ตอนที่ 3
สายลมชื้นๆ พัดผ่านประตูคฤหาสน์สีดำทะมึนที่ตั้งอยู่ในย่านชานเมืองอันเงียบสงบ ดวงตาสีดำคู่งามราวกับท้องนภาอันมืดมิดเหม่อมองบานประตูครู่หนึ่ง จากนั้นจึงผลักประตูก้าวเข้าไปในสถานที่ที่เรียกว่า ‘บ้าน’
“ลองใส่ดูสิ” ทันทีที่ก้าวเข้ามาในห้องโถง อดีตดาวค้างฟ้าในชุดเดรสราคาแพงสีม่วงเข้ม เ้าของใบหน้าอันงดงามผู้มีเส้นผมสีแดงหม่นก็โยนถุงใส่ชุดสูทแบรนด์ดังมาให้ชายหนุ่ม
ดวงตาสีดำภายใต้แพขนตาอันงดงามสั่นไหวเล็กน้อย ชายหนุ่มสูดหายใจเข้าอย่างเงียบงัน แล้วก้มมองถุงใส่ชุดสูทราคาแพงด้วยความรู้สึกที่ยากจะบรรยาย
“สูท?” เอเลียสเอ่ยทวนเสียงเรียบ ขณะที่หัวใจของเขาเต้นช้าลงราวกับมีน้ำหนักบางอย่างกดทับลงมา
“ใช่ วันนี้แกต้องไปร่วมงานเปิดตัวโปรเจกต์อีโค่อะไรนั่น” ผู้เป็แม่ที่ั้แ่ต้นจนจบไม่ใส่ใจด้วยซ้ำว่า ลูกชายคนเดียวของเธอไปค้างที่ไหนมาเอ่ยด้วยสุ้มเสียงอันร้ายกาจ
“แต่ผมไม่มีบัตรเชิญ…” เอเลียสเอ่ยเสียงเบาด้วยสีหน้าลำบากใจอย่างเห็นได้ชัด ขณะที่ฝ่ามืออันเย็นเยียบของเขาออกแรงบีบถุงใส่ชุดสูทอย่างลับๆ
“จะกลัวอะไร แค่เืที่ไหลอยู่ในตัวแกเป็ของครอบครัวนั้นครึ่งหนึ่งก็มากพอแล้ว” ผู้เป็แม่หัวเราะขันออกมา เธอก้าวมาหยุดอยู่ตรงหน้าลูกชาย ‘คนงาม’ แล้วตบแก้มของชายหนุ่มเบาๆ ให้ลูกรู้ตัวว่า ตัวเองเป็ใคร
“ครับ” เอเลียสขานรับเสียงเบาราวกับว่า กำลังลังเล ทว่าดวงตาที่สั่นไหวของเขากลับมีสีเข้มขึ้นราวกับท้องนภาที่แปรเปลี่ยนเป็หลุมดำอย่างช้าๆ
“ทำให้พวกมันประทับใจล่ะ” เมื่อเห็นลูกชายรับปากอย่างว่าง่ายเธอจึงตบไหล่ของเด็กหนุ่มเบาๆ พลางเอ่ยกับเขาด้วยสุ้มเสียงอันผ่อนคลายไปด้วย
“...” เอเลียสได้แต่พยักหน้ารับด้วยความอับจน แม้ว่าภายในห้วงความรู้สึกของเขาจะเย็นเยียบราวกับถูกจับโยนลงไปในธารน้ำแข็งอย่างกะทันหันก็ตาม
หากพูดออกไปว่า ไม่อยากไป…ก็คงจะทำให้เื่ลุกลามไปกันใหญ่
เมื่อความคิดอันสุดแสนจะเรียบง่ายที่ชวนขันนี้ผุดขึ้นมาในห้วงภวังค์ พาให้แพขนตาสีดำอันงดงามสั่นไหวไปเพียงเสี้ยววินาทีเดียว
“อ้อ ยาของแกใกล้หมดแล้วใช่ไหม แวะไปเอากับเพื่อนของฉันที่โรงพยาบาลเหมือนเดิมล่ะ” ผู้เป็แม่เอ่ยพลางฉวยถุงชุดสูทไปจากมือลูกชายแล้วนำมันไปทาบลงบนร่างอันเพรียวบางที่เธออุตส่าห์ปั้นขึ้นมากับมือด้วยความพึงใจ
