บทที่ 25 สังหารองค์ชายสามแห่งลั่วอวิ๋น
ในขณะที่เหล่ากุ่ยและเสิ่นซานกำลังช่วยชีวิตผู้คนด้วยการดูดเื หลี่เต้าและจินเซิ่งยังคงต่อสู้กันอยู่
แม้ว่าร่างกายของหลี่เต้าจะน่าตกตะลึง สามารถกดดันจินเซิ่งได้ทุกจังหวะ แต่จินเซิ่งก็เป็ผู้ฝึกยุทธ์โฮ่วเทียนระดับสอง
ในสภาวะที่ลมปราณยังไม่หมดสิ้น พละกำลังของเขายังคงอยู่
"ข้าจะป้องกัน! ข้าจะป้องกัน!"
เมื่อเผชิญหน้ากับดาบยาวของหลี่เต้าที่พัดกระหน่ำราวพายุฝน จินเซิ่งต้องคอยแกว่งดาบยาวป้องกันตัวไม่หยุด
ทันใดนั้น เขาพบว่าตนเองไม่ได้ป้องกันสิ่งใดอยู่
เมื่อมองอย่างระมัดระวัง จึงพบว่าอีกฝ่ายหยุดการโจมตีไปั้แ่เมื่อใดไม่อาจทราบ
"เ้า..."
จินเซิ่งกำลังจะพูดอะไรบางอย่าง แต่จู่ ๆ ก็เห็นอีกฝ่ายพุ่งเข้ามาโจมตีอีกครั้ง
ในตอนนี้เองที่เขาเข้าใจแล้วว่าเหตุใดอีกฝ่ายถึงได้หยุดชะงักไป นั่นเป็เพราะ้าทำลายจังหวะการเคลื่อนไหวของเขา
ต้องรู้ว่าเมื่อครู่นี้เขาเพิ่งจะปรับตัวให้เข้ากับดาบของอีกฝ่ายได้ แต่จู่ ๆ กลับหยุดลงเช่นนี้ ทำให้ร่างกายของเขาปรับตัวไม่ทัน
"หยุด!" จินเซิ่งรีบะโเสียงดัง
เมื่อได้ยินเช่นนั้น สีหน้าหลี่เต้าไม่เปลี่ยนแปลง มือยังคงโจมตีไม่หยุด
จินเซิ่งเห็นดังนั้นจึงรีบกล่าวว่า "ข้าไม่สู้แล้ว ปล่อยข้าไปเถอะ องค์ชายสามลั่วอวิ๋น ข้ามอบให้พวกเ้าแล้ว"
"เ้าทำเช่นนี้ องค์ชายสามของพวกเ้าจะไม่เสียใจหรือ?"
"จะเสียใจหรือไม่ก็ช่าง ข้าแค่้ามีชีวิตรอด"
ในตอนนี้จินเซิ่งทิ้งความจงรักภักดีสิ้น เมื่อต้องเผชิญหน้ากับองค์ชายโง่เขลาที่ไม่ยอมรับฟังผู้ใด ในใจของเขาตอนนี้มีเพียงความคิดที่อยากมีชีวิตรอดเท่านั้น
"น่าเสียดายนักที่เ้าต้องมาเจอกับข้า" หลี่เต้าส่ายหน้าพลางเอ่ย
"เ้าหมายความว่าอย่างไร?" จินเซิ่งทำหน้างุนงง ในเมื่อเขาเป็เพียงคนไร้ค่า การจะสังหารเขาก็เสียเวลาเปล่า
"หากเ้าเจอคนอื่น บางทีเ้าอาจรอดชีวิต แต่ข้าคงต้องขอตัดไมตรีแล้ว"
ถึงอย่างไรเขาก็ต้องฆ่าผู้คนเพื่อให้แข็งแกร่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเขาได้เสียเวลาไปกับอีกฝ่ายมากมายเช่นนี้ หากไม่ฆ่าอีกฝ่ายคงขาดทุนยิ่งนัก เพื่อไม่ให้ตนเองต้องเสียเปรียบ จึงต้องส่งอีกฝ่ายไปตาย
"เ้า!" จินเซิ่งสีหน้าดำมืด ไม่คิดเลยว่าอีกฝ่ายจะตามรังควานเขาถึงเพียงนี้
"ข้าจะส่งเ้าไปด้วยดาบเล่มนี้" ทันใดนั้น หลี่เต้าก็สะบัดดาบเหล็กในมือ จังหวะการต่อสู้เปลี่ยนไปในพริบตา
"ดาบไร้นาม!"
