“ไม่ได้!” เสียงเขาดังจนแทบเป็ตวาดสวีเม่ยเห็นเขาโมโหก็หน้าถอดสี “เ้าเห็นเรือนร่างเ้าหมดแล้วข้าไม่อนุญาตให้บุรุษใดมายุ่งกับเ้าได้อีก”
“ตะแต่ว่า....”
“เ้าไม่ต้องพูดแล้วเื่นี้ข้าจะบอกกับเซี่ยอวี่ซีเอง” เขาต้องแสร้งทำหน้าเคร่งขรึมลุกขึ้นหักใจไม่มองหน้านาง “เ้าพักผ่อนเสีย”หู่ซิ่นสือรู้ดีกว่าหากอยากให้นางยอมจำนนเขาจะต้องบีบบังคับนางให้ยอมรับเื่นี้แต่เนิ่นๆ
“เ้าค่ะ”นางไม่อาจโต้แย้งความ้าของเขาได้เพราะเขาเป็ขุนนางชั้นสูงจากเมืองหลวงที่แม้แต่พี่ชายของนางยังต้องให้ความเกรงใจ
องครักษ์หู่ออกมาจากห้องของนางได้ก็ถอนหายใจแรงเขาเกือบจะเผลอหันไปปลอบใจนาง หากทำเช่นนั้นย่อมเปิดโอกาสให้นางชักแม่น้ำทั้งหลายมาเปลี่ยนใจเขาให้รามือสิ่งที่ตอนทำในตอนนี้คือรีบไปดักเซี่ยอวี่ซีไว้ก่อนในฐานะขุนนางที่เหนือกว่านี่เป็ความได้เปรียบที่เขาจะละเว้นไปมิได้ ‘ด้านได้อายอด’ หู่ซิ่นสือปลุกใจตนเองหากเขาทำสิ่งนี้ไม่สำเร็จล่ะก็คงจะถูกฝ่าาด่าว่าเป็หัวหมูแน่!
เซี่ยอวี่ซีที่ยังนั่งเช็ดกระบี่อยู่มุมห้องได้ยินเสียงเคาะหน้าต่างก็แปลกใจหากเป็ผู้ร้ายก็คงลอบเข้ามาแล้วแต่นี่เหมือนจะขอพบในทางลับมือปราบหนุ่มขยับไปชิดหน้าต่าง “เ้าเป็ผู้ใด?”
“ข้าเองหู่ซิ่นสือ” เมื่อได้ยินชื่อนี้ เซี่ยอวี่ซีรีบเปิดหน้าต่างทันใดร่างเพรียวของใต้เท้าหู่กระโจนเข้ามาแล้วปิดหน้าต่างทันที “ข้ามีเื่สำคัญต้องพูดกับเ้าคืนนี้”
บุตรเขยของเ้าเมืองหยางยกมือขึ้นห้ามใต้เท้าหู่มิให้กล่าวสิ่งใดก่อนจะเดินไปเปิดประตูดูว่าหน้าห้องของเขามิมีบ่าวหรือสาวใช้เฝ้าอยู่“เอาล่ะ! ท่านพูดได้แล้ว”
เซี่ยอวี่ซีโคลงศีรษะหลักฐานเขาก็ให้ไปหมดแล้วซ้ำยังอธิบายทุกเื่ราวอย่างละเอียดยังมีเื่ใดต้องพูดคุยเร่งด่วนเช่นนี้“มิใช่ข้าบอกท่านไปหมดแล้วหรือ?”
“มิใช่เื่งาน”
“เช่นนั้นเื่ใดหรือ?”
“สวีเม่ย!”
“หือ! น้องสาวข้าทำไมหรือ?”
“ข้าต้องแต่งงานกับน้องสาวเ้า!”น้ำเสียงและใบหน้าของหู่ซิ่นสือหนักแน่นจนเซี่ยอวี่ซีผงะ
“เพราะเหตุใด?”
