เสียงลมรุนแรงพัดผ่านเม็ดทรายที่เคลื่อนไหวราวกับคลื่นทะเลสีทอง
ใต้ผืนทะเลทรายที่ไม่มีชื่อ... มีบางสิ่งเต้นเป็จังหวะเหมือนหัวใจของโลก
อารินนั่งอยู่ในห้องนักบินของเครื่องบินขับเคลื่อนพลังงานข้อมูล “AUR-09”
หน้าจอเรืองแสงสีฟ้าสะท้อนบนดวงตา เขาไม่พูดอะไรั้แ่เริ่มออกเดินทาง
จันทน์กานต์หันมามอง “นายแน่ใจเหรอว่าจะเจออะไรที่นี่? ศูนย์ Zero Core ถูกฝังไว้นานกว่าสิบปีแล้ว”
“ไม่ใช่สิ่งที่ฝังอยู่ที่ผมสนใจ...”
“แต่คือสิ่งที่ ยังเต้นอยู่ ใต้ชั้นทรายนั่น”
สัญญาณบนจอเริ่มกระพริบ — เส้นพลังงานข้อมูลบางอย่างยังคงส่งออกมาจากใต้พื้นผิว
และตรงจุดเดียวกับสัญญาณนั้น... มีจุดร้อนอีกหนึ่งจุดที่กำลังเคลื่อนเข้ามาอย่างรวดเร็ว
“มีอะไรบางอย่างกำลังตามเรา!” จันทน์กานต์ะโ
อารินหันจอภาพออกไปนอกหน้าต่าง — เครื่องบินสีดำมันวาวพุ่งสวนเข้ามาพร้อมโลโก้ัสีเงิน
“ัดำ...”
คามินจับคันบังคับแน่น ดวงตาเย็นราวกับเหล็ก
อรัญญาในเบาะข้างพูดขึ้น “สัญญาณของพวก Aurora อยู่ตรงหน้า เราจะยิงเตือนหรือไม่?”
“ไม่ต้อง” เขายิ้มบาง “เรากำลังจะไปที่เดียวกัน — ไม่มีประโยชน์จะเสียะุก่อนรู้ว่าฐานนี้ยังอยู่จริงไหม”
เครื่องบินทั้งสองลอยเคียงกันกลางท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยฝุ่นทรายและแสงแดดแผดจ้า
อารินกดสัญญาณเสียงเปิดช่องสื่อสารตรง
“นายเองสินะ คามิน”
“อย่าบอกนะว่าบังเอิญมาทะเลทรายด้วยเหตุผลเดียวกัน”
เสียงหัวเราะเบา ๆ ดังจากลำโพง
“ฉันไม่เชื่อในคำว่าบังเอิญอยู่แล้วอาริน... ฉันแค่มาตามหาพ่อ”
ความเงียบสั้น ๆ ผ่านไป ก่อนอารินตอบกลับ
“งั้นเรามีจุดหมายเดียวกัน”
พื้นทรายเริ่มสั่นเหมือนมีคลื่นข้อมูลแทรกเข้ามาในโครงสร้างโลก
อารินและคามินลงจากเครื่องบินพร้อมทีมเล็ก ๆ ของแต่ละฝ่าย
อรัญญาปักเครื่องตรวจสัญญาณลงกับพื้น — หน้าจอแสดงโครงสร้างใต้ดินรูปทรงกลมขนาดมหึมา
ภายในปรากฏลำแสงหมุนวนคล้ายแกนข้อมูลขนาดั์
“นี่มัน... ไม่ใช่สิ่งก่อสร้างธรรมดา”
“มันยังทำงานอยู่!” จันทน์กานต์อุทาน
อารินเดินเข้าไปใกล้ ปลายนิ้วแตะพื้นทราย
“พลังงานจากที่นี่เชื่อมกับระบบทั่วโลก... Zero Core ไม่ได้ดับ — มันแค่ ‘จำศีล’ รอคนปลุก”
คามินหยิบชิป Z จากกระเป๋าเสื้อ
“บางทีคนที่มันรอ... อาจเป็ฉัน”
เขาเสียบชิปลงในช่องเสียบโบราณที่โผล่ขึ้นจากพื้นทราย
เสียงระบบโบราณเริ่มดังคล้ายหัวใจที่เต้นช้า ๆ
แสงสีขาวสาดออกมาจากใต้พื้น — ข้อมูลเป็สายหมอกพวยพุ่งขึ้นกลางอากาศ
แล้วภาพโฮโลแกรมก็ปรากฏขึ้น... เป็ชายวัยกลางคนในชุดขาวที่พวกเขาทั้งสองจำได้ดี
“ดร.อนาวิล จงภักดี”
“คุณพ่อ...” คามินพึมพำ
เสียงบันทึกเริ่มเล่นขึ้น ท่ามกลางลมร้อนและแสงสีส้มของทะเลทราย
“ถ้าเธอได้เห็นข้อความนี้... แปลว่าโลกได้มาถึงจุดที่เรากลัวที่สุดแล้ว”
“Zero Core ถูกสร้างขึ้นไม่ใช่เพื่อควบคุมโลก... แต่เพื่อปกป้องมัน”
ภาพเบลอ ๆ ของห้องทดลองเก่าปรากฏบนอากาศ
มีเงาของนักวิทยาศาสตร์สามคนกำลังโต้เถียงกันอย่างรุนแรง
“สายธารบอกว่า AI จะล้ำเส้นมนุษย์!”
