มรรคาสยบฟ้า ท้าลิขิตสวรรค์

    ตอนที่ 9: ข้อตกลงแห่งความตายกับผู้เฒ่าลึกลับ

    ความมืดมิดในกระท่อมไม้สงัดเงียบ ทว่ากลิ่นอายความหนาวเหน็บที่แผ่ออกมาจากร่างของชายชราลึกลับกลับเข้มข้นจนทำให้อากาศรอบด้านแทบจะจับตัวเป็นน้ำแข็ง

    หลินซานยืนนิ่งอยู่ที่ประตู มือขวากระชับปีกหมวกฟางลงต่ำ บาดแผลและตันเถียนที่เพิ่งได้รับการฟื้นฟูด้วย ‘โอสถซ่อนชีพจร’ ส่งกระแสลมปราณระดับรวบรวมลมปราณขั้นที่สี่ไหลเวียนอย่างระมัดระวัง เขาประเมินชายชราตรงหน้าอย่างเงียบเชียบ รังสีพลังระดับ ‘สร้างรากฐานขั้นกลาง’ ที่แผ่ออกมานั้นกดขี่รุนแรงยิ่งกว่าผู้อาวุโสคุมสอบที่ลานศิลาโลหิตเสียอีก

    “ไอ้หนู... เจ้าฉลาดไม่เบาที่รู้จักแสร้งเป็นหมูเคี้ยวเสือในตลาดมืด” ชายชราเอ่ยเสียงแหบพร่าพลางค่อยๆ ลืมตาขึ้น ในความสลัว นัยน์ตาของมันทอประกายแหลมคมดุจกระบี่เหล็กกล้า “แต่เจ้ากลับประเมินยอดเขาศาสตราวุธดับสูญต่ำไป เจ้าคิดจริงๆ รึว่าการลงมือสังหารศิษย์สายนอกสามคนบนพื้นที่ของข้า จะสามารถปิดบังสายตาของข้าผู้นี้ได้?”

    คำว่า ‘พื้นที่ของข้า’ ทำให้นัยน์ตาของหลินซานหรี่เล็กลงทันที ชายเฒ่าคนนี้เรียกยอดเขาร้างแห่งนี้ว่าเป็นพื้นที่ของตน ย่อมแสดงว่ามันไม่ใช่ผู้บุกรุกทั่วไป แต่เป็นยอดฝีมือที่ซ่อนตัวอยู่บนยอดเขาแห่งนี้มาโดยตลอด

    “ผู้อาวุโสคือกรรมสิทธิ์ของยอดเขาแห่งนี้งั้นรึ?” หลินซานถามเสียงเรียบ ไม่มีอาการตื่นตระหนก

    “ข้ามีนามว่า ‘โม่เสวียน’... ผู้คนในนิกายต่างลืมเลือนข้าไปหมดแล้ว” ชายชราแค่นเสียงหัวเราะอย่างขมขื่น “ข้าเฝ้าดูเจ้าตั้งแต่ก้าวแรกที่ขึ้นมา บนยอดเขานี้เต็มไปด้วยไอศาสตราดุร้ายที่แม้แต่ศิษย์สายในยังทนไม่ได้ แต่เจ้ากลับเดินกวาดเศษอาวุธเล่นราวกับเดินอยู่ในสวนหลังบ้าน แถมนอกจากนี้... ศพของพวกเฉินฟู่ที่หายไปอย่างลึกลับนั่นอีก เจ้าใช้วิชามารประเภทใดกลืนกินพวกมันจนกลายเป็นเถ้าถ่าน?”

