“ตะวัน...หลับหรือยังจ๊ะ”เสียงร้องเรียกและเสียงเคาะประตูเบาๆ ของศศิธร ทำให้กานต์ระพีที่เพิ่งจะล้มตัวลงนอนไปเมื่อสักครู่นี้ จำใจต้องลุกจากเตียงนุ่มแสนสบาย
“ยังค่ะพี่จันทร์” หญิงสาวร้องะโตอบกลับไป พลางเดินมาเปิดประตูให้พี่สาวเข้ามาในห้อง“มีธุระอะไรหรือคะพี่จันทร์ถึงได้มาหาตะวันถึงห้องแบบนี้”
“พี่มีเื่จะคุยด้วย” ศศิธรตอบแล้วเดินไปทรุดตัวลงนั่งบนเตียงกานต์ระพีเดินตามไปนั่งลงข้างๆ ก่อนจะถามอย่างสงสัย
“เื่อะไรคะ?”
“เื่เลโอ พี่มาขอร้องไม่ให้ตะวันหาเื่เขา”
“โหย...ทำไมพี่จันทร์พูดแบบนี้ล่ะ พูดเหมือนตะวันเป็อันธพาลอย่างนั้นแหละ”หญิงสาวโวยใส่หน้ามุ่ยพลางเม้มริมฝีปากอิ่มแน่นอย่างขัดเคืองใจ
“ก็เป็จริงๆนี่นา พี่ขอร้องล่ะตะวัน ยังไงๆเลโอก็เป็เพื่อนพี่และเคยช่วยเหลือพี่มาตลอดตอนที่พี่อยู่อิตาลี เขาเป็คนดีมากนะอย่าเอาการกระทำของโมเน่มาตัดสินเลโอเลย พี่ยืนยันว่าเลโอเป็คนดี”
“โอเคๆตะวันจะไม่หาเื่เขาอีกและก็จะไม่ยุ่งเกี่ยวด้วย ต่างคนต่างอยู่ พี่จันทร์ก็อย่าให้เขามายุ่งกับตะวันก็แล้วกัน พี่จันทร์มีเื่พูดแค่นี้ใช่ไหมตะวันจะได้นอนง่วงจะตายอยู่แล้ว” กานต์ระพีบอกเสียงงอนๆ แล้วล้มตัวลงนอนแล้วหลับตาลงเพื่อเป็การตัดบทสนทนาอย่างงอนๆ
ศศิธรถอนหายใจยาวด้วยความอ่อนใจ ก่อนจะลุกจากเตียงแล้วเดินไปปิดไฟในห้องและประตูห้องให้เรียบร้อย
รุ่งเช้าหลังจากทานข้าวเสร็จกานต์ระพีก็เตรียมตัวเข้าฟาร์มหญิงสาวออกจากบ้านมาที่คอกม้าก็ต้องหน้าตึง เมื่อเห็นบุคคลไม่พึงประสงค์กำลังลูบแผงคอม้าตัวโปรดของเธออยู่
“คุณมายุ่งอะไรกับเ้าเฟื่องฟ้าของฉัน”
“มันชื่อเฟื่องฟ้าเหรอครับชื่อน่ารักจัง” เลโอนาร์โด้หันมาส่งยิ้มให้อย่างไม่ใส่ใจกับน้ำเสียงกระด้างและท่าทีที่ไม่เป็มิตรของเธอแม้แต่น้อย
“ช่วยหลีกทางด้วยค่ะฉันจะเอาม้าออก” เธอบอกขณะเดินเข้าไปใกล้ชายหนุ่มหลบทางให้แต่โดยดีและชวนคุยไปด้วย
“ที่นี่ตอนเช้าๆ อากาศดีนะครับ” เมื่อเห็นเธอเฉย เขาก็พูดต่อไปเรื่อยๆ “อากาศดีแถมทิวทัศน์ยังงดงามอีกด้วยจันทร์เล่าให้ผมฟังว่าที่ท้ายฟาร์มเป็ป่าเขาทั้งนั้น และมีความอุดมสมบูรณ์มากๆเลยจนทำให้ผมนึกอยากไปนอนกางเต็นท์ค้างคืนกลางป่าขึ้นมา ผมชอบเที่ยวแหล่งท่องเที่ยวตามธรรมชาติมากกว่าเพราะมันให้ความรู้สึกดีเหลือเกิน”
‘ใครถามกันยะ’ กานต์ระพีคิดอยู่ในใจเมื่อฟังชายหนุ่มพร่ำพูดไปเรื่อยไม่หยุด จนเธอชักเริ่มรำคาญขึ้นมา แม้สิ่งที่เขาพูดจะถูกใจเธอก็ตามแต่เพราะอคติทำให้ไม่อยากสนใจ
