ท่ามกลางสายฝนที่กำลังโปรยปราย เด็กหนุ่มวัย 20 ปีกำลังนั่งมองเอกสารในมือด้วยใจที่โศกเศร้าบวกกับที่เขาเพิ่งจะทะเลาะกับนทีมาด้วย มืออีกข้างหยิบมือถือขึ้นมากดดูรูปคู่ของพ่อกับแม่ที่คอยเป็กำลังใจให้เขาเสมอมา เเต่ทว่าทุกอย่างก็ต้องพังลงเมื่อมีสายเรียกเข้า
“อะไรนะ!!...จะ..จะไปเดี๋ยวนี้ครับ!!”คิมทั้งเดินและวิ่งเพื่อจะกลับไปเก็บเสื้อผ้าที่คอนโด เขาไม่ลืมที่จะโทรไปขอให้เพื่อนร่วมห้องอย่างนิกกี้ไปส่งที่สนามบิน เนื่องด้วยคิมเพิ่งจะได้มีโอกาสมาเรียนที่ต่างประเทศเเค่ 1ปี เขาจึงยังไม่ค่อยชินกับที่นี่ซักเท่าไหร่ แน่นอนว่าต่างกับนิกกี้มากเพราะนิกกี้ต้องเดินทางไปๆมาๆระหว่างไทยและต่างประเทศกับคุณพ่อบ่อยๆ ระหว่างที่เดินทางไปสนามบิน บทสนทนาของทั้งคู่ก็ได้เริ่มขึ้น
“ทำไมคิมรีบกลับด่วนจัง…เเจ้งที่ม.ไว้รึยัง?”
“ยังเลย งั้นคิมฝากนิกกี้เเจ้งหน่อยนะ พอดีว่าที่บ้านเกิดเื่ ด่วนน่ะ เราจึงต้องรีบกลับไป”
“เื่นั้นไม่มีปัญหาหรอก ว่าเเต่แล้วเื่พี่ทีล่ะ”
“.....!!!!” คิมใชะงักทุกอย่างทันทีเพราะเขาลืมบอกเื่นี้กับนทีและเขาก็เคยสั่งไว้ว่า ถ้าเป็เื่สำคัญห้ามโทรเด็ดขาด ให้เดินมาบอกต่อหน้าเท่านั้น เเต่ถึงตอนนี้มันทำอย่างนั้นไม่ได้แล้ว คิมตัดสินใจกดโทรหานทีเพียงเพื่อจะบอกข่าวกระทันหันนี้ เเต่ทว่าคนที่รับสายกลับไม่ใช่นที
“ฮัลโหล..พี่ที..คือคิมจะบอกว่า…คิมต้องรีบกลับไทยด่วนนะ พอดีว่า..….”
“นทีเขาอาบน้ำอยู่น่ะ นายชื่อคิมใช่ไหม ใช่คนที่นทีบ่นว่าเบื่อรึเปล่า?”
“บ่ะ..เบื่อ..เบื่องั้นหรอ?”
“ใช่..ทุกครั้งที่เขามาหาฉัน เขามักจะบ่นให้ฉันฟังตลอดว่าเขามีแฟนที่งี่เง่า เอาเเต่ใจและน่าเบื่อที่สุด ในบางครั้งเขาคิดอยากจะเลิกให้มันจบๆไปด้วยนะ” ตู้ดๆๆๆ คิมทนฟังต่อไปไม่ไหวเขาจึงรีบกดวางสายทันที ปลายสายเป็เสียงของผู้หญิงที่ดูท่าทางจะสนิทสนมกับนทีมาก เพราะนทีมีนิสัยไม่ชอบให้ใครจับของๆเขาง่ายๆและคนที่จะเเตะต้องของๆเขาได้มักจะเป็คนที่เขาให้ความสำคัญเท่านั้น พอคิดได้แบบนั้นคิมก็ร้องไห้ออกมาทันทีทำเอานิกกี้ต้องประหลาดใจทันที
“กะ..เกิดอะไรขึ้น คิม…ร้องไห้ทำไม?” นิกกี้รีบเเวะเข้าจอดข้างทางพร้อมกับหันมาซักถามคิมด้วยความเป็ห่วง ทว่าคิมกลับร้องไห้หนักกว่าเดิมพร้อมกับโผลเข้ากอดนิกกี้ด้วยใบหน้าที่ผิดหวัง
“พี่ที..เขา ฮือฮือ..พี่ทีเขา…ไม่สนใจคิมแล้วนิกกี้…พี่ทีเขามีคนใหม่แล้ว เขาบอกกับผู้หญิงคนนั้นว่าเขาเบื่อคิมแล้ว ฮือฮือ” นิกกี้พูดอะไรไม่ออกเพราะถึงพูดอะไรออกไปตอนนี้คิมก็ไม่ฟังอยู่ดี เขาทำได้เเค่ลูบหัวเบาๆเพื่อปลอบใจอยู่ข้างๆ คิมพยายามข่มความเสียใจเอาไว้เพราะเขายังมีสิ่งสำคัญที่ต้องทำอยู่
“ไม่มีเวลาแล้ว เรารีบไปกันเถอะนิกกี้ เครื่องจะออกแล้ว”
“แบบนี้จะเดินทางไหวหรอ…ให้นิกไปส่งที่ไทยไหม?”