“...ครับ” เอเลียสขานรับด้วยสุ้มเสียงอันราบเรียบ พาให้ผู้เป็แม่พยักหน้าตามด้วยความเปรมปรีดิ์
…ขณะที่ภายในของเขามีความรู้สึกสายหนึ่งผุดขึ้นมา แล้วหายไปอย่างรวดเร็ว
“หึ แล้วก็นะ อย่าทำให้ฉันผิดหวังเข้าใจไหม ไม่ว่าพวกมันจะยอมรับหรือไม่ แกก็คือวาฮ์โอเลียน” เธอฝากฝังลูกชายด้วยสุ้มเสียงอันร้ายกาจ พลางส่งถุงใส่ชุดสูทราคาแพงให้ลูกชายไปด้วย
“ครับแม่” เอเลียสได้แต่ขานรับเสียงขรึม แม้ว่าใจของเขาจะไม่ปรารถนาทำตามการบงการของผู้เป็แม่ก็ตาม
“พวกมันอยากรังเกียจก็ให้รังเกียจไป ยืดอกเอาไว้ เืครึ่งหนึ่งที่ไหลอยู่ในตัวแกก็เป็เืของพวกมันนั่นแหล่ะ” ท่าทางอันเปราะบางของลูกชายทำให้เธอเลื่อนฝ่ามือใบเชยใบหน้าอันงดงามปานล่มเมืองนั่นขึ้นมา ดวงตาสีดำสนิทคู่งามของเธอเพ่งมองความงามเบื้องหน้าพลางเอ่ยให้กำลังใจเด็กหนุ่มที่ไอ้ชายชั่วคนนั้นไม่้า
จะโทษ ก็โทษที่ไอ้ผู้ชายคนนั้นมันเลว และเธอมันโง่เง่าเองที่เอาอนาคตทั้งหมดไปทุ่มให้กับเื่โง่ๆ จนได้ผลผลิตที่ใครๆ ต่างก็รังเกียจชิ้นนี้ขึ้นมา
สิ่งที่ทำให้อดีตราชินีจอเงินอย่างอีฟแค้นที่สุดไม่ใช่การมีอยู่ของผลผลิตที่เกิดจากความผิดพลาด แต่เป็ความน่ารังเกียจของไอ้พวกวาฮ์โอเลียนที่ชักนำให้สังคมรังเกียจเธออยู่ฝ่ายเดียว!
อีฟสบสายตากับดวงตาสีดำอันน่าสงสารราวกับลูกกวางน้อยของลูกชาย เธอส่งยิ้มบางๆ ให้เขา แล้วจึงหันหลังเดินจากไป
“...” เอเลียสมองตามแผ่นหลังของผู้เป็แม่ที่เดินหายเข้าไปในโถงฝั่งตะวันตกด้วยสายตาอันไร้ความรู้สึก
ชายหนุ่มยกฝ่ามือเล็กๆ สีขาวนวลของตัวเองขึ้นมา เขาหลุบตามองฝ่ามือของตัวเองเงียบๆ ชั่วเวลานั้นดวงตาสีดำราวกับท้องนภาอันงดงามมีประกายบางอย่างผุดขึ้นมาจางๆ เมื่อนึกถึงััของใครบางคน
เอเลียสยังคงจดจำแสงยามเช้าของวันที่ทอดผ่านเข้ามาในห้องพักอันหรูหราได้ดี เช่นเดียวกับผิวกายของเขายังคงจดจำไออุ่นของคนที่นอนอยู่ข้างๆ ได้อย่างไม่รู้ลืม
แสงยามเช้าอันนวลตาส่องผ่านบานหน้าต่างเข้ามาในห้องพักอันหรูหราสะท้อนลงบนร่างของชายหนุ่มผู้น่ารักน่าชังที่นอนอยู่ข้างกันๆ
ดวงตาสีดำคู่งามเปล่งประกายแวววาวราวกับผืนน้ำที่ต้องกับแสงจันทร์จดจ้องกลุ่มผมสีบลอนด์สว่างที่ต้องกับแสงยามเช้าจนเกิดประกายเรืองรองที่พาให้ตาพร่า ชั่วเวลานั้นเขาเคลื่อนฝ่ามือสีขาวสว่างระคนซีดเซียวไปััเส้นผมของเชอร์ริชอย่างแ่