    บรรยากาศพลันตึงเครียดขึ้นถึงขีดสุด โม่เสวียนสะบัดปลายนิ้วเบาๆ ปราณศาสตราโบราณสีทองแดงสายหนึ่งพลันพุ่งทะยานออกจากพื้นดิน ก่อตัวเป็นใบมีดวายุคมกริบพุ่งตรงเข้าหาคอหอยของหลินซานด้วยความเร็วที่ตามองไม่ทัน

    นี่คือการหยั่งเชิงและกดดันระดับสร้างรากฐาน หากหลินซานขยับตัวพลาดแม้แต่นิดเดียว หัวของเขาจะหลุดจากบ่าทันที

    ทว่าหลินซานกลับไม่ถอยหนี นัยน์ตาสีดำขลับสว่างวาบ ในหัวสมองของเขาปรากฏภาพ ‘เตาหลอมมารเก้าตะวัน’ บนหอคอยบรรพกาลกลืนสวรรค์ชั้นที่ 2 ที่เพิ่งปลดล็อกสำเร็จส่งเสียงครามอย่างกระหายพลังงาน

    ‘อยากลองดีกับข้าชิ้นรึ?... เช่นนั้นก็จงกลายเป็นวัตถุดิบซะ!’

    หลินซานยื่นฝ่ามือขวาออกไปเบื้องหน้าโดยไม่หลบเลี่ยง วังวนปราณมารสีดำทมิฬลุกพรึบขึ้นที่ฝ่ามือขวาทันที

    [ เปิดใช้งาน: เตาหลอมมารเก้าตะวัน — ดูดกลืนปราณศาสตรา! ]

    ฟู่!!!

    ใบมีดปราณศาสตราทองแดงที่คมกริบพอจะตัดเหล็กกล้า ทันทีที่ปะทะเข้ากับฝ่ามือของหลินซาน มันกลับถูกวังวนสีดำกระชากและสูบกลืนเข้าไปดุจน้ำป่าไหลหลาก เปลวไฟสีดำหมุนวน บดขยี้ปราณศาสตราสายนั้นในเตาหลอมมารเก้าตะวัน ก่อนจะกลั่นและควบแน่นมันออกมาเป็น ‘เกราะปราณสีทองแดงขนาดเล็ก’ ปกคลุมผิวหนังมือขวาของเขาไว้ในเสี้ยววินาที

    วิ้ง!

    แรงกดดันทั้งหมดสลายไป หลินซานยังคงยืนอยู่ที่เดิมอย่างไร้รอยขีดข่วน มือขวาแผ่ประกายแสงโลหะจางๆ ออกมาอย่างน่าอัศจรรย์

    “น... นี่มัน! กลืนกินและหลอมสร้างปราณศาสตราสดๆ ร้อนๆ งั้นรึ!?” โม่เสวียนผุดลุกขึ้นยืนจากเก้าอี้ด้วยความตกตะลึงสุดขีด แววตาของยอดฝีมือระดับสร้างรากฐานสั่นสะท้านราวกับเห็นผีกลางวันแสกๆ

    ในโลกแห่งการฝึกตน ปราณศาสตราโบราณคือพลังงานที่ดุร้ายและอันตรายที่สุด แม้แต่นักสร้างของวิเศษระดับสูงยังต้องใช้เตาหลอมชั้นยอดและค่ายกลนับร้อยเพื่อสยบมัน แต่เด็กหนุ่มตรงหน้ากลับใช้เพียงฝ่ามือเปล่าๆ ดูดกลืนและหลอมแปรรูปมันได้ในพริบตา

    หลินซานสะบัดมือเบาๆ สลายเกราะปราณสีทองแดงทิ้งไป ก่อนจะจ้องมองโม่เสวียนอย่างเยือกเย็น “ผู้อาวุโสโม่... หากท่านคิดจะฆ่าข้าปิดปากเรื่องศิษย์สามคนนั้น ท่านคงไม่มานั่งคุยกับข้าถึงในกระท่อมเช่นนี้แน่ บอกจุดประสงค์ของท่านมาดีกว่า”

    โม่เสวียนจ้องมองหลินซานอยู่นาน ก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะลั่นกระท่อมไม้ “ฮ่าๆๆ! ยอดเยี่ยม! เด็ดขาด