“ข้าว่าถ้าอยู่ตรงนี้ต่อจะไม่เหมาะเท่าไหร่หวังว่าท่านจะปล่อยเื่พวกนี้และไปคุยธุระของเราเถอะ” เป่ยซานกล่าว
หลงหนิงนิงเงียบก่อนที่จะหันไปมองนายทหายยามและอันธพาลที่บัดนี้เมื่อเห็นสายตาของหลงหนิงก็รีปก้มหน้าหลบทันทีหลงหนิงพยักหน้าให้เป่ยซานนำทางไปที่รถม้า ขณะที่หลงหนิงกำลังหันหลังกลับเขาใช้วิชาพายุซัดออกมาพร้อมกับเดินลมปราณผีเสื้อพิษโบยบิน ปราณพิษถูกวิชาพายุซัดพัดกระจายไปโดยรอบผู้ที่อยู่ในระยะต่างล้มลงทันทีแม้แต่เหล่าทหารลาดตะเวรก็ไม่อาจขยับตัวทำได้เพียงเดินลมปราณต้านไว้ เป่ยหานแม้จะไม่ได้แสดงอาการออกมาแต่สีหน้าก็ไม่สู้ดีนักเค้าเดินผ่านผู้ที่เคยหัวเราะเค้าและผู้ที่เข้ามาหาเื่“ข้าสามารถอภัยให้พวกเ้าได้เจ็ดส่วน”หนิงหลงกล่าวจบขณะเดินมาถึงประตูเหล็กกล้าขนาดใหญ่ตรงทางเข้าเมือง เขาใช้วิชาพิษมารบุบผากระบานท่าที่ 2 หมัดแมงป่องพิฆาตต่อยเข้าไปที่ประตู แม้มันจะถูกทำมาจากเหล็กชั้นดีปกป้องเมืองจากสัตว์อสูรได้แต่อยู่ต่อหน้าหลงหนิงที่ใช้วิชาระดับสูงทั้งยังฝึกวิชาสร้างกระดูกเทวะสำเร็จถึงขั้นที่สามประตูเหล็กกล้าก็ไม่ต่างจากกระจกที่โดนก้อนหินปาใส่แม้มันจะไม่พังลงมาแต่ก็เกิดเป็รอยยาวเค้ากล่าวต่อก่อนที่จะเดินขึ้นรถม้าว่า “แต่หากอาจารย์ของข้ารู้ว่าศิษย์สืบทอดกลับถูกเรียกว่าสว่ะ และท่านผู้เฒ่าหลวนซานทราบว่าแขกที่เค้าเชิญมาไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าเมืองข้าว่าท่านคงไม่ยินดีเท่าไหรยังไงก็เคยมีคนกล่าว จะตีหมาต้องดูเ้าของ หากข้าผ่านมาทางนี้ หรือตลอดเวลาที่เรารวมมื้อกันถ้าหากไม่เห็นคนพวกนี้อีกข้าอาจไม่พูดถึงมันและลืมไปในที่สุดก็ได้”เค้ากล่าวจบก็ขึ้นรถมาไปกับเป่ยซาน
เมืองหลงหนิงขึ้นมาบนรถก็พบเป่ยซานมีสีหน้าที่ดูกังวนหลงหนิงจึงถามว่ามีเื่อะไรรึป่าว นางลังเลอยู่สักครู่ก่อนจะกล่าวออกมาว่า“ข้ารู้สึกถึงพลังปราณที่แข็งแกร่งมาก แม้จะไม่ได้แข็งแกร่งเท่าข้าหรือท่านพี่เป่ยหาน แต่พลังนี้นั้นกลับทำให้ทุกคนเดินลมปราณปั่นป่วนแม้แต่พี่เป่ยหานยังดูลำบาก แต่ข้ากลับไม่รู้สึกอันใด”
