รู้ตัวอีกทีเวลาของข้าก็ผ่านมาหนึ่งหมื่นปี : The next 10,000 years of Alchemy Empress

    พวกเขาไม่ชอบใจ

             

            งานสัมมนาในเรื่องโอสถของสมาคมนักปรุงโอสถนอกจากมันจะเป็นงานที่นักปรุงระดับสูงจะมาถกเถียงแลกเปลี่ยนความรู้กันแล้วนั้นมันยังเป็นงานที่มอบโอกาสให้กับนักปรุงไร้ชื่อเสียงได้มีโอกาสได้แสดงผลงานอีกด้วย

             

            มีนักปรุงโอสถหลายคนที่เคยเป็นนักปรุงโนเนมมาก่อนแต่หลังจากที่นำงานวิจัยและผลงานมานำเสนอที่นี่พวกเขาก็กลายเป็นคนดังและได้รับเกียรติยศมากมาย

             

            นั่นทำให้เหล่านักปรุงโอสถที่แสวงหาชื่อเสียงเงินทองนำผลงานของตัวเองออกมาจัดแสดงให้ผู้คนชมในวันนี้ด้วยความคาดหวังว่ามันจะไปสะดุดตาอาจารย์ที่มีชื่อเสียงหรือเป็นที่สนใจของมหาชน

             

            ที่ซุ้มจัดแสดงผลงานซึ่งอยู่ไม่ไกลจากทางเข้าชายหนุ่มคนหนึ่งกำลังรู้สึกตื่นเต้น เขานั้นโชคดีอย่างมากเพราะผลจากการจับสลากทำให้เขาได้รับทำเลทองที่อยู่ใกล้ประตูงานแบบนี้

             

            การแบ่งพื้นที่ในการแสดงผลงานของสมาคมนักปรุงโอสถนั้นยุติธรรมเป็นอย่างยิ่งนอกจากบางพื้นที่ซึ่งมีการกำหนดไว้อยู่แล้วพื้นที่ที่เหลือที่บุคคลภายนอกหรือร้านค้าจะมาขายของนั้นถูกแบ่งด้วยการจับสลากจากคนที่มาลงชื่อพร้อมกันทั้งหมด

             

            แน่นอนว่าทำเลที่เป็นที่ต้องการที่สุดก็คือบริเวณประตูทางเข้าที่พอไม่ว่าใครเดินเข้างานมาก็ต้องผ่านทางนี้กันหมดนั่นเอง

             

            ชายหนุ่มคนนี้ออกเดินทางมาจัดแสดงงานวิจัยของเขาตั้งแต่เมื่อวานเขาอดหลับอดนอนมาทั้งคืนเพื่อที่จะเตรียมซุ้มนี้ให้น่าสนใจ เขากำลังศึกษาเรื่อง“หม้อปรุงโอสถที่สามารถลดเวลาหลอมเม็ดยาลงได้มากที่สุด”

             

            เขาทำการสร้างหม้อปรุงโอสถตัวทดสอบออกมาหลายตัวหม้อของเขาเขายืนยันว่ามันสามารถลดระยะเวลาการปรุงโอสถลงได้มากกว่าหนึ่งในสาม

             

            อย่าคิดว่าหนึ่งในสามมันจะน้อยเพราะสำหรับโอสถบางชนิดที่ใช้เวลาในการปรุงหลายวันหลายเดือนหรือแม้แต่โอสถที่ไป่ฟานเซียนหลอมมันกับร่างกายของนางล่าสุดก็ยังเป็นโอสถที่ใช้เวลาในการหลอมมากกว่าหมื่นปี

            การลดเวลามันได้สามพันกว่าปีจึงเป็นจำนวนที่ไม่น้อย

             

            แต่นอกจากนั้นหากมันถูกนำไปใช้ในทางอุตสาหกรรมนั่นหมายถึงจำนวนผลผลิตที่มากขึ้นในเวลาที่เท่าเดิม

            ทำให้นอกจากงานวิจัยแล้วในซุ้มของเขายังมีหม้อปรุงยาที่เขาสร้างขึ้นจัดแสดงไว้มากกว่าสิบใบ หลายใบในนั้นกำลังต้มโอสถจนได้ยินเสียงเดือดปุดๆมาจากหม้อ

             

             