เลโอนาร์โด้มองหญิงสาวตรงหน้า ที่กำลังตวัดขาขึ้นนั่งบนหลังม้าแล้วถอนหายใจเบาๆ ดูรึ...เขาพูดเสียมากมายแต่เธอกลับไม่โต้ตอบสักคำเดียวเธอทำเหมือนกับเขาไร้ตัวตนเสียอย่างนั้น นึกๆ แล้วก็น่าน้อยใจที่เธอปฏิเสธไมตรีอันดีของเขาที่มีให้เพียงเพราะว่าเขาเป็ญาติของซิโมเน่ผู้ชายที่เธอเกลียดจับใจเฮ้อ...เธอช่างเป็คนไม่มีเหตุผลเอาซะเลย
“อุ๊ย!” หมวกปีกกว้างที่สวมอยู่บนศีรษะปลิวไปตามแรงลมจนตกลงบนพื้น กานต์ระพีจะลงจากหลังม้าไปเก็บ แต่ชายหนุ่มร้องห้ามไว้แล้วเดินไปเก็บมาให้
“ไม่ต้องครับเดี๋ยวผมเก็บให้”
“ขอบคุณค่ะ” หญิงสาวกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบขณะรับหมวกมาจากมือใหญ่ เธอเอาเชือกที่รัดปีกหมวกไว้คล้องคอ ใบหมวกจึงห้อยไปอยู่ทางด้านหลัง ทว่าก่อนที่จะชักม้าให้ออกวิ่งก็นึกอะไรขึ้นได้อีกอย่างหนึ่ง“อ้าว ลืมเอกสารอีก”
“คุณไม่ต้องลงมาเองหรอกเดี๋ยวผมไปเอามาให้ ผมเห็นคุณวางไว้หน้าบ้านตอนใส่รองเท้าน่ะ” เขารับอาสาแต่คราวนี้เธอไม่ยอม
กานต์ระพีรีบลงจากหลังม้าและเพราะรีบเกินไปจึงไม่ทันดูว่าตรงพื้นที่เท้าเธอลงเหยียบไปนั้นมันเป็หลุมเล็กๆเท้าของเธอจึงพลิกทำให้ร่างเซจะล้ม ดีทว่าเลโอนาร์โด้อยู่ใกล้จึงช่วยรับร่างไว้ได้ทันพอดี
หญิงสาวตกตะลึงเมื่อตกอยู่ในอ้อมแขนที่แข็งแกร่งของชายหนุ่มตรงหน้า ใบหน้าคมสันอันหล่อเหลาลอยเด่นอยู่ใกล้แค่เพียงคืบจนััได้ถึงลมหายใจแ่ๆ ของกันและกัน พวงแก้มอิ่มแดงระเรื่อขึ้นจนแดงก่ำไปทั่วใบหน้าด้วยความรู้สึกเขินอายเช่นนี้เป็ครั้งแรก เพราะั้แ่โตเป็สาวมาเธอไม่เคยใกล้ชิดผู้ชายคนไหนมากขนาดนี้มาก่อน หัวใจของเธอที่เคยสงบนิ่งมานานจึงเริ่มเต้นแรงอย่างประหลาด
ใบหน้าที่แดงก่ำและร่างสั่นเทาเล็กน้อยของคนในอ้อมแขนเรียกรอยยิ้มเอ็นดูจากเลโอนาร์โด้ เมื่อได้พิศดูใกล้ๆ แบบนี้เขาก็ยิ่งเห็นถึงความงามของอีกฝ่ายโดยเฉพาะดวงตากลมโตแสนหวานกับริมฝีปากจิ้มลิ้มที่ติดตราตรึงใจเขาไว้ได้ เห็นแล้วก็นึกอยากลองจูบดูสักครั้งแต่ก็ต้องหักห้ามใจไว้เพราะรู้ดีว่าถ้าทำลงไปเขาคงไม่มีโอกาสได้ใกล้ชิดเธออีกแน่ๆ ฉะนั้นเท่าที่ทำได้ในตอนนี้คือสูดกลิ่นหอมจางๆ จากร่างนุ่มอันแสนอบอุ่นนี้ให้ชื่นหัวใจเท่านั้น
หนุ่มสาวจ้องตากันอยู่ครู่ใหญ่ก่อนหลบตากันแล้วรีบผละออกห่างชายหนุ่มปล่อยร่างบางอย่างนุ่มนวล เมื่อเห็นหญิงสาวสามารถยืนได้มั่นคงดีแล้ว
