เช้าวันรุ่งขึ้น ฤทธิ์ยาได้หมดไปแล้วทำให้ธานันต์สามารถขยับตัวได้ปกติ มองไปเห็นธนอินทร์นอนอยู่ในท่าตะแคงหันหลังให้ ธานันต์เพียงแต่จะสะกิดให้เขาตื่นเท่านั้น ทันใดนั้นธนอินทร์หันมาหาแล้วลืมตารีบจับมือธานันต์และบีบอย่างแรง สายตาธนอินทร์ในตอนนี้เหมือนนักฆ่ามาก
“ข้าแค่จะมาปลุกเ้าเท่านั้น ไม่ได้จะทำอะไรเ้าสักหน่อย”
“จำไว้นะ ธานันต์ อย่าทำแบบนี้อีก ข้าพร้อมจะฆ่าใครก็ได้ที่ลอบเข้ามาด้านหลังแบบนี้ ตอนนี้ข้าจดจำอดีตไม่ได้ ไม่รู้ว่าแต่ก่อนข้าเป็ใคร โปรดระวังตัวไว้ด้วย” ธนอินทร์พยายามเตือน
“ข้ารู้แล้ว ตอนนี้เ้าก็ปล่อยมือข้าได้แล้ว ข้าเจ็บ”
เมื่อธนอินทร์ยอมปล่อยมือ ธานันต์จึงรีบเดินออกห่างจากธนอินทร์ทันที ในใจคิดว่า” เ้าคงมีประวัติไม่ธรรมดาแน่ ถือเป็คนที่มีฝีมือด้านการต่อสู้ดีมาก ปฏิกิริยารวดเร็ว เพราะขนาดข้าได้ฝึกทหารมาอย่างหนักแล้ว ยังหลบเ้าไม่ทัน พลาดให้เ้าจับเสียได้ หากเ้าชักอาวุธออกมา ข้าคงตายไปแล้ว”
“เ้าหิวมั้ย เมื่อคืนข้าไปขโมยอาหารมาเก็บไว้บางส่วน อ่ะนี่” ธนอินทร์ยื่นอาหารและกระบอกน้ำให้
“อื้อ ขอบใจ” ธานันต์รับอาหารมาทาน
“แล้วพวกเราจะไปไหนต่อล่ะเนี่ย”
“ต่อไปเดี๋ยวข้านำทางเอง รับรองไม่หลงทางเหมือนเ้าหรอก” ธานันต์พูดเหน็บแนมเพราะเจ็บใจที่ธนอินทร์ไปช่วยช้า
“เอาน่า เลิกโกรธข้าได้แล้ว ตอนนี้เ้าก็ปลอดภัยดีแล้วนี่” ธนอินทร์กลับมาทำหน้าทะเล้นใส่
หลังจากนั้นทั้งสองก็พากันเดินไปตามทางแคบๆ จนกระทั่งถึงทางตัน ธานันต์รีบหมุนหัวงูเห่าที่ทางขวามือริมสุด ประตูก็เลื่อนเปิดออกเอง แล้วทั้งสองก็รีบเดินเข้าไป เมื่อมองไปรอบๆ ห้อง เห็นแต่เป็ห้องว่างเปล่าๆ
“ไม่เห็นมีอะไรเลย ธานันต์ มาถูกทางแน่หรอ”
“สิ่งที่พวกเรา้ามันอยู่บนนั้นต่างหากเล่า ธนอินทร์”
“เฮ้ย แล้วจะขึ้นไปยังไงล่ะทีนี้ ไม่เห็นจะมีทางขึ้นหรือบันไดไว้ปีนเลย”
“ข้าไม่น่าโดนมอมยาเลย ไม่เช่นนั้นก่อนเข้ามาจะได้ตระเตรียมมีดและเชือกไว้ปีนขึ้นไป” ธานันต์กล่าว
“เ้าก็น่าจะบอกข้าซะก่อน ถึงข้ามีมีดสั้น แต่ก็ไม่ได้เตรียมเชือกมาซะด้วย” ธนอินทร์กล่าว
“โดนมอมยาซะขนาดนั้น ข้าคงมีแรงพูดกับเ้าหรอกนะ เอาเถอะ เลิกพูดได้แล้ว เ้าพอมีแรงส่งตัวข้าขึ้นไปได้มั้ย” ธานันต์เสนอความคิดใหม่
“ก็พอไหวนะ งั้นก็ลองดูเถอะ”
“แต่ตอนเ้าส่งตัวข้าขึ้นไป ให้เ้าหลับตาด้วย ตอนนี้ข้าใส่กระโปรงอยู่ เ้าต้องแสดงตัวเป็สุภาพบุรุษ” ธานันต์กังวล
“นึกว่าข้าอยากจะเห็นรึยังไง ข้าไม่มองหรอกมันเสียสายตา”
