บทที่8-2 ยาพิษ
เมื่อทุกคนไปถึงยังห้องโถงนั่งเล่นแล้วคนรับใช้นำขนมสาลี่ตุ๋นน้ำผึ้งมอบให้แด่หญิงสาวผู้เป็แขกทั้งสองคน
“ขนมสาลี่ตุ๋นน้ำผึ้งฝีมือของแม่ครัวที่นี่ทำได้อร่อยยิ่งนัก ข้าชอบกินที่สุด น้องจิ่งเทียนเคยนำไปฝากข้าบ่อยๆ นะ”หวังิซินเอ่ยบอกกับสหายที่นั่งอยู่ด้านข้าง แล้วตักขนมเข้าปากอย่างอารมณ์ดี
หลิวจิ่งเทียนเบิกตาและเลิกคิ้วขึ้นก่อนจะส่งรอยยิ้มให้ไปหวังิซินแล้วกล่าวว่า
“เป็พี่ใหญ่ของข้าที่รู้ว่า พี่ิซินชอบกินจึงสั่งให้คนไปซื้อน้ำผึ้งอย่างดีจากต่างเมืองเพื่อทำขนมให้พี่ิซินโดยเฉพาะขอรับ”
“ขอบคุณคุณชายอี้โจวเ้าค่ะ” หวังิซินหันไปขอบคุณชายหนุ่ม
“ยังไม่หมดนะขอรับ ผ้าอย่างดีจากเมืองเจียงหนานที่พี่ิซินชอบนำไปปักเย็บที่ข้านำไปฝากพี่ิซินบ่อยๆ ก็เป็พี่ใหญ่สั่งให้คนไปซื้อให้ขอรับ”หลิวจิ่งเทียนเอ่ยพร้อมกับรอยยิ้มน้อย ๆ บนใบหน้า สายตาเหลือบมองดูอากัปกิริยาของพี่ชายอยู่หลายครา
“คุณชายอี้โจวช่างดีกับซินเอ๋อร์ยิ่งนักสรรหาของที่ซินเอ๋อร์ชอบจัดเตรียมไว้ให้” โจวจื่อเชียนเอ่ยชมชายหนุ่มก่อนจะหลุดสิ่งที่คิดอยู่ในใจออกมาว่า
“เอ๊!หรือว่า คุณชายอี้โจวชอบซินเอ๋อร์รึเ้าคะแต่พวกท่านทั้งสองคนก็เหมาะสมกันอย่างกับกิ่งทองใบหยกเลยเ้าค่ะ”
ิซิน “___”
‘เชียนเอ๋อร์ ข้าคิดว่าข้าเป็คนพูดตรงมากแล้วนะ แต่เ้ากลับตรงยิ่งกว่า’
ทางด้านชายหนุ่มที่ได้ยินคำพูดของคุณหนูตระกูลโจวก็รู้สึกใจกระตุก ก้มหน้าหลุบตาลงต่ำ เพื่อหลบซ่อนสีหน้าของตนเองแต่ตัวเขากลับไม่รู้ว่าตอนนี้ใบหูของเขาได้แปรเปลี่ยนเป็สีแดงเรียบร้อยแล้วและยังมีหญิงสาวนางหนึ่งที่สังเกตเห็นถึงการเปลี่ยนแปลงนี้ นั่นก็คือโจวจื่อเชียนหญิงสาวจึงหันไปพูดกับชายหนุ่มว่า
“คุณชายอี้โจว ท่านหูแดงมากเลยเ้าค่ะท่านคงชอบซินเอ๋อร์มากจริงๆ สินะเ้าคะ”
หลิวอี้โจว “___”
หวังิซินที่ได้ยินคำพูดของสหายตนเองรู้สึกตกตะลึงเป็อย่างมาก จึงเอ่ยถามโจวจื่อเชียนด้วยความปากไวว่า
“เชียนเอ๋อร์ แล้วไหนล่ะที่เ้าสัญญาว่าถ้าข้าไม่ถาม เ้าจะไม่พูด”
“อ่อ ขอโทษที ข้าลืมไปชั่วครู่นะ ฮาฮ่า”
ค่ำคืนนี้ เป็คืนที่หวังิซินนอนไม่หลับเพราะนึกถึงคำพูดของสหาย จะเป็ไปได้อย่างไรที่ชายหนุ่มจะชอบตนเองเพราะทุกครั้งที่เจอหน้า ชายหนุ่มไม่เคยพูดสิ่งใดที่มีความหมายไปในทางชู้สาวได้แต่บอกนางว่า ชายหญิงย่อมแตกต่าง จึงควรเว้นระยะห่างระหว่างกัน
ในตอนเช้าของวันรุ่งขึ้น ขณะที่หวังิซินกำลังสะลึมสะลือครึ่งหลับครึ่งตื่นอยู่บนเตียงนางได้ยินเสียงของสาวใช้ตัวน้อยร้องบอกด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนกว่า
