เพียะ!
ร่างบอบบางของ หนิงอัน กระเด็นไปตามแรงของมือหยาบกร้าน ความเ็ปแล่นเข้ามาเมื่อศีรษะของนางฟาดกับหินแข็ง ๆ ของูเาจำลองจนผมเผ้ายุ่งเหยิง
“คิดว่าท่านพ่อของเ้าเป็ถึงมหาราชครู แล้วจะทุบตีรังแกใครก็ได้ในใต้หล้าอย่างนั้นหรือ?” ในน้ำเสียงเหี้ยมเกรียมเต็มไปด้วยความรังเกียจราวกับนางเป็สิ่งปฏิกูล
เสวียนิ กดสายตาลงต่ำมองร่างสั่นเทาที่จิกกำหยาดน้ำแข็งในมือด้วยแววตาสมเพช นางล้มกระแทกลงกับพื้นขาวโพลนอันปกคลุมด้วยเหมันต์
วันนี้นางสวมชุดฮั่นฝู กระโปรงปักลายบุปผชาติสีหวานสะพรั่งงามดั่งสีสันของดอกบ๊วย ชายอาภรณ์หรูหราปักดิ้นทองเปรอะเปื้อนเศษดิน แม้ความงามหมดจดของสตรีตรงหน้าจะได้รับการยกย่องว่าเป็หนึ่งในห้าหญิงงามแห่งแคว้นต้าฉี เขาก็หาได้มีความรู้สึกอันใดไม่
หญิงสาวยกมือขึ้นกดกุมขมับที่มีเืไหลซึม แทนที่จะเป็ใบหน้าบวมช้ำ ในขณะที่ความเ็ปจากการถูกตบหน้ายังคงแสบร้อนจนเนื้อตัวสั่น นางหรี่ตาเล็กลงมองสองหนุ่มสาวเบื้องหน้าในชุดโบราณอย่างงุนงง ก่อนที่นางจะปิดตาลงอีกครั้ง สะบัดศีรษะไปมาแรง ๆ เพื่อตั้งสติ
ที่นี่ที่ไหน? ่นี้เป็หน้าหนาวอย่างนั้นหรือ? มีหิมะตกได้ยังไงกัน... ไม่ใช่สิ... ที่ที่นางเคยอยู่มันร้อนจนตับจะแตกเลยต่างหาก!
ครู่นั้นสมองน้อย ๆ ปวดแปลบขึ้นมาทันที! ภาพสุดท้ายในหัวของนางไม่ใช่สวนอุทยานหลวงที่มีเสียงอึกทึกจากงานเลี้ยงฉลองแว่วมาไกล ๆ แต่เป็เสียงะุ แรงะเิกึกก้อง เสียงเด็กร้องไห้ระงมท่ามกลางซากตึกหักพัง นางกำลังปฏิบัติภารกิจกับเพื่อนร่วมทีม หลบพายุะุอยู่หลังกำแพงอิฐที่ถล่มลงมาแล้วครึ่งหนึ่ง... แล้วนางมาอยู่หลังูเาจำลองนี้ได้ยังไง...
ให้ตายเถอะ! หรือว่านางจะถูกะเิจากฝั่งศัตรูถล่มใส่จนตายไปแล้ว?
ไม่น่ารับงานที่ไม่คุ้มกับการเอาชีวิตไปแลกเลยจริง ๆ สหายคนสนิทเพิ่งขอร้องนางให้กลับบ้านอยู่หมาด ๆ พวกทหารรับจ้างที่มาจากรัสเซียยังเตือนนางว่ารายได้ของทหารรับจ้างในสังกัด PMC ระดับโลกนั้นสูงมากพออยู่แล้ว หากคิดจะเข้าร่วมการสู้รบก็ควรเลือกไปสมรภูมิอื่น ไม่จำเป็ต้องเอาชีวิตมาเสี่ยงในสมรภูมิอันเดือดพล่านอย่างฉนวนกาซา!
“นี่ฉันตายแล้วจริงๆ เหรอเนี่ย?”
หนิงอันพึมพำแ่เบา ก่อนจะผายฝ่ามือออกมาข้างหน้า พลิกหงายและคว่ำ เพื่อพิจารณาดูผิวพรรณขาวผ่องดุจหยก ปลายนิ้วเรียวในอุ้งมือเล็ก ๆ มิใช่มือหยาบกร้านที่เคยจับมีดสั้นและอาวุธปืน ดรุณีน้อยผู้นี้ไร้มัดกล้ามแม้เพียงสักนิด ช่างเป็สตรีรูปร่างผอมบางน่าทะนุถนอมเสียเหลือเกิน
ใช่แล้ว... ละครสั้นแนวตั้งเื่นั้นยังไงเล่า!