“เท้าคุณาเ็ตรงไหนบ้างหรือเปล่าครับข้อเท้าแพลงไหม” เขาถามอย่างเป็ห่วง กานต์ระพีจึงลองย่ำเท้ากับที่เพื่อทดสอบ
“ไม่ค่ะฉันไม่เจ็บตรงไหนเลย ขอบคุณนะคะที่ช่วยฉันไว้” เธอเอ่ยเสียงเรียบแต่แก้มยังคงแดงปลั่งไม่หาย
“ไม่เป็ไรครับ” เขายิ้มให้ก่อนจะหันหลังเดินกลับไปหยิบเอกสารปึกบางๆ ที่วางอยู่ตรงบันไดมาส่งให้เธอ“นี่ครับเอกสาร”
“ขอบคุณค่ะ” พอรับเอกสารมาแล้วเธอก็หันหลังให้เตรียมจะขึ้นม้าแต่แล้วก็ต้องชะงักเมื่อเลโอนาร์โด้คว้าต้นแขนเธอไว้
“เดี๋ยวครับ” เมื่อเห็นสายตาเป็คำถาม และมองมือเขาที่ยังจับต้นแขนนุ่มอยู่อย่างเอาเื่ ชายหนุ่มก็รีบปล่อยมือทันทีแล้วตัดสินใจเอ่ยขอออกมา“ผมขออนุญาตคุณเข้าไปในฟาร์มด้วยได้หรือเปล่าครับ”
“ไม่ได้” กานต์ระพีตอบโดยไม่เสียเวลาคิดแม้แต่น้อย
“ทำไมล่ะครับ ให้ผมเข้าไปด้วยเถอะนะผมอยากไปดูการทำงานของพวกคุณ”
“ไม่”เธอปฏิเสธเสียงแข็ง และพออีกฝ่ายขอร้องหนักขึ้นหญิงสาวก็เผลอตวาดใส่ด้วยความเหลืออดหลังจากที่พยายามอดทนอยู่นาน “เซ้าซี้อยู่ได้น่ารำคาญจริงๆ นี่คุณเลโอฉันขอร้องล่ะ อย่ามายุ่งกับฉันได้ไหม”
“ผมอยากเป็เพื่อนกับคุณผมอยากให้เราเป็มิตรกัน” เขาบอกถึงเจตนาที่้าด้วยน้ำเสียงและสีหน้าที่จริงจัง
“ไม่-จำ-เป็”
“คุณไม่มีเหตุผลเลยรู้ไหมทำไมคุณต้องเอาความเกลียดที่มีต่อซิโมเน่มาลงที่ผมด้วยล่ะ ผมไม่ใช่โมเน่นะมันคนละคนกัน คุณควรแยกแยะบ้างสิ” เลโอนาร์โด้ชักโมโหขึ้นมาบ้างกับความไร้เหตุผลของเธอ
“คุณมีสิทธิ์อะไรมาสั่งสอนฉันและฉันจะรู้สึกยังไงมันเกี่ยวอะไรกับคุณด้วย” เธอถามเสียงห้วนอย่างเอาเื่ดวงตาคู่สวยนั้นลุกโพลงราวกับมีลูกไฟลอยอยู่ในนั้น เธอรู้สึกแปลกใจที่เขารู้สาเหตุของการไม่ชอบหน้าเขาแต่ก็ไม่สงสัยว่ารู้ได้อย่างไรเพราะคิดว่าศศิธรคงจะเป็คนบอกให้เขารู้
“เกี่ยวสิ เพราะผมอยากเป็เพื่อนกับคุณ ผมอยากเป็มิตรกับคุณนะตะวัน”
“แต่ฉันไม่ได้อยากเป็ด้วยเอาล่ะพอได้แล้ว ฉันเสียเวลากับเื่ไร้สาระมามากพอแล้ว งานที่ฟาร์มมีเยอะแยะฉันไม่มีเวลาว่างมาเถียงกับคุณทั้งวันหรอกนะ” พูดจบกานต์ระพีก็ะโขึ้นไปนั่งบนหลังม้าแล้วควบจากไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้เลโอนาร์โด้ยืนมองตามหลังไปจนสุดสายตาก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยความมุ่งมั่น
