อย รอทำโปรเจคใหม่วันพุธที่จะถึงนี้ 

            หยิบรีโมทขึ้นมาเปิดอนิเมะเรื่องโปรด นั่งดูพร้อมกับกินขนมห่อไปพลาง 

            “พี่ริทเอาบัวลอยมั้ยคะ เดี๋ยวหนูทำให้กิน” ผมยังเงียบอยู่ ไม่ตอบอะไรน้องทั้งนั้น 

            “อ่า…งั้นเดี๋ยวหนูทำทิ้งไว้ก็แล้วกันนะคะ” เหมือนน้องหน้าเสียเล็กน้อยหลังจากเห็นว่าผมไม่ตอบ ผมหันไปสนใจอนิเมะต่อแต่จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงสะอื้นมาจากที่ไหนไกลๆ 

            พยายามจะเงี่ยหูฟังว่ามาจากในอนิเมะหรือเปล่าแต่พอฟังดีๆ มันไม่ได้มาจากทีวีเลยแม้แต่น้อย หรือว่า… 

            “ฮึก!”

            ผมหันไปมองน้องที่ยืนหันหลังอยู่ตรงเคาน์เตอร์ ไหล่ของเธอสั่นเล็กน้อย เสียงสะอื้นจากเธอแบบนี้ชัดเจน 

            วางถุงขนมลงบนโต๊ะเดินตรงไปหาน้อง ช่างแม่ง ไม่คงไม่คีพมันล่ะ

            “ร้องหรอ” น้องส่ายหัวรัวๆ เหมือนพยายามจะเช็ดน้ำตาที่ไหลออกมาจากตา 

            “แค่ฝุ่นแป้งมันเข้าตาน่ะค่ะ” น้องยกมือขยี้ตาพร้อมกับหันหน้าหนีผม

            “โกหก” น้องสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อผมจับโป๊ะได้

            ฝุ่นเข้าตาบ้าอะไร ถุงแป้งยังไม่ตัดเลย แถมเมื่อวานน้องก็พึ่งทำความสะอาดบ้านไปไม่มีฝุ่นสักหน่อย 

            “ร้องหรอ” ผมถามย้ำอีกทีพร้อมกับจับตัวน้องหันมาประจันหน้า “ว่าไง ร้องหรอ”

            นานาหลบสายตา เธอเบือนหน้าออกเม้มปากแน่น ดวงตาสวยของเธอเริ่มมีน้ำเอ่อ 

            “ก็…ก็หนูทำให้พี่ริทไม่โอเคนี่คะ ฮึก!” คำตอบของน้องทำผมถึงกับขมวดคิ้วปม 

            “แค่นี้?” นานาพยักหน้าตอบ 

            “ขอโทษ” 

            “ฮึก!”

            “หยุดร้อง” แต่ยิ่งพูดเหมือนน้องจะยิ่งร้องไห้หนักกว่าเดิมจนไม่รู้ว่าจะทำยังไง

            “ฮึก! หนูขอโทษ…เพราะหนู ฮึก! พี่ริทเลยหิว” น้ำตาของน้องไหลออกมาเยอะมากๆ จนผมทำอะไรไม่ถูก ก่อนจะตัดสินใจเอื้อมมือไปเช้ดน้ำตาที่ไหลอาบแก้ม

            “อย่าร้อง เดี๋ยวแบล็คกินหัวพี่” น้องชะงักทำหน้าเอ๋อ “ทำไมต้องทำหน้าเอ๋อ” 

            “เอ่อ…ก็หนูไม่คิดว่าพี่ริทจะพูดออกมาแบบนี้ หนูเลยงงน่ะค่ะ” เพราะแบบนี้เองสินะ แต่มันก็ปกติมั้ย ก็ผมไม่อยากโดนเพื่อนแบล็คด่านี่ ใครๆ รู้ว่าเพื่อนคนนี้ด่าเจ็บขนาดไหน

            “แล้ว…พี่ริทหายงอนหนูรึยังคะ”

            “ยัง” น้องปากเบะขึ้นมาทันที 

            “แล้วหนูต้องทำยังไงพี่ริทถึงหายงอนหรอคะ” คนตรงหน้าช้อนตามอง สายตาที่ดูเหมือนจะอ้อนยิ่งทำให้ผมรู้สึกอยากจะหยิกแก้มสวยที่แดงระเรื่อนั่นสักที 

