เหมยฮวาเข้ามายืนชดช้อยห่างฟางเหลาหู่เพียงสามก้าว
คนยังอ่อนหวานเหมือนเช่นเคย
นางเอาแต่ก้มหน้ามองพื้น
ฟางเหลาหู่รินสุราดื่มไม่พูดจา
ด้วยระดับฝีมือของมัน การสังหารนางเพียงชั่วยกมือเท่านั้น
“เสี้ยวอู่ิต้องตาย”
มันพูดเบา ๆ
เหมยฮวาพยายามข่มอารมณ์ของตน
“ละเว้นมันได้หรือไม่”
ฟางเหลาหู่กระดกสุราอีกจอกหนึ่ง
“เ้าชมชอบมัน”
เหมยฮวานิ่งคิดอยู่นาน
“มิได้”
ฟางเหลาหู่คว่ำจอกสุราลงบนโต๊ะ
เหมยฮวายืนก้มหน้า สองมือไพล่ไปด้านหลัง สายลมพัดละอองหิมะผ่านหน้าต่างห้องปลิวมากระทบใบหน้าขาวละมุนของนาง แล้วไล่ไปตามส่วนโค้งบนเสื้อ ก่อนจะตกลงบนพื้นห้อง
“เงยหน้า” ฟางเหลาหู่เอ่ยด้วยเสียงทุ้มหนัก
นางเหมือนจิตใจไม่อยู่กับตัว เชยหน้าขึ้นมองสบตามัน
นี่คือบุรุษที่อยู่ในดวงใจมาั้แ่อายุสิบหกปี
ในที่สุดฟางเหลาหู่ยิ้มออกมา
“เ้าเองก็ต้องตาย”
เสี้ยวอู่ิทุ่มเทท่าร่างอยู่กลางหิมะที่ถล่มฟากฟ้าและพื้นพสุธา ประหนึ่งจะกลบฝังสิ่งที่มันมิควรรับรู้
คืนนี้กลับมีพายุหิมะ
มันไม่สนใจความหนาวเหน็บรอบกาย
พยายามใช้วิชาแกะรอย ทั้งจมูกและสายตา
แต่ไม่ว่าวิชายอดเยี่ยมเพียงใด ยากจะดำเนินการกลางพายุเช่นนี้
นางไม่มีเหตุผลหรือสถานที่ให้ต้องไป
เสี้ยวอู่ิพยายามวิเคราะห์
แต่ในโลกนี้จะมีสิ่งใดยากกว่าการวิเคราะห์หัวใจหญิงงาม
มันวิ่งเตลิดไปตามถนน
ผู้คนต่างพากันหลบพายุอยู่ในบ้านเรือน แสงไฟส่องออกมาจากหน้าต่างเรือง ๆ ภายในบ้านแสนอบอุ่น แต่ภายนอกกลับมีคนว้าวุ่นนัก
มันตัดสินใจวิ่งไปทางประตูเมือง
เผื่อว่านางจะออกจากเมืองไป
เผื่อว่าจะสอบถามเ้าหน้าที่เฝ้าประตู
แต่ยังไม่ทันไปถึง
บนทางแยกเบื้องหน้า มีชายร่างใหญ่คล้ายกระทิงป่าสามตัวเปลือยท่อนบนเดินเมามาย
ต้าคลุ้มคลั่ง
เสี้ยวอู่ิหยุดร่าง ลอยตัวอยู่กลางพายุ
หิมะโปรยปรายล้อมรอบตัวมัน
ดึงพัดขึ้นมาโบก
แต่จังหวะไม่นุ่มนวลเหมือนเช่นเคย
จิตใจมันพร้อมต่อสู้หรือไม่
ยอดฝีมือระดับสูง บางครั้งแพ้หรือชนะ อยู่ที่สภาพจิตใจที่เข้มแข็ง ไร้กังวล
ยามต่อสู้เพื่อความเป็ตาย หากยังมัวคิดถึงสิ่งอื่น อาจพ่ายแพ้ในพริบตา
“นางหายไปที่ใด”
เสี้ยวอู่ิคล้ายถามคล้ายบอกกล่าว
ต้าคลุ้มคลั่งเอนไปมาเหมือนมึนเมา มิเอ่ยวาจา
เสี้ยวอู่ิสะบัดพัดไล่หิมะที่บังสายตา
มัน้าเห็นท่าจู่โจมของต้าคลุ้มคลั่งให้ชัดที่สุด
ต้าคลุ่มคลั่งยิ่งมายิ่งเอนไหว เหมือนกระทิงเมาพายุ
แต่เสี้ยวอู่ิรู้ว่ามันเป็บุคคลอันตรายที่สุด
พลันสายลมแรงพัดมาวูบหนึ่ง
จังหวะของพัดเสียไปเล็กน้อย
ต้าคลุ่มคลั่งต่อยหมัดออก
เป็ท่ารางที่ธรรมดาและตรงไปตรงมากระไรปานนั้น
แต่หมัดของมันฝ่าพุ่งสายหิมะราวปืนใหญ่
เสี้ยวอู่ิทราบว่าต้องหลบหมัดนี้