            เขายังมีการทดสอบที่กลางซุ้มของเขามีหม้อที่มีลักษณะต่างกัน 7 แบบ เอาไว้ให้คนที่สนใจสามารถลองทดสอบเปรียบเทียบกับหม้อที่เขาสร้างขึ้น

             

            ตั้งแต่เช้ามาก็มีคนสนใจซุ้มของเขาอยู่ไม่น้อยมีคนมาทดลองทดสอบกับเขาแล้วได้ผลลัพธ์ที่น่าพอใจกลับไปก็หลายคน มีบางคนที่เป็นเจ้าของธุรกิจได้ที่ทิ้งนามบัตรเอาไว้ให้เขาด้วย

             

            ขณะที่กำลังมองหาคนเข้าซุ้มก็ได้มีหญิงสาวสองนางเดินมาหยุดด้านหน้าเขากำลังจะออกไปต้อนรับแต่ก็ต้องผงะเพราะมีสายตาจำนวนมากกำลังจับจ้องมาทางเขา

             

            หญิงสาวทั้งสองมีใบหน้างดงามจนลืมหายใจทั้งคู่ ทั้งยังมีท่าทีเย็นชาและส่งแรงกดดันแปลกๆออกมาจนผู้คนไม่กล้าเข้าใกล้ แต่ด้วยความเป็นเจ้าของผลงานชายหนุ่มจึงต้องรวบรวมความกล้าแล้วเดินออกไปหา

             

            “สนใจเรื่องหม้อปรุงยาไหมครับ?”เขายิ้มอย่างเก้ๆกังๆขณะถาม หญิงสาวคนหนึ่งกำลังอ่านข้อมูลที่นำเสนอย่างไม่วางตาขณะที่อีกคนดูจะไม่สนใจเลยแม้แต่น้อย

             

            “พวกนี้เป็นงานวิจัยของเจ้า?”

             

            “ใช่ครับถ้ามีอะไรไม่เข้าใจคุณสามารถถามผมได้ตลอดเวลา...”

             

            พอได้พูดเกี่ยวกับผลงานของตัวเองชายหนุ่มก็ยืดอกอย่างภาคภูมิใจขึ้นมานิดหน่อย นอกจากนี้อีกฝ่ายยังเป็นสาวสวยเขาอยากจะสร้างความประทับใจให้กับเธอ

             

            “...หม้อพวกนี้”

             

            ชายหนุ่มกำลังรอฟังถ้อยคำชื่นชมจากนางแต่เมื่อได้ฟังประโยคต่อไปรอยยิ้มที่กำลังเบิกบานของเขากลับกลายเป็นแข็งค้าง

             

            “ใช้ไม่ได้เลยสักนิด...”

             

            มาแล้ว!

             

            หวงจื่อหานที่คอยดูสถานการณ์ยกมือขึ้นกุมหน้าผากตั้งแต่ที่เห็นใบหน้าขัดใจของท่านปรมาจารย์ไป่มาตั้งแต่เมื่อครู่พ่อบ้านชราก็พอจะเดาออกแล้วว่ามันจะเกิดอะไรขึ้น!

             

            “อะ...อะไรนะครับ?”

             

            มุมปากของชายหนุ่มกระตุกเขาถามกลับไปอย่างไม่เชื่อหู

             

            “เจ้าคิดว่าหม้อที่เจ้าสร้างนี่ยอดเยี่ยม? พลังหยางในหม้อเจ้าสูงจนแทบจะระเบิดแบบนี้โอสถไม่เสร็จเร็วสิแปลก...”

             

            “...แต่เจ้าเคยทดสอบประสิทธิภาพของโอสถที่ปรุงหรือไม่?สรรพคุณมันน่าจะหายไปเกือบหนึ่งในสามได้กระมัง?”

             

            ไป่ฟานเซียนร่ายยาวออกมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบเซี่ยซูเหยาที่พึ่งเคยเห็นพี่หญิงของเธอพูดประโยคที่ยาวขนาดนี้เป็นครั้งแรกถึงกับมองตาค้าง!

             

            ลุงหวงถอนหายใจอะไรจะเกิดก็คงต้องปล่อยให้มันเกิดแล้ว

             

            ยังดีที่ท่านปรมาจารย์ไป่ไม่ใส่อารมณ์เหมือนตอนที่พิมพ์ตอบในกระทู้ความดุร้ายและเกรี้ยวกราดยังไม่ปรากฏออกกมาให้เห็น  นางยังคงเป็นนายหญิงที่งดงามและสูงส่งเช่นเคย ดูเหมือนคำพูดที่ว่าตัวตนในโลกออนไลน์มักจะแตกต่างกับตัวจริงจะค่อนข้างถูกต้องทีเดียว

             

            แม้ว่าเนื้อหามันจะเต็มไปด้วยความขัดใจและตำหนิเหมือนเดิมก็เถอะ!