“ผมไม่ยอมแพ้คุณหรอกตะวันผมจะเอาชนะใจคุณให้ได้”
ภายในโรงเรือนกักเก็บน้ำนมดิบและห้องผสมพันธุ์โคเทียมกานต์ระพีกับปองธรรมกำลังนั่งคุยเื่งานกันอยู่ที่โต๊ะทำงาน
“ผมรับคนงานใหม่เพิ่มเข้ามาอีกสามคนซึ่งสามคนนี้จะเข้ามาทำหน้างานแทนครอบครัวของลุงช่วยที่จะลาออกไปครับคุณตะวัน” ผู้จัดการหนุ่มรายงานให้ทราบ
“ตกลงว่าครอบครัวลุงช่วยจะลาออกไปทำงานที่กรุงเทพกันจริงๆเหรอคะคุณป้อง น่าเสียดายจังเลย พวกแกทำงานดีมาก ขยันขันแข็งกันทั้งครอบครัวเลย รายได้ที่ได้ตะวันคิดว่าน่าจะพอให้พวกแกใช้จ่ายได้อย่างไม่เดือดร้อนนะคะแต่ทำไมพวกแกยังคิดจะดิ้นรนไปหางานทำในกรุงเทพอีก”
หญิงสาวบ่นอุบอย่างไม่เข้าใจว่าเหตุใดครอบครัวของลุงช่วย ซึ่งทำงานที่ฟาร์มมาหลายสิบปีแล้ว และอยู่ดีมีสุขกันไม่เคยเดือดร้อนเื่เงินทองอะไรเลยกลับอยากจะออกไปเผชิญกับความยากลำบากในเมืองหลวงแทน
“ลูกชายและลูกสะใภ้ของลุงช่วยได้งานทำที่กรุงเทพฯครับ ลุงช่วยก็ว่าไม่ได้อยากไปหรอกครับ แต่ลูกชายของแกขอร้องให้ไปอยู่ด้วยกันที่นั่นเพราะอยากให้ช่วยเลี้ยงลูกให้”
“อย่างนี้นี่เอง” กานต์ระพีพยักหน้าเข้าใจก่อนถาม “แล้วคุณป้องรับใครเข้ามาทำงานคะชาวบ้านแถวนี้หรือเปล่า”
“แถวนี้ครับ เป็ลูกชายลุงสงวนสองคนที่เพิ่งกลับมาจากอยุธยาเพราะโดนเลิกจ้างส่วนอีกคนเป็หลานสาวของตาอยู่ครับ” ชายหนุ่มตอบเสร็จนำชัยซึ่งเช็กปริมาณน้ำนมดิบที่รีดได้วันนี้เสร็จแล้วก็เดินเข้ามาหาคนทั้งสอง แล้วส่งสมุดบันทึกปริมาณน้ำนมดิบที่ได้ในแต่ละวันให้กับผู้จัดการฟาร์ม
“ถ้าเสร็จแล้วก็สั่งให้คนงานขนถังนมขึ้นรถเอาไปส่งให้สหกรณ์ได้เลยนะชัย”เธอสั่ง
“ครับผม” นำชัยรับคำก่อนจะหันไปเห็นคู่หนุ่มสาวที่กำลังเดินมาทางนี้พอดี จึงสะกิดเรียกกานต์ระพีให้หันไปดู “เ้านายๆ คุณจันทร์เธอพาเพื่อนฝรั่งมาแน่ะ” จากนั้นก็เดินจากไปทำงานตามที่ได้รับมอบหมายไว้
กานต์ระพีกับปองธรรมหันไปมองทันทีหญิงสาวลุกขึ้นยืนอย่างไม่พอใจ เมื่อเห็นพี่สาวเดินเคียงคู่มากับเลโอนาร์โด้ ส่วนผู้จัดการหนุ่มก็นั่งมองด้วยความไม่สบายใจภาพของหนุ่มสาวที่ยิ้มแย้มชี้ชวนกันให้ดูโน่นดูนี่นั้นทำให้ชายหนุ่มอดกังวลใจไม่ได้
“นึกแล้วเชียวว่าตะวันต้องอยู่ที่นี่” ศศิธรเอ่ยขึ้นเมื่อเดินเข้ามาใกล้ ก่อนจะหันไปส่งยิ้มทักทายปองธรรมซึ่งเขาก็แย้มริมฝีปากยิ้มรับเพียงนิดๆเท่านั้น จากนั้นก็แกล้งทำเป็สนใจงานต่อ