กระบวนท่าดาบนี้เป็ผลจากการต่อสู้ครั้งแล้วครั้งเล่า รวมถึงการฝึกฝนและสรุปกระบวนท่าในความคิดของเขา
แม้จะพัฒนามาจากวิชาดาบวายุ แต่ก็แตกต่างโดยสิ้นเชิง อีกทั้งยังมีจุดเด่นเพียงสองประการ นั่นคือความเร็วและแม่นยำ!
ฉึก!
เสียงอาวุธแทงทะลุเนื้อดังขึ้น
จินเซิ่งเพิ่งจะยกดาบยาวขึ้นเพื่อป้องกัน แต่ก็สายเกินไปเสียแล้ว
"แค่ก แค่ก!"
จินเซิ่งกระอักเื ก้มมองดาบยาวที่ปักเข้าที่ลำคอของตน ใบหน้าเต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อ ผู้ฝึกยุทธ์โฮ่วเทียนระดับสองอย่างเขา กลับต้องมาตายด้วยน้ำมือของคนที่รู้จักแต่ใช้กำลังเช่นนี้
พรวด!
หลี่เต้าชักดาบออกมาอย่างฉับพลัน สะบัดเืสด ๆ ที่เปรอะเปื้อนอยู่บนดาบเหล็กทมิฬออก
เสียงของระบบดังขึ้นข้างหูเขาตามคาด
[สังหารศัตรูหนึ่งคน ได้รับคุณสมบัติ: 1.54]
สมกับเป็ยอดฝีมือจริง ๆ แม้จะมีพลังเพียงหนึ่งในสิบ แต่ยังแข็งแกร่งกว่าคนทั่วไปถึงหนึ่งเท่าครึ่ง
หากไม่ใช่เพราะตอนแรกได้สังหารองครักษ์มามากมายจนได้รับพลังเพิ่มขึ้น บางทีเขาอาจไม่สามารถรับมือกับหัวหน้าองครักษ์ผู้นี้ได้
การตายของจินเซิ่งทำให้เหล่าองครักษ์รอบข้างเหมือนแมลงวันที่ไร้หัว ต่างมองหน้ากันไปมาไม่รู้ว่าควรทำเช่นไรดี
"หนี!"
ชั่วขณะหนึ่งผ่านไป ในใจของคนเหล่านี้เหลือเพียงความคิดเดียวเท่านั้น แต่หลี่เต้าจะปล่อยให้เนื้อที่ส่งมาถึงปากหลุดลอยไปได้อย่างไร?
เขายกดาบเหล็กทมิฬขึ้นมา เริ่มสังหารองครักษ์ที่เหลืออยู่รอบข้างอย่างไม่ปรานี
สำหรับชนเผ่าเป่ยหมานเหล่านี้ แม้พวกมันจะยอมแพ้ เขาก็จะไม่ปรานีแต่อย่างใด
แม้ว่าก่อนที่หลี่เต้าจะฟื้นความทรงจำ เขาเคยเป็เพียงขุนเขาเสเพลในเมืองหลวง แต่เขาก็รู้ดีถึงความเป็ศัตรูคู่อาฆาตระหว่างราชวงศ์ต้าเฉียนกับชนเผ่าเป่ยหมาน
ในดินแดนของชนเผ่าเป่ยหมาน ไม่ว่าจะเป็ชายหญิง เด็กหรือคนชรา ล้วนเกลียดชังผู้คนจากราชวงศ์ต้าเฉียน ทุกปีชาวบ้านตามแนวชายแดนของราชวงศ์ต้าเฉียนถูกปล้นสะดมจากพวกอารยชนไม่รู้กี่มากน้อย และเนื่องจากชนเผ่าเป่ยหมานเป็ชนเผ่าที่ทุกคนต้องเป็ทหาร ดังนั้นบาปกรรมนี้จึงตกอยู่กับทุกคนในเผ่าพวกมัน
"ได้โปรดละเว้นข้าด้วย!"