หลงหนิง ยิ้มก่อนจะตอบนางกลับไปว่า“นี้หละคือข้อได้เปรียบของผู้ใช้ปราณพิษแม้จะไม่แข็งแกร่งเท่าไหรแต่หากใช้ถูกวิธีผู้แข็งแกร่งมากมายก็พลาดท่าได้สาเหตุที่ตัวเ้าไม่เป็ไรเพราะข้าเคยบอกแล้วว่าตัวเ้ามีเืของข้า พิษทั่วไปทำไรเ้าไม่ได้และยิ่งเป็พิษที่มาจากปรารณของข้าเ้าจะาเ็ได้ยังไง”
เป่ยซานมองหน้าหลง หนิงพักนึงก่อนที่จะเขินอายและหันหน้าหลบไป “แล้วท่านพี่ของข้าจะเป็ไรมัย”นางถามด้วยน้ำเสียงเป็ห่วง
หลงหนิงเงียบลงครู่หนึ่งก่อนจะตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบว่า“หากไม่ได้รับยาแก้พิษจากข้าโดยไว อาจจะทำให้เสียชีวิตได้รึไม่ก็พลังปรานเสียหายไม่อาจฝึกยุทธต่อได้”
เป่ยซานใและหันมามองหน้า หลงหนิงที่กำลังอมยิ้ม ก่อนที่เค้าจะหัวเราะและผู้ออกมาว่า “ข้าไม่ได้คิดจะเอาชีวิตใครพวกนั้นแค่ขยับไม่ได้สักพักก็ กลับมาเป็ปกติแล้ว” เป่ยซานคิดโมโหในใจแต่ก็มีความรู้สึกแปลกๆเพราะไม่เคยมีใครหยอกล้อนางเช่นนี้มาก่อนหลง หนิง
“แต่อย่าได้ประมาทไปการที่ขยับตัวไม่ได้แล้วเดินลมปราณลำบากก็ได้เปรียบมากในการต่อสู้หากวันได้เ้าซึมซับเืของข้าที่อยู่ในตัวได้สำเร็จข้าจะสอนเอง” หลง หนิงกล่าว
นางหันมามองเค้าด้วยดวงตาเป็ประกาย“จริงๆ น่ะ ต้องสอนข้าน่ะ” หลง หนิงอมยิ้มและพยักหน้าให้นางก่อนที่ทั้งสองจะจบการสนทนาและปล่อยให้รถม้าพาพวกเค้าไปยังปลานทาง
ผ่านไปสักพักใหญ่รถม้ามาหยุดลงที่หอการค้าภายในเมืองแต่ไม่ใช้ทางปกติที่เค้าเคยใช้เมื่อครั้งที่แล้วเค้าลงมาได้ไม่ทันไรก็ได้ยินเสียงการต่อสู้กันเกิดขึ้น หลง หนิง รีปพุงไปยังที่เกิดเหตุ ตรงหน้ามีทหารยาม 3 คน กำลังต่อสู่กับนักดาบหญิงคนหนึ่งและมีผู้ชายวัยกลางคนยืนคุ้มเชิงอยู่แม้จะถูกรุม3 ต่อ 1 แต่นักดาบหญิงคนนั้นกับไม่มีทีท่าว่าจะเสียเปรียบ ขณะที่ดาบใหญ่สองเล่มเตรียมเข้าปะทะ หลง หนิง ะโเข้าไป ตรงกลางของการต่อสู้แม้จะไม่รวดเร็วมากแต่ก็เป็ท่าร่างทีแปลกตาดูอ่อนไหวแต่กับแข็งแกร่งหลง หนิงวาดท่าฝ่ามือผีเสื้อโบยบินหลบคมดาบและซัดไปที่ใบดาบเหล็กเล่มใหญ่ ปลิวหลุดจากมื้อทหารทั้งสองราวกับไม่มีน้ำหนัก นักดาบหญิงเมื่อเห็นผู้ที่มาก็ทำการหยุดมื้อและหลบไปด้านข้าง“พี่ ซูหลิน ท่านคิดว่าท่านจะสามารถแอบเข้าไปหอการค้าแห่งนี้ได้ง่ายๆเลยรึ” หลงหนิง หันไปพูดกับนักดาบหญิง “ต่อให้เป็วังหลวงข้าก็จะบุกไปช่วยท่าน” นางตอบกลับมา