“พี่จันทร์มีธุระอะไรกับตะวันเหรอคะ”
“เปล่าหรอกจ้ะ พี่ไม่มีธุระอะไรพี่แค่พาเลโอมาดูฟาร์มของเราน่ะ เขาอยากเห็นการทำงานในฟาร์ม”
คำตอบของศศิธร ทำให้กานต์ระพีมองเลโอนาร์โด้ด้วยสายตาขุ่นเคืองที่เขาใช้พี่สาวของเธอเป็ใบเบิกทางเข้ามาในนี้จนได้ คนถูกจ้องเห็นเข้าก็ส่งยิ้มให้เฉยอย่างไม่สะทกสะท้าน จนหญิงสาวคิดว่าเขาจงใจจะกวนประสาทเธอชัดๆ
“ในฟาร์มไม่มีอะไรน่าดูหรอกมีแต่วัวทั้งนั้น” เธอบอกเขาและเอ่ยตำหนิออกมาตรงๆ “ความจริงคุณไม่น่าไปรบกวนพี่จันทร์เลยนะพี่จันทร์ต้องเลี้ยงตาหนูนุและดูแลงานบ้าน แค่นี้ก็เหนื่อยแย่แล้วยังจะต้องให้มาดูแลคุณอีกหรือไง”
“ตะวัน...” ศศิธรปรามน้องสาว “เลโอไม่ได้รบกวนอะไรพี่เลยพี่เต็มใจพาเขามาที่นี่เพราะพี่ก็อยากเข้ามาดูงานในนี้ด้วยเหมือนกัน แล้วอีกอย่างหนึ่งนะ ถ้าตะวันพาเลโอเข้ามาด้วยแต่ทีแรก พี่ก็คงไม่ต้องพาเขามาเองหรอก จริงไหม”
‘ขี้ฟ้อง’กานต์ระพีคิดในใจอย่างโมโห และดูเหมือนเลโอนาร์โด้จะอ่านสายตาของเธอออกชายหนุ่มจึงยักคิ้วให้และส่งยิ้มให้ราวกับผู้ชนะ จึงยิ่งเพิ่มอารมณ์โกรธให้หญิงสาวมากขึ้นไปอีก‘อีตาบ้า กวนประสาทจริงๆ’
เลโอนาร์โด้ยิ้มขันกับอาการหัวเสียของกานต์ระพี ดูเหมือนหญิงสาวจะเป็คนที่โมโหง่ายเสียเหลือเกินโดยเฉพาะถ้ามีเขาเป็สาเหตุบางครั้งเขาก็เสียใจเพราะอยากเป็เพื่อนกับเธอ แต่บางครั้งก็นึกสนุกอยากยั่วให้เธอโมโหเล่นๆเพราะดูเหมือนเขาจะได้พูดคุยกับเธอมากกว่าตอนปกติเสียอีก
ตามที่เขาเห็นสายตากล่าวหาของเธอนั้น ความจริงแล้วเขาไม่ได้ฟ้องศศิธรอย่างที่เธอเข้าใจผิดเลยเขาเพียงแต่ขอให้เพื่อนสาวพาเข้ามาในนี้เท่านั้น แต่พอเธอถามว่าทำไมไม่ขอกานต์ระพีเข้าไปด้วยเมื่อเช้าเขาก็แค่ตอบไปตามความจริงเท่านั้นเอง
“ที่ตะวันไม่พาเขามา เพราะวันนี้งานในฟาร์มยุ่งน่ะสิไม่มีเวลาพาเขามาเดินดูโน่นดูนี้หรอก”
“จ้า พี่เชื่อ” ศศิธรเอ่ยยิ้มๆ “ถ้าตะวันไม่ว่างก็ไม่เป็ไรหรอกเดี๋ยวพี่จะพาเลโอเขาเดินดูเอง”
“พี่จันทร์มีเวลาเหรอแล้วไม่ดูแลตาหนูเหรอไง”
“มีสิ ไม่ต้องห่วงตาหนูหรอกพ่อกับแม่ช่วยดูให้แล้วล่ะ” หญิงสาวตอบก่อนจะหันไปพูดกับเพื่อนชายเสียงใส“ไปกันเถอะเลโอ เดี๋ยวจันทร์จะพาไปดูทางโน้นต่อ”
