"พี่คิดถึงเธอนะเสี่ยวอัน" ลู่ซูลี่พูด
ตอนนี้ทั้งสามย้ายมานั่งในร้านอาหารเล็ก ๆ ซึ่งอยู่ไม่ห่างจากมหาวิทยาลัยเทียนเหมิน
"..." ลู่อันทำได้เพียงพยักหน้า
ยังรู้สึกแปลก ๆ กับการพูดคุยโดยตรงกับผู้หญิง
ลู่อันคิดว่าเฉินตงน่าจะบอกเื่นี้กับลู่ซูลี่แล้ว เธอถึงได้ไม่พยายามรุกเข้าหาลู่อันมากเกินไป ยังคงเว้นระยะห่างเพื่อให้เขาได้หายใจหายคอ และผ่อนคลายลงบ้าง
"พี่ดีใจมากเลยนะที่เธอมาฟังบรรยายด้วย นึกว่าเธอจะเดินหนีทันทีที่เห็นพี่ซะอีก"
...ตอนแรกก็เกือบทำแบบนั้นและครับ...ลู่อันคิด
"ว่าแต่ เธอคิดว่าไง พี่ทำได้ดีไหม?"
ลู่อันไม่รู้ว่าควรตอบกลับอย่างไร เลยตอบอะไรที่มันเซฟ ๆ อย่างคำว่า "ครับ" ไปก่อน
"ครับ?" ลู่ซูลี่เอียงคอ "แค่นี้เหรอ?"
หญิงสาวหรี่ตา มองสีหน้าซีดเผือดของน้องชาย
"เป็อะไรหรือเปล่าเสี่ยวอัน สีหน้าดูไม่ดีเลย" หญิงสาวหันไปทำหน้านิ่วคิ้วขมวดใส่ผู้ช่วยของเธอ "นายคงไม่ได้รังแกน้องชายของฉันใช่ไหมเฉินตง!"
คนถูกกล่าวหาถึงกับตาตื่น "นี่! อย่ามาพูดมั่ว ๆ ได้ไหม ฉันสนิทกับหมอนี่มากกว่าเธอเสียอีก"
เฉินตงโอ้อวด กระเถิบเข้ามาโอบไหล่ของลู่อันอย่างสนิทสนม ทำเอาลู่ซูลี่กัดฟันกรอดด้วยความอิจฉา
เฉินตงมองเพียงว่ามันเป็เื่สนุกที่เขาสามารถใช้กลั่นแกล้งลู่ซูลี่ได้ โดยไม่รู้เลยว่าการกระทำแบบนั้นของเขากำลังเป็การฆาตกรรมลู่อันทางอ้อม
"นายปล่อยน้องชายของฉันเลยนะ!"
"ไม่ปล่อย"
สองคนนั้นโต้เถียงกันอย่างสนุกสนาน ยิ่งทำให้ลู่อันรู้สึกว่าตนเป็ส่วนเกิน
"คือว่า..." เด็กหนุ่มยกมือเพื่อขอพูด "ผมกลับก่อนได้ไหมครับ?"
เฉินตงเข้าใจว่าลู่อันพูดคุยกับซูลี่นานเกินไป นี่อาจจะถึงขีดจำกัดแล้วก็ได้ เขาหันไปขยิบตาให้ลู่ซูลี่เป็สัญญาณถอยทัพ
"ได้สิ" หญิงสาวโบกมือ "แค่ได้คุยกับเธอพี่ก็ดีใจแล้ว ไว้พรุ่งนี้ถ้ามีโอกาส เรามานั่งคุยกันอีกนะ"
ลู่อันพยักหน้าเบา ๆ
เฉินตงพาลู่อันมาที่รถ "ดีขึ้นไหม?"
"ผมไม่ได้เป็อะไร"
เห็นได้ชัดว่าเฉินตงไม่เชื่อ
ชายหนุ่มะโขึ้นรถฝั่งคนขับ ไม่ลืมที่จะคาดเข็มขัดให้ลู่อันและตัวเอง เขาเหยียบคันเร่งพุ่งทะยานไปตามท้องถนน ครู่ต่อมา เขาก็เลี้ยวเข้าไปในร้านอาหารฟาสต์ฟู้ด สั่งอาหารผ่านช่องไดร์ฟทรู พอได้อาหารและเครื่องดื่ม เขาก็ขับรถพาลู่อันไปยังที่ที่ไม่คุ้นเคย
ทิวทัศน์บ้านเมืองค่อย ๆ เปลี่ยนเป็ป่าไม้และเทือกเขา
ลู่อันถามเผื่อเอาไว้ "คุณไม่ได้จะเอาผมไปโยนลงูเาใช่ไหมครับ?"