ตามความทรงจำของร่างนี้แล้วซูหลิน คือเด็กผู้หญิงที่พ่อของเค้าช่วยมาจากการถูกกวาดล้างนางถูกรับมาเลี้ยงใน่ที่หลง หนิงยังเด็กนางและเค้าเปรียบเสมือนพี่น้อง แม้จะต่างบิดา-มารดา ในวัยเด็กซูหลินคือคนที่อยู่ข้างกายเค้ามากที่สุดคนหนึ่งเมื่อนางอายุได้ 8 ขวบ แม่ของเค้าได้ทำการส่งมอบวิชาประจำตระกูลเพลงดาบหิ่งห้อยคืนให้กับเธอหลังจากนั้นมาเธอมุ่งมั่นในการฝึกยุทธรเพื่อที่จะไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายพวกเค้าได้อีกต่อไป
“พวกเ้าเป็ใครบังอาจบุกรุกไม่รู้รึไงว่าที่นี้คือที่ไหน” ทหารยามนายหนึ่งะโออกมาแม้จะเพิ่งถูกปลดอาวุธแต่ก็ไม่ได้แสดงความหวั่นเกรงออกมาสักเท่าไหร่ถือว่าเป็โชคของหอการค้าแห่งนี้ที่ได้คนกล้ามาทำงาน “หยุดได้แล้ว”เสียงชายวัยกลางคนที่ยืนมองจนถึงเมื่อสักครูกล่าวขณะเดินออกมา “ พวกเ้ายังไม่รีปหลบไปอีก นี้คือแขกที่นายหญิงไปเชิญมาด้วยตนเองคิดว่าใช่คนที่พวกเ้าจะสามารถขวางได้รึยังไง ข้าต้องขออภัยที่เสียมารยาท” คนดังกล่าวเดินมาโค้งคำนับเค้าตรงหน้าโดยมีเป่ยซาน ยืนมองอยู่ไกลๆ ทหารอีกคนมองเหมือนไม่เชื่อในคำพูดว่าเด็กน้อยตรงหน้าคือคนสำคัญขนาดที่นายหญิงแห่งหอการค้าต้องออกมาตอนรับด้วยตนเองแต่สิงที่สะดุดตาเห็นจะเป็เข็มกลัดสีทองส่องแสงที่มีแก่นสัตว์อสูรสีเขียวประดับอยู่พวกเค้ารีปทำความเคารพโดยทันที สำหรับพวกเค้าแล้วตราสีทองคือสิ่งที่ไม่อาจขัดและยิ่งมีแก่นสัตว์อสูรสีเขียวประดับอยู่ยิ่งเป็สิ่งที่ไม่อาจแตะต้องได้พวกเค้ายืนก้มหน้าด้วยความหวาดกลัวถึงภัยที่จะมาหา
“ปกติพวกท่านทำยังไงกับเหตุการณ์แบบนี้”หลงหนิงกล่าว เกิดความเงียบขึ้น หากลูกน้องผิด“หัวหน้ายอมมีความผิดข้าจะตัดแขนซ้ายและละทิ้งตำแหน่งของข้า หวังว่านายน้อยจะพอใจ”ชายคนที่เป็หัวหน้ากล่าว พร้อมสะบัดดาบไปที่แขนโดยไม่มีทีท่าลังเล เหตุการณ์เกิดขึ้นไวเกินกว่าที่จะมีใครสังเกตุแต่ดาบกลับหยุดก่อนถึงเป้าหมายของมัน ทุกคนใเป็อย่างมาก หลงหนิงใช้มื้อเปล่าของเค้าคว้าที่ใบดาบ จนได้รับาเ็ เค้าใช้พลังปราณหลอมรวมเืและทำการสกัดพิษเสียออกไปก่อนที่จะโยนเม็ดยาเพิ่มพลังปราณระดับต่ำเข้าไปในการหลอมครั้งนี้การหลอมโดยไม่มีเตาใช้ว่าจะมีโอกาสได้เห็นง่ายๆ แต่การหลอมโดยใช้พลังยุทธแทบเป็เป็ไปไม่ได้ เวลาค่อยๆเดินผ่านไปช้าๆแต่ไม่มีใครกล้ากล่าวอันใดออกมาเพราะกลัวว่าจะเป็การรบกวนผู้มีพลังยุทธต่ำอย่างนายทหารทั้งสอง กับพวกชูหลินแทบไม่กล้าจะหายใจเสียด้วยซ้ำเพราะกลัวว่าจะทำลายปาฏิหาริย์ กลิ่นยาถูกที่กลั่นและยิ่งไม่มีอะไรปิดกันไม่อาจปิดจมูกนักปรุงยาระดับสูงได้บัดนี้ผู้เฒ่าหลวนซานได้ยืนมองการกระทำของเค้าที่ด้านข้างเป่ยซานเวลาผ่านไปครู่ใหญ่ เค้าดึงเม็ดยาที่ถูกหรอมรวมออกม 8 เม็ดยาเ่าั้แลดูสะอาดตา
หลง หนิงคลายจะผิดหวัง เค้าดินไปหาซูหลิง “สองเม็ดนี้ของท่าน อีกสองเม็ดให้ทหารสองคนที่ท่านปะทะด้วยเมื่อสักครู่”หลง หนิงกล่าวแม้นางจะสงสัยแต่นางก็ทำตาม เค้าเก็บยาเม็ดที่เหลือลงในขวดจากนั้นเค้าใช้เข็มเงิน7 เล่มดูดซับเม็ดยาที่ดูสดใสก่อนที่มันจะหายไป “นี้คือผลที่ท่านจะได้รับจากการกระทำครั้งนี้ห้ามขัดคำสั่งข้าแม้แต่คำเดียว” หลง หนิง มองไปที่ชายคนที่เป็หัวหน้าชายคนนั้นเดินออกมาด้านหน้า “เชิญท่านสั่งมาได้เลย” หลงหนิงซัดเข็มที่ดูดซับเม็ดยาเอาไวไปยังร่างของชายคนนั้น“เดินพลังตามจุดที่ข้าปักเข็มเอาไวและดูดซับให้ได้มากที่สุด” หลงหนิง กล่าวแม้จะมีสีหน้าประหลาดใจแต่ชายคนนั้นก็ทำตาม เวลาผ่านไปเข็มที่อยู่บนร่างกายก็ค่อยๆทยอยออกมาที่หละจุดที่หละจุด จนเข็มเล่มสุดท้ายสีหน้าของชายคนดังกล่าวไม่สู้ดี หลง หนิงจึงรีปเข้าไปปรับลมปราณให้ทันทีไม่นานเข็มที่เจ็ดก็ถูกดันออกจากร่างกาย หลง หนิงะโหลบไปด้านข้างพลังที่พุงออกมาจากชายคนดังกล่าวกระจากออกมาทั่วบริเวณ “สำเร็จแล้วข้าทะลวงคอขวดลมปราณขึ้นมาระดับสามร้อยปีได้แล้ว” ทุกคนรู้สึกตื่นเต้นกับเหตุการณ์ที่อยู่ตรงหน้าชายคนนั้นหันไปทางหลง หนิง ก่อนที่จะเห็นว่าสีหน้าของเค้าไม่สู้ดีนัก หลง หนิงกระอักเลือกออกมา “นายท่าน” เค้าอุทานออกมาพร้อมทั้งรีปเข้าไปประคองตัวหลง หนิงเอาไวทุกคนต่างรีปลุกมาดูเค้า “ข้าไม่เป็ไร เป็เื่ธรรมดาที่พลังปราณที่มีเพียงน้อยนิดที่จะขัดต่อวิถีฟ้าหากไม่มีผลอะไรเลยมันคงเป็ไปไม่ได้ช่วยจัดห้องให้ข้าแล้วขอให้ข้าได้อยู่คนเดียวสักครู่” เค้าหันไปทางเป่ยซานนางเงยหน้าขึ้นมามองทหารทั้งสอง พวกเค้ารู้ดีโดยสายตารีปพยักหน้ารับคำก่อนที่จะรีปวิ่งออกไป...