อากิระกำลังตกที่นั่งลำบาก รอบตัวเขาถูกล้อมไว้ด้วยสมาชิกกิลด์ั์สีครามหลายร้อยคน ขณะที่เขากำลังหาวิธีที่จะเอาตัวรอดอยู่นั้น ก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้น
“ฮ่าฮ่าฮ่า ในที่สุดก็หมดฤทธิ์ซักทีนะไอ้สวะ”
‘หืม เสียงแบบนี้มัน’อากิระคิดขึ้นมาในใจ
“คราวนี้แหละแกได้ตายจริงๆแน่ ไอ้สวะ”
ตอนนั้นเองเ้าของเสียงได้ปรากฏตัวออกมาให้อากิระได้เห็น
‘ชัดเลย ไอ้เวรนี่เอง’แล้วอากิระก็ปั้นหน้ายิ้มแล้วกล่าว
“มาให้ฆ่าอีกแล้วเหรอครับ คุณเครน”
“หนอย แก”พอเครนได้ฟังก็แค่นเสียงกล่าวออกมา “ดี ฉันก็อยากรู้เหมือนกันว่าแกจะเอาตัวรอดไปจากพวกเราทั้งหมดได้ยังไง”
‘ยั่วโมโหได้ง่ายชะมัดเลยไอ้โง่นี่’อากิระคิดด้วยอารมณ์เซ็งๆ
พวกสมาชิกเริ่มบีบวงแคบเข้ามาเรื่อยๆแล้ว ถ้าปล่อยไว้เขาคงต้องเสียเปรียบจนมี่ทางรอดแน่ พอคิดได้แบบนั้นแล้ว
ก้าวพริบตา
เพียงแค่พริบตาเดียวอากิระก็มาปรากฏตัวอยู่ด้านหลังของเครนแล้วเหวี่ยงดาบเข้าใส่โดยมีเป้าหมายอยู่ที่คอของเครน แต่ไม่ทันดาบจะััตัวของเครน เครนที่ระวังตัวอยู่ก่อนแล้วพอเห็นอากิระหายไปก็รีบะโออกจากที่เดิมทำให้ดาบของอากิระที่น่าจะตัดคอของเครนนั้น ฟาดเข้าที่หลังแทน
“อั่ก แกโดนล้อมไว้ขนาดนี้ยังกล้าสู้อีกเรอะ”เครนกล่าวออกมาด้วยความเ็ป
“หืม แล้วทำไมพอโดนล้อมแล้วผมต้องยอมแพ้ด้วยครับ”กล่าวด้วยรอยยิ้มเหี้ยม “แค่ฆ่าพวกคุณจนกว่าจะมีช่องโหว่ให้ออกไปได้ก็พอ”
“ปากดีนัก พวกแกรออะไรอยู่ฆ่ามันซะ”เครนะโสั่ง
สิ้นเสียงพวกสมาชิกแห่งกิลด์ั์สีครามก็เข้าโจมตีใส่อากิระทันที อากิระต้องรีบรับมือกับศัตรูที่อยู่ในระยะประชิด อีกทั้งยังต้องหลบการโจมตีจากเวทย์มนต์และธนูอีกด้วย
“นี่มันไม่สนพวกเดียวกันเลยรึไงฟะ”อากิระสบถออกมา
เวลาผ่านไปเพียงไม่นานผู้เล่นกิลด์ั์สีครามก็ล้มตายไปกว่าห้าสิบคนทั้งจากฝีมือของอากิระและการโจมตีของพวกมันเอง แต่สภาพของอากิระก็ไม่สู้ดีนักดั่งคำว่าน้ำน้อยย่อมแพ้ไฟ อากิระในตอนนี้มีาแเต็มตัว แถมหมดสภาพที่จะต่อสู้เรียกได้ว่าแค่ยืนก็เต็มกลืน