            “ไม่รู้” ผมเลือกจะตอบแบบนั้นไป ก็คิดไม่ออกหนิว่าจะให้น้องทำอะไรให้ 

            “งั้น…” ขณะที่กำลังจมอยู่กับความคิดจู่ๆ ก็รู้สึกถึงความนุ่มนิ่มที่ริมฝีปาก นานาจุ๊บปากผม มันไม่ได้ลึกซึ้งแค่ปากประกบปากแต่ทำไมไม่รู้ถึงได้รู้สึกอยากจะได้มากกว่านี้

            น้องค่อยๆ ผละออกช้อนตามองผมที่ตัวสูงกว่า “หายงอนหนูนะคะ”

            ทำไงดี ทำไงดี

            “พี่ริท” มือน้อยเอื้อมมาเขย่าเสื้อผมเบาๆ 

            ผมสูดหายใจเข้าลึกก่อนสุดท้ายจะเอื้อมมือไปดึงแขนอีกคนแล้วประกบปาก ค่อยๆ ดูดเม้มมันทีละนิดพร้อมกับหยอกล้อนิดหน่อยก่อนจะผละออก

            “ยังไม่หาย” พูดจบก็ประกบปากลงไปอีกครั้ง แต่รอบนี้รุนแรงกว่ารอบก่อน สอดลิ้นร้อนเข้าไปสำรวจในโพรงปาก พลางใช้มือที่ว่างบีบเค้นบั้นท้ายสวยเพื่อกระตุ้นอารมณ์

            “อื้อ!” รู้สึกได้ถึงแรงจิกที่เสื้อ น้องคงหาที่ระบาย 

            ผมใช้มืออีกข้างที่ว่างสอดเข้าใต้เสื้อสีขาวของเธอ ลูบไล้หน้าท้องแบนราบใช้นิ้ววนรอบสะดือเล็กน้อย “อือ…”

            น้องดันตัวผมออกก่อนจะดันอกให้ผมนั่งลงบนโซฟา มือน้อยๆ ของเธอค่อยๆ ปลดกางเกงผมออกก่อนเธอจะควักตัวตนของผมออกมา ก่อนจะก้มลงชิมตัวตนของผมอย่างชำนาญ ไม่เงอะงะเหมือนเมื่อก่อน 

            ทั้งดูดเม้มทำเอาผมเสียสติจนแทบบ้า “อือ…”

            เพลงพลอยละปากออกจากตรงนั้นก่อนเธอจะหยิบแท่งยางนั่นเข้าไปในช่องทางรักของกัลย์จนเธอเผลอร้องครางออกมา 

            “อ๊าส์!”

            นานาขยับตัวเองนั่งคร่อมพร้อมกับจับตัวตนของผมนั่นเข้าไปในตัวก่อนจะเริ่มขยับสะโพกอย่างช้าๆ 

            “อ่าส์…” เสียงร้องครางประสานของเราทั้งคู่ทั้งก้องไปทั่วห้องนั่งเล่น 

            เธอบดสะโพกเป็นจังหวะเนิบๆ ก่อนจะเร่งความเร็วมากขึ้นก่อนไม่นานสัมผัสได้ถึงน้ำอุ่นที่ไหลออกมา 

            ไม่ปล่อยให้อีกคนได้พักหายใจผมจับน้องให้ลุกขึ้น จับเธอให้หันหลังพลางสอดมือเข้าใต้ขาข้างหนึ่งยกวางบนโซฟาจับตัวตนของตัวเองสอดเข้าไปในตัวของอีกคนแล้วขยับสะโพกอีกครั้ง 

            “อ๊าส์!”