ััอันนุ่มนิ่มดุจเส้นไหม ทำให้เอเลียสคลี่ยิ้มบางๆ ด้วยความพึงใจ จากนั้นเขาก็เคลื่อนฝ่ามือไปััใบหน้าอันน่ารักน่าชังที่กำลังหลับใหลไม่ได้สติด้วยความรู้สึกอิ่มเอม
นิ้วมืออันงดงามของเอเลียสััผิวกายอันนุ่มนิ่มที่ส่องประกายจากแสงยามเช้าด้วยความหลงใหล
เขาไล่นิ้วไปััปลายขนตาสีบลอนด์อันดกหนาที่งดงาม จากนั้นก็เลื่อนไปััปลายจมูกเล็กๆ ของคนน่ารัก แล้วจึงจรดนิ้วลงบนริมฝีปากสีแดงอันนุ่มนิ่มที่เขาลิ้มรสชิมน้ำหวานจนมัวเมาอยู่ค่อนคืน
เมื่อคืนนี้ชายหนุ่มยอมรับว่า เขาเมามาก แต่ก็ใช่ว่าจะจำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้
ไม่ว่าจะเป็เหตุการณ์ที่โจหวนกลับมาช่วยพวกเขาสองคนที่บาร์จนถูกผู้ชายพวกนั้นซ้อม เหตุการณ์ที่พวกเขาคิดว่า มันเป็เื่สนุกก็เลยวิ่งหนีออกมากันสองคนเมื่อสบโอกาส หรือแม้แต่เหตุการณ์ที่เชอร์ริชจูบเขาเพียงเพราะเมาจนเลอะเลือน รวมไปถึงเหตุการณ์หลังจากนั้นที่เขาเป็คนพาอีกฝ่ายเข้าโรงแรม
เอเลียสยอมรับว่า เมื่อคืนเขาโดนความปรารถนาเข้ามาบดบังสติ แต่กระนั้นแล้วเขาก็ไม่เสียใจ
ชายหนุ่มละฝ่ามือออกจากใบหน้าของอีกฝ่าย เขามองคนน่ารักที่นอนหลับปุ๋ยอยู่ข้างๆ ด้วยความพึงใจ ในแบบที่ไม่เคยประสบมาก่อน
ชายหนุ่มไม่รู้ว่า่เวลาอันสงบสุขบนเตียงดำเนินไปนานเท่าไหร่ แต่เมื่อรู้ตัวอีกทีกลุ่มขนตาสีบลอนด์อันงดงามของคนน่ารักก็กระพือไปมา
เอเลียสรีบหลับตาลงอย่างรวดเร็ว ชั่วเวลานี้ชายหนุ่มทำได้แค่ตั้งใจสังเกตความเคลื่อนไหวของอีกฝ่ายเงียบๆ
…
ความหนักอึ้งราวกับมีก้อนหินขนาดใหญ่กดทับศีรษะ ทำให้เชอร์ริชฟื้นจากห้วงนิทรา ในนาทีถัดมาความปวดร้าวบริเวณบั้นเอวบวกกับรู้สึกระบมไปตามตัว ทำให้ชายหนุ่มได้สติขึ้นมาเล็กน้อย
ชายหนุ่มขยับตัว ความรู้สึกปวดระบมแล่นขึ้นมาพร้อมกับความเหนอะหนะเพราะของเหลวข้นของอีกฝ่ายยังค้างอยู่ในช่องทางด้านหลังที่พึ่งจะเปิดประสบการณ์ไปเมื่อคืนนี้ ทำให้ใบหน้าของเขาขึ้นสีแดงด้วยความเขินอาย ขณะที่กลุ่มขนตาของสีบลอนด์ก็ค่อยๆ เคลื่อนตัวแยกออกจากกัน ขณะที่ในใจก็นึกลุ้นไปด้วย
ครั้งแรกของเขาเป็ของใครกันนะ ใช่หนุ่มหล่อคนนั้นหรือเปล่า?