             

            “คะ...คุณอย่ามาพูดมั่วๆ!” ชายหนุ่มขมวดคิ้วย่น เพราะความเสียงดังของเขาทำให้มันดึงดูดความสนใจจากผู้คนบนท้องถนนให้หันมามองจนหมด

             

            “เจ้ารู้หรือไม่ว่าหม้อปรุงโอสถก็เหมือนกับโลกอีกใบ?”

             

            ไป่ฟานเซียนขยับนิ้วหม้อใบหนึ่งของเขาก็ลอยออกมาหานางฉากนี้สามารถเรียกเสียงฮือฮาจากผู้คนรอบๆทั้งยังเป็นการยืนยันอีกครั้งว่าไป่ฟานเซียนเป็นปรมาจารย์ตัวจริง!

             

            ชายหนุ่มที่รู้แล้วว่าหญิงสาวคนนี้เป็นใครถึงกับกลืนน้ำลายดังเอื๊อกใบหน้าของเขาซีดเผือดนี่หรือว่าเขาจะไปเสียมารยาทกับตัวตนระดับปรมาจารย์เข้าให้แล้ว!?

             

            “โลกที่สมบูรณ์จะต้องประกอบด้วยหยินและหยางในปริมาณที่เท่ากันหม้อปรุงยาก็เช่นกัน หม้อปรุงยาที่ดีที่สุดในโลกคือหม้อที่มีความสมดุลระหว่างหยินและหยางอย่างละครึ่ง”

             

            ไป่ฟานเซียนโบกมือหม้อใบนั้นก็เปิดฝา ผู้คนโดยรอบสัมผัสได้ถึงความร้อนมหาศาลที่แผ่ออกมาจากด้านใน

             

            “หม้อที่เจ้าสร้างมีความเป็นหยางมากถึงเก้าส่วนสำหรับโอสถระดับหนึ่งและสองมันก็ยังพอฝืนหลอมกลั่นออกมาได้แต่กับโอสถระดับสามขึ้นไปนั้นไม่มีทาง”

             

            ไป่ฟานเซียนโยนหม้อกลับไปมันลอยออกไปวางที่เดิมก่อนที่นางจะทิ้งท้ายไว้ว่า

            “บางทีแม้แต่โอสถระดับสองขั้นสูงก็น่าจะไม่รอดแล้วกระมัง?”

             

            เมื่อพูดจบนางก็เดินจากไปพร้อมเซี่บซูเหยาทิ้งความไม่เข้าใจไว้ให้กับชายหนุ่มและฝูงชน

             

            ตูม!

             

            ทันใดนั้นหม้อโอสถหม้อหนึ่งที่เขากำลังปรุงเพื่อสาธิตก็ระเบิดออกมา! วัตถุดิบที่ยังไม่หลอมละลายกระเด็นออกมาจนผู้คนตกใจ ชายหนุ่มพึ่งคิดได้ว่าหม้อนั้นเป็นหม้อที่เขาใช้สาธิตการปรุงโอสถระดับสองขั้นสูงไม่ใช่หรือ!?

             

            ทั้งชายหนุ่มและฝูงชนล้วนมองตามไปยังทิศทางที่ไป่ฟานเซียนเดินจากไปด้วยความรู้สึกหวาดหวั่นในใจ

             

             

            หลังจากนั้นสถานการณ์ที่เกิดขึ้นก็คล้ายกับหนังม้วนเดิมที่ฉายซ้ำไม่ว่าไป่ฟานเซียนจะเข้าไปยังซุ้มใด หลังจากนั้นไม่นานก็จะมีเสียงกรีดร้องตามมา

            บางครั้งมันก็กลายเป็นเสียงวัตถุดิบแตกกระจายเสียงร่างกายกระแทกพื้นจากการที่เจ้าของซุ้มเป็นลมหรือไม่ก็เสียงตื่นเต้นที่ราวกับมีผู้มาเปิดประตูใบใหม่ให้กับตัวเองเกิดขึ้น

             

            “สูตรยาของเจ้าน่าสนใจดี...แต่วัตถุดิบมันจะหายากไปหน่อยหรือไม่?”