“ข้าต้องรับผิดชอบนาง”หู่ซิ่นสือเล่าเื่บังเอิญที่เกิดขึ้นในหอพักหอซิงเยว่ให้เซี่ยอวี่ซีฟังมือปราบหนุ่มกำกระบี่ที่เพิ่งเช็ดใหม่แน่นแม้จะเกรงใจที่อีกฝ่ายเป็ถึงองครักษ์ในวังหลวงแต่เื่ของน้องสาวสุดที่รักของเขาก็สำคัญดุจชีวิตหู่ซิ่นสือตาไวมองเห็นอีกฝ่ายโทสะพุ่งสูงก็รีบดักคอ“ข้ายินดีตบแต่งนางเป็ฮูหยินเอก และสัญญาว่าจะดูแลนางอย่างดีไปชั่วชีวิต”คำพูดหนักแน่นของคนตรงหน้าทำให้ความรู้สึกที่กำลังพลุ่งพล่านของเซี่ยอวี่ซีลดลงไปกว่าครึ่ง“เ้าคงมิอยากให้นางอยู่หอคณิกาไปชั่วชีวิตหรือถูกขุนนางสักคนรับไปเลี้ยงดูในฐานะอนุหรอกกระมัง?”
“ข้าไม่ยินยอมอยู่แล้ว”น้ำเสียงของมือปราบหนุ่มยังดูขุ่นข้อง“แต่เม่ยเอ๋อร์มิได้อยากตบแต่งกับขุนนางใหญ่เช่นท่านนางเพียงอยากไปอยู่ชนบทกับท่านพ่อ ท่านแม่”
หู่ซิ่นสือระบายลมหายใจเบาๆนี่เขาต้องออกแรงเกลี้ยกล่อมทั้งพี่ทั้งน้องเลยเทียวพวกเขาคงรังเกียจคนในตระกูลใหญ่มากจึงตั้งกำแพงสูงเพียงนี้“เม่ยเอ๋อร์ทั้งสวยงามและฉลาดหลักแหลม เ้าอยากให้นางใช้ชีวิตอยู่เช่นนั้นจริงๆหรือ?”
เซี่ยอวี่ซีทำสีหน้าหนักใจ“แม้ข้าจะรู้ว่านางสมควรได้ตบแต่งให้กับบุรุษที่เหมาะสมแต่นี่เป็ความตั้งใจของนางสำหรับพวกเราที่ต้องเผชิญความยากลำบากมาั้แ่เด็กการมีชีวิตสงบสุขเป็เื่สำคัญเหนือสิ่งอื่นใด”
หู่ซิ่นสือใบหน้าอึมครึมลงหลายส่วนสองพี่น้องนี่ช่างดื้อด้านเหมือนกันนัก การเห็นเรือนร่างของสตรีนับเป็เื่ร้ายแรงพวกเขายังพร้อมใจจะละเลยหากไปรบกวนปณิธานเดิมคงเหลือเพียงวิธีสุดท้าย “ข้าเรียนเื่นี้ให้ท่านอ๋องเก้าทราบแล้วเ้าจะปฏิเสธการแต่งงานระหว่างข้ากับนางก็หาข้ออ้างไปทูลต่อหน้าพระพักตร์ก็แล้วกัน”
มือปราบเซี่ยหน้าซีดเผือดท่านอ๋องเก้าที่หู่ซิ่นสือเอ่ยถึงเป็เชื้อพระวงศ์ชั้นสูงเป็เ้านายที่ใต้เท้าหู่บอกว่าเดินทางมาเพื่อสืบคดีเมืองชิงหลิวเขาเคยพบขุนนางใหญ่สุดก็เพียงเ้าเมืองหยาง คนในวังหลวงที่เคยพบก็เพียงองครักษ์หู่หากต้องเข้าเฝ้าท่านอ๋องเก้าพระอนุชาของฮ่องเต้แล้วยังต้องกราบทูลเพื่อมิให้น้องสาวต้องแต่งงานกับองครักษ์ของฮ่องเต้จะต้องทำเช่นใด?หรือจะมีความผิดใดหรือไม่?
“เอ่อ! ต้องกราบทูลท่านอ๋องด้วยหรือ?”