ธานันต์เม้มปาก แต่ก็รีบตัดสินใจเดินถอยหลังพอให้มีระยะวิ่ง พอเธอวิ่งไปถึงธนอินทร์ ขาข้างหนึ่งก้าวไปเหยียบที่มือที่ประสานกันของธนอินทร์เพื่อให้เขาส่งตัวเธอขึ้นไป้า ธานันต์สามารถใช้มือทั้งสองจับขอบของช่องที่เก็บตำราได้พอดี แล้วปีนขึ้นไปได้อย่างง่ายดาย ภายในช่องที่เก็บนั้นกว้างพอที่จะให้ตัวของเธอคลานเข่าเข้าไปหยิบตำราได้ และโชคดีที่ในนี้มีบันใดเชือกวางอยู่ด้วย ธานันต์จึงใช้ผ้ามัดตำราติดไว้กับตัว แล้วไต่ลงบันไดเชือกทันที
“โห มีบันไดเชือก ก็น่าจะแสดงไว้ั้แ่แรก เอาไปซ่อนไว้ทำไมก็ไม่รู้ ข้าต้องมาเปลืองแรงส่งตัวเ้าขึ้นไปอีก” ธนอินทร์บ่น
“เลิกบ่นเถอะ เ้าหญิงซานัสท่านไม่อยากให้ใครรู้ว่าตำราเก็บไว้้าน่ะ ถ้าใครเห็นบันได ก็ต้องเข้าใจว่าต้องขึ้นไปถึงได้ของมีค่า ใช่มั้ยล่ะ”
“ครับ ครับ ครับ พวกเราออกไปกันเถอะ”
*****************************************
ทั้งคู่ออกมาข้างนอก พบว่ามีทหารคอยตามหาธานันต์เต็มไปหมด มีทหารนายหนึ่งพูดว่า “หาผู้หญิงที่ชื่อธานันต์ให้เจอล่ะ เห็นว่าพ่อหลวงทรงโปรดนางมาก”
“เออๆ ว่าแต่สงสารผู้หญิงที่เข้าไปถวายตัวทดแทนนางนะ ได้ข่าวว่าถูกย่ำยีซะไม่เหลือชิ้นดีเลย เพราะทรงกริ้วมากที่นังคนนั้นถูกคนมาช่วยเหลือไปได้”
“โหๆ ข้าไม่คิดว่าเ้าจะเสน่ห์แรงขนาดนี้เลยนะ ดูสิทหารเต็มไปหมดขนาดนี้ พวกเราจะหนีออกนอกวังได้ยังไง” ธนอินทร์บ่น
“หุบปากไปเลยธนอินทร์” สักพักธานันต์ก็ลอบทำร้ายทหารนายหนึ่งแล้วขโมยอาวุธของเขา ถอดเสื้อของเขาออกมาแล้วโยนไปธนอินทร์ทันที “อ้าว สวมเสื้อซะ ทดแทนเสื้อตัวนี้ เสร็จแล้วก็รีบตามมา”
“ครับ ครับ นายหญิง”
ธานันต์วิ่งนำธนอินทร์ไปยังห้องลับอีกที่หนึ่งซึ่งอยู่ใกล้กับห้องบรรทมของเ้าหญิงซานัส ลักษณะกลไกสร้างคล้ายๆ กันคือ เมื่อเดินมาถึงทางตันให้หมุนหัวงูเห่า ประตูจะเปิดเอง และหมุนหัวงูเห่าจากด้านใน ประตูก็จะปิด
“จะว่าไปแคว้นซาตีมีช่องทางลับเยอะเหมือนกันนะเนี่ย” ธนอินทร์กล่าว
“เ้าหญิงซานัสทรงปรีชาน่ะ เสียดายพระนางไม่น่าสิ้นพระชนม์ก่อนวัยอันควรเลย” ธานัสพูดเสียงเศร้า
“แล้วช่องทางลับนี้จะไปทะลุที่ไหนล่ะ” ธนอินทร์ถาม
“ดินแดนทะเลทรายของเ้าไง พวกเราคงจะต้องไปที่นั่นก่อน แล้วค่อยออกเดินทางไปยังแคว้นพันธุ เพราะทั้งสองที่อยู่ใกล้กัน” ธานัสอธิบาย
“แล้วข้าจะบอกลูกน้องยังไงล่ะเนี่ย กลับมาตัวเปล่าเสียได้”
“เ้าก็บอกว่าพวกเราได้ลายแทงสมบัติมาแล้ว จะเดินทางไปแคว้นพันธุเพื่อหาสมบัติไง” ธานันต์เสนอความคิด
“ข้าไม่อยากโกหกลูกน้อง”
“ยังไงหากกอบกู้แคว้นซาตีได้สำเร็จ เ้าหญิงซาติกานต์ก็ทรงบำเหน็จรางวัลให้เ้าอยู่แล้วล่ะ นี่แหละสมบัติที่จะให้ลูกน้องเ้าไง” ธานันต์อธิบาย
“ได้ๆ ข้าจะลองเชื่อเ้า” ธนอินทร์ยอมทำตาม