คงไม่ใช่รุ่นพี่หน้าตาธรรมดาคนนั้นเหมือนอย่างในความฝันหรอกนะ!
ชั่วเวลาที่ลืมตาขึ้น พบกับร่างของชายหนุ่มผู้งดงามปานล่มเมืองนอนเปลือยกายอยู่ข้างกันท่ามกลางแสงยามเช้าอันเจิดจ้า…
…นาทีนั้นเชอร์ริชถึงกับช็อก
“!!!”
เชอร์ริชตัวแข็งราวกับถูกสตัฟฟ์ ดวงตาของเขาเบิกกว้างเช่นเดียวกับริมฝีปากที่อ้าค้าง เมื่อความทรงจำอันหอมหวานเมื่อคืนผุดขึ้นมาในห้วงความคิดอย่างไร้ความปราณี
ไม่นะ!!!
เชอร์ริชอุทานในใจราวกับคนเสียสติ เมื่อรู้ว่า ครั้งแรกที่อุตส่าห์ถนอมเอาไว้เป็อย่างดี ตกไปเป็ของเอเลียสผู้งดงามที่ไม่ใช่สเป็กของเขาเลย
…แถมอีกฝ่ายยังเป็เหยื่อของเขาในฝันร้ายอันน่าสะพรึงนั่นด้วย!
เมื่อเห็นว่าแพขนตาสีดำอันงดงามไหวไปมา เชอร์ริชก็รีบถอยกรูดไปอีกด้านหนึ่งของเตียง ในยามที่ดวงตาสีดำอันใสซื่อค่อยๆ เคลื่อนมาที่เขาอย่างงัวเงียผสมกับความมึนงงเล็กน้อย ชวนให้ชายหนุ่มนึกถึงลูกกวางน้อยไร้เดียงสาที่ติดกับของนายพรานขึ้นมา
นาทีนี้เชอร์ริชได้แต่อุทานในใจว่า ซวยแล้ว!
“เชอร์ริช?” ชั่วเวลาที่สุ้มเสียงอันไพเราะที่แหบพร่าจากการหลับใหลลอดผ่านริมฝีปากบางอันได้รูป ทำให้เชอร์ริชผุดลุกขึ้นจากเตียงอย่างทุลักทุเลด้วยร่างกายอันเปลือยเปล่าที่เต็มไปด้วยรอยฟันสีแดงเรื่อของ ‘ลูกกวางน้อย’ ที่นอนอยู่บนเตียง
“…ฮึ้ย!”
ในนาทีนี้สมองน้อยๆ ของเชอร์ริชได้แล่นมาถึงขีดจำกัด ชายหนุ่มทำได้เพียงแค่กัดฟันทนต่อร่างกายที่เจ็บระบม แล้วพุ่งไปคว้าเสื้อผ้าที่กองอยู่บนพื้นมาใส่อย่างลนลาน จากนั้นก็เผ่นแนบออกจากห้องไปอย่างน่าอนาถ
ดวงตาสีดำคู่งามได้แต่มองตามแผ่นหลังของคนน่ารักด้วยประกายอันคมกริบ จากนั้นจึงหลุบลงมองร่องรอยสีชาดอันศักดิ์สิทธิ์บนผ้าปูเตียงสีขาวสะอาดด้วยสายตาที่มีความพึงใจแฝงอยู่
…เขาคือคนแรกของเชอร์ริชสินะ
ฝ่ามือสีขาวซีดเคลื่อนมาััแผงอกซึ่งมีรอยรักที่อีกฝ่ายฝากเอาไว้บนร่าง แล้วกระตุกยิ้มอันขบขันออกมาอย่างอารมณ์ดีท่ามกลางแสงยามเช้าอันอบอุ่นภายในห้องสวีทอันเงียบงัน
ณ วิลล่าสีเบจขนาดกลางที่ตั้งอยู่ในย่านดาวน์ทาวน์อันคึกคักของเมืองนาฟรี่ย์
ภายในห้องนอนสีเหลืองพาสเทลที่อยู่ทางทิศเหนือของตัววิลล่าซึ่งเป็ห้องนอนลูกชายคนเดียวของครอบครัวเ้าของกิจการแฟรนไชส์ดรักสโตร์ชื่อดังของประเทศ
หลังจากตีอกชกหัวอยู่หลายชั่วโมง เชอร์ริชก็นอนสงบสติอารมณ์อยู่บนเตียงนอนสีส้มด้วยสีหน้ายุ่งๆ
เนื่องจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนมันพลิกผันเกินไป แถมยังมีฝันร้ายที่ตราตรึงนั่นอีก ทำให้ชายหนุ่มสับสนจนไม่รู้จะเข้าเรียนใน่บ่ายของวันอย่างไร
ทำไมถึงต้องเป็เอเลียสกันเนี่ย!