“ฮ่าฮ่าฮ่า ไงปากดีไม่ออกแล้วเรอะ ไอ้สวะ”เครนเดินมาแล้วกล่าวเหยียดหยาม
“หึ ได้ยินแบบนี้จากคนกระจอกถึงขนาดที่ต้องเอาพวกมารุมแบบนี้เนี่ย รู้สึกรับไม่ได้จริงๆนะครับ”อากิระยังคงยิ้มและกล่าวออกมา
“เหอะจะตายแล้วยังปากดีอีก ได้งั้นเดี๋ยวฉันจะลงดาบสังหารแกเดี๋ยวนี้แหละ การต่อสู้ของแกกับฉันจะได้จบลงซะที”เครนกล่าว
พอได้ฟังอากิระก็คิ้วกระตุกทันที ไอ้บ้านี่มันอะไรกันคราวก่อนก็ถูกอากิระฆ่าตายง่ายๆ คราวนี้ถ้าสู้กันตัวต่อตัวมันก็คงถูกอากิระฆ่าตายภายในไม่กี่นาทีแน่ อากิระที่เหลืออดกับเครนแล้วจึงตอบกลับด้วยความหงุดหงิด
“อย่าได้ใจนักไอ้กระจอก แกน่ะถ้าตัวคนเดียวล่ะก็ไม่มีโอกาสที่ขวานแกจะได้โดนตัวฉันด้วยซ้ำ ถึงยังไงซะต่อให้ตายฉันก็จะลากแกไปด้วยให้ได้ล่ะวะ”
“ถ้าแกทำได้ก็ลองดู !!!”เครนตวาดออกมาแล้วฟาดขวานเข้าใส่ร่างของอากิระ หมายตัดให้ขาดสะพายแล่ง แต่ทันทีที่ขวานฟันเข้าใส่ร่างของอากิระไปได้ครึ่งตัวเครนก็ต้องรีบปล่อยมือจากขวานแล้วถอยออกมา
อากิระใช้่จังหวะที่ร่างกำลังถูกผ่าออกจากกัน แทงดาบในมือเข้าใส่ร่างของเครน แม้เครนจะะโออกไปได้ก็ตามแต่ดาบของอากิระก็แทงทะลุท้องของเครนไปก่อนแล้วเช่นกัน ทว่าาแที่อากิระสร้างนั้นไม่ได้เข้าจุดสำคัญ เครนจึงรอดมาได้
เครนที่ะโหลุดจากดาบที่แทงทะลุร่างของตนแล้วก็ต้องหอบหายใจอย่างหนัก ตอนนี้เขารู้สึกหวาดผวาอย่างจริงจัง
เกิดมาเขาไม่เคยเห็นใครจะบ้าดีเดือดได้ขนาดนี้มาก่อน ทั้งๆที่ถูกขวานผ่าเข้าร่างไปกว่าครึ่งร่าง แต่ก็ยังข่มความเจ็บแล้วพยายามจะคร่าชีวิตเขาไปด้วยอีก
เครนเงยหน้ามองร่างอากิระ ร่างนั้นค่อยๆสั่นโงนเงน แล้วล้มลงในที่สุด เขายังคงมองร่างของอากิระอย่างไม่วางใจ และพอเห็นว่าร่างของอากิระไม่ขยับแน่นอนแล้วเขาจึงค่อยเหยียดริมฝีปากแล้วะเิเสียงหัวเราะออกมา
“ฮ่าๆๆๆๆๆ ในที่สุด…ในที่สุดก็ฆ่ามันได้แล้ว”
บรึ้ม!!!!!!!!!!!!
