นี่ออกจะเป็สถานการณ์พิลึกพิลั่นไปเสียหน่อย
เวลาล่วงเลยไปกว่าหนึ่งจิบชาแล้วที่นางนั่งจ้องหน้ากับหมูตัวหนึ่ง ข้ามองเ้า เ้ามองข้าอยู่เช่นนี้โดยไม่กล่าวคำใด ในความทรงจำของนางไม่มีตำราเล่มไหนหรือคำสอนใดกล่าวถึงสัตว์อสูรที่มีรูปลักษณ์เหมือนหมูก็ไม่เชิงสุนัขก็ไม่ใช่เช่นนี้มาก่อน
ิัของมันเป็สีชมพูดังลูกท้อ เรียบลื่นดุจแพรไหม ปกคลุมด้วยขนสีอ่อนเบาบาง อีกทั้งยังอ้วนท้วนอุดมสมบูรณ์ มองแค่ตัวเห็นอยู่ชัด ๆ ว่าเป็หมู แต่พอเลื่อนสายตาไปมองหัวแล้วก็ชวนให้คนสับสนอยู่บ้าง ตัวเป็หมูหัวเป็สุนัข สัตว์อสูรเช่นนี้ไม่เคยได้ยินมาก่อน
“สัตว์อสูรล้วนหลีกหนีให้ไกลจากข้า แต่เ้ากลับขวัญกล้ามาอยู่ใกล้ เ้าเป็ตัวอะไรกันแน่”
ฉิงเฟิ่งกวาดสายตามองร่างอ้วนกลมที่นอนนิ่งอยู่ท่าเดิมไม่ยอมขยับ คิ้วงามโค้งขึ้น เริ่มเข้าใจอะไรขึ้นมาเลือนราง
“เ้า…คงไม่ใช่ว่ากินเยอะจนขยับตัวไม่ได้กระมัง”
เห็นทีสมุนไพรล้ำค่ามากมายที่นางตามหาคงอยู่ในท้องของเ้าตัวนี้เป็แน่
“ข้าเคยเห็นหมูเป็เช่นนี้มาก่อน เวลาพวกมันกินอิ่มก็ชอบนอนนิ่งอยู่ในปลักโคลน”
ดวงตาดำขลับถลึงตาใส่นางด้วยสายตามุ่งร้าย หากไม่ใช่เพราะไม่อาจขยับ เกรงว่าตอนนี้คงกระโจนเข้ามาฉีกกระชากนางเป็ชิ้น ๆ ไปแล้ว
ข้าไม่ใช่หมู!
“เ้าพูดภาษามนุษย์ได้?”
ครานี้นางประหลาดใจเข้าแล้วจริง ๆ ในตำราบันทึกไว้ว่าสัตว์อสูรระดับสิบสองจะสามารถพูดภาษามนุษย์ได้ แต่นั่นก็เป็เพียงตัวหนังสือที่พิสูจน์ไม่ได้ การเจอสัตว์อสูรระดับสิบเอ็ดขึ้นไปใช่ว่าอยากเจอก็จะเจอ ด้วยพวกมันจะอาศัยอยู่ในหุบเขาหมื่นพิษที่ตั้งอยู่ในส่วนที่ลึกที่สุดของป่าโลหิต หุบเขาหมื่นพิษที่แม้กระทั่งสัตว์อสูรยังหันหนี ยังต้องพูดถึงผู้ฝึกตนด้วยหรือ เพราะไม่เคยพบจึงไม่มีผู้ใดสามารถบอกได้ว่าสัตว์อสูรระดับสิบสองสามารถพูดภาษามนุษย์ได้จริงหรือไม่ สุดท้ายก็เป็เื่เล่าขานเท่านั้น
ฉิงเฟิ่งมองเ้าตัวน้อยเบื้องหน้าอย่างเคลือบแคลง หากเ้าตัวกลมเป็สัตว์อสูรระดับสิบสองจริง ๆ ก็นับว่านางได้เปิดหูเปิดตาแล้ว
“เหตุใดตอนที่ข้าสำรวจถ้ำจึงไม่เห็นเ้า” นางถามอย่างสงสัย
หึ! มนุษย์ก็สายตาย่ำแย่เช่นนี้
นางพลันรู้สึกหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออกยามถูกดวงตากลมโตมองมาอย่างเหยียดหยาม แต่เมื่อใคร่ครวญดูแล้ว ที่เ้าตัวอ้วนกล่าวมาก็ไม่นับว่าไร้เหตุผล
มนุษย์มีสายตาย่ำแย่จริง ๆ
ฉิงเฟิ่งหยัดกายลุกขึ้น เหม่อมองออกไปนอกถ้ำที่เริ่มมีแสงอรุณปรากฏรำไร
“ข้าต้องไปแล้ว ถ้ำนี่ยกให้เ้าแล้วกัน” นางเดินไปเก็บข้าวของที่มีเพียงย่ามกับมีดสั้นเล่มหนึ่ง ลวดลายเมฆาคล้อยที่สลักอยู่บนด้ามมีดตกกระทบลงบนดวงตาวาววับที่ลอบมองตาม
มีดนั่นเ้าได้มันมาอย่างไร
ฉิงเฟิ่งชะงัก เงียบงันอยู่ครู่หนึ่งก็ตอบกลับไป
“คนผู้หนึ่งให้มา” นางเหลือบมองไปยังท้องอ้วนกลมแวบหนึ่ง “สิ่งนี้เ้ากินไม่ได้”
สตรีหน้าตาย! ข้าไม่ได้จะกินมันเสียหน่อย!