เมื่อเห็นพี่สาวทำท่าจะพาเลโอนาร์โด้ไปเองจริงๆกานต์ระพีก็เริ่มลังเลใจว่าจะให้ชายหนุ่มอยู่ที่นี่กับตนเองดีหรือเปล่าเพราะไม่อยากให้ทั้งสองคนอยู่ด้วยกันและใกล้ชิดกันมากไปกว่านี้ หญิงสาวเห็นปองธรรมเอาแต่นั่งทำงานก็นึกขัดเคืองใจที่ชายหนุ่มไม่คิดจะทำอะไรเลยกานต์ระพีหันไปมองศศิธรกับเลโอนาร์โด้อีกครั้งก็พบว่าทั้งสองคนเดินจากไปจนเกือบจะออกจากอาคารแล้วสุดท้ายหญิงสาวก็ตัดสินใจะโเรียกพี่สาวไว้
“เดี๋ยวก่อนพี่จันทร์” จากนั้นเธอก็หันไปคว้ามือของปองธรรมแล้วฉุดให้ลุกขึ้นเดินไปด้วยกัน ผู้จัดการหนุ่มใทว่าก็ยอมเดินตามไปอย่างงงๆ
“มีอะไรเหรอตะวัน” ศศิธรหันมาถามอย่างสงสัย
“คือว่าคุณป้องเขาเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าอยากให้พี่จันทร์ไปช่วยดูบัญชีให้หน่อย” กานต์ระพีโกหกหน้าตายในขณะที่ปองธรรมทำหน้าเหลอหลาเพราะไม่ได้เตี๊ยมกันมาก่อน
“อ๋อ...ได้สิ” ศศิธรตอบรับอย่างไม่เกี่ยงงอน เนื่องจากเธอมีหน้าที่ทำบัญชีอยู่แล้วเพราะเรียนจบทางด้านนี้มา เมื่อรับปากแล้วหญิงสาวก็หันไปบอกเพื่อนหนุ่มว่า“เลโอ เดี๋ยวไปที่สำนักงานกับจันทร์ก่อนนะขอจันทร์ทำงานแป๊บหนึ่งก่อนแล้วจะพาไปเดินเที่ยว”
“โอเคจันทร์ทำงานตามสบายเถอะ ไม่ต้องรีบหรอก ผมรอได้”
“อาจรอนานก็ได้เพราะไม่รู้งานเยอะหรือเปล่าเอาอย่างนี้แล้วกัน พี่จันทร์จะได้ไม่ต้องกังวล เดี๋ยวให้คุณเลโออยู่กับตะวันก็แล้วกันนะ ตะวันจะพาเขาเดินชมในนี้เอง”
กานต์ระพีเสนอสิ่งที่ตรงข้ามกับใจออกมาแต่เพราะ้าแยกพี่สาวกับเลโอนาร์โด้ออกจากกัน และ้าเปิดโอกาสให้ปองธรรมด้วย จึงจำใจรับบุคคลไม่พึงประสงค์ไว้กับตัวแทน
เลโอนาร์โด้และศศิธรหันมามองหน้ากันอย่างแปลกใจ ก็จะไม่ให้แปลกใจได้อย่างไรในเมื่อกานต์ระพีไม่ชอบหน้าชายหนุ่มอีกทั้งยังไม่อยากให้เข้ามายุ่งย่ามในฟาร์มอีกด้วย แต่ตอนนี้กลับเสนอจะดูแลให้เองซะอย่างนั้น
“เอาไงดีเลโอ” เธอถามความคิดเห็นของเพื่อน ชายหนุ่มจ้องตากานต์ระพีนิ่งๆก่อนจะตอบด้วยรอยยิ้มกว้าง
“ตกลง”
“ถ้างั้นพี่ก็ฝากตะวันช่วยดูแลเลโอด้วยนะ ช่วยดูแลแขกให้ดีด้วยนะจ๊ะน้องรัก” ศศิธรพูดเน้นประโยคท้าย ก่อนหันไปเอ่ยชวนปองธรรม “ไปกันเถอะค่ะคุณป้อง”
“อะ..เอ่อ..ครับ” ผู้จัดการหนุ่มรับคำเสียงตะกุกตะกัก พลางหันไปมองหน้านายจ้างสาวที่ส่งซิกให้ด้วยการขยิบตาข้างหนึ่งเร็วๆซึ่งเท่านี้เขาก็เริ่มเข้าใจในการกระทำของเธอ ใบหน้าคมจึงแช่มชื่นขึ้นเล็กน้อยจากนั้นสองเท้าของเขาก็ก้าวเดินเคียงข้างหญิงเดียวในดวงใจออกจากอาคารไป