“ขอบคุณนะเเต่คิมรบกวนส่งเเค่สนามบินก็พอ อีกอย่างคิมชักไม่เเน่ใจว่าจะได้กลับมาที่นี่อีกไหนน่ะสิ!” คิมพูดจาเป็ปริศนา ซึ่งนิกกี้ก็เข้าใจความหมายนั้นดี ถึงจะห้ามไปก็คงได้คำตอบเหมือนเดิม นิกกี้จึงทำได้เเค่ปลอบใจและขอช่วยเหลืออยู่ห่างๆพร้อมกับบอกคิมว่าเขายินดีช่วยเหลือคิมในทุกๆเื่ที่คิดหาทางออกไม่เจอ ก่อนที่พวกเขาจะจากกันไปไกล นิกกี้ได้ขอกอดคิมเป็ครั้งสุดท้ายพร้อมกับยื่นเช็คให้หนึ่งล้านบาท เเต่ทว่าคิมกลับไม่รับไว้เพราะเห็นว่าจำนวนเงินมันมากไป เเต่นิกกี้ก็ไม่ละความพยายาม เขาอ้างว่าเงินนี่ให้ยืมไม่ได้ให้เปล่า คิมจึงรับไว้เเต่โดยดี หลังจากนั้นคิมก็รีบมุ่งหน้ากลับไทยทันที ขณะที่อยู่บนเครื่องคิมก็หวนย้อนนึกถึงสิ่งที่ผู้หญิงคนนั้นพูดขึ้นมาอีกครั้ง คำพูดพวกนั้นมันทำให้คิมกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่ไหว เขาคิดเเต่ว่าถ้าเขาได้ยินคำพวกนี้จากปากของนทีเอง เขาจะเป็ยังไง..ในขณะที่คิมกำลังเสียใจที่สุด อีกฝ่ายกลับเพิ่งจะอาบน้ำเสร็จและเดินออกมา ทันใดนั้นเขาก็ได้พบว่าประตูห้องของเขาเปิดอยู่
“เซอร์ไพรส์ค่ะที”
“เธอเข้ามาที่นี่ได้ยังไง?”
“จุ๊ๆๆ…พูดจากับรุ่นพี่แบบนี้ได้ยังไงละคะ?”
“ออกไป”
“อะไรกัน…ไม่อยากรู้แล้วหรอว่าเบลมาหาทีทำไม กะว่าจะมาบอกข่าวเื่คิมซักหน่อย ถ้าทีไม่อยากรู้ งั้นเบล….”
“มีอะไรก็รีบพูดมา ผมมีธุระต่อ!”
“ถ้าธุระที่ว่าคือการไปทานข้าวกับแฟนละหรอ ทีคงไม่ต้องรีบแล้วล่ะ เพราะคิมเขาคง….ไม่อยู่แล้วล่ะ” คำพูดของเบลล่าทำให้นทีหยุดความเฉยชาและหันมาสนใจเธอทันที นทีเดินเข้ามาบีบหัวไหล่เบลล่าพร้อมกับผลักเธอเข้ากับกำเเพงด้วยความหงุดหงิด
“เธอหมายความว่ายังไง…?”
“เบลก็ไม่รู้อะไรมากหรอกนะ เห็นเเต่รุ่นน้องที่อยู่คอนโดเดียวกับคิมอ่ะ โทรมาบอกว่าเห็นคิมรีบเก็บกระเป๋าอย่างรีบเร่งจากนั้นก็มีผู้ชายอีกคนขับรถมารับ ท่าทางรีบมากด้วยนะ เเต่จะไปที่ไหนกันนั้น….เบลว่า….ทีคงจะไม่อยากรู้หรอก!!”
“หึย!!หลบไป!!” นทีหันไปหยิบกุญเเจ เสื้อคลุมและวิ่งออกจากห้องไปทันที ด้วยความที่ไม่อยากเชื่อว่าคิมจะทำแบบนั้น ทันทีที่ไปถึง เขาจึงรีบไปดูกล้องวงจรปิดของคอนโดและทันทีที่เห็นภาพนั้น ความโมโหของนทีก็เพิ่มขึ้นเป็สิบเท่าทันที
“ทะเลาะกันเเค่นี้ ถึงกลับต้องหนีตามผัวใหม่ไปเลยงั้นหรอ..เหอะ!! 13 ปีไม่มีความหมายเลยสินะ…ฉันไม่คิดเลยว่านายจะเป็คนร่านขนาดนี้…คิมหันต์!!!”