มิอาจปะทะด้วยกำลัง
แต่เมื่อหมัดของต้าคลุ้มคลั่งัักับหิมะ กลับกระแทกละอองหิมะพุ่งเข้าใสเสี้ยวอู่ิ ด้วยความแรงที่สามารถทะลุแผ่นไม้ได้
เสี้ยวอู่ิสะบัดพัดกวาดใส่ะุหิมะที่พุ่งมาออกไปด้านข้าง
หมัดของต้าคลุ้มคลั่งก็มาถึง
เสี้ยวอู่ิต่อยหมัดออกปะทะไว้ในระยะประชิด จนเกิดเสียงดังสนั่น
แต่หมัดของต้าคลุ้มคลั่งมีขนาดเท่ามือของคนสามคน
พร้อมกับกำลังภายในที่เหมือนสายน้ำป่าทะลักท่วมเมือง
ร่างของเสี้ยวอู่ิไถลถอยหลังไปกับพื้นหิมะในท่ายืน
ลมปราณของมันพุ่งเข้ากระแทกกับกำลังภายในของต้าคลุ้มคลั่ง
ใช้ความแข็งแกร่งปะทะความแข็งแกร่ง
ความรู้สึกของเสี้ยวอู่ิเหมือนใช้ค้อนโลหะทุบกับูเาศิลา
จำต้องพ่นโลหิตออกมาจากปาก เพื่อระบายความรุนแรงนั้น
แต่คนาเ็สาหัสเสียแล้ว
นางไปที่แห่งใด
ต้าคลุ้มคลั่งเงื้อต่อยหมัดที่สองออก
เสี้ยวอู่ิเร่งเร้าลมปราณเตรียมรับกระบวนท่า
โลหิตกลับหลั่งไหลออกมาจากหู จมูก ปาก
มันได้แต่ยิ้ม
คืนนี้หวังว่านางคงปลอดภัย
สายตาของมันมิใช่สายตาของผู้หวาดหวั่นต่อความตาย
แต่เป็สายตาของผู้ที่ห่วงใยคนที่มิได้อยู่ตรงนี้
จิตใจเช่นไร จึงมีสายตาเยี่ยงนี้ ในสถานการณ์แบบนี้
มีแต่เจียเจียที่มองออกว่าเสี้ยวอู่ิเป็บุรุษที่ “น่าสนใจ”
ต้าคลุ่มคลั่งมองเห็นแววตานั่นเช่นกัน
มันลังเลเล็กน้อย
แต่ก็ต่อยหมัดออกมา
มือขนาดใหญ่ข้างหนึ่งผลักหัวไหล่ของเสี้ยวอู่ิจนมันกระเด็นไปด้านข้าง
ส่วนอีกมือกำเป็หมัดต่อยเข้าปะทะกับหมัดของต้าคลุ้มคลั่ง
เสียงะเิดังกึกก้อง เกิดคลื่นกระแทกจนบ้านเรือนสั่นะเื หิมะที่อยู่บนพื้นกระจายออก ดินเบื้องล่างยุบตัวเป็หลุมในทันที พายุหิมะที่ล้อมรอบคนทั้งสองสลายหายไปในรัศมีราวยี่สิบวา
เหมือนปืนใหญ่สองกระบอกยิงปะทะกัน
ต้าคลุ้มคลั่งร่างส่ายโงนเงน
ประมุขหวงถอยหลังเล็กน้อย
ไปเซ่อเชินมาจากที่ใดมิทราบ นางลอยตัวอยู่กลางอากาศ ยิงดัชนีใส่เสี้ยวอู่ิ
ดัชนีพิฆาตที่สามารถทะลุร่างของมันได้
หวงฮูหยินขยับตัวออกมาจากด้านหลังสามีเฒ่า
นางงอนิ้วยิงดัชนีออกสกัดไปเซ่อเชิน
พลังดัชนีของทั้งสองนาง แม้ไม่หนักหน่วงรุนแรง แต่แหลมคมราวปลายกระบี่ ปะทะกันตรงหน้าเสี้ยวอู่ิที่นอนฟุบอยู่พอดี
ส่วนหนึ่งของพลังบาดใบหน้าของมันเล็กน้อย
ฟาร่าะโลงมาจากกำแพง
ทิ้งเข่าใส่เสี้ยวอู่ิที่นอนฟุบอยู่
นี่น่าจะเพียงพอให้งานสำเร็จแล้ว
ไหสุราใบหนึ่งลอยเข้ามา
นางเปลี่ยนเป็ดีดขาเตะจนไหสุรานั้นแตกกระจาย แล้วหมุนตัวกลางอากาศเตะส้นเท้าลงใส่เสี้ยวอู่ิ
เสี้ยวอู่ิที่นอนอยู่พลันพลิกตัวหลบแล้ววาดพัดขึ้นปะทะกับเท้านั้น
พัดหักหลุดมือไปในทันที
เสี้ยวอู่ิกระอักโลหิตออกมาอีก
กำลังภายในมันเหลือน้อยเต็มที
