26.....
ไปรยาขับรถมาส่งลิลลี่ที่บ้านระหว่างทางทั้งคู่ต่างก็วิพากษ์วิจารณ์เื่ที่นัฏนรีเล่าให้ฟังโดยเฉพาะเื่ความมหัศจรรย์ของคุณยายกันยามาศที่บอกเล่าราวกับตาเห็นให้ นัฏนรีรับรู้ถึงพฤติกรรมของชวินที่ทำเด็กสาวชื่อกระต่ายท้องรวมทั้งเื่ที่คุณยายกันยามาศได้พบเห็นิญญาองชวินกับพ่อของเขาด้วย
“ไม่อยากจะเชื่อเลยนะว่าคุณยายกันยาท่านจะมีญาณพิเศษแบบนั้นแถมตรงตามที่บอกเสียด้วย”
ลิลลี่พูดด้วยความตื่นเต้น เธอคิดว่าจะต้องหาเวลาไปหาคุณยายของสิปปกรให้ท่านช่วยดูเหตุการณ์ในชีวิตให้บ้าง
“ใช่...แต่สิ่งที่ไม่อยากจะเชื่ออีกอย่างหนึ่งคือเื่ที่นายวินทำผู้หญิงท้อง”ไปรยาพูดเสริม
“มันก็ไม่น่าจะเหลือเชื่อหรอกเพราะนายวินน่ะเ้าชู้จะตาย เพียงแต่ยัยดรีมหน้ามืดตามัวคิดว่านายวินรักและซื่อสัตย์กับตัวเองเท่านั้นเอง”
ลิลลี่ยังคงไม่ชอบพฤติกรรมของชวินแต่เธอก็ยังรักเพื่อนคนนี้อยู่ดี
“จะว่าไปก็ดีเหมือนกันนะที่ความจริงมาปูดเสียได้ยัยดรีมจะได้ตาสว่างเสียที”
ไปรยาแสดงความเห็น
“ถึงยังไงยัยดรีมก็ยังเชื่อว่า ลูกของยัยเด็กนั่นกับชวินที่เกิดมาคือนายวินมาเกิด”
“ถ้าคุณยายกันยายืนว่าใช่..ฉันก็ว่ามันน่าจะจริงนะเราต้องรอพิสูจน์”
ไปรยาบอก และจังหวะนั้นเองปัญจพลก็โทรเข้ามือถือของไปรยาพอดีไปรยากำลังขับรถ จึงไม่สะดวกที่จะรับสาย เธอจึงสั่งให้ลิลลี่รับแทน
“สวัสดีค่ะ”
เสียงของลิลลี่รับสายแทนเ้าของเครื่องโดยไม่ได้ดูชื่อที่จอมือถือ
“สวัสดีครับคุณยา..ผมพีเจ.ครับ”
พอได้ยินเสียงคนโทรมา ลิลลี่ก็คอแข็งขึ้นมาทันทีครั้นจะกดวางสายก็เกรงว่าฝ่ายนั้นจะหาว่าเธอไม่มีมารยาทแต่ครั้นจะคุยด้วยก็ไม่ปรารถนาที่จะได้ยินเสียง ขนาดหน้าเขา เธอยังรู้สึกไม่ชอบเลย
“ยัยยาไม่ว่างกำลังขับรถมีอะไรไหม”
ลิลลี่ถามเสียงห้วน
“มิน่าล่ะ ผมก็ว่าเสียงที่ไร้มิตรภาพห้วน ๆ เหมือนมะนาวไม่มีน้ำแบบนี้คงจะไม่ใช่เสียงของคุณยาหรอก”
“คุณ!..”
“ผมอยากจะคุยกับคุณยา”
“มีปัญหาทางระบบการฟังรึไงก็บอกแล้วว่ายัยยากำลังขับรถอยู่”
“ก็ให้เธอใช้สมอลทอล์คสิครับ..หรือไม่ก็เปิดสปีคโฟนโธ่..แค่นี้ก็คิดไม่ออก”
“ตาบ้า..ไม่ต้องมาสอนเลยนะ เพื่อนฉันไม่ได้อยากจะคุยกับคุณนักหรอกที่โทรมานี่มีอะไรไม่ทราบ หรือว่าโทรมาจีบยัยยากันแน่..ขอบอกเลยนะเพื่อนฉันมีแฟนแล้ว”
“ผมไม่ได้จีบคุณยา”
“อ๋อ..งั้นก็คงจะจีบฉันล่ะสิเสียใจฉันก็มีแฟนแล้วเหมือนกัน”
“โมเมเก่งเหมือนกันนะคุณ สงสัยว่าผู้ชายที่ชื่อปอนด์นั่นคุณก็คงจะคิดโมเมว่าเขาเป็แฟนคุณ”
“ฉันไม่เคยโมเมว่าปอนด์เป็แฟนฉัน!.”
