
ฮวาผิง

จูเยว่
“ท่านดูสิหุ่นมีแต่หัวตั้งหน้าประตูต้อนรับแขกแบบนี้ ข้าว่าโรงเตี๊ยมนี้มันน่ากลัวจริงๆ” จูเยว่พูดไปตัวงอไปทำท่าทางหวาดกลัว แต่หน้าตานางไม่ได้ดูขี้ขลาดเท่าไหร่กลับดูตลกเสียมากกว่าเพราะว่ารอบดวงตาของนางข้างหนึ่งเป็ดวงดำกลมๆ รอบดวงตาใครเห็นก็อดขำมิได้ แต่หางของนางแสดงออกชัดเจนมากกว่ากลัวสุดๆ มันลีบหุบหลบเก็บเข้าก้นไปแบบไม่ห่วงสวยเลย ตอนนี้จูเยว่จับแขนเสื้อฮวาผิงไว้ให้อุ่นใจก่อน
“เข้าไปกันเถอะ ก่อนที่ข้างนอกนี่จะน่ากลัวกว่าที่เ้าคิดอีกนะ” ฮวาผิงเดินนำเข้าประตูไปถึงแม้นางจะมีฐานะดีแต่นางก็ไม่ใช่สาวเรียบร้อยอ่อนแออะไร นางออกจะไม่ละเอียดอ่อนนักทำให้นางไม่ใส่ใจรายละเอียดใดๆ
แม้แต่การเดินทางคราวนี้นางก็ไม่ได้ให้บ่าวไพร่ตามกันมา มีเพียงจูเยว่ที่นางพามาด้วยหรืออาจเพราะนางมิได้หน้าตาดีอะไร นางเลยไม่ค่อยมีใครเข้ามารังควานใจนัก สัมภาระก็มีไม่มากตามแผนการเดินทางของนาง นางคิดว่าจะรีบไปรีบกลับด้วยซ้ำเลยไม่มีข้าวของมากนัก
เส้นทางนี้นางเคยมาั้แ่เด็กจึงไม่ได้คิดถึงภัยอันตรายใดๆ นางลืมคิดไปว่าที่ผ่านมานางเดินทางไม่เคยแวะพักเพราะมากับครอบครัวเลยค้างอ้างแรมกลางป่าได้ แต่คราวนี้ไม่เหมือนกันกับที่แล้วมา
ขณะเดินเข้าโรงเตี๊ยมไปจูเยว่ยังเหลือบมองหุ่นหัวนั่นอยู่ตลอดเวลา นางคิดในใจว่าเ้าของหัวทำไมหน้าตาแย่เช่นนี้มองแทบไม่เห็นดวงตาเลย ทั้งหัวเป็สีจุดลายดำทั่วไปหมดดูใบหน้าอาภัพยิ่งนักถ้ายังมีชีวิตอยู่คงจะเป็อะไรที่น่าสงสารอยู่เหมือนกัน
ที่คอกม้าของโรงเตี๊ยมชายแต่งกายด้วยเสื้อผ้าสีฟ้าอมน้ำเงินมีนามว่าอาปั๋ว เขาอายุสี่ปีกำลังผูกม้าและจัดแจงฝากฝังม้าให้กับผู้ดูแลม้าของโรงเตี๊ยม ขนสีน้ำตาลอ่อนของเขาคล้ายคลึงกับสีขนของม้าเลยทำให้ผู้ดูแลคอกม้าเหลือบมองเขาบ่อยๆ และกลั้นยิ้มใส่เขาด้วยแต่อาปั๋วชินซะแล้ว
“เ้ามากับข้าก็เพื่อมาหาเงินไว้ใช้ไม่ดีตรงไหนกัน?” อาปั๋วพูดกับเพื่อนซี้ ฟูเหรินเขามีอายุห้าปีแม้ว่าจะแก่กว่าอาปั๋วแต่ก็สนิทกันแบบเพื่อน อาปั๋วตรวจห่อสัมภาระและขยับถุง เงินข้างเอวให้เข้าที่แ่าไม่ใส่ใจผู้ดูแลม้าที่มองมาที่เขา
“ดีก็ดีอยู่หรอกแต่ข้าไม่อยากทำร้ายใครนะ” ฟูเหรินกล่าวพร้อมลงจากหลังม้า ลงมายืนได้ก็เอามือลูบขนข้างหู เพราะขี่ม้ามาไกลลมตีจนขนสีเทาเข้มของเขากระจุยไปมา เขาขยับฝักกระบี่ให้เข้าที่พาดไว้ที่หลังของเขา
“งานของเราไม่ทำใครก่อนหรอกแต่ถ้าใครขวางทางก็ไม่แน่” อาปั๋วกระดิกหูไปมา
เขาชวนฟูเหรินมากับเขาด้วยเพื่อมาหางานรับจ้างคุ้มภัยทำและกำลังจะมุ่งหน้าลงใต้ไปที่เมืองชิงหนง เขาผูกม้าเสร็จก็หันมองหาทางเดินเข้าโรงเตี๊ยมไปมา หันไปเจอกับอะไรบางอย่างในความมืดขนสีน้ำตาลของเขาฟูฟ่องทันที