            ด้วยท่านี้ทำให้ความรู้สึกวาบหวามมันทวีคูณมากขึ้นไปอีก ผมเร่งจังหวะให้เร็วกว่าเดิม

            “ซี๊ด…อ๊ะ…อ๊ะ…พี่ริท สะ-เสียว อ๊าส์…” 

            ผมยกขาวางกับขอบหน้าต่างก่อนจะเร่งควาของสะโพกพร้อมกับเอื้อมมือไปเขี่ยเม็ดกระสันของอีกคนเพื่อกระตุ้นความเสียว

            น้องกระตุกเกร็งแอ่นตัวมือไม้ของเธอปัดป่ายไปทั่วราวกับว่าเธอกำลังคลั่ง 

            “หนูไม่ไหวแล้ว อ๊าส์!” น้ำอุ่นๆ ไหลสวนทางออกมา แต่ผมยังไม่หยุดผมซอยสะโพกถี่มือก็กดเน้นที่ปุ่มตรงกลางร่องกลีบทำให้น้ำอุ่นๆ ของเพลงพลอยยังคงไหลออกมาต่อเนื่อง 

            “อ๊ะ…อ๊ะ…” นานายกมือมาบีบเค้นหน้าอกของตัวเองเพื่อระบายคงเพราะความเสียวที่มันมาก ผมเลยสับสะโพกรัวถี่ๆ ก่อนในที่สุดจะปลดปล่อยความอึดอัดออกมาพร้อมกัน

            “อ่าส์…”

            ถอนกายออกอุ้มน้องไปวางบนขอบหน้าต่าง จัดท่าทางให้พอเหมาะก่อนจะสอดใส่ตัวเองเข้าไปอีกครั้ง 

            “อื้อ…” เสียงครางที่ดูเหมือนจะเบากว่าตอนแรก น้องคงหมดแรงแล้วล่ะมั้ง

            ผมเริ่มขยับสะโพกก้มจุมพิตที่ริมฝีปากเพื่อเป็นการปลอบประโลม ความวาบหวามค่อยๆ แผ่ซ่านไปทั่วท้อง ทำให้ผมต้องเร่งจังหวะสะโพกเพื่อปลดปล่อยความอึดอัดออกมาให้หมด

            “อ๊ะ…อ๊ะ…อื้อ!!!” 

            ถอดกายออกดึงถุงป้องกันออกก่อนจะจับมันถูกับร่องกลีบสวยเพื่อเร้าอารมณ์เล่น แม้จะปลดปล่อยความอึดอัดออกไปแล้ว แต่ก็ยังไม่อยากหยุดมันเลย

            ค่อยๆ ถูอย่างช้าๆ พลางใช้นิ้วเขี่ยเม็ดกระสันตรงกลางกลีบสวยเป็นการหยอกล้อ 

            “อ๊าส์…” น้องดิ้นเบาๆ ด้วยแรงที่ไม่ค่อยจะเหลือ น้ำสีขาวขุ่นไหลซึมออกมาสัมผัสกับตัวตนของผมจนเคลือบเกือบทั้งหมด 

            ถูให้เร็วก่อนไม่นานน้ำสีขาวขุ่นก็ทะลักออกมา “อ่าส์!”

            มันเลอะเต็มท้องน้อยของนานาเปรอะเปื้อนเต็มไปหมด ดวงตาของน้องค่อยๆ ปิดตาลงก่อนจะได้ยินเสียงของลมหายใจที่สม่ำเสมอ

            คงหลับไปแล้วสิท่า 

            อุ้มน้องไปนอนที่โซฟาพร้อมกับจัดการทำความสะอาดให้เสร็จสรรพ เสร็จแล้วก็จัดการทำความสะอาดตัวเองต่อ จะไปว่าไปผมก็เหนื่อยเหมือนกัน นอนสักงับดีกว่า

            ส่วนเรื่องงอนน้อง ผมหายแล้ว หายตั้งแต่น้องบอกจะทำบัวลอยแล้ว อย่างผมงอนใครนานๆ ไม่ลงหรอก โดยเฉพาะยันเด็กขี้อ้อนอย่างนานา

            ผมทำใจงอนน้องนานๆ ไม่ได้หรอก เพราะผมมันคนใจบางจะตาย


    คล้ายกับเรื่องShort Erotic ที่คุณอ่าน

    เมื่อที่รักของผมเป็นซีอีโอเจ้าเสน่ห์

    เมื่อที่รักของผมเป็นซีอีโอเจ้าเสน่ห์

    นิยาย อีโรติก
    2.40M 1665
    เลเวลอัพ

    เลเวลอัพ

    นิยาย เกมออนไลน์
    738K 4984
    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    775K 1120
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    นิยาย รัก
    615K 1801
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852