ลิลลี่โกรธแบบควันออกหูรีบโต้ตอบทันควันที่ถูกถามจี้ใจดำเข้าจัง ๆ
“จะบอกว่าเป็แฟนจริง ๆ น่ะเหรอแต่ผมดูท่าทางคุณปอนด์อะไรนั่นเขาไม่ได้สนใจคุณสักนิด ผมเห็นมีแต่คุณฝ่ายเดียวที่ดูจะ....”
เขาแกล้งที่จะพูดค้างไว้
“ที่ดูจะอะไร พูดมาเลย”
ลิลลี่ขึ้นเสียงถามด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ
“ไม่เอาดีกว่า..พูดไปเดี๋ยวคุณก็จะหัวเสียเปล่าๆ”
“งั้นก็ไม่ต้องพูด..นี่แน่ะปิดซะเลย”
ลิลลี่กระแทกเสียงพร้อมกับปิดโทรศัพท์ทันที
“ทะเลาะกับคุณพีเจ.ล่ะสิ”
ไปรยาเดาพร้อมกับส่ายศีรษะไปมาที่เห็นกริยาโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยงของเพื่อน
“อีตานี่โทรมาหาเธอทำไมกัน มันน่าจะจบ ๆไปแล้วนะ เ้าดุ๊กดิ๊กก็เอาออกมาจากบ้านอีตาบ้านั่นแล้ว ไม่น่าจะมีอะไรเกี่ยวข้องกันอีกนอกเสียจากเขาจะโทรมาจีบเธอ”
ลิลลี่หันไปมองเสี้ยวหน้าคนขับรถ
“จีบก็ดีสิ หน้าตาเขาก็ใช่ว่าจะขี้ริ้วขี้เหร่แถมฐานะก็ออกจะดี ที่สำคัญเขายังโสด”
ไปรยาบอกยิ้ม ๆ
“รู้ได้ไงว่าตานั่นโสดเกิดกะล่อนเหมือนชวินล่ะ”
“เราก็ไปบ้านของเขาแล้วนี่ เขาอยู่กับคนใช้ไม่มีคุณผู้หญิงให้เห็น” ไปรยาว่า
“ไม่มีให้เห็นก็ไม่ได้หมายความว่าไม่มีนี่นา..แต่..เอ๊ะ..เดี๋ยวก่อนเธออย่าเพิ่งเทใจไปให้อีตานี่ล่ะ”
“ทำไมเหรอ”
“ก็ฉันกำลังสงสัยน่ะสิ ว่าเขาอาจจะเป็เกย์”
“บ้าน่า..ไปกล่าวหาคุณพีเจเขาได้ไงลิลลี่” ไปรยาหัวเราะขบขัน
“เธอไม่ได้สังเกตรึไงที่เด็กรับใช้ในบ้านเขามีแต่เด็กหนุ่ม ๆ ทั้งนั้น หน้าตาก็ดีด้วย”
“แหม..ดูแค่นั้นแล้วสรุปว่าเขาเป็เกย์เลยมันจะใจร้ายกับคุณพีเจของฉันไปหน่อยละมั้งคุณหญิงลิลลี่เ้าขา”
“ต๊าย..กล้าพูดนะยะ..คุณพีเจของฉัน..”