“แย่แล้วเ้าค่ะคุณหนูที่โรงงานผลิตเครื่องสำอางเกิดเื่ขึ้นเ้าค่ะ”
หวังิซินรีบกระเด้งตัวขึ้นมาจากเตียงนอนอย่างว่องไวแล้วเอ่ยถามสาวใช้ตัวน้อยว่า
“เกิดเื่อันใดขึ้นที่โรงงาน”
“ข้าก็ไม่รู้เ้าค่ะ”
“___”
“เ้าไม่รู้ว่า เกิดเื่อันใดขึ้น แต่เ้ากลับส่งเสียงดังร้องโวยวายเช่นนี้นะหรือ”
“พี่เพ่ยเฟินให้คนงานมาแจ้งกับคุณหนูว่าเกิดปัญหาใหญ่ขึ้นที่โรงงาน แต่ไม่ได้บอกว่าเกิดเื่อันใดขึ้นเ้าค่ะ”
“เช่นนั้น เ้าไปบอกให้คนงานกลับไปก่อนเมื่อข้าเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วจะตามไปที่โรงงาน”
“เ้าค่ะ คุณหนู”
เมื่อรถม้าของหวังิซินจอดที่ด้านหน้าโรงงานผลิตเครื่องสำอางเพ่ยเฟินและผู้ดูแลโรงงานได้มารอนางอยู่เรียบร้อยแล้ว
“คารวะคุณหนูเ้าค่ะ / เ้าค่ะ”ทั้งสองคนยอบกายคารวะิซิน
“พวกเ้าตามข้าไปที่ห้องทำงาน”
“เ้าค่ะคุณหนู”
หวังิซินเดินเข้าไปถึงห้องทำงานของตนเองแล้วเอ่ยถามในขณะที่กำลังนั่งลงบนเก้าอี้ว่า
“เกิดเื่อันใดขึ้น”
“มีคนแอบใส่สิ่งแปลกปลอมลงในแป้งทาหน้าของพวกเราเ้าค่ะจึงทำให้คนงานทั้งห้าคนที่ทดสอบความแพ้ มีผื่นขึ้นเต็มใบหน้าเ้าค่ะ”
โรงงานของหวังิซินมีฝ่ายพิเศษที่จัดตั้งขึ้นตามคำแนะนำของพี่สาว คือฝ่ายทดสอบความแพ้ของผลิตภัณฑ์สินค้าที่จะนำออกจำหน่ายทุกรุ่นจะต้องมีการทดสอบความแพ้อย่างน้อยเจ็ดวันฝ่ายพิเศษนี้เป็ความลับของโรงงาน คนงานทั่วไปจะไม่รู้เื่ของฝ่ายนี้จะมีแค่คนงานในฝ่าย ผู้ดูแลโรงงาน เพ่ยเฟิน และตัวนางที่รู้เื่นี้
“ผู้ทดสอบทั้งห้าคนมีผื่นขึ้นที่ใบหน้าเื่นี้คงมิใช่เื่บังเอิญ แป้งทาหน้ารุ่นนี้มีจำนวนเท่าใด”หวังิซินเอ่ยถาม
“มีทั้งหมด สองร้อยตลับเ้าค่ะ”ผู้ดูแลโรงงานเป็คนตอบคำถามของเ้านาย
“เก็บตัวอย่างแป้งทาหน้าใส่ในตลับธรรมดาที่ไม่มีตราของร้านไว้ให้ข้าหนึ่งตลับที่เหลือนำไปทำลายทิ้งให้หมด รวมถึงตลับที่ได้ัักับยาพิษไปแล้วด้วยอย่าให้ผู้อื่นได้ตลับแป้งของเราไปเด็ดขาด” หวังิซินเอ่ยคำสั่ง
“เ้าค่ะคุณหนู”ผู้ดูแลโรงงานเอ่ยรับคำของหวังิซิน
“่นี้มีคนงานเข้ามาใหม่หรือว่าลาออกไปรึไม่” หวังิซินหันหน้าไปเอ่ยถามเพ่ยเฟิน
“่นี้ไม่มีเ้าค่ะ” เพ่ยเฟินเอ่ยตอบ
“เช่นนั้นพวกเ้าสองคนต้องคอยจับตามองคนงานทั้งหมดให้ดี เื่นี้ต้องเป็ฝีมือของคนในเป็แน่แท้โชคดีที่พวกเรามีฝ่ายทดสอบความแพ้อยู่ จึงไม่ได้นำแป้งทาหน้าที่มีปัญหาพวกนี้ออกไปขายมิเช่นนั้นคงสร้างความเสื่อมเสียให้กับพวกเรายิ่งนัก”
