บทที่ 8 ตกตะลึง
โฮ่ง! โฮ่ง!
ทันใดนั้นก็มีเสียงเห่าของหมาป่าดังมาจากข้างหน้า
เย่เฟิงหยุดก้าว เพราะมีฝูงหมาป่าปรากฏขึ้นตรงหน้าเขา
ใช่แล้ว เป็ฝูงหมาป่า แถมด้านหลังเขาก็มีอีก
เขาเดินเข้ามาในรังหมาป่าโดยไม่รู้ตัว
เย่เฟิงสังเกตว่าในบรรดาหมาป่าเหล่านี้ มีหลายตัวที่ตาบอดข้างเดียว เหมือนกับหมาป่าที่เขาเจอตอนที่เข้ามาในป่าครั้งที่แล้ว
หมาป่าเหล่านี้จำเย่เฟิงได้ พวกมันอ้าปากเผยน้ำลายเหนียวๆ ส่งกลิ่นเหม็นออกมา ดวงตาเต็มไปด้วยความดุร้าย
โฮ่ง!
ฟิ้ว! ฟิ้ว! ฟิ้ว!
หมาป่าเหล่านี้พุ่งเข้าใส่เย่เฟิง
"พวกเ้ารนหาที่ตายกันนักนะ!"
แววตาของเย่เฟิงเย็นเยียบ
ตอนนี้เขาไม่ใช่เย่เฟิงคนเดิมที่เข้าป่าเมื่อไม่กี่วันก่อนแล้ว
ฉึบ!
เย่เฟิงฟันดาบออกไป ฆ่าหมาป่าสองตัวที่พุ่งเข้ามาใกล้ในทันที จากนั้นเขาก็ไม่ถอยกลับ พุ่งเข้าใส่หมาป่าตัวอื่นๆ
ฉึบ! ฉึบ! ฉึบ!...
ไม่นาน กลิ่นคาวเืก็ฟุ้งกระจายไปทั่ว มีซากหมาป่ากองอยู่บนพื้นกว่าสิบตัว ส่วนเย่เฟิงไม่ได้รับาเ็แม้แต่น้อย แค่มีเืเปื้อนตามตัว
หมาป่าที่เหลือดูเหมือนจะกลัว ไม่กล้าเข้ามาอีก
แต่ในเวลานี้ ก็มีเสียงเห่าของหมาป่าดังขึ้นอย่างเกรี้ยวกราด
ฝูงหมาป่าแยกออกจากกัน มีหมาป่าสีดำตัวหนึ่งที่มีขนาดใหญ่กว่าหมาป่าตัวอื่นเดินออกมา
ดูเหมือนว่ามันจะเป็จ่าฝูง
จ่าฝูงมองซากศพที่อยู่บนพื้น แล้วจ้องมองเย่เฟิงด้วยความโกรธ
เย่เฟิงสบตากับมันด้วยสีหน้าที่สงบนิ่ง
โฮ่ง!
จ่าฝูงพุ่งเข้าใส่เย่เฟิงอย่างรวดเร็วราวกับสายฟ้าสีดำ
เย่เฟิงหลบข้าง
โจมตีไม่สำเร็จ จ่าฝูงคำรามด้วยความโกรธ แล้วพุ่งเข้าใส่เย่เฟิงอีกครั้ง
"ตายซะ!"
ฉึก!
เย่เฟิงฉวยโอกาสแทงดาบเข้าไปในร่างของจ่าฝูง
จ่าฝูงร้องโหยหวนแล้วขาดใจตาย
จ่าฝูงเป็แค่สัตว์ป่าธรรมดา ถ้าเป็สัตว์อสูร เย่เฟิงคงต้องปวดหัวมากกว่านี้
เย่เฟิงถือซากจ่าฝูง ทำให้หมาป่ารอบๆ ต่างหวาดกลัว พวกมันวิ่งหนีเข้าไปในป่าอย่างรวดเร็ว แล้วหายไปในพริบตา
เย่เฟิงไม่ได้ไล่ตามพวกมัน แต่ลากซากจ่าฝูงไปข้างหน้า เขาพบถ้ำแห่งหนึ่ง คาดว่าน่าจะเป็รังของหมาป่า
เขามองเข้าไปข้างใน มีกลิ่นเหม็นน่าสะอิดสะเอียน ทันใดนั้น ต้นหญ้าเล็กๆ ที่มีลักษณะคล้ายหางหมาป่าก็ดึงดูดความสนใจของเขา
"นี่มัน…หญ้าหมาป่าเทวะ! ไม่คิดว่าจะเจอของดีอีกแล้ว"
เย่เฟิงแสดงสีหน้าดีใจ
หญ้าหมาป่าเทวะเป็สมบัติล้ำค่าระดับรากฐานขั้นเก้า แต่ว่าต้นนี้ยังไม่โตเต็มที่
"กินตอนนี้ก็คงไม่มีประโยชน์ เอาเอากลับไปก่อน!"