ลิลลี่ทำเสียงหมั่นไส้เพื่อน
“อ้าว..ก็เธอไม่เอาฉันก็รีบรับมาเป็ของฉันไว้ก่อนสิ อย่าเปลี่ยนใจมาเอาคืนแล้วกัน”
ไปรยาพูดสัพยอกด้วยความขบขันมากกว่าที่จะคิดตามที่พูดจริงๆ
“โอ้ย..ยกให้เลยสำหรับอีตานี่ ไม่เคยคิดพิศวาสสักนิดแต่ฉันว่าเธอเลิกคิดดีกว่า เพราะอีตาพีเจไม่ได้ชอบผู้หญิงหรอก แต่ชอบผู้ชายด้วยกันแน่นอนดูอย่างวันนี้สิ ที่ฉันพาปอนด์ไปที่บ้านของเขาน่ะ นายปอนด์พูดอธิบายแป๊บเดียวก็ทำท่าเข้าอกเข้าใจยอมยกเ้าดุ๊กดิ๊กให้เฉยเลยทีฉันกับเธออธิบายจนปากจะฉีกเขาไม่เห็นจะสนใจเลยฉันจึงมั่นใจว่าอีตานั่นจะต้องคิดอะไรกับนายปอนด์แน่นอน แล้วที่โทรมาหาเธอนี่ เธอก็อย่าได้ดีใจว่าเขาโทรมาจีบล่ะเขาอาจจะโทรมาขอเบอร์นายปอนด์ก็ได้”
“เอาไว้ให้เขาโทรมาอีกเดี๋ยวก็รู้ ว่าจะขอเบอร์นายปอนด์จริงหรือเปล่า”
ไปรยาบอกเสียงกลั้วหัวเราะ
“แต่ตอนนี้ฉันปิดโทรศัพท์เธอแล้วล่ะถ้าเธออยากติดต่อกับเขาก็เอาไว้เธอถึงบ้านแล้วค่อยโทรหากันก็แล้วกัน”
ไปรยาหัวเราะกับท่าทางของลิลลี่ั้แ่เป็เพื่อนกันมาเพิ่งจะเห็นลิลลี่ไม่ชอบหน้าผู้ชายชนิดเป็ไม้เบื่อไม้เมากันก็หนนี้เอง
“น้องเอมี่เป็ไงบ้างครับแม่”
สิปปกรรีบถามมารดาทันทีที่มาถึงห้องเขาได้รับโทรศัพท์จากมารดาให้รีบกลับไปหาเอมี่ด่วน เช่นเดียวกับที่มารดาของเขาก็รีบลางานกลับมาดูเอมี่เช่นกัน
“เอมี่เป็ลม แม่ก็เพิ่งจะมาถึงก่อนปอนด์หลังจากที่หนูเอมี่โทรหาแม่”
คุณประภาวรรณบอกกับลูกชายด้วยสีหน้าไม่สบายใจทั้งสองแม่ลูกช่วยกันปฐมพยาบาลให้กับเอมี่ที่นอนระทวยหมดแรงอยู่บนเตียงนอนเหตุที่ทำให้เอมี่เป็เช่นนี้ ก็เกิดจากเอมี่ได้รับโทรศัพท์จากบิดาชาวดูไบแจ้งข่าวร้ายว่าเครื่องบินที่คุณศศิธรนั่งไปจากเมืองไทยได้เกิดอุบัติเหตุลื่นไถลออกนอกรันเวย์ขณะที่กำลังจะลงจอดที่สนามบินดูไบทำให้มีผู้โดยสารเสียชีวิตและได้รับาเ็จำนวนหนึ่ง คุณศศิธรโชคร้ายอยู่ในข่ายที่คาดว่าจะเสียชีวิตขณะนี้บิดาของเอมี่กำลังตรวจสอบรายชื่ออยู่
“ได้ข่าวว่าเมื่อคืนเครื่องบินดีเลย์ไปหลายชั่วโมงก่อนจะบินได้ ถ้าแม่รู้ว่าสิ่งที่คุณยายเตือนจะเป็จริงแบบนี้แม่จะห้ามไม่ให้ศศิธรขึ้นเครื่องบินกลับเด็ดขาด”
คุณประภาวรรณคร่ำครวญด้วยความเสียใจ
“ไม่มีประโยชน์ที่แม่จะมาเสียใจตอนนี้แล้วล่ะครับ..ผมว่ามาลุ้นให้รายชื่อของคุณป้าอยู่ในจำนวนผู้าเ็จะดีกว่าอย่าได้เป็รายชื่อที่เสียชีวิตเลย”
“แม่จะโทรหาคุณยาย จะให้คุณยายช่วยดูให้ว่าตอนนี้ศศิธรอยู่ที่ไหนาเ็หรือว่าเสียชีวิต”
