ท่ามกลางราตรีอันมืดมิด เสียงฟ้าร้องคำรามดังกึกก้องไปทั่วผืนฟ้า เม็ดฝนโปรยปรายลงมาไม่ขาดสาย บนเส้นทางสายเปลี่ยวที่ทอดยาวผ่านหมู่บ้านชนบทอันห่างไกล หยางเฟิง หัวหน้าหน่วยสืบราชการลับผู้มากฝีมือ กำลังก้าวเดินอย่างยากลำบาก เนื้อตัวของชายหนุ่มเปรอะเปื้อนไปด้วยโคลนและเื
ใบหน้าคมคาย เผยดวงตาสีดำคมกริบดุจเหยี่ยว และร่างกายกำยำล่ำสันของชายหนุ่มเผยให้เห็นถึงความเ็ปจากาแที่ได้รับาเ็สาหัสจากการถูกซุ่มโจมตีของกลุ่มฏที่ซ่อนตัวอยู่ใกล้เมืองจินหลง พวกลูกน้องของเขาถูกศัตรูล้อมกรอบจนต้องแตกหนีเอาตัวรอด ในฐานะหัวหน้ากลุ่ม หยางเฟิงจึงต้องสละตัวเองเพื่อเปิดทางให้พวกเขาหนีไปได้ เขาต่อสู้กับพวกฏอย่างดุเดือด แต่ก็ไม่อาจต้านทานกำลังที่มากกว่าของพวกมันได้ เขาถูกยิงเข้าที่สีข้างจนเืไหลอาบหยางเฟิงกัดฟันข่มความเ็ป พยายามตะเกียกตะกายหนีออกจากวงล้อมของศัตรู เขาต้องหนีไปออกไปให้ได้และกลับไปรายงานเื่นี้ให้ทางการทราบให้ได้ เขาต้องไม่ยอมให้พวกฏลอยนวล
หลังจากฝ่าวงล้อมออกมาหยางเฟิงเดินโซซัดโซเซไปตามเส้นทางที่ไม่คุ้นเคย เขาไม่รู้ว่าตัวเองอยู่ที่ไหน และจะไปทางไหนต่อ เขาได้แต่เดินไปเรื่อยๆ หวังว่าจะพบหมู่บ้านหรือผู้คนบ้าง
หยาดฝนเริ่มหนาเม็ดขึ้นเรื่อย ๆ สายลมพัดกระโชกแรง หยางเฟิงหนาวสั่นและหิวโหย เขาเริ่มรู้สึกเหนื่อยล้า อ่อนเพลีย และวิงเวียนศีรษะ เขาอยากจะหยุดพัก แต่เขาก็รู้ดีว่าเขาไม่สามารถทำเช่นนั้นได้ เขาต้องรีบก้าวเดินต่อไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งสายตาของเขาเหลือบไปเห็นบ้านดินหลังเล็กตั้งอยู่โดดเดี่ยวริมชายป่า
"น่าจะมีคนอาศัยบ้านดินหลังนี้..." ชายหนุ่มบ่นพึมพำกับตัวเอง ด้วยสัญชาตญาณของสายลับ เขาจึงตัดสินใจเสี่ยงเข้าไปขอความช่วยเหลือ แม้จะไม่รู้ว่าจะพบเจอกับสิ่งใดก็ตาม
หยางเฟิงพยายามรวบรวมกำลังเฮือกสุดท้าย เดินโซซัดโซเซไปยังบ้านดินหลังนั้น ก่อนจะใช้มือที่สั่นเทาผลักประตูรั้วไม้เก่าคร่ำคร่าที่ปิดไว้เพียงแค่เขาเขย่าประตูเบาๆ ก็สามารถเกิดเข้าไปในลานบ้านได้ ชายหนุ่มเดินเข้าไปด้านในมุ่งเข้าสู่ตัวบ้าน เสียงฝีเท้าของเขาแ่เบาลงเมื่อย่างเดินเข้ามา
"สหาย…ผมต้องขออภัยที่ต้องรบกวนยามวิกาลเช่นนี้" หยางเฟิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ขณะพยายามเคาะประตูบ้านดินหลังนั้นอย่างแ่เบา
