ก่อนอู๋เว่ย ศิษย์หัวกะทิ ลำดับที่1ของเ้าคฤหาสน์เซียงหยาง จะเข้ามาขัดจังหวะ การพูดคุยสนทนาของพวกเขา “ความเพียรพยายามเองก็สำคัญ น้องชายที่เ้ากล่าวพูด มันก็ไม่ผิดเสียทีเดียว”
หลางเทียนพร้อมกับคนอื่นๆ รีบประสานฝ่ามือทักทาย เหล่าศิษย์หัวกะทิทั้ง5มารวมตัวกัน ภายในสถานที่แห่งนี้ อย่างพร้อมเพรียง เมื่อเห็นคนอื่นๆ ประสานฝ่ามือคำนับพวกเขาทั้ง5 ออกมาอย่างนอบน้อม
อู๋เว่ย เขาโบกฝ่ามือ ราวกับไม่เป็เื่ใส่ใจของเขา แล้วไต่ถามหลางเทียนออกมา “พี่ฮุ่ยโจ พาเ้ามาใช่หรือไม่ ข้าได้ยินเขาพูดคุยให้ข้าฟังว่า เขาพบเจอเด็ก ที่พอจะมีพร์อยู่บ้าง เกรงว่า น่าจะเป็เ้าซินะ?”
หลางเทียน พยักหน้ารับ ไม่ได้ปฏิเสธ ทว่าเมื่อพวกเขาตรวจสอบ หลางเทียน เห็นได้ชัดเขายังอยู่ในขั้น เปิดชีพจร ขอบเขต5ดาว เท่านั้นทำให้พวกเขาส่ายหัว ออกมาอย่างไม่พอใจเล็กๆ
ซ่านซี ที่สนิทกับพี่ฮุ่ยโจ เขาเดินย่างก้าวมาหาหลางเทียนทันที “น้อยนักที่จะเห็นพี่ฮุ่ยโจกล่าวชมใคร... เ้ามาประลองกับข้าหน่อย ดีหรือไม่” เด็กหนุ่มที่ดูมีความมั่นใจ กล่าวพูด พร้อมรอยยิ้มบางออกมาทันที
หลายคนได้ยินก็หูผึ่งขึ้นมาทันตา ซ่านซี ในบรรดาศิษย์หัวกะทิทั้งหมด เขาถือเป็ที่โปรดปรานที่สุด ของเ้าคฤหาสน์เซียงหยาง เขาถือเป็เพียงคนเดียว ที่ทดสอบคริสตัลพลัง ไปจวนถึงระดับสีแดงได้ แม้แต่ศิษย์หัวกะทิ ลำดับที่1 อย่างอู๋เว่ยยังอิจฉาในศักยภาพ พร์ของศิษย์น้องคนนี้
อู๋เว่ยคลี่ยิ้มพร้อมกล่าวพูด ไม่ให้บรรยากาศดูตึงเครียดลงไป “ซ่านซีข้าได้ยินว่า เ้าจัดการสัตว์อสูร ระดับหลอมรวมลมปราณ ขอบเขตขั้นสุดได้ไม่ใช่หรือ จะมาต่อสู้กับศิษย์น้อง หลางเทียน มันจะได้ประโยชน์อะไรเล่า”
ศิษย์หัวกะทิคนอื่นๆ เอง ก็พยักหน้าเห็นด้วยกับอู๋เว่ย แม้แต่ซ่านซี เด็กหนุ่ม อายุ11ปีแก่กว่าหลางเทียนอยู่1ปี เขาจะขำแห้งๆ ออกมา “ก็จริงอย่างที่ท่านพี่ อู๋เว่ยว่า สัตว์อสูร เทียบเท่า สะพานความทุกข์ยาก ข้ากับท่าน ก็สามารถจัดการมันได้แล้วเช่นกัน”
พร้อมศิษย์หัวกะทิพยักหน้า กล่าวชมกันเองออกมาไม่ขาดปาก ถึงเื่ที่อู๋เว่ย กับ ซ่านซี ทำภารกิจ จัดการสัตว์อสูรที่ออกอาละวาด ทิศป่าตะวันตกของคฤหาสน์เซียงหยางอยู่บ่อยครั้ง
หลางเทียนเองก็พยักหน้าคลี่ยิ้ม กล่าวพูดออกมาอย่างหนักแน่น “ถูกต้องๆ” พร้อมกับทุกคนที่เห็นได้ชัดว่า หลางเทียน เขาไม่้าที่จะต่อสู้เช่นกัน