เสียงะเิที่ดังขึ้นทำให้เครนที่กำลังหัวเราะต้องหยุดเสียงหัวเราะทันที เขาหันกลับไปมองทางทิศที่มีเสียงะเิแล้วเขาก็ต้องเบิกตากว้างเพราะจุดที่ะเินั้น อยู่ทางปราสาทกิลด์ของพวกเขานั่นเอง
“เกิดอะไรขึ้นวะ”เครนสบถออกมา
“แกไม่จำเป็ต้องรู้หรอก”เสียงหนึ่งดังขึ้นมาทำให้เครนเบิกตากว้างแล้วรีบหันกลับมา ภาพที่เห็นทำให้เครนต้องเบิกตาค้างอย่างตกตะลึง
อากิระลุกขึ้นมาด้วยสภาพร่างที่มีแผลเหวอะหวะ มองมาด้วยสายตาราวกับสัตว์ป่าจ้องเหยื่อ ที่สำคัญร่างนั้นกำลังปรากฏรอยร้าวจำนวนมาก
“ฉันบอกแล้วไง ว่าถึงตายก็จะลากแกไปด้วย แล้วก็คงมีอีกหลายคนที่ต้องตามฉันกับแกไป”
สิ้นคำของอากิระร่างของเขาก็แตกออกราวกับกระจก และในตอนนั้นเองชีวิตของเครนและสมาชิกกิลด์ั์สีครามกว่าสี่สิบคนที่โจมตีโดนร่างของอากิระก็จบลงตามไปด้วย
ย้อนกลับไปเล็กน้อยหลังจากที่อากิระ เทมเพสต์ และลูน่า แยกทางกัน
ทางด้านเทมเพสต์ และลูน่านั้นมีคนไล่ตามน้อยกว่าอากิระจึงสามารถหนีได้ไม่ยากเย็นนัก หลังจากสลัดพวก กิลด์ั์สีครามมาได้พวกเขาก็ถอดผ้าคลุมและหน้ากากออกแล้วอ้อมไปพบกันทางด้านเหนือของเมือง
“โห เ้าบ้าอากิระนี่มันสุดๆเลยแฮะ คิดมาได้แผนเอาตัวเองเป็ตัวล่อ”เทมเพสต์กล่าวออกมาขำๆ
“พี่เทมเพสต์ ไม่ต้องหัวเราะเลยนะคะ เราต้องรีบทำตามมแผนต่อแล้ว”ลูน่ากล่าวตำหนิ
“เอาน่าๆ เธอนี่จะซีเรียสไปถึงใหนกัน”เทมเพสต์ยังคงพูดปนหยอก
“ถ้าพี่เทมเพสต์ ไปเป็ตัวล่อล่ะก็หนูจะไม่ซีเรียสเลยล่ะค่ะ”ลูน่าประชดกลับ
เทมเพสต์นั้นไม่อยากต่อปากต่อคำด้วยจึงเงียบลง พลางคิดในใจ
‘ยัยเด็กติดพี่เอ๊ย!!!’
“หวังว่าพี่เขาจะเอาตัวรอดได้นะคะ”ลูน่ารำพึงออกมา
แล้วทั้งสองก็เดินทางต่อไปยังปราสาทของกิลด์ั์สีคราม พอใกล้ถึงปราสาททั้งสองก็ลอบโจมตีสมาชิกกิลด์สองคนแล้วจับมัดเอาทิ้งไว้ในซอยเล็ก ซอยหนึ่ง แล้วทั้งคู่ก็หยิบไอเทมหน้ากากเบือนลักษณ์ มาใส่จากนั้นทั้งสองก็เปลี่ยนสภาพเป็เหมือนกับสมาชิกกิลด์ั์สีครามที่พวกเขาจบเอาไว้
จากนั้นทั้งคู่ก็เดินทางต่อเพื่อไปปราสาทกิลด์ั์สีคราม จนกระทั่งพวกเขามาถึงในที่สุด
“โอ้โห สภาพเหมือนที่อากิระบอกเลย”เทมเพสต์พูดออกมาอย่างตื่นเต้น
“ช่างมันเถอะค่ะเรารีบลงมือเถอะ”ลูน่าตัดบทอย่างหงุดหงิด
“จ้าๆ”เทมเพสต์ตอบรับอย่างเซ็งๆ