กานต์ระพีมองตามหลังจนคนทั้งคู่ลับสายตาไป เมื่อหันกลับมามองแขกไม่พึงประสงค์ที่ชอบขยันส่งยิ้มหวานมาให้ เธอก็จงใจถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่เพื่อให้อีกฝ่ายรู้ว่าเธอนั้นจำใจดูแลเขาแค่ไหน
“เราจะไปดูที่ไหนกันก่อนดีครับ” เขาถามเสียงร่าเริงเสียจนดูน่าหมั่นไส้นักในสายตาของเธอ
“ก็แถวๆ นี้แหละ” หญิงสาวตอบส่งๆ ก่อนจะออกเดินนำหน้าไป เลโอนาร์โด้ยักไหล่แล้วเดินตามไปอย่างกระตือรือร้น
“คุณป้องจะให้จันทร์ดูบัญชีอะไรคะค่าใช้จ่ายหรือว่าจะดูรายรับคะ” ศศิธรถามขณะหยิบสมุดบัญชีที่พูดถึงออกมาจากตู้เอกสารมาวางไว้บนโต๊ะเมื่อไม่ได้รับคำตอบหญิงสาวจึงเงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่ายจึงสบตาเข้ากับปองธรรมพอดี อะไรบางอย่างที่สื่อออกมาจากแววตาของเขาทำให้เธอหน้าร้อนผ่าวพวงแก้มนวลระเรื่อขึ้นจนต้องเบือนหน้าไปมองทางอื่น ใจเธอนั้นเต้นแรงและเฝ้าถามตนเองอยู่ในใจว่าเหตุใดชายหนุ่มจึงได้มองเธอด้วยสายตาหวานฉ่ำเช่นนั้น ราวกับว่าเขา...รักเธอ
เมื่อได้เห็นปฏิกิริยาของหญิงสาว ปองธรรมก็รู้สึกตัวนึกกระดากอายขึ้นมาจนไม่กล้าก้าวเข้าไปหาคนร่างบางทั้งสองต่างยืนเงียบๆ อยู่ในที่ของตนเองจนเวลาผ่านไปอึดใจใหญ่ชายหนุ่มก็เป็ฝ่ายเอ่ยขึ้นมาก่อน
“คือ...ผมอยากให้คุณจันทร์ช่วย...ลงค่าใช้จ่ายในบัญชีให้น่ะครับของอาทิตย์นี้ยังไม่ได้ลงเลย”
“ตายจริงขอโทษด้วยนะคะที่จันทร์ไม่ได้มาทำให้” ศศิธรรู้สึกผิดที่ละเลยหน้าที่ของตนเองเพราะมัวแต่เอาเวลาไปดูแลลูกน้อย
“ไม่เป็ไรหรอกครับ ผมรู้ว่าคุณจันทร์มีงานมาก” ปองธรรมเอ่ยปลอบเพราะไม่อยากให้เธอคิดมาก ความจริงเื่ลงบัญชีเขาตั้งใจจะบอกศศิธรในวันพรุ่งนี้ แต่พอกานต์ระพีหาโอกาสมาให้เขาจึงไม่รู้จะใช้ข้ออ้างอะไรดีนอกจากเื่นี้
“งานมากก็จริงค่ะ แต่เป็งานส่วนตัวทั้งนั้นเลยนึกแล้วก็ละอายใจจังที่ช่วยงานคุณป้องไม่ได้เต็มที่”
“คุณจันทร์ช่วยงานผมได้เยอะครับ” เขาตอบอย่างเอาใจ เธอจึงหัวเราะเสียงใส
“อย่ามาปลอบใจกันเลยค่ะ” ศศิธรเดินมาหยิบใบเสร็จค่าใช้จ่ายต่างๆ นับสิบใบที่เสียบไว้อยู่บนที่เสียบกระดาษบนโต๊ะถัดไปแต่ด้วยความสะเพร่าตอนหมุนตัวเดินกลับนั้น ขาของเธอเกิดไปเตะเข้ากับขาเก้าอี้อย่างแรง เป็ผลให้เสียหลักการทรงตัวจึงล้มคะมำไปข้างหน้า ทว่าโชคดีที่ปองธรรมไหวตัวทันวิ่งเข้ามารับร่างบางไว้ได้ทันแต่ก็ไม่สามารถทรงตัวเอาไว้ได้จึงล้มกระแทกพื้นไปด้วยกัน
ตึง!