“ข้าเป็องครักษ์ของฮ่องเต้หากจะแต่งงานก็ต้องกราบทูลให้พระองค์ทรงอนุญาตอีกอย่างคราวนี้ข้าตามเสด็จท่านอ๋องเก้าและพระชายาหากเ้าจะคัดค้านการแต่งงานของข้าก็ต้องทูลท่านอ๋องเก้าก่อนแล้วก็ไปกราบทูลฮ่องเต้อีกชั้นหนึ่ง” หู่ซิ่นสือรู้ว่ามือปราบหัวเมืองอย่างเซี่ยอวี่ซีต้องหวาดกลัวคนชนชั้นสูงอยู่แล้วยิ่งเอ่ยอ้างไปถึงฮ่องเต้ยิ่งทำให้อีกฝ่ายไม่กล้าบิดพลิ้ว
“เช่นนั้น....”
“หากท่านอ๋องเก้าทรงสอบถามเ้าก็แค่ตอบตกลงพี่ชายก็เหมือนบิดา หากเ้าอนุญาตข้าจะให้คนส่งแม่สื่อไปทาบทามนางที่บ้านของเ้า”
เซี่ยอวี่ซีใบ้านของเขาอยู่ไกลจากที่นี่มาก การเดินทางก็ยากลำบาก“ท่านรู้จักแล้วหรือว่าบ้านข้าอยู่ที่ใด?”
“ข้าสอบถามเม่ยเอ๋อร์แล้วข้าจะทำให้ครบถ้วนสามหนังสือหกพิธีการไม่ขาดแน่จะทำให้เม่ยเอ๋อร์ไม่ต้องถูกผู้ใดตำหนิได้”
มือปราบเซี่ยยกมือขึ้นปาดเหงื่อจู่ๆ เขาก็ถูกใต้เท้าหู่ผู้นี้จู่โจมเข้ามาในห้องพูดจาไม่กี่ประโยคก็ปล้นเอาน้องสาวเขาไปซึ่งหน้า“เช่นนั้นก็แล้วแต่ใต้เท้าหู่เถิด”
“ดี!พรุ่งนี้เ้าจงไปยืนยันกับเม่ยเอ๋อร์ว่าเ้ายกนางให้ข้าแล้วห้ามให้บุรุษใดเข้าใกล้นางอีก” หู่ซิ่นสือควักเอาตั๋วแลกเงินสองร้อยตำลึงออกมา“เ้าจงเอานี่ไปให้นางบอกว่าข้าไม่อนุญาตให้นางรับงานสนทนากับบุรุษใดอีกอยู่รอข้าในหอซิงเยว่ ก็พอ”
หู่ซิ่นสือลอบออกจากจวนเ้าเมืองหยางด้วยท่าทางเริงร่าตรงกลับไปยังโรงเตี๊ยมิเฟยหลงที่เพิ่งกินเต้าหู้ภรรยาไปหมาดๆ จึงปล่อยให้นางที่บ่นว่าง่วงมากๆ นอนหลับอยู่บนเตียงจูจิ้นติ้งได้ยินเสียงฝีเท้าของคนในห้องฟังจากน้ำหนักฝีเท้าก็รู้ว่าเป็ฮ่องเต้“หู่ซิ่นสือมาแล้วขอรับ”
“เรียกเขามาพบข้า”
จูจิ้นติ้งรีบเข้าไปบอกให้หู่ซิ่นสือไปหาเ้านายหู่ซิ่นสือกำลังกลุ้มใจที่ตนโกหกเซี่ยอวีซีไปคำโตจึงได้โอกาสเข้าเฝ้าฮ่องเต้เพื่อกราบทูลสิ่งที่แน่นเต็มอก
“อ้อ! เ้าทำดีนี่เอาทั้งอ๋องเก้าและข้าไปข่มขู่ให้คนยกน้องสาวให้”
“ข้าน้อยผิดไปแล้วขอรับ”
“ฮ่าๆเอาเถอะ! ข้าจะถือว่าส่งเสริมเ้าให้สมหวังครั้งนี้ไม่เอาผิดเ้า นี่หากเ้ายังทำไม่สำเร็จอีกล่ะก็ข้าคงต้องลำบากออกโรงเองแล้ว”