แต่ไร้ซึ่งเสียงตอบรับ ประตูรั้วไม้เก่าผุพังไม่ได้ล๊อคไว้อยู่แล้ว หยางเฟิงจึงตัดสินใจเปิดประตูเข้าไปอย่างระมัดระวัง ภายในบ้านมืดสนิท มีเพียงแสงจากฟ้าแลบเป็ระยะที่สาดส่องให้เห็นข้าวของเครื่องใช้เก่าๆ หยางเฟิงค่อยๆ เดินสำรวจไปรอบๆ บ้าน เขาได้ยินเสียงลมหายใจแ่เบาจากห้องหนึ่ง
เขาจึงตัดสินใจเปิดประตูห้องนั้นเข้าไป และพบกับภาพที่ทำให้เขาถึงกับตะลึง
บนเตียงไม้เก่าๆ มีร่างของหญิงสาวคนหนึ่งนอนหลับสนิทอยู่ แสงจันทร์ส่องกระทบผิวกายขาวผ่องของเธองดงามราวกับเทพธิดา หยางเฟิงเผลอมองภาพนั้นอยู่นาน เขารู้สึกราวกับเวลาหยุดนิ่ง
"สหาย..." หยางเฟิงเอ่ยเรียกเบาๆ แต่หญิงสาวไม่มีทีท่าว่าจะตื่น เขาจึงตัดสินใจเข้าไปใกล้ๆ เพื่อดูหญิงสาวที่นอนหลับอยู่บนเตียงเขาเขย่าตัวเธอเบาๆ
""อื้อ อย่ามากวน คนจะนอน" หลินเสี่ยวเหยาครางอย่างหงุดหงิดเมื่อรู้สึกว่ามีคนมารบกวน ปกติเธอเป็คนตื่นตัวได้ง่าย แต่วันนี้เนื่องจากเธอทานยาแก้ไข้ไป ทำให้เธอรู้สึกง่วงนอน
ชายหนุ่มมิได้ใส่ใจเสียงครางประท้วงนั้น เขายังคงจ้องมองใบหน้างดงามราวกับภาพวาดนั้นอย่างไม่วางตา ก่อนจะยื่นมือไปปัดปอยผมที่ปรกหน้าผากมนของเธอออกอย่างแ่เบา จนหญิงสาวรู้สึกตัวตื่นขึ้น
"สหายชายคุณคือใคร" เสียงหวานใสของหลินเสี่ยวเหยาดังขึ้น ทำให้หยางเฟิงสะดุ้งเล็กน้อย เขามองไปยังเ้าของเสียง พบว่าเธอปรือตาขึ้นแล้ว แต่ยังคงนอนอยู่บนเตียง
"สวัสดีครับผมชื่อ หยางเฟิง" หยางเฟิงตอบตะกุกตะกัก
"นี่คุณ…เข้ามาในบ้านของฉันได้ยังไง?" หลินเสี่ยวเหยาลุกขึ้นจากที่นอน ดวงตาสีน้ำตาลของเธอจ้องมองหยางเฟิง อย่างระแวดระวัง
หยางเฟิงพยายามรวบรวมสติเพื่อตอบคำถามนั้น แต่เขากลับรู้สึกว่าสติของเขากำลังเลือนรางลงไปทุกขณะ
"สหายผม... ถูกยิง" หยางเฟิงพูดได้เพียงเท่านั้น ก่อนที่ร่างสูงใหญ่ของเขาจะล้มลงไปข้างเตียง หญิงสาวเบิกตากว้างด้วยความใ รีบพุ่งไปประคองร่างของชายหนุ่มไว้
"สหายหยางเฟิง คุณเป็อะไรไป" หลินเสี่ยวเหยาเขย่าตัวหยางเฟิง แต่ชายหนุ่มก็ไม่มีทีท่าว่าจะรู้สึกตัว
"ไม่นะ..." เธอพึมพำ "นี้คุณถ้าจะตาย ก็ไปตายที่อื่นสิ ทำไมต้องมาตายที่บ้านฉันด้วย"
หลินเสี่ยวเหยาขยุ้มหัวเพื่อตั้งสติ พยายามควบคุมความตื่นตระหนกของตัวเอง แม้จะบ่นออกมาอย่างนั้น แต่หลินเสี่ยวเหยาก็ยังประคองร่างสูงใหญ่ของหยางเฟิงให้นอนลงบนเตียงของเธออย่างเบามือ เธอรู้ดีว่าต้องห้ามเืให้เขาโดยเร็วที่สุด มิเช่นนั้นเขาอาจจะสิ้นใจได้ทุกเมื่อ