เมื่อสองอาทิตย์ก่อนนางบินกลับฮ่องกงตามนัดหมายการรวมกลุ่มของมิตรสหายเก่าั้แ่สมัยเรียนมัธยม เหล่าสาว ๆ พากันหาอะไรทำไปเรื่อยตามประสาในร้านกาแฟ ยัยมิเชลโหยวกับหยางหยางหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา เล่าให้นางฟังว่า่นี้ติดละครสั้น มีเื่หนึ่งซึ่งนางนั่งด่าซื่อจื่อแห่งจวนโหวกับสตรีร้ายกาจของเื่ว่าบ้าไปแล้วหรืออย่างไร สมองคงไม่ปกติถึงได้ไปวิ่งไล่ตามพระเอกธงดำ บุคคลอันตรายพรรค์นั้น!
คุณหนูสายตรง บุตรีของมหาราชครูเซี่ย เป็พวกคลั่งรักบ้าผู้ชาย วัน ๆ ไม่ทำอะไร เอาแต่วิ่งไล่ตามบุรุษ นางเป็สตรีขี้อิจฉา มีอุปนิสัยร้ายกาจเอาแต่ใจ คอยฟาดหัวฟาดหางใส่สตรีรอบกายของซื่อจื่อแห่งจวนโหว
บรรดาเพื่อนสาวพากันเม้าท์สนุกปากว่านางร้ายในจอชื่อคล้ายกับนาง... ถึงพวกกลุ่มสหายในต่างแดนจะเรียกนางว่า ‘นีน่า’ นางก็ใช้สกุลเซี่ยมาั้แ่เกิด ครอบครัวของนางเป็บอดี้การ์ดอาชีพคอยคุ้มกันพวกชนชั้นสูงระดับโลก ญาติทางฝั่งมารดาเป็เลขานุการบริษัทเอกชนั์ใหญ่
เื่นี้ถือเป็ความลับขั้นสุดยอดในกลุ่มมิตรสหาย แต่ละคนคิดว่านางเรียนจบแล้วไปเป็บอดี้การ์ดพ่วงตำแหน่งเลขานุการส่วนตัว คอยคุ้มกันเ้านายผู้ร่ำรวย ทำงานอยู่ในบริษัทใหญ่โตข้ามชาติ นางถึงได้ใช้ชีวิตหรูหรา ขับรถสปอร์ตคันละสี่ล้านเหรียญดอลลาร์ได้อย่างสบายใจเฉิบ
ไม่มีใครรู้เลยว่านางแอบไปรับงานทหารรับจ้างเสี่ยงตาย นอกเสียจากพี่ชายแท้ ๆ ที่ต้องบินไป ๆ มา ๆ ระหว่างไต้หวันกับฮ่องกงทุกสามเดือน ด้วยความเป็ห่วงน้องสาวจับใจ
ให้ตายสิน่า! ป่านนี้พี่ชายจะเป็อย่างไร หากรู้ว่านางตายอนาถกลางสนามรบ เพราะความโลภและความบ้าระห่ำ มิใช่การพลีชีพเพื่อแผ่นดินอย่างมีเกียรติ!
ดวงตาคู่สวยเอ่อคลอด้วยหยาดน้ำตาเมื่อคิดมาถึงตรงนั้น นางอดเป็ห่วงบิดามารดาไม่ได้ แต่ก็นับว่าโชคดีที่ทำประกันชีวิตเอาไว้หลายแห่งทั้งในฮ่องกง สหรัฐฯ นางกว้านซื้อหุ้นเอาไว้ในหลายประเทศ มรดกมหาศาลจากน้ำพักน้ำแรงของนางคงทำให้ตระกูลเซี่ยสุขสบายไปทั้งชาติ
“โดนเสียบ้างก็ดี... นั่งสำนึกผิดอยู่ที่นี่ไปเถอะ อีกเดี๋ยวข้าจะนำเื่ที่เ้าไล่ตบสตรีรอบกายข้าด้วยความหึงหวงหน้ามืดตามัว ไปบอกกล่าวกับราชครูเซี่ย”
น้ำเสียงของเสวียนิเรียบสนิท บุรุษในชุดสีเข้มผู้แสนเ็าดุจก้นเหวลึกมองสตรีที่นั่งคุกเข่าอยู่แทบเท้าตนแวบหนึ่ง ก่อนจะหมุนตัวเดินจากไปพร้อมรอยยิ้มหยัน
หนิงอันไม่อาลัยอาวรณ์นาน นางยกหลังมือขึ้นปาดน้ำตาออกจากแก้มอย่างลวก ๆ
ใช่แล้ว... นางสูญเสียสหายกลางสนามรบออกจะบ่อยไป ชีวิตของทหารรับจ้างก็เท่านี้ แขวนอยู่บนเส้นด้าย มีความสุขบนกองเงินกองทองไปวัน ๆ ต่อให้จะต้องตายในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้า ก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่ ทรัพย์สินเงินทองและความตื่นเต้นเร้าใจต่างหากคือสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิต!