เฉินตงหัวเราะ "จินตนาการเก่งดีนี่"
เขาไม่ได้บอกอะไรเพิ่มเติม เพียงขับรถไปจอด ณ จุดชมวิวบนูเาเล็ก ๆ ซึ่งเปล่าเปลี่ยวร้างผู้คน มีเพียงแสงจากเสาไฟเพียงต้นเดียวเท่านั้น
เฉินตงเปิดประตู ลงจากรถ บอกให้ลู่อันตามลงมา
นาทีแรกลู่อันแอบชั่งใจ สถานการณ์ตอนนี้มันอันตรายอยู่บ้าง หากไม่ใช่เพราะว่าลู่อันเริ่มสนิทกับเฉินตง และเขาดูเป็คนดีมากพอ ลู่อันคงล็อกรถโทรเรียกตำรวจไปแล้ว
เด็กหนุ่มค่อย ๆ ก้าวลงจากรถ
สายลมเย็นพัดปะทะใบหน้าทำให้รู้สึกสดชื่นอย่างบอกไม่ถูก
"มานี่สิ" เฉินตงกวักมือเรียกให้ลู่อันมานั่งกับเขาที่โต๊ะไม้
ไก่ทอด หอมทอด มันฝรั่งทอดและน้ำอัดลมวางเรียงรายเต็มโต๊ะ เรียกน้ำลายแห่งความหิวโหยของลู่อันได้เป็อย่างดี
เมื่อเดินเข้าไปใกล้ ลู่อันก็ได้เห็นแสงไฟแสนงดงามที่ส่องสว่างมาจากตัวเมือง มันดูเหมือนดวงดาวนับล้านดวงที่ตกลงมาบนโลก
ลู่อันรู้สึกเหมือนถูกชำระล้างด้วยน้ำสะอาด ความเหนื่อยล้าที่สั่งสมมานานสลายไปอย่างช้า ๆ เขาค้นพบว่าตัวเองชอบที่นี่เข้าให้แล้ว
"เป็ไง" เฉินตงยืดอกภูมิใจ "ฉันเก่งใช่ไหมที่หาที่นี่เจอ"
"..."
"เดิมมันเป็จุดชมวิว แต่เพราะเดินทางลำบากเลยไม่ค่อยมีคนขับรถขึ้นมา ตอนนี้ก็เลยกลายเป็จุดชมวิวที่เงียบสงบที่สุด...หวังว่ามันจะทำให้เด็กดื้อบางคนรู้สึกดีขึ้นได้นะ"
ั์ตาลู่อันเบิกกว้าง ในหน้าอกสั่นไหวหลังได้รู้ว่าเฉินตงทำทั้งหมดนี้เพื่อเขา
เด็กหนุ่มหย่อนตัวนั่งลงฝั่งตรงข้าม เขาหลบสายตาเมื่อพบว่าเฉินตงเอาแต่จ้องมองและยิ้มให้เขาไม่เลิก
"วันนี้ทำได้ดีมาก" เฉินตงกล่าว
"ผมไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย"
"ทำสิ...วันนี้นายพยายามได้ดี"
ลู่อันรู้ได้ทันทีว่าเฉินตงหมายถึงเื่ของลู่ซูลี่
"ผมแทบจะไม่ได้พูดกับเธอด้วยซ้ำ...เมื่อก่อนคุณยังด่าผมอยู่เลย"
"ตอนนั้นฉันยังไม่รู้ปัญหาของนายนี่ พอได้รู้ ฉันถึงเข้าใจว่านายพยายามเต็มที่แล้ว"
ฝ่ามือหนาแสนอบอุ่นวางลงบนศีรษะของลู่อัน ลูบเบา ๆ ด้วยความเอ็นดู
เมื่อเงยหน้าขึ้นลู่อันก็ปะกับรอยยิ้มของเฉินตงอีกครั้ง
"เก่งมาก"
เสียงชื่นชมนั้นดังก้องอยู่ในหัวซ้ำไปมา ราวกับต้องมนต์สะกด
คืนนั้นลู่อันจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่ารสชาติของไก่ทอดและน้ำอัดลมที่กินเข้าไปเป็อย่างไร รู้เพียงว่าน้ำเสียงและรอยยิ้มของเฉินตงทำให้ลู่อันรู้สึกอิ่มเอมและมีความสุข
เด็กหนุ่มนอนกลิ้งไปมาบนเตียง ก่อนจะซุกหน้าลงกับตุ๊กตาหมีตัวใหญ่ พูดเสียงอู้อี้
"นี่...ไม่ยุติธรรมเลย"
เช้าวันใหม่ที่รออยู่คือการเข้าค่ายวันที่สอง
เดิมค่ายนี้ควรจะจัดแค่วันเดียว แต่เพราะมีผู้สนับสนุนรายใหญ่ ทำให้กิจกรรมสามารถดำเนินต่อไปได้นานถึงสามวัน
...ไม่ต้องบอกลู่อันก็พอจะเดาได้ ว่าผู้สนับสนุนรายใหญ่ที่ว่านั่นเป็ใคร...
