“ท่านพ่อ ท่านว่างหรือไม่เ้าคะ” นางเอ่ยถามขึ้นเพราะเห็นว่าบิดาของตนกำลังก้มหน้าอ่านบางอย่างอยู่
“ฮวาเออร์หรือ เ้ามาหาพ่อมีเื่อะไร แต่บอกไว้ก่อนว่าหากเป็เื่ของผู้ชายคนนั้นก็กลับไปเถิด”
“ข้ามาคุยเื่เขาเ้าค่ะ เพียงแต่ไม่ใช่เื่ที่ทำให้ท่านพ่อลำบากใจแน่นอน”
ตัวของเหยาฮวานั้นรู้ดีว่าบิดาของตนเองนั้นไม่ค่อยถูกใจในตัวของมู่อี้หานสักเท่าไหร่ ในอดีตบิดาเคยเตือนนางเอาไว้หลายต่อหลายครั้งว่าผู้ชายคนนี้ไว้ใจไม่ได้ อีกทั้งยังเป็คนที่เ้าชู้ถึงขนาดที่มีความสัมพันธ์กับผู้หญิงอื่นไปทั่ว
แต่นางในตอนนั้นไม่เชื่อและกล่าวหาว่าบิดานั้นกีดกันความรักของนาง นั่นทำให้ความสัมพันธ์ของสองพ่อลูกย่ำแย่มากขึ้นทุกวัน
จะว่าไปงานหมั้นของเซี่ยเหยาฮวาและมู่อี้หานนั้นล้วนมาจากความเอาแต่ใจของนางทั้งสิ้น
“หากเป็เช่นนั้นเ้าก็พูดมาเถิด” เมื่อเห็นว่าบุตรสาวมีท่าทีแปลกๆไปก็ทำให้ตัวเซี่ยเหยาเฉิงวางหนังสือในมือลงแล้วหันมาสนใจกับบทสนทนาตรงหน้าแทน
“ข้าจะมาขอโทษท่านพ่อเ้าค่ะ ขอโทษกับทุกสิ่งที่ผ่านมา ขอโทษที่ไม่เคยเชื่อท่านและยังทำตัวไม่ดีกับท่านอีก” นางพูดพร้อมกับน้ำตาที่ค่อยๆไหลออกมาเป็สาย
นางรู้สึกเสียใจอย่างแท้จริง ทั้งๆที่บิดาของนางเป็คนที่หวังดีต่อนางมากที่สุด แต่นางไม่เคยมองเห็นมันเลยแม้แต่น้อย มีแต่ผลักไสไล่ส่งอยู่เสมอ
“นี่เ้า….เกิดอะไรขึ้น ใครทำอะไรบอกพ่อมาเถิด เดี๋ยวพ่อจะไปจัดการมันให้!!”
“ไม่มีใครทำอะไรข้าหรอกเ้าค่ะ เพียงแต่ข้ามองเห็นความจริงบางอย่างที่ทำให้ข้าคิดได้เ้าค่ะว่าท่านพ่อคือคนที่หวังดีกับข้ามากที่สุด”
“นี่เ้า พวกมันทำอะไรเ้ากันแน่”
“ท่านพ่อ ท่านช่วยเล่าเื่ของท่านแม่ให้ข้าฟังได้หรือไม่เ้าคะ” นางเลือกที่จะไม่ตอบแต่กลับถามออกไปแทน
เพราะความรักของท่านพ่อและท่านแม่นั้นเป็สิ่งที่ตราตรึงใจของนางอย่างแท้จริง หลังจากท่านแม่จากไปท่านพ่อก็ไม่เคยคิดที่จะมีภรรยาใหม่ เลือกที่จะเอาความรักทั้งหมดมามอบให้นางผู้เป็บุตรสาวคนเดียว
ในตอนนี้นาง้าฟังความรักอันแสนอบอุ่นเพื่อปลอบประโลมจิตใจอันแสนบอบช้ำของนางให้ไม่แตกสลายไปเสียก่อน
“มาเถิด พ่อจะเล่าให้ฟัง….”