ฟาร่ากำลังจะเตะท่าที่สาม
“ช้าก่อน”
เสียงะโดังลั่นสุดชีวิต พร้อมหวงซิ่นที่กระโจนเข้ามา
ฟาร่าเปลี่ยนเป็ถีบเท้าสกัดมันไว้
หวงซิ่นไม่ปะทะด้วย ะโเข้าดึงเสี้ยวอู่ิกลิ้งตัวไปกับพื้นหิมะด้วยกัน
ไปเซ่อเชินยืนมองตากับหวงฮูหยิน
ประมุขหวงยืนตรงหน้าต้าคลุ้มคลั่ง
ฟาร่าความจริงสามารถจู่โจมหวงซิ่นกับเสี้ยวอู่ิได้
แต่นางเหลือบมองไหสุราแตกบนพื้นหิมะแวบหนึ่ง
คนผู้นี้เพิ่งไปดื่มมา
ช่างเป็ปีศาจสุรานัก
ช่างเหมือนกับนาง
แต่คำสั่งของฟางเหลาหู่ย่อมเป็คำสั่ง
นางหันไปทางหวงซิ่น แล้วชงักลง
สตรีชุดแดงรูปร่างอวบแน่น ปิดผ้าครึ่งใบหน้า วิ่งตรงเข้ามาอย่างเร็ว
ฟาร่ายิ้มออกมา ตีลังกากลับหลังขึ้นไปยืนบนกำแพง แล้วะโลงด้านหลังกำแพงไป
ไปเซ่อเชินเห็นเช่นนั้นจึงหันไปตวาดใส่ต้าคลุ้มคลั่ง
“ตัวโง่งมอากาศหนาวเย็น ยังมิรีบไปสวมเสื้ออีก”
จากนั้นลอยตัวไปอีกทางหนึ่ง
ต้าคลุ่มคลั่งไม่หลบหนี
แต่ก็ไม่จู่โจม
หวงซิ่นรีบอุ้มร่างของเสี้ยวอู่ิขึ้นมา
ต้าคลุ้มคลั่งคล้ายมองไม่เห็น
หวงฮูหยินรีบจับมือประมุขหวงไว้
แล้วดึงให้ตามคุ้มครองหวงซิ่นกับเสี้ยวอู่ิไป
ส่วนสตรีชุดแดงไม่สนใจผู้อื่น
นางวิ่งไปทางที่ฟาร่าะโลงไป
ทั้งหมดทิ้งไว้แต่ต้าคลุ่มคลั่งที่ยืนเปลือยท่อนบนอยู่กลางพายุหิมะอันหนาวเหน็บ
มือของมันสั่นเล็กน้อย
เหมยฮวารีบวิ่งตรงกลับโรงเตี๊ยม
นางเร่งท่าร่างจนถึงขีดสุดฝ่าพายุหิมะ
น้ำตาไหลอาบสองแก้ม บางส่วนกลืนไปกับหิมะขาว
นางรู้ดีว่าพรรคต้องจัดการกับตน
แต่เมื่อฟังจากปากของฟางเหลาหู่เอง กลับเหมือนถูกขยี้ดวงใจน้อย ๆ
สำหรับเสี้ยวอู่ิ มันมิควรตกตายเพราะช่วยเหลือนาง
นางเคลื่อนที่เร็วที่สุดในชีวิตแล้ว
แต่กลับมีคนตามมาได้โดยไร้ซุ่มเสียง
มันใกล้จะถึงตัวนาง
เสียงะเิราวปืนใหญ่ดังมาจากทางประตูเมือง
นางสะดุ้งกาย หันกลับไปมอง เห็นร่างในชุดขาวพุ่งมา
เหมยฮวาเตะเท้าใส่หิมะบนพื้นทันที
หิมะกระจายใส่ชิโนะ
มันก้มตัวลงต่ำจนราบไปกับพื้นแล้วพุ่งตัวลอดฝุ่นหิมะมา
เหมยฮวาอาศัยจังหวะอันน้อยนิดนี้ เปลี่ยนเส้นทางไปยังประตูเมือง
แม้ไม่พบเสี้ยวอู่ิ แต่เสียงะเินั่นย่อมเรียกผู้คนออกมา
นางต้องทุ่มเทเรี่ยวแรงถึงขีดสุด
แต่ชิโนะกลับเคลื่อนไหวอย่างผ่อนคลาย
เมื่อวิ่งมาถึงทางแยกแห่งหนึ่ง มีหลุมใหญ่อยู่บนพื้นดิน แต่กลับไม่มีผู้คน
นางรีบวิ่งตรงไปยังประตูเมือง เลี้ยวขึ้นกำแพงเมืองไปทันที
ประตูเมืองย่อมปิดแล้ว แต่ทหารที่เฝ้าอยู่กลับหายไป
นางวิ่งเรียบกำแพงเมืองสูงใหญ่ไปครู่หนึ่งก็มองเห็นพุ่มไม้และกองหิมะหนาเบื้องล่าง
ตัดสินใจะโลงไป
ขณะที่ร่างลอยพ้นกำแพง
ดาบสั้นเล่มหนึ่งก็ฟันเฉียงเข้าที่หลังของนาง
โลหิตกระจายอาบพายุหิมะเป็สีแดง