แล้วทำไมถึงต้องจูบเอเลียสแบบนั้นด้วยไอ้งั่งเชอร์ริช!!
เชอร์ริชทุบอกราวกับคนบ้า เขาอยากจะหลับตาลงเพื่อสงบอารมณ์
…แต่ก็กลัวใบหน้าอันตกตะลึงผสมเมานิดๆ ของคนงามในตอนที่ถูกเขาจูบแล่นเข้ามาในหัวอีก!
เฮ้อ แล้วแบบนี้จะไปสู้หน้าเอเลียสผู้บริสุทธิ์ดุจผ้าขาวที่ถูกไอ้คนบ้ากามอย่างเขาล่อลวงได้ไงเนี่ย!!!
“ไม่รู้แล้ว!” เชอร์ริชถลึงตา เขาสบถออกมาด้วยความหงุดหงิด จากนั้นก็ลุกขึ้นจากเตียง
เขาก้าวไปหยิบแท็บเล็ตขึ้นมาซุกใส่กระเป๋าเป้ด้วยท่าทางงุ่นง่านเพราะปวดแปล๊บบริเวณบั้นเอวที่ถูกใช้งานอย่างหนักเมื่อคืน
“ให้แม่ขับรถไปส่งไหมลูก?” ผู้เป็แม่ในชุดเสื้อเชิร์ตสีชมพูเข้าคู่กับกางเกงยีนสีซีดที่กำลังใช้วันหยุดพักผ่อนไปกับการดูแลสวนดอกไม้ะโถามลูกชาย
“เดี๋ยวผมไปเองครับแม่” เชอร์ริชก้าวไปที่หน้าต่าง ซึ่งมองลงไปจะสามารถมองเห็นสวนดอกไม้หน้าบ้าน แล้วชะโงกหน้าออกไปะโเสียงใสด้วยสีหน้ายุ่งๆ อันน่ารักน่าชังในสายตาผู้เป็แม่ จากนั้นก็หันกายไปหยิบของใส่กระเป๋าเป้ต่อ
ก่อนที่จะเดินออกจากห้อง เชอร์ริชก้าวไปหยุดอยู่หน้ากระจกที่อยู่ใกล้กับตู้เสื้อผ้า ชายหนุ่มเพ่งมองร่องรอยรักบนผิวกายสีขาวอมชมพูอย่างระมัดระวัง จากนั้นก็พยายามจัดเสื้อปิดบังร่องรอยสีแดงเรื่อให้มิดชิด เพราะกลัวว่าจะมีคนบังเอิญเห็นร่องรอยที่เกิดขึ้นในค่ำคืนอันเมามาย
เดิมเขาคิดว่า ร่องรอยพวกนี้มันจะน่าภูมิใจ แต่เมื่อนึกถึงที่มาของมันและของเหลวสีขุ่นพวกนั้นที่เขาพยายามเอาออกจากร่างกายทันทีที่กลับถึงบ้าน
เชอร์ริชก็ได้แต่ถอนหายใจออกมาด้วยความรู้สึกผิด
เขารู้สึกผิดต่อตัวเอง
…และรู้สึกผิดต่อเอเลียส
เชอร์ริชสูดหายใจเรียกความกล้าเท่าที่จะทำได้ จากนั้นเขาก็ยิ้มกว้างให้กำลังใจตัวเองในกระจก แล้วจึงสะพายกระเป๋าเป้ใบสีส้มอันสดใสก้าวเท้าออกจากห้องไปด้วยท่าทางที่ดูปกติที่สุดเท่าที่จะทำได้
แม้ว่าร่างจะปวดระบมจนชายหนุ่มแทบอยากจะโดดเรียนให้รู้แล้วรู้รอดก็ตาม!