“จะรู้หรือ ข้าได้ยินว่าหมูกินทุกอย่าง”
ข้าบอกว่าข้าไม่ใช่หมู! ข้าเป็ถึง-
“เ้าเลิกะโได้หรือไม่ เป็เด็กต้องพูดจาออดอ้อนเสียหน่อยถึงจะน่าเอ็นดู เ้าะโทุกคำเช่นนี้ทำให้ข้าปวดหูยิ่งนัก”
นางเอ่ยขัดเสียงเล็ก ๆ ที่พูดหนึ่งคำก็ะโ พูดสองคำก็ตะคอกจนแก้วหูของนางร้าวไปหมดแล้ว
จะ…เ้า!
นั่นประไร ะโอีกแล้ว
เดี๋ยว! อะแฮ่ม..พาข้าไปด้วย
ฉิงเฟิ่งหมุนตัวกลับไปมองในถ้ำ ส่ายหน้าปฏิเสธโดยไม่แม้แต่จะหยุดคิด “ไม่ ข้าไม่อยากเพิ่มภาระให้ตนเอง”
ถ้าเ้าไม่พาข้าไปด้วย เ้าไปที่ใดข้าก็จะตามไปกินสมุนไพรพวกนั้นให้หมด ไม่เหลือให้เ้าแม้เพียงต้นเดียว
นางหัวเราะแ่เบา สาวเท้าเข้าไปใกล้จอมอันธพาลน้อย “เช่นนั้นข้าก็จะกินเ้าก่อน เท่านี้เ้าก็ตามไปก่อกวนข้าไม่ได้แล้ว”
เ้ากล้า?
“เหตุใดมนุษย์ที่ไม่มีอะไรตกถึงท้องนอกจากผลไม้ไม่กี่ลูกกับหมั่นโถวเย็นชืดลูกเดียวจะไม่กล้าด้วยเล่า อีกทั้งในตอนนี้เ้าก็เคลื่อนไหวไม่สะดวก..”
สตรีอำมหิต! กระทั่งสัตว์ตัวเล็ก ๆ ไร้กำลังเ้าก็ยังจะลงมือ
ฉิงเฟิ่งถอนหายใจ ทั้งเอ็นดูทั้งจนใจ เ้าตัวน้อยนี่ประเดี๋ยวก็บอกว่านางเป็สตรีหน้าตาย ประเดี๋ยวก็บอกว่านางเป็สตรีอำมหิต แต่ละคำล้วนหาดีไม่ได้
“เ้าจะตามข้าไปทำไมกัน”
ก้อนกลมบนพื้นไม่ได้ตอบมาในทันที มันพยายามลุกขึ้นยืนสี่ขาอย่างทุลักทุเล วุ่นวายอยู่ครู่หนึ่งก็สามารถยืนหยัดบนขาสั้นป้อมนั่นได้ ใบหน้าที่ปกคลุมไปด้วยขนสีขาวเงยหน้ามองนาง
เ้ามีกลิ่นอายของท่านผู้นั้น
ฉิงเฟิ่งชะงักงัน ใจดวงน้อยกระตุกวูบ ประสานสายตากับดวงตาสุกใสอย่างค้นหา
“เ้ารู้จักเขา?”
ข้าเคยพบเขาเพียงครั้งเดียว ทว่าตัวตนท่านผู้นั้นยิ่งใหญ่เหลือคณา ถึงจะพบแค่เพียงครั้งแต่ก็ไม่มีวันลืม กลิ่นอายของเขาในตัวเ้าแข็งแกร่งจนข้าคิดว่าเป็เขาที่เข้ามาในถ้ำ แต่กลับกลายเป็เ้าที่ดูอ่อนแอยิ่งนัก น่าเสียดายที่เขา...เพราะมนุษย์ผู้นั้น…
เสียงเล็ก ๆ พูดกระท่อนกระแท่นไม่ต่อเนื่อง สุดท้ายก็เงียบไป
ทว่าฉิงเฟิ่งกลับกระจ่างแก่ใจดีว่ามันกำลังพูดถึงเื่อะไร ั์ตาดอกท้อฉายแววเศร้าโศกล้ำลึกก่อนจะจางหายไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งไว้เพียงประกายความหม่นหมองเบาบาง
“ไปเถอะ ข้าเสียเวลามามากพอแล้ว”
เอ๊ะ เ้าตกลงให้ข้าตามไปได้งั้นหรือ
“มีเ้าอยู่ อย่างน้อยวันไหนไม่มีอะไรกินข้าก็ไม่ต้องกังวล”
สตรีโเี้!