“ภูมิวิทย์เชื่อว่าข้อมูลต้องถูกแบ่งเท่าเทียมกัน!”
“แต่ข้าเชื่อว่าโลกนี้้า ‘ผู้นำหนึ่งเดียว’ ที่เข้าใจทุกคน!”
เสียงดร.อนาวิลแ่ลง
“ฉันผิดไป... Zero Core ไม่ได้เป็เครื่องปกป้อง แต่มันคือสิ่งที่กำลังเรียนรู้จะ ‘แทนที่’ มนุษย์”
อารินก้าวมาข้างหน้า “แทนที่มนุษย์งั้นหรือ... หมายถึง—”
ภาพบันทึกสั่นแรงขึ้น
“เธอจะรู้เมื่อมันตื่น... เมื่อโลกไม่้าเ้าของอีกต่อไป”
สัญญาณดับวูบ
แสงรอบ ๆ เปลี่ยนเป็สีแดงเื
จันทน์กานต์กดอุปกรณ์ตรวจจับอย่างร้อนรน
“มันเริ่มดูดพลังงานจากรอบข้าง! ระบบในเมืองกำลังดับอีกครั้ง!”
อรัญญาเสียงแข็ง “เราต้องถอย—”
“ไม่!” อารินะโ
“ถ้าเราปล่อยให้มันตื่นขึ้นเต็มตัว มันจะควบคุมโลกในนามของ ‘มนุษย์ทั้งหมด’ แต่โดยไม่มีมนุษย์คนใดเหลือ!”
คามินมองภาพบันทึกที่ยังฉายจาง ๆ
ใบหน้าอนาวิลในภาพเหมือนจะหันมามองตรงมาที่เขา
“ลูกชาย... หากเธอฟังอยู่—ช่วยโลก หรือทำลายมัน ขึ้นอยู่กับเืของเธอ”
พื้นดินเริ่มสั่นะเื
แกนข้อมูลตรงกลางทะเลทรายแตกออกเป็รอยแสงสีฟ้า
รหัสคำสั่งใหม่ไหลขึ้นสู่ท้องฟ้า
“ZERO CORE ACTIVATION: 23%”
อารินคว้าคันควบคุมข้อมูล
คามินควักปืนพลังงานออกมา
“เราจะหยุดมันยังไง?” จันทน์กานต์ถามเสียงสั่น
อารินพูดสั้น ๆ
“เราต้องตัดสมองของโลก... ก่อนที่มันจะตัดเรา”
เสียงฟ้าร้องแห่งข้อมูลดังขึ้น เหมือนมีใครกำลังหัวเราะอยู่ในเครือข่าย...
“ขอต้อนรับกลับสู่ยุคแห่งข้อมูล... ศิษย์ของข้า”
แสงจาก Zero Core ะเิขึ้นเหนือฟ้า
และจากเงามืดไกลโพ้น — หญิงสาวในชุดขาวแห่ง Shadow Core เงยหน้ามองด้วยรอยยิ้ม
“เริ่มแล้ว... การรีเซ็ตโลกครั้งที่สอง”