“โอ๊ย! จะบ้าตายใหมดเลย” อาปั๋วร้องเสียงหลง
“มีอะไรหรือ?” ฟูเหรินเอ่ยถามเพื่อนรีบเดินเข้ามาใกล้
“เ้าดูนี่สิใครเล่นพิเรนทร์มีแต่หน้าในความมืดน่ากลัวมากๆ” อาปั๋วชี้ไปที่ใบหน้าที่แขวนไว้ตรงฝากระดานด้านที่แสงส่องไม่ถึงมืดๆ ใบหน้านั้นสีออกน้ำตาลส้มเน่าๆ ตาสีเหลืองคาดผ้าโพกหัวสีเขียวๆ (ตัวละครจงหลีจากนิยายเื่ “ซานตง” ม่าวกุ้ยภาคพิเศษ) อาปั๋วเดินเข้าไปดูใกล้ๆ
“เ้าขวัญอ่อนั้แ่เมื่อใดกัน? อาปั๋ว” ฟูเหรินเย้าแหย่พร้อมผลักเพื่อนไปหาใบหน้านั้นเบาๆ เขายิ้มตาหยี
“ข้าแค่ใ” อาปั๋วเดินเข้าไปมองหน้านั้นใกล้ขึ้นไปอีกยื่นหน้าเข้าไปดูอย่าพินิจพิเคราะห์
“นี่มันใบหน้าของจริงนี่นะ” อาปั๋วเอานิ้วไปลองจิ้มดูที่ขนแก้มเห็นว่านุ่มๆ อยู่ เขาทำปากบดไปมาแบบขยะแขยง
“เ้าอย่าจิ้มซี้ซั้วนะิญญาจะเข้าสิ่ง” ฟูเหรินห้ามเพื่อน ทั้งคู่เดินผละออกจากคอกม้าไปด้านหน้าโรงเตี๊ยม
ทั้งสองหนุ่มเดินไม่พูดไม่จากันมาถึงทางเข้าประตูหน้าโรงเตี๊ยมอยากจะรีบเข้าโรงเตี๊ยมไป ทั้งที่เหลือบไปเห็นหัวตั้งหน้าประตูต้อนรับแขกอีกหัวหนึ่งที่ฮวาผิงกับจูเยว่ได้เห็นกันไป
“เ้าจะไม่พูดกับข้าเื่หัวที่สองนี่จริงเหรอ?” อาปั๋วเกาคางกระดิกหนวดถามเพื่อน
“ฟ้าค่ำแล้วเราไปหาห้องพักก่อนดีกว่าถ้าเ้ายังพูดมากเ้าได้ไปนอนกับหัวกับใบหน้าพวกนั้นแน่” ฟูเหรินขู่สะบัดขนหัวไปด้วยขนของเขาปลิวออกมาสองสามเส้น
“ก็ได้ข้าไม่พูดแล้ว ข้าไม่พูดก็ได้” อาปั๋วเอามืออุดปากตัวเองพร้อมเลียมือพอเป็พิธี ผายมือให้เพื่อนเดินนำหน้าเข้าโรงเตี๊ยมก่อนทันที
ภายในโรงเตี๊ยมชั้นหนึ่งขณะนี้มีลูกค้านั่งดื่มกินตามโต๊ะไม่มากนักเสี่ยวเอ้อกำลังจัดแจงห้องพักเช็ดโต๊ะจัดข้าวของและรับแขกอยู่
“เผิงเปิ้นเ้าพาคุณหนูท่านนี้ไปเรือนแยกข้างเรือนของเถ้าแก่เนี๊ยะนะแล้วเ้าก็ดูแลนางให้ดี บ่อเงินบ่อทองแวะมาทั้งทีอย่าให้ขาดตกบกพร่องได้ล่ะไม่งั้นข้าจะเอาเื่เ้า” ฟานเฉาสั่งพร้อมขู่ลูกน้อง จากนั้นฟานเฉาก็ไปสั่งงานเสี่ยวเอ้อและตรวจตรารับรองแขกในโรงเตี๊ยม
“เ้าค่ะ” เผิงเปิ้นรับคำฟานเฉานางไม่มีท่าทีอิดออดหรืออู้งานใดๆ เรียกเสี่ยวเอ้อมายกข้าวของของแขกเข้าไปด้วย
“เชิญคุณหนูฮวาผิงทางนี้เ้าค่ะ” เผิงเปิ้นกระพริบตาถี่ๆ แม้นางจะดำสนิทแต่นางก็ดูสะอาดสะอ้านดี
“ไปกันเถอะจูเยว่ข้าอยากพักสักหน่อย” ฮวาผิงยกพัดขึ้นปิดหน้าสายตาของนางไม่ได้มองไปที่จูเยว่เลยแต่กลับเหลือบตาไปเห็นชายหนุ่มทั้งสองที่พึ่งจะเดินเข้าโรงเตี๊ยมมา
นางคิดในใจว่าโรงเตี๊ยมแห่งนี้ก็มีสิ่งน่าสนใจอยู่ไม่น้อยนางเอาพัดเขี่ยขนใต้คางนางเล่นไปมาและเดินตามเผิงเปิ้นไปที่เรือนด้านทิศเหนือฟูเหรินกับอาปั๋วได้ห้องพักชั้นสองมองเห็นเรือนเถ้าแก่เนี๊ยะและเรือนแยกซึ่งบัดนี้ฮวาผิงกับจูเยว่เช่าไว้