เซี่ยเหยาเฉิงก้มมองดูบุตรสาวของตนเองที่ร้องไห้จนหลับไปในอ้อมกอดของเขาผู้เป็บิดา แม้จะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ก็พอจะคาดเดาได้บ้างว่าคงจะเกี่ยวกับผู้ชายอย่างมู่อี้หานและอาจเกี่ยวกับสวีเยว่ซิวด้วยอีกคน
“ฮวาเออร์ พ่อขอโทษ เป็เพราะพ่อที่เอาสองคนนั้นเข้ามาในชีวิตของเรา”
หากในตอนนั้นเขาไม่คิดตื้นๆอย่างการรับสองแม่ลูกนั้นมาเลี้ยงดูแล้วเปลี่ยนเป็การให้เงินไปสักก้อน ตอนนี้บุตรสาวของเขาก็คงจะมีความสุขมากกว่านี้มากนัก
ยิ่งคิดไปถึงเื่เมื่อสิบปีก่อนก็ยิ่งทำให้เขารู้สึกว่าการตัดสินใจของตนเองโง่เขลายิ่งนัก ในตอนนั้นเข้าพึ่งรับสวีเยว่ซินกับมารดาของนางเข้ามาอยู่ในจวน ในตอนนั้นฮวาเออร์มีอายุเพียง 7 ขวบเท่านั้น ส่วนเยว่ซินก็มีอายุเพียง 5 ขวบ
ในตอนนั้นเขาจำได้ว่าเป็เยว่ซินที่นำเอาน้ำแกงมาให้เขาดื่ม หลังจากดื่มไปไม่นานก็รู้ตัวได้ทันทีว่าตนเองกำลังถูกยาปลุกกำหนัดเข้าให้แล้ว ในตอนนั้นเขาโกรธเป็อย่างมากที่สองแม่ลูกกล้าเล่นลูกไม้เช่นนั้นใส่เขา
หากไม่ใช่เพราะตอนนั้นเขามีคนรับใช้ใกล้ชิดหาทางช่วยบรรเทาฤทธิ์ยา เมื่อรวมกับยานั้นเป็ยาที่ไม่ได้มีคุณภาพมากนักก็ทำให้เขาสามารถรอดมาได้ ไม่เช่นนั้นตอนนี้เขาคงมีอนุและบุตรสาวนอกสายเืเพิ่มอีกคนแล้ว
ในตอนนั้นเขาตั้งใจจะขับไล่สองลูกออกไป หากไม่ใช่ว่าเป็เพราะฮวาเออร์บุตรสาวของเขาขอร้องเอาไว้ทั้งคู่ก็คงไม่ได้อยู่ที่นี่อีกต่อไป จนถึงตอนนี้เขายังคงจำได้ว่านางพูดเอาไว้ว่าอย่างไร
‘ท่านพ่อ ข้าอยากมีน้อง ตอนนี้ท่านแม่ไม่อยู่แล้วข้าไม่สามารถมีน้องได้อีกแล้ว’
นั่นเป็ประโยคที่ทำให้เขาใจอ่อน สุดท้ายก็ทำได้เพียงให้สองแม่ลูกอาศัยอยู่ในเรือนข้างของจวนและได้รับอนุญาตให้เข้าใกล้เรือนใหญ่อีกต่อไป
“อือ ท่านพ่อ ข้าหนาวแล้ว ท่านอุ้มข้าไปนอนหน่อย”
เมื่อได้ยินเสียงคล้ายละเมอของบุตรสาวก็ทำให้เขาหัวเราะออกมาอย่างอารมณ์ดี ฮวาเออร์ไม่ได้ออดอ้อนเขาเช่นนี้มานานเท่าไหร่แล้วนะ
เหยาฮวาตื่นเช้ามาในห้องของตนเองด้วยความมึนงง ไม่ใช่ว่าเมื่อวานนางนั่งคุยกับท่านพ่อจนหลับไปหรอกหรือ
“เมื่อวานนายท่านเป็คนอุ้มคุณหนูมาส่งเ้าค่ะ บ่าวเห็นเหงื่อนายท่านเต็มหน้าเลยนะเ้าค่ะ” ลี่ถังเมื่อเห็นสีหน้ามึนงงของเหยาฮวาก็บอกความจริงไป
“นี่เ้าจะบอกว่าข้าอ้วนหรือลี่ถัง”
“เปล่านะเ้าคะคุณหนู บ่าวไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น”
“ข้าล้อเล่น เ้ารีบช่วยข้าแต่งตัวเถิด ข้าจะรีบไปพบท่านพ่อ”
เมื่อวานนี้นางมัวแต่คิดเื่อื่นจนลืมเื่สำคัญอย่างเื่ขอเปิดกิจการของตัวเองสักอย่าง ถึงอย่างไรวันนี้นางก็ต้องคุยกับท่านพ่อเื่นี้ให้ได้
ถึงแม้ว่าตัวนางเองพอจะมีเงินอยู่บ้าง แต่หากนำไปลงทุนเช่นนั้นก็ทำให้นางสิ้นเนื้อประดาตัวได้ทันที หากเป็เช่นนั้นนางคงรู้สึกกระสับกระส่ายอยู่ไม่น้อย ดังนั้นนางจึงต้องขอยืมเงินจากท่านพ่อให้ได้เสียก่อน