แล้วทั้งสองก็ก้าวเข้าไปสู่ปราสาทตรงหน้า เป็ปราสาทหินอ่อนที่มีคลองกว้าวกว่า 50 เมตร ล้อมรอบน้ำในคลองนั้นมีสีม่วงเข้มขนาดที่แค่ดูก็รู้ได้ทันทีว่ามีพิษ สี่ด้านรอบปราสาทมีสะพานข้ามฟากอยู่ เป็สถานที่ที่มีชัยภูมิที่ง่ายต่อการรับมือศัตรูเป็อย่างมาก
“งั้นเริ่มกันเลยเถอะ”เทมเพสต์พูดขึ้นมา
“ค่ะ”ลูน่าตอบรับอย่างสั้นๆ แล้วทั้งสองก็แยกย้ายกันไปทำหน้าที่ตามแผนที่วางไว้
ทางด้านอากิระหลังจากที่แยกกับพวกเทมเพสต์มาได้เขาก็ต้องหนีอย่างเต็มที่เพื่อสลัดพวกั์สีครามให้พ้น
ก้าวพริบตาต่อเนื่อง
อากิระใช้ก้าวพริบตาหลายครั้งจนสามารถทิ้งห่างพวกั์สีครามมาได้ไกลพอสมควรแล้วเขาก็เลี้ยวเขาไปในตรอกแห่งหนึ่ง
มนตราระดับ 3 เวทย์มายา – ร่างงกระจกเงามายา
พริบตาที่เข้ามาในตรอกได้เขาก็รีบใช้เวทมนต์ทันที และสิ่งที่ปรากฏขึ้นก็คือร่างๆหนึ่งที่มีลักษณะเหมือน อากิระทุกประการหากจะมีอะไรที่แตกต่างกันก็คงเป็เพียงร่างนั้นมีรูปลักษณ์ภายนอกที่สลับด้านกับอากิระ ราวกับเป็ภาพสะท้อนในกระจก แล้วอากิระก็ะโลงไปหลบในทางระบายน้ำ แล้วปล่อยให้ร่างกระจกเงามายาวิ่งล่อพวกั์สีครามไป
อากิระเดินตามเส้นทางระบายน้ำใต้ดิน โดยเปิดแผนที่ขึ้นดูแล้วเดินตามไปโดยมีจุดหมายอยู่ที่ปราสาทกิลด์ั์สีคราม
พอเขามาถึงแล้วก็จัดการหยิบหน้ากากเบือนลักษณ์ออกมาใช้ ใบหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปทันที ชุดที่ใส่ก็กลายเป็ชุดสีดำล้วน แล้วเขาก็ขึ้นไปตามท่อระบายน้ำที่อยู่ในตรอกที่ใกล้ปราสาทที่สุด
ดูเหมือนว่าร่างกระจกเงาของเขาจะสามารถตบตาพวกั์สีครามและสามารถล่อพวกมันให้ตามไปได้สำเร็จตรงหน้าเขา เป็ปราสาทหินอ่อนที่มีคลองพิษล้อมรอบ มีเพียงสะพานสี่ทิศเท่านั้นที่จะสามารถนำทางให้คนเข้าไปด้านในได้ ที่บริเวณรอบๆปราสาทมีต้นใม้ใหญ่อยู่ประปราย อากิระที่มีถึงก็พบว่ายามเฝ้าที่นี่ไม่มีเหลืออยู่แล้วจึงยิ้มออกมา
“หืม ดูเหมือนเทมเพสต์กับลูน่าจะทำตามแผนสำเร็จสินะ”
ว่าแล้วอากิระก็รีบใช้ก้าวพริบตาเคลื่อนที่เข้าไปในปราสาท เพื่อให้เข้าไปถึงเร็วที่สุดและเงียบที่สุดหลังจากที่ อากิระไปถึงแล้วเขาก็รีบปีนขึ้นไปซ่อนตัวบนต้นไม้ที่อยู่ในบริเวณปราสาท
หลงจากขึ้นมาได้สำเร็จเขาก็ส่งสัญญาณให้กับพวกเทมเพสต์ว่าตัวเขาพร้อมแล้ว
ระหว่างนั้นเขาก็ซ่อนตัวเพื่อรอสัญญาณจากเพื่อน เพียงไม่นานก็มีการส่งสัญญาณมาจากลูน่า อากิระจึงส่งสัญญาณกลับให้เริ่มโจมตีทันที
บรึ้ม!!!!!