สุ่ยเยว่ คลี่ยิ้มออกมากว้าง กล่าวพูดโพล่งออกมา ราวกับเป็การทิ้งะเิกลางห้องโถงใหญ่ “ทว่าเ้าเด็กบ้านี้แข็งแกร่งไม่เบา ดีไม่ดีพวกท่าน อาจจะเจ็บตัวเพราะเขา ก็เป็ไปได้”
เจียงหลางทิศทางกลุ่มคนชุดเขียว เขาเองก็กล่าวพูดขึ้นมาเช่นกัน “ใช่ๆ ข้าเชื่อมั่นว่า หลางเทียนจะไม่พ่ายแพ้ ง่ายๆ อย่างแน่นอน”
“อืมๆ ข้าก็เห็นด้วย” พร้อมผู้คนที่กล่าวพูดเยินยอ หลางเทียนออกมาอย่างผิดธรรมชาติ จะคลี่ยิ้มภายในใจออกมากว้าง เมื่อเห็นความยากลำบากของหลางเทียน
ซ่านซี ได้ยินเช่นนั้นใบหน้าหล่อเด็กหนุ่ม ประดับไปด้วยรอยยิ้ม พลันสีหน้าขึงขังขึ้นมาทันที ผิดกับหลางเทียนเด็กหนุ่มอายุ10ปีเศษ ที่หน้าเหยเก มองสุ่ยเยว่ด้วยสายตาเอาเื่ ราวกับแม่นาง เ้าพูดเื่บ้าอะไรออกมา
ซ่านซี ย่างก้าวสืบฝีเท้า ไปบริเวณลานกว้างของห้องโถง อย่างรวดเร็ว ก่อนเขา จะเอ่ยเสียงเรียบออกมาหาหลางเทียน “มาประลองกับข้า” พร้อมฝ่ามือเขา กวักเรียกตัวของหลางเทียนให้เข้ามาต่อสู้
อู๋เว่ยศิษย์หัวกะทิ ลำดับที่หนึ่ง เขาพึมพำ ส่ายหัวออกมาทันที “เกรงว่าจะห้ามไม่อยู่แล้วซินะ” ครั้นเขาเห็นความตั้งใจของ ซ่านซี เกรงว่าหากหลางเทียนไม่ขึ้นประลอง ซ่านซีเขาคงไม่ยอมแน่
อู๋เว่ยพยักหน้าให้หลางเทียน ที่มีใบหน้าลำบากใจเล็กน้อย ก่อนหลางเทียน จะแยกเขี้ยวออกมาหาสุ่ยเยว่ ราวกับจะบอกกล่าวนาง ข้าฝากไว้ก่อน แล้วค่อยสืบฝีเท้าออกไปประจันหน้ากับซ่านซี
เพียงหลางเทียนอยู่เบื้องหน้าซ่านซี เขาก็รับรู้ถึงความห่างชั้นของขั้นพลัง แรงกดดันที่ซ่านซี ปลดปล่อยออกมา ไม่ธรรมดาเป็อย่างยิ่ง ก่อนซ่านซีจะกล่าวพูดขึ้นมา ด้วยความโอหัง ซัดสาดปราณพลังบางอย่าง เข้ากดข่มหลางเทียน
“ข้าจะใช้พลังแค่ขั้นพลังเปิดชีพจร จัดการกับเ้าเท่านั้น โปรดเ้าระวังให้ดีล่ะ” สิ้นเสียงฝีเท้าซ่านซี ะเิลมพายุ จากปราณพลังออกมาทันที ทำให้ความเร็วของเขาพุ่งพรวดพราดขึ้นมา จากกระบวนท่าย่ำสายลม ออกมาอย่างรวดเร็ว
ศิษย์หัวกะทิที่เห็นกระบวนท่าย่ำสายลม พวกเขากล่าวพูดพึมพำขึ้นมาทันที “วิชาเคลื่อนที่นี้ซินะ ที่ซ่านซีจัดการศัตรูมานักต่อนัก”
“อืมๆ”
หลางเทียน ที่มองตาเปล่าความเร็วของซ่านซี แทบไม่ทัน เขาได้แต่หดหัวเลี่ยงจุดสำคัญ พร้อมกับปากที่กัดกรามกรอดขึ้นมา อย่างไม่มีทางเลือก
“หืม!! เ้าเด็กนั้นคิดจะรับการโจมตีของ ซ่านซีตรงๆ เช่นนั้นหรือ?”