พูดจบ เย่เฟิงก็ขุดหญ้าหมาป่าเทวะขึ้นมาทั้งรากทั้งดิน เตรียมนำกลับไปปลูกเอง ตอนนี้เขามีไข่มุกน้ำแข็งแล้ว บางทีอาจจะทำให้หญ้าหมาป่าเทวะต้นนี้เติบโตเต็มที่ได้อย่างรวดเร็ว
เขาค้นหาอีกครั้งเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีอะไรแล้ว จึงเตรียมตัวออกไป ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงเบาๆ
โฮ่ง~
เย่เฟิงเดินไป แหวกพงหญ้าออกดูก็พบว่าเป็ลูกหมาป่าตัวหนึ่ง ดูเหมือนจะเพิ่งเกิดมา ลืมตาเสียด้วยซ้ำ
“ในเมื่อเ้ามีวาสนาได้เจอข้า ก็ไปกับข้าเถอะ!”
เย่เฟิงอุ้มลูกหมาป่าขึ้นมาไว้ในอ้อมแขน
ลูกหมาป่าตัวน้อยราวกับััได้ถึงความอบอุ่น มันเอาหัวมาคลอเคลียที่หน้าอกของเย่เฟิง
เย่เฟิงยิ้มออกมาเล็กน้อย จากนั้นก็หาเถาวัลย์มามัดซากหมาป่าที่อยู่บนพื้นเป็พวง แล้วลากซากเ่าั้ลงจากเขาไปด้วย
หนังสัตว์พวกนี้เป็ของดี สามารถนำไปทำผ้าห่มให้เสียวเสี่ยวได้หลายผืนเลยทีเดียว โดยเฉพาะหนังของจ่าฝูงหมาป่าตัวนั้น
เมื่อเย่เฟิงลงจากเขามาถึงหมู่บ้าน การปรากฏตัวของเขาก็เรียกความสนใจจากคนทั้งหมู่บ้านได้ทันที
เพราะเขาแบกหมาป่ากลับมาเป็สิบตัว แถมยังมีลูกหมาป่าพาดอยู่บนบ่าอีกด้วย
“ทำไมคุณพ่อยังไม่กลับมาอีกนะ!”
เสียวเสี่ยว นั่งอยู่บนธรณีประตูบ้าน เอามือเล็กๆ ประคองใบหน้าตัวเองไว้ ดูเหมือนจะเฝ้ารอจนตาจะหลุดออกมาอยู่แล้ว
เฉินซู่ซู่ ไม่รู้ว่ามายืนอยู่ข้างเสียวเสี่ยวั้แ่เมื่อไหร่ เธอถอนหายใจออกมา
เย่เฟิงเข้าไปในป่าเกือบเจ็ดวันแล้ว แต่กลับไม่มีข่าวคราวอะไรเลย
เธอเริ่มสงสัยแล้วว่าเย่เฟิงจะเกิดเื่ไม่ดีขึ้น หรือว่า...เขาจะทิ้งเสียวเสี่ยวไปแล้ว
จะโทษที่เธอคิดแบบนี้ก็ไม่ได้ เพราะมันนานเกินไปแล้วจริงๆ
คนๆ หนึ่ง จะอยู่ในป่าได้นานขนาดนั้นเป็ไปไม่ได้
แต่ในขณะนั้นเอง เสียงอึกทึกครึกโครมก็ดังมาจากปากทางเข้าหมู่บ้าน
“คุณพ่อ! ต้องเป็คุณพ่อแน่ๆ ที่กลับมา!”
“เสียวเสี่ยว ช้าๆ หน่อยอย่าวิ่ง!”
เฉินซู่ซู่ รีบวิ่งตามไป ในความคิดของเธอ การที่ปากทางเข้าหมู่บ้านเกิดเื่วุ่นวายขนาดนี้ เป็ไปไม่ได้เลยที่จะเป็เย่เฟิง
แต่เมื่อเธอวิ่งตามเสียวเสี่ยวไปถึง ก็อุ้มเสียวเสี่ยวออกมาดู ตัวเธอก็แข็งทื่อราวกับถูกฟ้าผ่า ยืนนิ่งอยู่กับที่
“ป้าเฉิน ใช่คุณพ่อหรือเปล่า?”