             

            “เปลี่ยนโสมสกัดดองเป็นใบของต้นลิ้นมังกรสรรพคุณของโอสถขวดนี้น่าจะเพิ่มขึ้นราวๆ 3 เท่า”

             

            เจ้าของซุ้มวิ่งไปที่ร้านข้างๆเขาซื้อวัตถุดิบกลับมากำหนึ่งแล้วทดลองตามที่ไป่ฟานเซียนบอก ทันทีที่ผลลัพธ์ออกมาเขาก็ร้องขอบคุณด้วยความดีใจ

             

            “จริงด้วย! ขอบคุณท่านปรมาจารย์ไป่!”

             

             

             

            “ทฤษฎีช่วงเวลาของเจ้ามันผิดไปเสียหน่อย  ความผันแปรของมันไม่ได้ขึ้นอยู่กับเวลาแต่ขึ้นอยู่กับว่าเจ้าอยู่ที่มุมใดของโลก”

             

            “ความสูงต่ำรวมถึงสภาพแวดล้อมล้วนส่งผลต่อกันทั้งนั้นดังนั้นมันไม่ใช่ทฤษฏีด้านเวลา แต่เป็นทฤษฎีทางพื้นที่ต่างหาก”

             

            “ขอบคุณที่ทำให้ตาสว่างท่านปรมาจารย์ไป่!”

             

             

             

            “วัตถุดิบของเจ้ายังโตไม่เต็มที่เลยปัญหาไม่ได้อยู่ที่ปุ๋ย น้ำที่เจ้ารดมันมีความเป็นกรดมากเกินไปเปลี่ยนแหล่งน้ำไม่ก็สถานที่ปลูกจะดีกว่า”

            ไป่ฟานเซียนสามารถใช้คำพูดที่เข้ากับยุคสมัยได้จากการศึกษาหนังสือจำนวนมหาศาลทางเจ้าของร้านที่กำลังฟังก็รีบหยิบสมุดบันทึกมาจดยิกๆอย่างตั้งใจ

             

            มันเป็นปัญหาที่รบกวนเขามาเนิ่นนานแล้ว

             

             

             

             

            “โอสถของเจ้าใช้ไม่ได้...”

             

            “อุปกรณ์ของเจ้าควรเปลี่ยน...”

             

            “วัตถุดิบส่วนนี้ของเจ้าผิดพลาด...”

             

            “ทฤษฎีนี้ไม่ถูกต้อง...”

             

             

             

            ประโยคเหล่านี้กลายเป็นประโยคที่ฝูงชนจะได้ยินในทันทีที่ไป่ฟานเซียนเดินเข้าไปในซุ้มใดก็ตามแม้ว่าในตอนแรกเจ้าของซุ้มเหล่านั้นจะทำท่าฮึดฮัดไม่พอใจ แต่พอได้รับฟังคำพูดของหญิงสาวจนจบพวกเขากลับพบว่า...

             

            มันตรงประเด็นที่สุด!

             

            ทั้งยังสามารถแก้ปัญหาที่ค้างคาใจของพวกเขาได้ในคราวเดียวอีกด้วย!

             

            ฝูงชนเริ่มสงสัยถึงความเป็นมาของหญิงสาวคนนี้เพราะนักปรุงโอสถบางคนก็ไม่ได้ให้ความสนใจกับข่าวคราวในยุทธภพเลยสักนิดพวกเขาสนใจเพียงศาสตร์ในการปรุงโอสถเพียงเท่านั้น แต่การบอกเล่ากันปากต่อปากก็ทำให้พวกเขาได้รับรู้ว่าหญิงสาวคนนี้เป็นถึงผู้ฝึกตนระดับปรมาจารย์!

             

            หนึ่งในเหล่าตัวตนสูงสุด!

             

            นั่นทำให้พวกเขาปฏิบัติตัวต่อนางด้วยความเคารพ  ข่าวลือเรื่องปรมาจารย์สาวเดินเข้าออกถล่มซุ้มที่จัดแสดงเป็นว่าเล่นแพร่กระจายไปทั่วทั้งงานจนทุกคนให้ความสนใจ

             

            พวกเขาอยากจะเห็นนางตัวเป็นๆสักครั้งถนนบริเวณหน้างานก็เลยเนืองแน่นและเต็มไปด้วยผู้คนทำเอาคนที่พึ่งมาใหม่ไม่เข้าใจเลนสักนิดว่าเกิดอะไรขึ้น

             

            งานในปีนี้มันจะคึกคักไปหน่อยหรือไม่?