‘ร่างกระจกเงามายาถูกสังหารค่ะ’
‘ผู้เล่นอากิระสังหารผู้เล่นเครนค่ะ’
‘ผู้เล่นอากิระสังหารผู้เล่น….ค่ะ’
‘ผู้เล่นอากิระสังหารผู้เล่น….ค่ะ’
‘ผู้เล่นอากิระสังหารผู้เล่น….ค่ะ’
…………………………………………
สิ้นเสียงรายงานที่ดังต่อจากเสียงะเิ อากิระก็มองไปยังสะภาพโดยรอบตอนนี้สะพานที่จะใช้ข้ามมาสู่ปราสาทกิลด์ทั้งสี่ทิศถูกะเิจนพังพินาศทั้งหมดนี่เป็แผนของเขาที่ให้เทมเพสต์และลูน่าจัดการ เพื่อป้องกันไม่ให้กำลังเสริมของผู้เล่นกิลด์ั์สีครามเข้ามาได้
จากนั้นไม่นานก็ปรากฏร่างของชายคนหนึ่งที่เดินนำลูกน้องประมาณสามสิบคนออกมาจากปราสาทกิลด์
“นั่นนะเหรอโอเกอร์ผู้นำแห่งกิลด์ั์สีคราม”อากิระกล่าวออกมาลอยๆ
โอเกอร์นั้นท่าทางจะดูหงุดหงิดเป็อย่างมาก แล้วโอเกอร์ก็ทำในสิ่งที่อากิระเห็นแล้วต้องขมวดคิ้วทันที ภาพที่เห็นคือโอเกอร์ที่กำลังทำร้ายลูกน้องของตนแถมที่สำคัญคนที่ถูกทำร้ายยังเป็ผู้หญิงด้วย
“มันเป็บ้าอะไรของมัน”อากิระสบถออกมา “คนที่ถูกซ้อมนั่นไม่ได้ใส่ชุดของกิลด์ คงเป็ NPC รับใช้สินะ”
พูดออกมาเพียงเท่านี้ อากิระก็คิดได้ว่าต้องรีบลงมือก่อนที่พวกผู้เล่นที่ออกไปตามล่าร่างเงาของเขาจะกลับมาแล้วหาทางข้ามคลองเข้ามายังปราสาทได้
คิดได้ดังนั้นเขาจึงถอดหน้ากากเบือนลักษณ์ออกทำให้เขากลับมาอยู่ในสภาพปกติของตน แล้วลงจากต้นไม้
“ดูเหมือนว่าจะกำลังอารมณ์ไม่ดีนะครับคุณโอเกอร์”อากิระเดินออกมาจากมุมมืด พร้อมกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“แกเป็ใคร”โอเกอร์กล่าวถามออกมา
“ชื่อของผมคือ อากิระ ยินดีที่รู้จักครับ”อากิระยิ้มเหี้ยมออกมาในทันที
“ก…แกคนที่พวกฉันตามล่าอยู่นี่”โอเกอร์สบถออกมา
“ถูกต้องครับ”
“ฆ่ามันซะ”
สิ้นเสียงตอบของอากิระโอเกอร์ก็สั่งให้ลูกน้องเข้าสังหารอากิระ
ตูม!!!!
ทว่าสียงะเิที่ดังขึ้นด้านหลังทำให้พวกโอเกอร์ต้องรีบหันไปดูตรงนั้นมีสมาชิกกิลด์สองคนที่ยืนอยู่ หลังจากนั้นสมาชิกกิลด์ทั้งสองคนก็ดึงชุดออกเผยให้เห็นหญิงชายคู่หนึ่ง
ชายหญิงคู่นั้นก็คือเทมเพสต์และลูน่านั่นเอง ตอนนั้นเองทั้งเทมเพสต์ ลูน่า และอากิระก็ยิ้มออกมา
ได้เวลาที่ั์สีครามต้องสิ้นชื่อแล้ว