เสียวเสี่ยว มองไม่เห็นจึงได้แต่ถามเฉินซู่ซู่
แต่เธอถามอยู่หลายครั้ง เฉินซู่ซู่ก็ยังคงนิ่งเฉย ไม่ตอบอะไร
“เสียวเสี่ยว พ่อกลับมาแล้วคิดถึงพ่อหรือเปล่า?”
เสียงคุ้นเคยดังเข้าไปในหูของเสียวเสี่ยว
“คุณพ่อ คุณพ่อ หนูอยากให้คุณพ่ออุ้ม!”
เย่เฟิงเดินเข้ามาด้วยสีหน้ายิ้มแย้มรับเสียวเสี่ยวมาจากอ้อมกอดของเฉินซู่ซู่
เสียวเสี่ยวสูดจมูกฟุดฟิด “คุณพ่อ ทำไมตัวคุณพ่อเหม็นจังเลย!”
“ก็เพราะว่าพ่อไปอยู่ในป่านาน ไม่ได้อาบน้ำน่ะสิ ก็ต้องเหม็นเป็ธรรมดา” เย่เฟิงพูดพลางยิ้ม
“ไม่ชอบพ่อแล้วเหรอ?”
“ไม่ชอบได้ยังไง เสียวเสี่ยวชอบคุณพ่อ ถึงคุณพ่อจะตัวเหม็น เสียวเสี่ยวก็ชอบ”
เสียวเสี่ยวพูดพลางกอดคอเย่เฟิงไว้
รอยยิ้มเปี่ยมสุขก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเย่เฟิง
“เย่เฟิง หมาป่าพวกนี้?”
เฉินซู่ซู่ มองซากหมาป่าที่เย่เฟิงลากมา แถมตัวสุดท้ายยังมีหมูป่าหนักสองร้อยกว่าจินอีกด้วย เธอใจนหน้าซีด
ไม่ใช่แค่เธอเท่านั้น คนทั้งหมู่บ้าน ไม่รู้ว่าวิ่งออกมากันั้แ่เมื่อไหร่ แต่ละคนต่างก็ตกตะลึง
“ไอ้ขี้เมานั่นไปถล่มรังหมาป่ามาหรือเปล่าวะ?”
“ต้องใช่แน่ๆ แกไม่เห็นเหรอว่าตัวนั้นมันจ่าฝูงหมาป่าเชียวนะ!”
“โอ้ เขาทำได้ยังไงกัน?”
...
“พี่เฉิน อย่าเพิ่งถามอะไรเลย พวกเรากลับบ้านกันก่อนเถอะ”
“อ้อ ได้!”
เย่เฟิงมือหนึ่งอุ้มเสียวเสี่ยว มือหนึ่งลากซากหมาป่านับสิบตัวกลับบ้านไปทันที
เขาไปอาบน้ำก่อนเป็อันดับแรก
“เย่เฟิง ฉันต้มน้ำร้อนไว้ให้แล้ว นายจะเอาไหม?”
เฉินซู่ซู่ ยกอ่างน้ำร้อนเข้ามาพอดี เธอเห็นเย่เฟิงกำลังถอดเสื้อผ้า ร่างกายที่แข็งแกร่งกำยำทำให้เฉินซู่ซู่หน้าแดงก่ำ รีบหันหลังกลับไปแล้วถาม
“ไม่ต้องหรอกพี่เฉิน ผมอาบน้ำเย็นก็ได้”
“งั้นก็ได้!”
เฉินซู่ซู่เดินกลับไป เธอนั่งลงบนเก้าอี้พลางอุ้มเสียวเสี่ยวไว้ มองซากหมาป่านับสิบตัวที่อยู่ข้างนอกแล้วก็เหม่อลอยไปชั่วขณะ
“เสียวเสี่ยว!”
ในขณะนั้น เย่เฟิงก็อาบน้ำเสร็จแล้วเดินเข้ามา
เสียวเสี่ยวได้ยินเสียงคุณพ่อก็รีบลงจากตักเฉินซู่ซู่ วิ่งไปกอดขาของเย่เฟิง
“เสียวเสี่ยว พ่อเอาของขวัญมาฝากลูกด้วย ลองทายสิว่าคืออะไร?”
“อะไรคะ?”
“ลองจับดูสิ!”
