ตอนที่ 17 อิสตรีชุดขาว
ห่างกับเมืองลู่เป่ยไปไม่มากซูรั่วซานนั่งสมาธิโคจรพลัง เส้นผมบนศีรษะของนางนั้นกลับมาเป็สีดำบางส่วน เพียงแต่หลังจากหลอมรวมกับซากเห็ดหลินจือหมอกโลหิตแล้วทำให้นางรอดพ้นจุดวิกฤติมาหวุดหวิด
ที่ซูรั่วซานนั้นมีปัญหาเยี่ยงนี่เพราะพลังปรานเฉพาะของศิษย์หุบเขาสระเหมันนั้น จำเป็ต้องรักษาพรหมจรรย์ไว้ตลอดเวลาหากไม่แล้วลมปรานจะควบคุมได้ยากขึ้นเรื่อยๆตามการเวลา พลังฝึกฝนจะค่อยๆลดลงจะกลายเป็คนธรรมดาไปภายในเวลาไม่กี่สิบปี
แต่ถ้าในระหว่างนั้นยิ่งฝืนใช้ลมปราณยิ่งเร่งผลกระทบให้เร็วขึ้น อย่างเบาสูญเสียวรยุทธ์ถาวร อย่างหนัก...คือเสียชีวิต
เสียดายที่ว่าถ้าเป็เห็ดหลินจือหมอกโลหิตในสภาพสมบูรณ์ อาจช่วยให้พลังชีวิตนางกลับไปปกติได้แม้ผลกระทบลมปราณแตกซ่านยังคงอยู่เหมือนเดิมไม่ได้หายไป ก็ยังสามารถยืดชีวิตได้เป็ร้อยปี
พวกเจียงหวู่เฉินทั้งสามนั้นพยายามเร่งเดินทางไปยังเมืองชุนหนิวอันเป็ที่ตั้งของสำนักไผ่เขียวให้เร็วที่สุด ไม่ได้แวะเที่ยวเล่นเมืองลู่เป่ยใกล้ๆ
เจียงหวู่เฉินออกเดินหาผลไม้ป่าเพื่อนำมาเป็อาหารในระหว่างที่รอให้ซูรั่วซานพักฟื้น เด็กชายหาผลไม้มาได้มาหลายอย่างเตรียมเดินทางกลับนำไปให้น้องสาวของมันแต่สายตามันเหลือบเห็น อิสตรีชุดขาวดั่งนางเซียนสองนาง พวกนางนั้นคุมหน้าไว้มิดชิดคนนึงดูนิ่งเงียบสูงศักดิ์ อีกหนึ่งดูเหมือนจะอายุเยาวน์กว่า
นางเซียนอายุเยาวน์นั้นเดินถามคนที่สัญจรผ่านถนนหลักคนแล้วคนเล่าเหมือนพวกนางกำลังตามหาอะไรบางอย่าง หวู่เฉินน้อยไม่รู้ว่าทำไมตัวเองต้องหลบลอบมองดูพวกนางจากหลังต้นไม้ด้วย
นางเซียนอายุเยาวน์เดินเข้าหานางเซียนที่ดูสูงศักดิ์สองมือพสานมือเคารพ “เรียนท่านอาจารย์ไม่มีใครพบเห็นร่องรอยของอาจารย์อาเลย”นางเซียนสูงศักดิ์ไม่ตอบคำ
เจียงหวู่เฉินลอบมองสิ่งที่นางเซียนอายุเยาวน์ถือไว้มันเป็รูปเหมือน... ์นั้นรูปเหมือนท่านน้าซูนี่! คนพวกนี้ตามหาท่านน้าซูทำไม?คนพวกนี้แต่งกายคล้ายท่านน้าซูหรือจะเป็พวกเดียวกัน?
แต่ท่านน้าดูรีบเร่งเหมือนกลัวโดนไล่ติดตาม พยายามทำตัวไม่ให้เป็จุดสนใจพวกนางคงไม่ได้มาดีแน่?แย่แล้วต้องรีบไปเตือนท่านน้าซู!เจียงหวู่เฉินค่อยๆย่องออกมาจากหลังต้นไม้เตรียมจากไปแต่ทันใดนั้น!
กร็อบมันดันเหยียบกิ่งไม้เล็กๆซึ่งเสียงเบามากจนคนทั่วไปไม่น่าจะสังเกตเพียงแต่...
“ใครกัน!” นางเซียนอายุเยาวน์ะโก้องนางพลิ้วกายดุจภาพติดตา มาปรากฎต่อหน้าเจียงหวู่เฉินก่อนจะใช้มือหิ้วคอเสื้อเด็กชาย เคลื่อนกายมาตรงหน้านางเซียนผู้สูงศักดิ์
“ท่านอาจารย์เ้าหัวขโมยน้อยนี่ ทำตัวรับๆล่อๆ น่าสงสัยยิ่งนัก” นางเซียนสูงศักดิ์ไม่ได้สนใจเจียงหวู่เฉินพยายามดิ้นรนกลางอากาศ
“พี่สาวทั้งสองพวกท่านเข้าใจผิดแล้ว ข้าไม่ได้ทำอันใดไม่ดี”
“ไม่ได้ทำอันใด? แล้วเ้าแอบดูพวกเราทำไม?”