             

            “ปรมาจารย์ไป่สุดยอดจริงๆ!”

             

            “นั่นเป็นซุ้มที่34 แล้วนะที่เธอเดินเข้าไป...”

             

            “ดูจากความรู้ความสามารถขนาดนี้หหือปรมาจารย์ไป่จะเป็นนักปรุงโอสถเหมือนกัน?”

             

            “มีความเป็นไปได้สูงเลยล่ะแต่ไม่มีชื่อของเธอในสมาคมนักปรุงโอสถนี่นา”

             

            “นั่นสิฉันก็หาไม่เจอแต่ความสามารถของเธอดูจะเหนือกว่าอาจารย์นักปรุงโอสถขั้นสามเสียอีก...”

             

            “บ้าน่านายจะบอกว่าเธอเป็นนักปรุงโอสถระดับสี่เหรอ?”

             

            “ในยุคนี้นอกจากท่านปรมาจารย์ลู่ชิงก็ไม่มีใครไปถึงระดับนั้นแล้วนะ...”

             

            “ใช่แต่แกอย่าลืมว่าเธอก็เป็นปรมาจารย์เหมือนกัน! ระดับวรยุทธ์ของเธอเพียงพอที่จะปรุงโอสถระดับสี่ได้สบาย!”

             

            ข่าวลือเรื่องไป่ฟานเซียนและความเป็นไปได้ที่นางจะเป็นนักปรุงโอสถขั้นสี่กลายเป็นประเด็นร้อนที่ทุกคนพูดถึงแม้แต่สมาคมนักปรุงโอสถเองยังให้ความสนใจในเรื่องนี้มากพวกเขาส่งคนมาเชิญไป่ฟานเซียนให้ไปพูดคุยกันเป็นการส่วนตัว

             

             

            แต่นอกจากจะมีคนชื่นชมแล้วก็ยังมีคนอีกกลุ่มที่ไม่พอใจ

             

             

            พวกเขาเหล่านั้นคือผู้ที่เรียกตัวเองว่า“แฟนคลับของจักรพรรดินี”

             

             

            หรือก็คือเหล่านักปรุงโอสถส่วนหนึ่งที่ชื่นชมและบูชาจักรพรรดินีโอสถเป็นอย่างยิ่ง!

             

            แม้ว่าตอนแรกพวกเขาจะมีการถกเถียงถึงความเป็นไปได้ที่ไป่ฟานเซียนจะเป็นจักรพรรดินีโอสถแต่มันก็ถูกปัดทิ้งไปอย่างรวดเร็วเพราะท่านจักรพรรดินีโอสถเวลาตอบคำถามจะเต็มไปด้วยความดุร้ายและอหังการมากกว่าไป่ฟานเซียนไม่รู้กี่เท่า!

             

            โดยเฉพาะตอนที่นางดุด่าว่าพวกเขาว่า  “พวกโง่!” หรือ “งี่เง่า!”  นั้นพวกเขาที่โดนต่อว่ากลับรู้สึกถึงความสุขบางอย่างที่เอ่อล้นออกมาจากร่างกาย!

             

            ถึงไป่ฟานเซียนจะมีความคล้ายอยู่บ้างแต่จักรพรรดินีของพวกเขาป่าเถื่อนกว่านางมากมายนัก!

             

            จากการเฝ้าสังเกตการณ์ไป่ฟานเซียนไม่เคยหลุดคำพูดพวกนั้นออกมาเลยที่นางแสดงออกมามีเพียงความไม่พอใจและน้ำเสียงเรียบสงบที่ดูสูงส่งเท่านั้น!

             

            ทั้งนางยังมาแย่งจุดเด่นขององค์จักรพรรดินีของพวกเขาไปการเดินถล่มซุ้มเหมือนถล่มกระทู้แบบนี้ควรจะเป็นจักรพรรดินีโอสถของพวกเขามาทำไม่ใช่หรือ?

             

            พวกเขาไม่ชอบใจ

             

            ไม่ชอบใจเอามากๆ!

             

             

             

             

             

    คล้ายกับเรื่องรู้ตัวอีกทีเวลาของข้าก็ผ่านมาหนึ่งหมื่นปี : The next 10,000 years of Alchemy Empress ที่คุณอ่าน