หญิงสาวจึงตัดสินใจถอดเสื้อของชายหนุ่มออก เพื่อที่จะได้เห็นาแได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ทันทีที่เสื้อถูกดึงออก รอยสักรูปัขนาดใหญ่ที่แผ่นหลังของเขาก็ปรากฏขึ้นต่อสายตาของเธอ หลินเสี่ยวเหยาสะดุ้งเล็กน้อย ัตัวนี้ดูราวกับมีชีวิต ราวกับกำลังจะพุ่งออกมาจากิัของเขา
ความทรงจำเกี่ยวกับนิยายที่เธออ่านค่อย ๆ ไหลย้อนกลับมา เธอจำได้ว่าในนิยาย หยางเฟิง ที่เป็ตัวร้ายในนิยายก็มีลายสักรูปัเช่นเดียวกัน หรือว่าเขาจะเป็ตัวร้ายในนิยาย หลินเสี่ยวเหยาคิดอย่างลังเล ว่าจะช่วยคุณตัวร้ายดีหรือไม่
'ถ้าฉันไม่ช่วยเขา หยางเฟิงก็คงตายในบ้านของฉัน'
หลินเสี่ยวเหยาเลยตัดสินใจ เธอจะช่วยหยางเฟิง แม้ว่าเขาจะเป็ตัวร้ายในนิยายก็ตาม ช่วยชีวิตคน... ดีกว่าสร้างเจดีย์เจ็ดชั้น เธอจะไม่ปล่อยให้เขาตาย แต่ในเวลานี้ เธอไม่มีเวลาที่จะคิดถึงเื่อื่นใดอีกแล้ว สิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนี้คือการช่วยชีวิตชายหนุ่ม หลินเสี่ยวเหยานึกถึงประสบการณ์ในชาติที่แล้ว ในวันที่โลกาวินาศ เนื่องจากหมอมีจำนวนจำกัด สมาชิกในทีมของเธอจึงต้องฝึกฝนการรักษาาแให้กันและกันอยู่เสมอ
หลินเสี่ยวเหยาหยิบขวดยาแก้วใบเล็กออกมาจากมิติ ข้างในบรรจุแคปซูลสีขาวขุ่น บรรจุผงยาสีเหลืองอ่อน นี่คือยาปฏิชีวนะที่ทรงพลังที่สุดในยุคปัจจุบัน ยาชนิดนี้สามารถกำจัดเชื้อแบคทีเรียที่ร้ายแรงที่สุดได้ภายในเวลาไม่กี่วัน หากเป็ยุค 70 นี้ ยาปฏิชีวนะยังเป็สิ่งที่หายากและมีราคาแพงมาก
หลังจากนั้น หลินเสี่ยวเหยาก็เริ่มทำความสะอาดาแของหยางเฟิงอย่างระมัดระวัง เธอใช้ผ้าสะอาดชุบน้ำต้มสุกเช็ดคราบเืออกอย่างเบามือ ก่อนจะใช้แอลกอฮอล์เช็ดรอบๆ าแเพื่อฆ่าเชื้อโรค
เธอสำรวจาแของหยางเฟิงอย่างละเอียด ะุฝังลึกอยู่ในเนื้อ เสี่ยงต่อการติดเชื้ออย่างรุนแรง หัวใจของหลินเสี่ยวเหยาเต้นระรัว เธอไม่เคยทำการผ่าตัดมาก่อน แต่ตอนนี้เธอไม่มีทางเลือกอื่น
"ขอโทษนะคุณตัวร้าย" หลินเสี่ยวเหยาพึมพำ ก่อนจะใช้มีดคมกริบขนาดเล็กที่อยู่ในห้างสรรพสินค้านำมาลาดแอลกอฮอล์ก่อนจะกรีดลงบนิัของชายหนุ่มอย่างระมัดระวัง เธอพยายามควบคุมมือไม่ให้สั่น กัดฟันข่มความหวาดกลัวที่แล่นขึ้นมาเมื่อเห็นเืไหลออกมา