“ข้าแค่ผ่านมาเก็บผลไม้ป่าเพียงเห็นพี่สาวทั้งสองดูงดงามมาก ข้าเลยเผลอแอบดู...” เจียงหวู่เฉินพูดแต่สายตามันเผลอชำเลืองมองไปที่รูปเหมือนซูรั่วซานแค่พริบตาเดียวก่อนจะละสายตาไป ปกติคงไม่มีอะไรแต่การกระทำเล็กน้อยของมันไม่อาจรอดพ้นสายตาของนางเซียนสูงศักดิ์ได้
“เด็กน้อยเ้าเคยเห็นคนในรูป?”นางเซียนสูงศักดิ์กล่าวออกมาครั้งแรก เสียงของนางนั้นเ็าดุจจะแช่แข็งโสดประสาทสายตาคู่งามที่จ้องมองมาที่เด็กชายเหมือนจะพยายามล้วงลึกเข้าไปความคิดได้
เจียงหวู่เฉินสีหน้าเปลี่ยนเล็กน้อยก่อนจะกลับมาเป็ปกติ“ไม่เคยข้าไม่เคยเห็นพี่สาวในรูปนี้”มันโกหก
“งั้นรึแต่ข้าว่าเ้ารู้จักนางนะ ข้ารับรู้ถึงกลิ่นอายบางเบาของนางบนตัวเ้า?”เจียงหวู่เฉินตัวแข็งถือเหงื่อเย็นไหลไปบนแผ่นหลัง
“เ้าหัวขโมยน้อยเ้ากล้าโกหกท่านอาจารย์ หาที่ตาย!”
“ข้าเปล่า ข้า... ข้านึกออกแล้วข้าก็รู้สึกคุ้นๆ ข้าเคยเห็นนางเมื่อหลายวันก่อน”
“เห็นที่ไหนแล้วทำไมตอนแรกเ้าบอกไม่เคยเห็น เ้าหัวขโมยน้อยรีบพูดมาอย่าโกหกแม้ครึ่งคำมิเช่นนั้น ข้าจะ...”
“สวีชิง!” นางเซียนสูงศักดิ์พูดเสียงเรียบทำให้นางเซียนอายุเยาวน์หยุดพูด เจียงหวู่เฉินกล่าวเสียงเบาดูน่าสงสาร
“...ข้าก็จำไม่ค่อยได้นางใส่ผ้าปิดหน้า...ข้าเลยไม่แน่ใจ”มันพูดโดยไม่กล้าจ้องตานางเซียนสูงศักดิ์เพราะกลัวสายตาที่เหมือนจะอ่านใจได้ของนาง
“เ้าเคยเห็นนางที่ไหน?”
“ปะ...เป็ที่ทางเข้าหุบเขาหมอก ใกล้ๆเมืองจิ้นหยงตอนนั้นข้านั่งรถม้าไปกับพ่อข้าผ่านเห็นนางพอดี” เด็กน้อยโกหก
“หุบเขาหมอก?”
“ใช่แล้วพี่สาวทั้งสองถ้าพวกท่านเร่งเดินทางตอนนี้อาจจะตามทัน”
“งั้นหรือข้าพึ่งได้รับล่องรอยของนางที่เมืองจิ้นหยงตามไปถึงหุบเขาหมอกแต่นางไม่ได้อยู่ที่นั้นแล้ว”
“อย่างงั้นหรืองั้นข้าก็ไม่รู้แล้ว พี่สาวทั้งสองข้าคงช่วยได้เพียงเท่านี้ ข้าขอลา” มันกำลังจะเดินจากไปแต่นางเซียนสูงศักดิ์ได้ให้นางเซียนอายุเยาวน์จับมันไว้
“แถวนี้อันตรายมากเด็กน้อยเ้าก็ไปกับเราเถอะ”เจียงหวู่เฉินจะกล่าวปฎิเสธแต่เมื่อมันผสานเข้ากับสายตาดุจน้ำแข็งของนางเซียนสูงศักดิ์ตรงหน้า มันกับไม่กล้าเอ่ยอันใดออกมาหรือนางจะรู้ว่าข้าโกหก?นางอ่านใจได้จริงๆ?
.....................
ผ่านมาสองวันมันโดนนางเซียนอายุเยาวน์ที่มีชื่อว่าสวีชิงใช้ลมปราณมัดตัวเอาไว้มันเดินทางกับสองนางเซียนที่ไม่ได้เอ่ยอันใดกับมันแม้มันจะพยายามหาข้ออ้างมากมายเพียงใดพวกนางก็ไม่คิดปล่อยตัวมัน
บัดนี้เสียวไป๋จะเป็อย่างไร แล้วท่านน้าเล่า? แต่อย่างนี้ก็ดีถ้าข้ากันนางเซียนสองคนนี้ออกห่างได้ท่านน้าซูและเสี่ยวไป๋จะต้องปลอดภัย มันหวงแหนเวลาที่ได้อยู่กับสองแม่ลูกแต่ถ้าการเสียสล่ะของมันช่วยอันใดได้มันก็คุ้ม
พวกมันมันทั้งสามนั่งพักก่อกองไฟกันที่ริมแม่น้ำแห่งหนึ่งเจียงหวู่เฉินนั่งกินผลไม้ป่า ที่นางเซียนสวีชิงยื่นมาให้แค่หนึ่ง? มันจะอิ่มท้องได้เยี่ยงไร?แต่มันไม่กล้าบ่นออกมาบางทีพวกนางจะคิดว่าผู้อื่นกระเพราะเล็กเท่ามดเยี่ยงพวกนางกระมัง
ทันใดนั้นในคืนที่เงียบสงบบรรยากาศรอบด้านลดอุณหภูมิอย่างรวดเร็วน้ำในแม่น้ำข้างๆเริ่มจับตัวเป็น้ำแข็งนางเซียนสูงศักดิ์พูดเสียงเบาขณะที่ยังนั่งสมาธิหลับตาอยู่
“นางมาแล้ว”