นางคิดถูกที่ตัดสินใจพาเ้าตัววุ่นวายน้อยมาด้วย
เ้าตัวน้อยมีประสาทรับกลิ่นสมุนไพรที่เยี่ยมยอดยิ่งนัก เพียงครึ่งชั่วยามภายในแหวนมิติของนางก็เต็มไปด้วยสมุนไพรล้ำค่า แต่ละชนิดล้วนทำให้นางสุขสบายมีกินมีใช้ไปทั้งชีวิต
เ้ามีแหวนมิติ เหตุใดต้องสะพายย่ามด้วยเล่า
“เสี่ยวหยวน หากเ้าเป็โจร เห็นคนผู้หนึ่งมีแหวนมิติ ส่วนอีกคนมีเพียงย่ามเก่า ๆ เ้าจะเลือกปล้นผู้ใด”
ที่แท้เ้าเพียงไม่อยากล่อผึ้งเรียกผีเสื้อ แล้วข้าก็บอกแล้วอย่างไรเล่าว่าข้ามีชื่อ เหตุใดยังเรียกเสี่ยวหยวนอยู่อีก
ฉิงเฟิ่งเอนกายพิงต้นไม้ด้านหลัง มองดูเสี่ยวหยวนยัดหลินจือพันปีตามด้วยวารีจันทราเข้าปากต้นแล้วต้นเล่าก็รู้สึกว่าควรต้องเอ่ยห้ามเ้าตัวตะกละน้อยเสียหน่อย
“เสี่ยวหยวน หากเ้ากินมากจนขยับไม่ได้อีก ข้าจะทิ้งเ้าไว้ที่นี่”
เหตุใดเ้าใจร้ายนัก ข้าอยู่ในวัยกำลังโต สิ่งเหล่านี้ต้องกินให้มากหน่อยถึงจะถูก
ฉิงเฟิ่งพลันพูดสิ่งใดไม่ออก แล้วหมูตัวไหนกันที่เถียงนางก่อนหน้านี้ว่าตนโตเต็มวัยแล้ว จะมาเรียกเสี่ยวหยวนเหมือนเรียกเด็กน้อยผู้หนึ่งเป็เื่ที่ไม่ควรทำอย่างยิ่ง
แล้วนี่เ้าจะยังไปเก็บสมุนไพรเพิ่มอีกหรือไม่
“แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว”
เช่นนั้นหลังจากนี้เ้าจะทำสิ่งใดต่อ
ทำสิ่งใดต่องั้นหรือ เวลานี้สิ่งที่นาง้าที่สุดคือเงิน สิ่งที่จะนำไปแลกเงินก็มีแล้ว เหลือเพียงสถานที่ แน่นอนว่านางกลับไปที่เมืองไฉ่หงไม่ได้ และไม่อาจกลับไปแคว้นเยว่ ไม่รู้ว่าเฉินซือหยางเลิกตามหานางหรือยัง จริงอยู่ที่นางไม่ได้สลักสำคัญให้พวกเขาเปลืองเวลาด้วยถึงเพียงนั้น แต่นางก็ไม่กล้าวางใจกลับไปใน่เวลานี้
“ข้าจะไปแคว้นเหลียง”
ที่นั่นมีสิ่งที่นาง้า เพียงแต่…
แคว้นเหลียงอยู่ห่างจากแคว้นเยว่กี่พันกี่หมื่นลี้ เ้าจะไปที่นั่นได้ต้องอาศัยเงินจำนวนไม่น้อย ตอนนี้เ้ามีเงินอยู่เท่าไหร่กัน
ฉิงเฟิ่งขมวดคิ้ว ค้นในย่ามอยู่ครู่หนึ่งก็เงยหน้าขึ้นมา ความผิดหวังกระจายไปทั่วใบหน้าหมดจด
“ข้ามีอยู่สองตำลึงเงิน…”
์ เสื้อคลุมเ้ามีค่าควรเมืองเพียงนี้ ข้าก็หลงคิดว่าเ้าร่ำรวยไม่น้อย ไม่คาดคิด…ที่แท้เป็เพียงคนจนผู้หนึ่งเท่านั้น
คนจนผู้หนึ่งจ้องเขม็งไปยังเสี่ยวหยวนที่กำลังพูดพล่ามน้ำเสียงรื่นเริง นึกอยากลุกขึ้นไปเตะเ้าตัวน้อยให้กระเด็นสักที ยิ่งก้มมองเงินน้อยนิดที่นอนนิ่งอยู่ในถุงเงินก็ยิ่งทดท้อใจ พูดไม่ออกแม้เพียงครึ่งคำ
หนทางร่ำรวยไหนเลยจะง่ายดายปานนั้น
_______________
ข้อมูลเพิ่มเติม
1 จิบชา = เวลา 3 หรือ 5 นาทีโดยประมาณ
'ล่อผึ้งเรียกผีเสื้อ' เป็สำนวน หมายถึง ดึงดูดความสนใจ
_____
ใด ๆ คืออยากหยิกเ้าตัววุ่นวายน้อยมาก ปากแจ๋วไม่หยุด น้องเฟิ่งยังไม่ทันได้เลี้ยงลูกตัวเอง ตอนนี้คือปวดหัวกับลูกหมูนำไปก่อนละ 5555555