'ยัยบ้าขนาดซอมบี้ยังฆ่ามาแล้วไม่ถ้วน จะมากลัวอะไรกับแค่เห็นเื' หลินเสี่ยวเหยาดุหัวเองในใจ
เธอค่อยๆ ตั้งสติ ใช้แหนบคีบะุออกมาจากาแ หยดเหงื่อผุดพรายบนหน้าผาก เธอรีบใช้สำลีชุบแอลกอฮอล์เธอเช็ดทำความสะอาดรอบๆ าแ ก่อนจะเทยาปฏิชีวนะลงไป
หลังจากทำแผลเสร็จ หลินเสี่ยวเหยาก็ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ เธอใช้ผ้าพันแผลพันรอบหน้าอกของหยางเฟิงอย่างแ่า หวังว่ายาจะช่วยให้เขาหายดีขึ้น
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องพักเล็กๆ แห่งนี้ มีเพียงเสียงลมหายใจแ่เบาของหยางเฟิงที่ดังเป็ระยะ หญิงสาวขยับเข้าไปใกล้ รู้สึกถึงไออุ่นแ่เบาจากร่างกายของชายหนุ่ม
หลินเสี่ยวเหยาเมื่อเห็นใบหน้าของคุณตัวร้ายเริ่มดีขึ้น เธอก็มานั่งนึกถึงเนื้อหาในนิยาย เธอพยายามปะติดปะต่อเื่ราวในนิยายที่เธออ่านกับเหตุการณ์ตรงหน้าให้เข้ากันได้
"หยางเฟิง..." เธอพึมพำชื่อนี้ออกมาเบา ๆ ในนิยายที่เธอเคยอ่าน หยางเฟิงคือนายพลหนุ่มผู้โเี้ ไร้ความปราณี เขาคือศัตรูตัวฉกาจของพระเอกผู้แสนดี
"แล้วทำไมเขาถึงมาอยู่ที่นี่? คำถามมากมายผุดขึ้นมาในหัวของหลินเสี่ยวเหยา ในนิยายชายหนุ่มได้รับาเ็สาหัสจากการต่อสู้กับพวกฏที่ซุ่มโจมตี และหลินฮวาเป็คนพบเขาเข้าโดยบังเอิญ และเขาก็ตกหลุมรักหลินฮวาที่ได้ช่วยเหลือเขาไว้ และคอยเป็ขาทองคำ ปกป้องนางเอก หลินเสี่ยวเหยาไม่เข้าใจว่าคุณตัวร้ายว่าโผล่ที่บ้านเธอได้อย่างไรเธอนั่งคิดอยู่นาน แต่ไม่มีคำตอบใด ๆ ปรากฏ
เธอตัดสินใจที่จะไม่ด่วนสรุป เธอจะรอให้ชายหนุ่มฟื้นขึ้นมา แล้วค่อยถามความจริงจากปากของเขาเอง
ดวงตากลมโตของเธอจ้องมองนาฬิกาที่อยู่ในมิติ ตัวเลขบอกเวลา 02:30 น. หลินเสี่ยวเหยาถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะลุกขึ้นจากเตียงอย่างเงียบเชียบ
ก่อนจะเดินมาหยิบหมอนใบเล็ก ผ้าห่มผืนบาง และเสื่อทอมือผืนหนาออกมาจากห้างสรรพสินค้าในมิติของเธอเอง หลินเสี่ยวเหยาค่อยๆ ปูเสื่อลงบนพื้นข้างๆ เตียงไม้ ที่ซึ่งคุณตัวร้ายกำลังนอนหลับสนิทอยู่ ใบหน้าหล่อเหลาของเขาดูดีขึ้น าแก็ไม่น่าเป็ห่วง หญิงสาวก็มาจัดแจงวางหมอนและห่มให้ตัวเอง
"เื่ของคุณตัวร้าย พรุ่งนี้ค่อยว่ากัน" เสี่ยวเหยาพึมพำกับตัวเองเบาๆ ก่อนจะทิ้งตัวลงนอนบนเสื่อข้างๆ ชายหนุ่ม แม้จะไม่คุ้นเคยกับการนอนบนพื้นแข็งๆ แต่ความง่วงทำให้เธอหลับตาลงได้อย่างง่ายดาย