"ที่บ้านข้ายังมีภรรยาและลูกรออยู่ ข้าขอร้อง"
"อย่าสังหารข้าเลย ข้ายอมแพ้แล้ว"
หัวใจของหลี่เต้าในยามนี้เ็าราวกับดาบเหล็กทมิฬในมือของเขา
หนึ่งก้านธูปผ่านไป รอบกายเขามีเพียงซากศพนอนเกลื่อนพื้น
ในขณะเดียวกัน คุณสมบัติที่สามารถใช้งานได้ของเขาซึ่งเคยว่างเปล่าก็ได้รับการเติมเต็มอีกครั้ง
[เ้านาย: หลี่เต้า]
[พละกำลัง: 18.07]
[คุณสมบัติที่ใช้ได้: 4.63]
"เพิ่มคะแนน"
หลี่เต้าจ้องมองที่หมายเหตุด้านหลังช่องพลังกาย แต่กลับพบว่าค่าคุณสมบัติไม่ได้เพิ่มเข้าไปในช่องพลังกายเหมือนเช่นทุกครั้ง
แต่ตัวอักษร 'ทะลวงขั้น' ปรากฏขึ้นอย่างกะทันหันหลังช่องพลังกายกลับกะพริบวูบหนึ่ง
จำเป็ต้องทะลวงขีดจำกัดนี้ให้สำเร็จก่อนหรือ? ฟังดูไม่ใช่เื่ง่าย เขาไม่อาจทะลวงขีดจำกัดที่นี่ได้ กลับไปค่อยว่ากันเถอะ
หลังจากปิดแผงควบคุม หลี่เต้าก็เตรียมตัวออกไปตามหาสวีหู่และคนอื่น ๆ เนื่องจากการต่อสู้ระหว่างเขากับจินเซิ่งทำให้ถอยห่างออกมาไกล จึงไม่รู้ว่าสถานการณ์ทางนั้นเป็อย่างไร
แม้ว่าสวีหู่และเ้าบ้าตัวน้อยจะได้รับาเ็สาหัส แต่หลังจากที่เขาล่อหัวหน้าองครักษ์ที่แข็งแกร่งที่สุดออกมาแล้ว การป้องกันตัวเองต่อหน้าองครักษ์ที่เหลือก็ไม่น่าจะมีปัญหา
...
"เหล่ากุ่ย เ้าดูดพลังจนคนพวกนี้ตายหมดแล้วหรือ?"
เสิ่นซานมองดูองครักษ์คนสุดท้ายที่ทรุดลงอย่างอ่อนแรงและสิ้นลมอย่างกะทันหัน ด้วยสีหน้าเต็มไปด้วยความประหลาดใจ
เหล่ากุ่ยกำลังเก็บของที่ได้มาด้วยความพึงพอใจพลางตอบว่า "ข้าไม่เคยฆ่าผู้ใด ข้าเหลือลมหายใจไว้ให้ทุกคน แต่เป็เพราะพวกมันไม่เอาไหนเองต่างหาก"
ในความคิดของเขา ตราบใดที่ไม่ได้ดูดเืจนตายก็ไม่นับว่าเป็การฆ่าคน
เื่ที่จะตายอย่างไรหลังจากนี้ไม่เกี่ยวกับเขา
เสิ่นซานผ่านการติดต่อกับเขามาระยะหนึ่งแล้ว จึงรู้นิสัยของเหล่ากุ่ยดี ไม่รู้สึกแปลกใจอะไรอีก
เขาเตะองค์ชายสามแห่งลั่วอวิ๋นที่อยู่ในมือให้ล้มลงบนพื้น แล้วกล่าวว่า "หากเ้าจะดูดเืของคนผู้นี้ก็ทำเสียเลย ถึงอย่างไรพวกเราก็มาที่นี่เพื่อสังหารเขาอยู่แล้ว"
"เขาหรือ?"
เหล่ากุ่ยเพียงชำเลืองมองแวบเดียวก็เอ่ยขึ้นว่า "คนผู้นี้มีโรคภัยเต็มตัว พิษทั้งห้าครบถ้วน ดูภายนอกอายุยังน้อย แต่ที่จริงร่างกายทรุดโทรมหมดสภาพเพราะปล่อยตัวตามกิเลสมากเกินไป ข้าไม่สนใจหรอก เ้าจัดการเองเถิด"
"ก็ได้"
เสิ่นซานมองไปที่องค์ชายสามลั่วอวิ๋นแล้วกล่าวว่า "ถึงเวลาส่งเ้าไปแล้ว แต่วางใจได้ ข้าไม่เหมือนเหล่ากุ่ยที่ชอบทรมานคน มีดเล่มเล็กของข้าแทงเพียงครั้งเดียว เ้าก็จะจากไปอย่างสบาย"
องค์ชายสามลั่วอวิ๋นเริ่มสติแตก เขา้ามีชีวิตอยู่ ไม่ใช่้าจากไป
เมื่อเห็นกริชค่อย ๆ คืบเข้ามาใกล้ เขาก็คุกเข่าลงกับพื้นและเริ่มขอความเมตตา "ได้โปรดละเว้นข้าด้วย ข้าคือองค์ชายสามแห่งเผ่าลั่วอวิ๋นทางเหนือ หากพวกเ้าฆ่าข้า บิดาของข้าจะไม่ปล่อยพวกเ้าไว้แน่"
เมื่อได้ยินดังนั้น เสิ่นซานก็หัวเราะเบา ๆ "องค์ชายสาม เ้ารู้จักพวกข้าหรือไม่?"