“เ้าค่ะคุณหนู / เ้าค่ะคุณหนู”
“พวกเ้าอย่าเพิ่งแพร่งพรายเื่นี้ออกไปข้า้าสืบหาตัวคนร้ายให้เจอก่อน พวกเ้าแยกย้ายไปทำงานต่อเถิด”
“เ้าค่ะ / เ้าค่ะ”
หวังิซินครุ่นคิดว่า เมื่อครึ่งเดือนที่แล้วเพิ่งเกิดเื่มีแป้งทาหน้าปลอมของร้านออกมาขายวันนี้ยังมีคนแอบลอบวางยาพิษกับโรงงานของนางอีกผู้ใดกันแน่ที่้าทำลายชื่อเสียงและให้ร้ายนาง
ในระหว่างที่นางกำลังอยู่ในภวังค์ความคิดของตนเสียงของเพ่ยเฟินดังขึ้นที่หน้าห้องทำงานของนาง
“คุณหนูเ้าคะคุณชายอี้โจวให้องครักษ์มาแจ้งว่า ้าพบคุณหนูเ้าค่ะถ้าคุณหนูไม่ติดธุระเร่งด่วนอันใด ขอให้คุณหนูไปพบที่ภัตตาคารเจี้ยนคังเ้าค่ะ”
“อืม เช่นนั้นข้าจะไปที่ภัตตาคารเจี้ยนคังพร้อมกับองครักษ์ของคุณชายอี้โจว”
“ได้เ้าค่ะข้าจะไปแจ้งกับองครักษ์เ้าค่ะ”
“ขอบใจเพ่ยเฟิน”
หลงจู๊ของภัตตาคารเจี้ยนคังออกมาต้อนรับหวังิซินแล้วแจ้งกับหญิงสาวว่า คุณชายอี้โจวได้รอนางอยู่ที่ห้องส่วนตัวชั้นบน
“คารวะคุณชายอี้โจวเ้าค่ะ” หวังิซินยอบกายคารวะชายหนุ่ม
“คุณหนูิซินเชิญนั่ง”
“ขอบคุณเ้าค่ะ”
“ที่ข้าให้องครักษ์ไปเชิญคุณหนูมาเพราะมีเื่ที่น่าสงสัย จะแจ้งให้คุณหนูทราบ”
ชายหนุ่มผายมือไปยังชายวัยกลางคนผู้หนึ่งที่ยืนอยู่ตรงริมห้อง
“คนผู้นี้คือท่านหลงจู๊เฉาของร้านแลกเงินจิ้นฝู สาขาอำเภออู่โหว” หลิวอี้โจวเอ่ยแนะนำ
“คารวะคุณหนูหวังิซินขอรับ” หลงจู๊เฉาเอ่ยกับหญิงสาว
“หลงจู๊เฉา ยินดีที่ได้พบ” หวังิซินกล่าวทักทาย
“หลงจู๊เฉา ท่านเล่าเื่ให้คุณหนูิซินฟังเถิด”หลิวอี้โจวเอ่ยกับคนงานของตนเอง
“ขอรับคุณชาย”หลงจู๊เฉารับคำเ้านายของตน แล้วเบือนหน้าไปกล่าวกับหวังิซินว่า
“เื่มีอยู่ว่า เมื่อวานได้มีคนงานหญิงสวมใส่ชุดคนงานของร้านเครื่องหอมฉิงเล่อนำตั๋วแลกเงินมาขึ้นเงินที่ร้านแลกเงินของเราขอรับเป็จำนวนเงินมากถึงสองร้อยตำลึง ข้ารู้สึกแปลกใจ เพราะเงินจำนวนนี้เป็ค่าแรงของคนงานผู้หนึ่งถึงสามปีข้าจึงได้ดูที่ต้นขั้วของตั๋วแลกเงินแล้วพบว่า เป็ของร้านลี่กันที่เป็คู่แข่งทางการค้าของร้านเครื่องหอมฉิงเล่อขอรับ”
“ข้าลอบสอบถามชื่อของนาง จึงได้รู้ว่า นางชื่อเจิงเข่อนีขอรับ”
“คุณชายเคยย้ำกับข้าว่า ถ้าเป็เื่ที่เกี่ยวข้องกับคุณหนูหวังิซินให้รีบรายงานคุณชายโดยตรงเช้านี้ข้าจึงไปรายงานโดยตรงต่อคุณชาย ด้วยรู้ว่า คุณชายห่วงใยคุณหนูิซินมากขอรับ”
“ขอบใจท่านหลงจู๊เฉามากท่านรีบกลับไปทำงานเถิด” หลิวอี้โจวรีบกล่าวตัดบทเพราะกลัวว่า หลงจู๊ของตนจะเอ่ยวาจามากไปกว่านี้
“ขอรับคุณชาย”