และสิ่งที่ทำให้ลู่อันมั่นใจเลยว่าการคาดเดาของเขาถูกต้อง คือการที่หลังจากจบการทำกิจกรรม ลู่ซูลี่จะเข้ามาทักทาย ชวนลู่อันกับเฉินตงไปกินขนมอยู่เสมอ ทว่าลู่อันพูดคุยได้ไม่นานก็ต้องขอตัวกลับ และทุกครั้งที่เขาแสดงสีหน้าไม่ดี เฉินตงก็จะพาเขานั่งรถเล่นรอบเมือง ตะลุยกินของอร่อยตามร้านต่าง ๆ เป็อย่างนี้เรื่อยมาจนกิจกรรมค่ายของคณะบริหารจบลง
วันสุดท้าย ลู่ซูลี่อยากใช้เวลากับลู่อันให้นานหน่อย ซึ่งครั้งนี้เขาไม่ได้ปฏิเสธ เพราะหลังจบการพูดคุยกับผู้หญิงคนนั้น เขาก็จะได้ใช้เวลากับเฉินตง ซึ่งนั่นคือสิ่งที่ลู่อันตั้งตารอ
หนนี้ลู่ซูลี่เลือกร้านอาหารครอบครัว
เฉินตงคิดว่าลู่ซูลี่เลือกร้านนี้เพราะอยากจะแก้ตัวจากครั้งแรกที่ได้เจอน้องชาย
หญิงสาวนั่งลงฝั่งตรงข้าม เฉินตงเองก็เช่นกัน
ทว่าครั้งนี้ลู่อันไม่ได้รู้สึกอึดอัดเหมือนกับครั้งแรก อาจเพราะ่สองสามวันมานี้เขาได้พูดคุยกับลู่ซูลี่อยู่บ่อย ๆ ทำให้เริ่มคุ้นชิน
เขาทานอาหารและโต้ตอบพี่สาวบ้างเป็บางครั้ง ถึงแม้จะตอบได้แค่คำว่า "ครับ" ก็ตาม
เพียงเท่านี้ลู่ซูลี่ก็พึงพอใจแล้ว
เธอหวังให้เวลานี้คงอยู่ตลอดไป แต่แล้วเธอก็ทำพลาดเมื่อเริ่มถามถึงเื่ของลุงซึ่งเป็คนเลี้ยงดูลู่อัน
"คุณลุงเป็ยังไงบ้าง เขาดูแลเธอดีไหม?"
ทันใดนั้นั์ตาลู่อันพลันหมองหม่น ประกายความมีชีวิตชีวามลายหายไป เหลือเพียงความโกรธ และเกลียดชัง
"..."
หญิงสาวชะงักไป ทั้งเธอและเฉินตงต่างรับรู้ได้ถึงความไม่พอใจที่แผ่ออกมาจากตัวของเด็กหนุ่มเบื้องหน้า
ลู่ซูลี่เรียกน้องชายอยู่นาน แต่เขาก็ไม่ตอบ ราวกับกำลังเข้าสู่ภวังค์
"ลู่อัน?"
เสียงของเฉินตงทำให้ลู่อันกลับมามีสติอีกครั้ง ดวงตาแข็งกร้าวค่อย ๆ อ่อนลงพร้อมกับเปลือกตากะพริบถี่
"เธอเป็อะไรหรือเปล่า?" ลู่ซูลี่ถามด้วยความเป็ห่วง เธออยากจะเอื้อมมือไปหาน้องชาย แต่ก็ทำไม่ได้ เพราะรู้ดีว่าเด็กคนนั้นไม่ชอบ
ลู่อันส่ายหน้า "เปล่าครับ" น้ำเสียงสั่นเครือและติดขัด ดูอย่างไรก็ไม่มีทางไม่เป็ไร ก่อนที่ครู่ต่อมาเขาจะเงยหน้าขึ้นและพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังราวกับเป็การตักเตือน
"ผมไม่เกี่ยวข้องกับคนคนนั้นอีกแล้ว ดังนั้น กรุณาอย่าพูดถึงเขาอีก"
ั์ตาแฝงความเกลียดชังนั้น ทำให้บนใบหน้าของพี่สาวเต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อ เธอตอบว่า
"ได้ พี่จะไม่พูดถึงอีก" ลู่ซูลี่พยายามยิ้ม "นายกินเถอะ กินข้าวดีกว่าเนอะ"
ท่าทางที่เปลี่ยนไปของลู่อันทำให้เฉินตงเป็กังวล ลู่ซูลี่ออกคำสั่งผ่านสายตา
...เห็นที งานนี้เฉินตงต้องไปเยี่ยมบ้านผู้ปกครองคนนั้นของลู่อันเสียหน่อยแล้ว...