"ข้า… ข้าไม่รู้จักพวกเ้า"
"เ้ายังไม่รู้จักพวกข้าเลย แล้วจะหวังให้บิดาของเ้ารู้จักพวกข้าได้อย่างไร? สังหารเ้าเสีย ก็ไม่มีผู้ใดรู้ว่าพวกข้าเป็คนลงมือ"
องค์ชายสามลั่วอวิ๋น "..."
ทันใดนั้นเขาก็เกิดความคิดขึ้นมา "รอก่อน ฟังข้าพูดก่อน"
"ดูท่าพวกเ้าไม่ใช่คนของทางการ แต่เป็ยอดฝีมือในยุทธภพใช่หรือไม่?"
"แล้วอย่างไร?"
"หากเป็คนของทางการ ข้าตายก็ไม่มีอะไรจะพูด แต่หากพวกเ้าเป็คนในยุทธภพ เช่นนั้นต้องมีคนให้เงื่อนไขบางอย่าง เพื่อจ้างพวกเ้ามาสังหารข้าแน่"
"เ้า้าจะพูดอะไรกันแน่?"
องค์ชายสามเหมือนจะเห็นความหวัง จึงรีบกล่าวว่า "พวกเขาให้เ้าเท่าไหร่ ข้าจะให้สองเท่า... ไม่สิ ข้าจะให้สิบเท่า เพียงแค่พวกเ้าปล่อยข้าไป ข้าจะให้เงินพวกเ้าสิบเท่า เ้าว่าอย่างไร?"
เสิ่นซานกำลังจะพูดอะไรบางอย่าง จู่ ๆ ก็มีเสียงหนึ่งดังมาจากที่ไม่ไกลนัก
"หรือว่าเ้ามีชีวิตถึงห้าสิบชีวิตมาชดใช้ให้พวกข้า?"
เสิ่นซานหันกลับไปมอง สีหน้าเปี่ยมด้วยความยินดี "พี่ใหญ่?"
เมื่อเห็นว่ามีเพียงหลี่เต้าคนเดียว เขารีบถามขึ้นว่า "ยอดฝีมือผู้นั้นตายแล้วหรือ?"
"ตายแล้ว"
"ฮ่า ๆ ข้ารู้อยู่แล้วว่าพี่ใหญ่ต้องทำได้ ไอ้คนผู้นั้นทำให้ข้าเดือดร้อนหนักเชียว" เสิ่นซานหัวเราะลั่นอย่างอดไม่ได้
ในขณะเดียวกัน เมื่อองค์ชายสามแห่งลั่วอวิ๋นได้ยินคำพูดของหลี่เต้า หัวใจพลันสั่นสะท้าน
ก่อนหน้านี้เขายังหวังลม ๆ แล้ง ๆ ว่าจินเซิ่งจะกลับมาช่วยเขาได้ แต่ตอนนี้ความหวังนั้นได้สิ้นสุดลงแล้ว
หลี่เต้ามองไปทางสวีหู่และเ้าบ้าตัวน้อยที่อยู่ด้านข้าง พบว่าาแของทั้งสองคนหายดีเกือบหมดแล้ว จึงชะงักไปครู่หนึ่ง
เมื่อเห็นคนชราที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ก็รู้ทันทีว่าใครเป็คนทำ เขาอดไม่ได้ที่จะเอ่ยปาก "เหล่ากุ่ยวิชาแพทย์ของท่านนั้นเชื่อถือได้มากกว่าวิชาพิษเสียอีก"
ท่านผู้เฒ่าถูกหยอกเย้าก็ไม่ได้รู้สึกเขินอาย กล่าวตรง ๆ ว่า "วิชาแพทย์ของข้าแต่ไหนแต่ไรก็เชื่อถือได้มากกว่าวิชาพิษอยู่แล้ว"
หลี่เต้าพยักหน้า หันไปมององค์ชายสามแห่งลั่วอวิ๋น "นี่คือเป้าหมายของภารกิจใช่หรือไม่?"
เสิ่นซานพยักหน้า "ข้ากำลังจะจัดการเขาพอดี"
ฉึก!