เสียงย๊าก!! ซ่านซี ที่หายออกไปเป็ทางยาว แค่นเสียงคำราม เตะกระบวนท่า เท้าตัดสะบั้นออกมาใส่ กระดูกสันหลังที่ไม่ได้ป้องกัน ของหลางเทียนทันที ขณะเดียวกันหลางเทียน เองก็สำแดงกระบวนท่ากวาดเท้ารุกรับ หักล้างการโจมตีออกไปในเสี้ยวขณะ ทำให้เกิดเสียง เคร้ง!! ลมะเิหักล้าง ดังออกมาก้อง พร้อมกับหลางเทียน ที่ซัดหมัดแหวกอากาศ
ฟู่!! ส่งลมออกมาปะทะใบหน้า ซ่านซี ให้ถอยหลังกรูดหลบเลี่ยง ออกไปอย่างรวดเร็ว ทำให้พวกเขามองชมการประลอง รู้สึกแปลกใจกันไม่น้อย
“เ้าเด็กนี่ไม่เลวจริงๆ แถมยังเป็กระบวนท่าปั่นป่วน ก่อกวนอากาศคล้ายกันเสียด้วย เกรงว่าไม่นานคงจะรู้ผลแพ้ชนะ”
ด้านของถงอี้เขาเองยังไม่คิดว่า ไอ้เด็กหลางเทียนนี่ จะรับกระบวนท่าของซ่านซีได้ แถมยังซัดหมัด ออกมาอย่างไม่เกรงกลัว ศิษย์หัวกะทิของเ้าคฤหาสน์เซียงหยาง อย่างพวกเขาทั้ง5เสียนี่
ซ่านซี ที่ถูกคลื่นลมปะทะใบหน้า เขารับรู้ได้ทันทีว่าจะประมาท เ้าหลางเทียนผู้นี้ไม่ได้ ร่างที่รวดเร็ว ราวกับคลื่นพายุโอบล้อมทั่วสารพางค์กาย พุ่งปราดไล่ต้อนหลางเทียนต่อทันที ครั้นคาดการณ์ได้ว่า กระบวนท่ารุกรับของเ้าเด็กนี้ ไม่อาจใช้ต่อเนื่องซ้ำๆ กันได้
เพียงไม่กี่10กระบวนท่า ร่างหลางเทียนก็เริ่มกระเด็นกระดอน จนเขาต้องหดตัวเล็กแคบเป็ท่าลูกเต่าป้องกันร่างกาย เสียงเป้ง!! ที่ดังออกมาไม่ขาดสาย จากลูกเตะลมหมุนควงสวาท ทำให้หลางเทียน ริมฝีปากกระอักเืสด ออกมาเปรอะเปื้อนบริเวณมุมปาก ทว่าเขาก็พยายาม ยันกายขึ้นมายืนหยัดเสียทุกครั้ง
ทำให้สุ่ยเยว่ นางที่เห็นความดื้อรั้นของหลางเทียน นางรู้สึกไม่สบอารมณ์ หลางเทียน เ้าเด็กบ้าคนนี้ขึ้นมา จนนางต้องกำหมัดของนางไว้จนแน่น ทว่าก็รู้สึกเอาใจช่วยหลางเทียนขึ้นมา อย่างไม่รู้ตัวเช่นกัน ‘รู้ทั้งรู้ว่าพลังห่างชั้น เ้าเด็กบ้านี่ ก็ยังไม่ยอมแพ้อีก’
ซ่านซี เขารู้สึกแปลกใจไม่น้อย เหตุใดกายาเ้าเด็กนี้ ทนทานเสียจริงๆ ครั้นคิดจะจบการต่อสู้ ด้วยกระบวนท่าลมหมุนควงสวาท ราวกับเป็พายุที่บ้าคลั่ง อัดกระแทกร่างของหลางเทียน เสียงกระแอมไอก็ดังขึ้นมาขัดจังหวะการต่อสู้ทันควัน