คุณประภาวรรณบอกกับลูกชายด้วยสีหน้าทุกข์ร้อนใจเธอเริ่มหวนคิดถึงคำพูดของมารดาด้วยความสำนึกผิด ถ้าเพียงแต่เธอจะเล่าให้เพื่อนฟังเธอก็คงจะไม่เสียใจถึงเพียงนี้ ตอนนี้เธอเชื่อถือมารดาอย่างปราศจากข้อกังขาใด ๆ ทั้งสิ้นแล้วและรู้สึกศรัทธามารดาขึ้นมาท่วมท้น
“คุณยายไปปฏิบัติธรรมที่สุราษฏร์แล้วครับอีกหลายวันกว่าจะกลับ”
“สงสารแต่หนูเอมี่..แม่ว่าถ้าอีกสักชั่วโมงอาการยังไม่ดีขึ้นพาส่งโรงพยาบาลไปให้น้ำเกลือดีกว่า”
“ครับ..ตอนนี้คุณแม่ก็ลองโทรติดต่อไปที่ดูไบสิครับ”ลูกชายเตือน
“ไม่มีคนรับสายหรอก ยิ่งเครื่องของศศิธรติดต่อไม่ได้ั้แ่เมื่อเช้าที่แม่โทรไปส่วนมือถือสามีของศศิธรก็สายไม่ว่างตลอด เขาคงกำลังวุ่น ๆ อยู่กับการตามหาศศิธร..เอ้อ..ปอนด์ที่บอกแม่ว่าปอนด์เชื่อในคำทำนายของคุณยาย..”
“ตอนนี้คุณแม่คงอยากจะรู้แล้วใช่ไหมครับว่าทำไม...”
มารดาพยักหน้าด้วยความอยากรู้จริง ๆ ทำให้สิปปกรเล่าในสิ่งที่ได้รับฟังมาจากคุณยายกันยามาศเื่ของิญญาชวินกับทองก้อนรวมทั้งเื่ที่ชวินทำผู้หญิงท้องด้วย คุณประภาวรรณ รับฟังด้วยความสนใจและเริ่มคล้อยตาม บัดนี้เธอไม่เหลือความสงสัยใด ๆ อีกแล้ว ในเมื่อ
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับเพื่อนของเธอได้พิสูจน์ให้เธอเห็นแล้วถ้าสิปปกรจะเล่าเื่นี้ให้กับคุณประภาวรรณรับรู้เสียก่อนที่คุณยายจะโทรมาเธอก็คงจะพอเชื่ออยู่บ้างและคงจะห้ามศศิธรให้อยู่เมืองไทยตามคำแนะนำของยายกันยามาศอย่างแน่นอน....แต่ตอนนี้เธอก็ได้แต่เศร้าเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นอดที่จะโทษตัวเองไม่ได้ที่มีส่วนทำให้เพื่อนไปตาย
“คุณแม่อย่าโทษตัวเองเลยครับ..บางทีมันก็เป็เื่ของโชคชะตาฟ้าลิขิตเอาไว้แล้วครับ”
ลูกชายปลอบใจมารดา
“ปอนด์พูดเหมือนคุณยายเลย..คุณยายบอกให้แม่เตือนศศิธรให้ได้แต่ถ้าเขาไม่เชื่อคุณยายบอกว่าให้ถือว่าเป็เพราะโชคชะตา ถ้าอย่างนี้แล้วแม่คงจะไม่ใช่คนผิดหรอกใช่ไหมปอนด์ที่ไม่ได้บอกเพื่อนไม่ได้เตือนเพื่อน”
คุณประภาวรรณถามลูกชายเพื่อให้เขาช่วยยืนยันให้เธอสบายใจจะได้ไม่รู้สึกผิดมากจนเกินไปที่ไม่ได้บอกเพื่อน
“มันไม่ใช่ความผิดของคุณแม่เลยครับ..อย่าคิดมากสิครับ..ทุกอย่างกรรมของแต่ละคนกำหนดเอาไว้แล้วทุกคนรู้วันเกิดแต่ไม่มีใครรู้วันตาย ถ้ากรรมกำหนดให้คุณป้าศศิธรต้องตายต่อให้คุณแม่ห้ามท่านอย่างไรท่านก็คงจะต้องไปอยู่ดี”
คุณประภาวรรณเริ่มสบายใจขึ้นมาบ้างกับคำพูดของลูกชายเธอจึงหันไปสนใจดูแลเอมี่ด้วยความเป็ห่วง