เสียงคนล้มดังสนั่นห้อง จากนั้นความเงียบก็เข้าปกคลุมอยู่อึดใจใหญ่ก่อนศศิธรที่นอนอยู่บนตัวของปองธรรมจะรีบลุกออกไปนั่งข้างๆ ด้วยใบหน้าแดงก่ำ ส่วนตัวชายหนุ่มเองก็ค่อยๆลุกขึ้นนั่งพลางกวาดตามองร่างบางอย่างสำรวจเพราะกลัวเธอจะได้รับาเ็ ผู้จัดการหนุ่มเห็นท่าทีเขินอายของหญิงสาวก็หัวใจพองโตคับอกร่างนุ่มนิ่มหอมกรุ่นที่แนบกับร่างเขาเมื่อครู่นี้ให้ความรู้สึกอบอุ่นเหลือเกิน จนเขาร่ำๆ อยากจะดึงตัวเธอเข้ามากอดให้สมรักอีกหนแต่ก็ต้องห้ามใจตัวเองไว้เพราะรู้ว่าทำเช่นนั้นไม่ได้
“คุณจันทร์เจ็บตรงไหนบ้างหรือเปล่าครับ”
“ไม่ค่ะ ขอบคุณนะคะที่ช่วย” ศศิธรตอบเสียงแ่ก่อนจะรีบเก็บใบเสร็จที่หล่นกระจายอยู่บนพื้น ปองธรรมเห็นจึงช่วยเก็บอีกแรง เขาคว้าใบที่อยู่ตรงหน้าก็พอดีกับที่หญิงสาวเอื้อมมือมาหยิบเช่นกัน มือสองมือจึงจับกันโดยบังเอิญ
หนุ่มสาวเงยหน้าขึ้นสบตากัน และอีกครั้งที่เธอเห็นแววหวานในดวงตาคู่คมจนพาให้ใจสั่นหวิวอาการเช่นนี้ไม่ได้เกิดขึ้นกับตัวเธอนานแล้วนับั้แ่เลิกรากับซิโมเน่ไป ซึ่งพอแยกทางกันแล้วในหัวใจของเธอก็มีแต่ความทุกข์ระทมมาโดยตลอดจนกระทั่งดีขึ้นเรื่อยๆ เมื่อได้ครอบครัวคอยให้กำลังใจ
ศศิธรไม่อยากคิดเข้าข้างตัวเองว่าชายหนุ่มสนใจในตัวเธอเพราะเธออยู่ในสถานะแม่หม้ายลูกติดไม่ใช่สาวโสดเหมือนหญิงอื่น คนดีๆ อย่างเขาสมควรที่จะได้ผู้หญิงที่ดีพร้อมกว่านี้ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เนื่องจากสายตาที่เขามองมาในบางครั้งยามที่เผลอนั้นช่างเด่นชัดเหลือเกิน หญิงสาวไม่ใช่สาวใสซื่อในเื่ความรักอีกต่อไปที่จะดูไม่ออก ถ้าเป็ไปได้เธอไม่อยากให้เขามารักเธอเลยไม่อยากให้เขาต้องมาเสียเวลาด้วย เพราะตอนนี้เธอไม่อยากรักใครอีกแล้วด้วยยังเข็ดกับความรักครั้งแรกไม่หายตอนนี้เธอยังไม่พร้อมที่จะมีรักใหม่และก็ไม่รู้ว่าเมื่อไรจะพร้อมด้วย
“เอ่อ...เดี๋ยวจันทร์ขอตัวไปทำงานก่อนนะคะ”
ศศิธรทำลายบรรยากาศอันน่าอึดอัดระคนประหม่าลง หญิงสาวรับใบเสร็จจากมือของปองธรรมแล้วก็ลุกเดินไปนั่งยังโต๊ะที่มีสมุดบัญชีวางอยู่ เธอสูดลมหายใจลึกๆ เพื่อรวบรวมสมาธิของตนเอง จากนั้นก็ก้มหน้าก้มตาทำงานโดยไม่สนใจชายหนุ่มอีก
ผู้จัดการหนุ่มถอนใจยาวแล้วเดินมานั่งยังโต๊ะทำงานของตนเองเขานั่งมองเธออยู่อึดใจใหญ่ด้วยสายตาตัดพ้อ ก่อนจะเริ่มลงมือทำงานของตนเองบ้างด้วยใจอันห่อเหี่ยว