เย่เฟิงวางลูกหมาป่าที่เขาพามาจากในป่าลงตรงหน้าเสียวเสี่ยว
เมื่อครู่ตอนที่เย่เฟิงอาบน้ำ เขาก็ได้อาบน้ำให้ลูกหมาป่าตัวนี้ด้วย แถมยังถ่ายทอดพลังปราณให้มันเข้าไปในร่างกายอีกเล็กน้อย ตอนนี้ลูกหมาป่าลืมตาแล้ว ขนก็สะอาดสะอ้าน ดูเหมือนลูกบอลเนื้อ หรือจะพูดให้ถูกก็คือเหมือนลูกหมาน้อยมากกว่า
“ว้าว นุ่มจังเลยค่ะคุณพ่อ นี่คือลูกหมาเหรอคะ?”
เสียวเสี่ยวมองไม่เห็น จึงได้แต่ใช้มือัั เธอรู้สึกว่าเป็ลูกหมา
“ใช่แล้ว เป็ลูกหมา ต่อไปมันจะเป็สัตว์เลี้ยงของเสียวเสี่ยวนะ ชอบไหม?”
“ชอบค่ะ หนูชอบมาก!”
เสียวเสี่ยวกอดลูกหมาป่าตัวน้อยไว้
ลูกหมาป่าตัวน้อยดูจะไม่ค่อยเต็มใจนัก แต่เย่เฟิงจ้องมันเขม็ง ลูกหมาป่าจึงสงบลง
เย่เฟิงค่อนข้างประหลาดใจ ดูเหมือนว่าลูกหมาป่าตัวนี้จะมีความฉลาดอยู่บ้าง แต่นั่นก็เป็เพราะพลังปราณที่เขาถ่ายทอดให้มันนั่นแหละ
“คุณพ่อ หนูตั้งชื่อให้มันได้ไหมคะ?”
“แน่นอน ได้สิ!”
“งั้นก็ชื่อต้าหวงแล้วกัน!”
โฮ่ง!
ลูกหมาป่าตัวน้อยดูเหมือนจะไม่ค่อยเต็มใจเท่าไหร่ แต่มันไม่เต็มใจก็ไม่ได้
“ได้ งั้นก็ชื่อต้าหวง!”
“ต้าหวง ไป เราไปเล่นในบ้านกัน!”
เสียวเสี่ยวกอดต้าหวง คลำทางเดินกลับเข้าไปในบ้าน
เห็นเสียวเสี่ยวมีความสุข เย่เฟิงก็มีความสุขตามไปด้วย ดูเหมือนว่าลูกหมาป่าตัวนี้ เขาไม่ได้พามาเสียเปล่า
“เย่เฟิง ที่นายให้เสียวเสี่ยวไปน่ะ ใช่หมาป่าหรือเปล่า?” เฉินซู่ซู่ถาม
“อืม เป็ลูกหมาป่าตัวหนึ่ง” เย่เฟิงพยักหน้า
“แล้วนายก็ให้เสียวเสี่ยวไปอย่างนี้เลยเหรอ ไม่กลัวเสียวเสี่ยวจะเป็อันตรายเหรอ?” เฉินซู่ซู่เป็ห่วง
“วางใจเถอะ ลูกหมาป่าตัวนั้นไม่กล้าทำอะไรหรอก!” เย่เฟิงพูดพลางยิ้ม
“พี่เฉิน มาช่วยผมหน่อย ผมจะถลกหนังหมาป่าพวกนี้ออก ส่วนเนื้อ ถ้าคนในหมู่บ้านอยากได้ ก็เอาไปแบ่งให้พวกเขาเถอะ”
“ได้!”
ตอนที่กำลังถลกหนัง เฉินซู่ซู่ก็อดไม่ได้ที่จะถามว่า “เย่เฟิง นายฆ่าหมาป่าพวกนี้ได้ยังไง?”
“โชคดีน่ะ ทำกับดักไว้สองสามอัน ใครจะรู้ว่ามันจะได้ผลดีขนาดนี้”
เย่เฟิงตอบพลางยิ้ม
แต่เฉินซู่ซู่ก็ไม่ได้เชื่อเขานัก เพราะเธอสังเกตเห็นว่าบนตัวหมาป่าพวกนี้ มีรอยมีดที่น่าใ
หรือว่าผู้ชายคนนี้ใช้มีดฟันทีเดียวก็ฆ่าหมาป่าได้?
เฉินซู่ซู่มองเย่เฟิงที่กำลังตั้งใจถลกหนัง แล้วก็เหม่อลอยไปอีกครั้ง