น่าเสียดายที่ความหวังของนางไม่สำเร็จ เซี่ยเหยาเฉิงออกไปทำงานั้แ่เช้าตรู่ เรียกได้ว่านางไม่ได้เห็นแม้แต่ชายเสื้อของบิดาเสียด้วยซ้ำ
“ดูคุณหนูอยากเจอนายท่านมากนะเ้าคะ” ลี่ถังถามขึ้น เมื่อเห็นว่าคุณหนูของตนดูกระวนกระวายยิ่งนัก
“ก็ใช่นะสิ ไม่ได้คุยกับท่านพ่อเสียที แล้วเมื่อไหร่ข้าจะได้มีกิจการเป็ของตัวเองเสียที”
“นี่คุณหนูจะเปิดกิจการหรือเ้าคะ” ลี่ถังถามด้วยความแปลกใจ ก่อนหน้านี้ไม่เคยเห็นคุณหนูสนใจแม้แต่น้อย
“ก็ใช่นะสิ หรือเ้าคิดว่าข้าทำไม่ได้”
“เปล่าเ้าค่ะ บ่าวไม่ได้คิดเช่นนั้น เพียงแต่ว่าบ่าวไม่เคยเห็นคุณหนูคิดจะเปิดกิจการมาก่อนเท่านั้น”
“ตอนนี้ก็เห็นแล้วหนิ ต่อไปก็คอยช่วยเหลือข้าด้วยก็แล้วกัน”
ลี่ถังนั้นเติบโตมาพร้อมกับนาง ดังนั้นความรู้ความสามารถก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าใคร การที่จะให้คอยช่วยเหลือนางถือเป็เื่ที่เหมาะสมเป็อย่างยิ่ง
“เ้าค่ะ บ่าวจะทำให้สุดความสามารถ”
แม้จะสงสัยในท่าทีที่แปลกไปของเ้านายอยู่บ้าง แต่ลี่ถังก็ไม่ได้ใส่ใจนัก ในเมื่อคุณหนูเป็เช่นนี้ก็ดีอยู่แล้วนี่นา
เมื่อไม่ได้เจอบิดาเหยาฮวาก็ตัดสินใจที่จะไปอ่านหนังสือในห้องหนังสือแทน แม้ว่านางจะไม่ได้ชื่นชอบในการอ่านจนเป็หนอนหนังสือ แต่ก็สามารถอ่านไปได้เรื่อยๆโดยไม่ได้ลำบากอันใด
ห้องหนังสือจวนเซี่ยนั้นมีพื้นที่ขนาดใหญ่โตราวกับร้านขายหนังสือ มีหนังสือแทบทุกแบบ ไม่ว่าจะเป็หนังสืออ่านเล่น บันทึกการเดินทาง หนังสือค้าขาย หรือแม้กระทั่งตำราพิชัยาก็ยังมีเก็บเอาไว้ เพราะในอดีตการเป็พ่อค้าไม่ได้มีการศึกษาสูงนัก เซี่ยเหยาเฉิงจึงให้ความสำคัญด้านนี้เป้นอย่างมาก แม่กระทั่งบ่าวไพร่ในบ้าน ก็ยังมีหลายคนที่สามารถอ่านออกเขียนได้
“คุณหนูเ้าคะ ฉวีเยว่ซินมาขอพบเ้าค่ะ”
“บอกนางไปว่าข้ายังไม่ว่าง ค่อยมาวันหลัง”
“เ้าค่ะ” เมื่อได้ยินคำตอบเช่นนั้นของคุณหนูของตนก็เต็มไปด้วยรอยยิ้ม ดูท่าลี่ถังคงจะไม่ชอบเยว่ซินมากทีเดียว
“จริงสิ เ้าส่งคนของเราไปจับตาดูนางเอาไว้เสียหน่อยก็แล้วกัน”
“เ้าค่ะ”
ตัวนางนั้นด้วยเป็บุตรสาวเพียงคนเดียวของคหบดีใหญ๋ แน่นอนอยู่แล้วว่าบิดาจะต้องส่งคนมาดูลความปลอดภัยให้นางอยู่แล้ว ส่วนสาเหตุที่ทำให้นางพลาดท่าจนตกลงจากสะพานได้นั้น ก็เป็เพราะความคิดชั่ววูบที่อยากจะอยู่กับคนนรักเพียงสองคน จึงได้ให้ทุกคนถอยออกไป แม้กระทั่งลี่ถิงเองก็ยังโดนสั่งให้ถอยออกไปเสียไกล คิดแล้วก็เจ็บใจยิ่งนัก
ตอนนี้นางอยากรู้การเคลื่อนไหวของมู่อี้หานด้วยเช่นกัน เพียงแต่อีกฝ่ายก็เป็ขุนนางผู้หนึ่ง ครอบครัวก็เป็ตระกูลขุนนาง แม้ว่าจะถดถอยไปมากแล้วแต่ก็คงจะมีความสามารถอยู่บ้าง นางไม่อยากเสี่ยงโดนจับได้