เ้าของร่างบางในอาภรณ์สง่าพยุงกายของตนลุกขึ้นยืนช้า ๆ หลังจากที่นางสามารถปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ได้อย่างว่องไว นางก้าวเท้าออกจากเงามืดหลังูเาจำลอง ทว่ายังไม่ทันไปได้ไกล สาวใช้คนสนิทก็วิ่งหายใจหอบเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก
“คุณหนู! คุณหนูเป็อย่างไรบ้างเ้าคะ!”
ดรุณีน้อยผู้นี้อายุเพียงสิบห้าปี เสี่ยวจู รีบเข้ามาปรี่ประคองแขนซ้ายของผู้เป็นายทั้งน้ำตานองแก้ม สาวใช้ผู้จงรักภักดีพร่ำโทษซื่อจื่อสารพัด เขากล้าดีอย่างไรมาลงมือตบตีบุตรสาวมหาราชครูจนหน้าบวมช้ำถึงเพียงนี้
“เขายังเป็บุรุษอยู่หรือไม่! ไร้ความปรานีสิ้นดี คุณหนูของบ่าวเจ็บมากไหมเ้าคะ?”
หนิงอันพยายามจะยกยิ้ม ทว่าใบหน้าที่บวมปูดไปซีกหนึ่งกลับทำให้รอยยิ้มนั้นดูบิดเบี้ยวแปลกตา
เมื่อความทรงจำเก่าแล่นปราดเข้ามาในหัว นางไม่แปลกใจเลยว่าเหตุใดคุณหนูคนเดิมถึงได้มีชื่อเสียงฉาวโฉ่นัก...
ยัยเด็กนี่ไล่ตบสตรีในจวนโหวมาเกือบสิบคน ทั้งพวกสาวใช้หน้าตาดีเพราะระแวงว่าจะมาให้ท่าซื่อจื่อผู้เ็า ทั้งแม่นางเอกของเื่ที่เป็บุตรสาวขุนนางชั้นผู้น้อย คนที่เขากำลังให้ความสนใจ แม้มิได้เปิดเผยอย่างออกหน้าว่าเป็คนรักหรือไม่ พอเสร็จเื่ก็รีบหนีมาร่วมงานเลี้ยงหลวงทันที นางคิดว่าอีกฝ่ายคงไม่กล้ามาเอาความในสถานที่พลุกพล่าน จึงมิได้พาองครักษ์ส่วนตัวติดตามมาคุ้มกันตนด้วย ทว่านางคิดผิดไป
“คราวหน้าบ่าวจะไม่ยอมให้เกิดเื่เช่นนี้อีกแน่ ต่อให้ต้องแลกด้วยชีวิตก็ตาม ฮือ... คุณหนูของบ่าว ฮึก... วันนี้ท่านถูกซื่อจื่อทำร้ายหนักขนาดนี้ วันหน้าตบแต่งกันไปจะเป็เช่นไร บ่าวเป็ห่วงท่านเหลือเกิน...”
เสี่ยวจูร้องไห้โฮไม่หยุด เมื่อเห็นสภาพของคุณหนูยับเยินจนดูไม่ได้ ทั้งผมเผ้ายุ่งเหยิง ใบหน้าบวมเป่ง ซ้ำร้ายบริเวณขมับยังมีโลหิตไหลซึมเป็ทางยาว แถมเืไม่หยุดไหล จนสาวใช้ต้องรีบฉีกชายเสื้อยื่นให้นายหญิง