ผมแตะมือบนหน้าผากของเขา มันร้อนจัด ดูเหมือนว่าเขาจะไม่ได้สติ
“เขามีได้สติบ้างหรือเปล่า”
“บางครั้งตอนนอนก็จะเพ้อออกมา” เ้าหญิงตอบ “แต่ไม่ลืมตาตื่นขึ้น เหมือนจมอยู่ในฝันร้ายตลอดเวลา”
ถ้าฝันแสดงว่าสมองยังทำงาน อย่างน้อยก็เป็ข่าวดี
ผมกวักมือเรียกโช และกระซิบถามเธอ
“ขอถามหน่อยว่าพวกเธอมีเวทมนตร์ แต่ไม่มีเวทย์รักษาเหรอ”
“พวกเราพยายามแล้ว” โชบอก “แต่นักฆ่าได้ใส่พิษที่ทำให้รักษาด้วยเวทย์ไม่ได้เอาไว้”
พิษที่ทำให้รักษาด้วยเวทย์ไม่ได้? มีของแบบนี้ด้วยเรอะ
ผมเปิดดูแผลที่อกของเขา มีสมุนไพรบางอย่างพอกอยู่ ผมคิดว่าเป็สมุนไพร
แผลกว้างประมาณห้าเิเ แต่สภาพดูย้ำแย่มาก บวมแดง มีหนองและเทะเหมือนโดนไฟไหม้
“นี่คือแผลทั้งหมดใช่มั้ย”
“ใช่” โชตอบ
“ั้แ่เมื่อไหร่”
“เมื่อตอนเย็น วันก่อนเมื่อวาน นับวันนี้เป็วันที่สาม”
“ถูกอะไรมา”
“ธนู” เธอตอบ “มันปักเข้าไปในอกด้านขวา เราเอาหัวธนูออกแล้ว แต่ใช้เวทย์สมานแผลไม่ได้”
“แล้วแผลเหมือนถูกไหม้นี้ล่ะ”
“เพราะใช้เวทย์ไม่ได้ ทางวังเลยตามหมอของพวกไพร่มา พวกเขาเอาเหล็กเผาไฟนาบ” โชตอบ
เหวอ ใช้วิธีแบบนั้นกันจริงๆเรอะ...
การใช้เหล็กนาบแผลเป็การห้ามเืด้วยการทำให้เส้นเืสุก ปากแผลเลยปิดลง แต่ไม่ใช่วิธีการฆ่าเชื้ออย่างที่หลายคนเข้าใจผิด ปัญหาคือมันจะทำให้แผลใหญ่กว่าเดิม และมีโอกาสติดเชื้อมากขึ้น
แผลเริ่มมีหนอง และบวมแดงลามออกมารอบๆ นี้ดูไม่ดีเลย
“ได้ฆ่าเชื้อมั้ย” ผมถาม
“ฆ่าเชื้ออะไรนะ?” เธอถามทวนด้วยความงุนงง
ผมเข้าใจแล้วว่า โลกนี้ไม่รู้จักเชื้อโรคนี่เอง
เอาเถอะ ว่ากันว่าคนแรกที่รู้จักว่าเตียงผู้ป่วยต้องสะอาดคือฟอเรนซ์ ไนติงเกล ใน ศตวรรษที่ 18
ไม่ต้องพูดถึงโลกที่มีเวทย์รักษา ถ้ารักษาคนด้วยเวทมนตร์ได้ จะสนใจใช้วิชาการแพทย์ไปทำไม
มีหนอง บวมแดง ตัวร้อนมาก เป็สัญญาณว่าติดเชื้อแล้วหรือเปล่านะ?
เอายังไงดี?
ผมไม่มีความรู้ด้านการแพทย์ขนาดนั้น มีก็แค่ความรู้เชิงประวัติศาสตร์การแพทย์เท่านั้น
เท่าที่รู้ สาเหตุการตายส่วนมากของยุคกลางคือการตายแบบโง่ๆในมุมมองของคนสมัยเรา
เป็ต้นว่าขาดสารอาหาร ฟันผุจนหนองขึ้นสมอง หรือาเ็ด้วยแผลเล็กๆน้อยๆ แล้วติดเชื้อตาย หรือใช้ยาผิดประเภทประมาณว่าพยายามใช้ปรอทรักษาโรคจนตายด้วยพิษของปรอทแทน
จำได้ว่าแพทย์ศตวรรษที่ 19 ลดอัตราการตายตอนคลอดได้มากกว่าครึ่งหนึ่งเพียงแค่ล้างมือก่อนทำคลอดด้วยน้ำผสมมะนาว
ไนติงเกลลดอัตราการตายของทหารที่าเ็เหลือแค่หนึ่งสาม หลังจากวางมาตรฐานให้สถานพยาบาลสะอาดแบบโรงพยาบาลสมัยใหม่
ความรู้เื่เชื้อโรคส่งผลขนาดนั้นเลยแหละ
พูดตามตรง แผลระดับนี้ถ้าอยู่ที่โลกของเราคงจะเป็เื่จิ๊บจ้อยมาก คุณหนูของผมคงจะจัดการได้ภายในสามสิบนาที แค่ล้างแผล ฉีดยาชา เย็บ ให้ยาปฏิชีวนะ ทุกอย่างก็เรียบร้อย
แต่ที่นี่ ไม่มียา ไม่มีความรู้ทางการแพทย์ใดใด ถ้าติดเชื้อเข้าไปในกระแสเืเมื่อไหร่ก็เกมโอเวอร์
คำถามสำคัญคือติดเชื้อหรือยัง
จากความรู้ทางประวัติศาสตร์ของผมยาฆ่าเชื้อในกระแสเืตัวแรกของโลกที่เราสะกัดได้คือเพนิซิลิน
ผมรู้แค่ว่ามันทำมาจากราสีเขียวๆออกน้ำเงิน ที่เรียกว่าเพนิซิเลียม แต่ไม่รู้ว่าโลกนี้จะมีราแบบนั้นมั้ย ถึงมีจริง ผมก็ไม่มั่นใจว่าถ้ากินราไปเลยจะได้ผลมั้ยหรือจะเป็พิษมากกว่า การสะกัดเพนิซิลินออกมาจากราก็ยุ่งยากมาก ตอนที่มันถูกค้นพบ โดย อเล็กซานเดอร์ เฟลมมิง ก็ศตวรรษที่ 20 หลังาโลกครั้งที่หนึ่งแล้ว แสดงว่าต้องใช้เทคโนโลยีทางเคมีชั้นสูงพอดู ไม่ใช่เื่ที่ผมซึ่งไม่ได้เรียนเภสัชมาและไม่มีเครื่องมืออะไรเลยจะทำได้
บอกตามตรงว่าผมประเมินไปในทางเลวร้ายมากกว่าทางดี
ผมหันหลังมองกลับไป และคิดว่าจะเอายังไงดี
คีย์ยังหมอบแนบพื้น ท่าทางไม่เชื่อใจของโช สายตากดดันของพระยาเขี้ยวเงิน
แต่สายตาคาดหวังของเ้าหญิงทำให้ผมลำบากใจที่สุด สายตาของเด็กสาวที่ผมเป็คนความหวังเดียวที่จะยื้อชีวิตพ่อของเธอได้
ผมถอนหายใจ
เอาล่ะ ลองดูก่อนก็ได้
พยายามคิดอะไรในแง่ดีไว้
แผลไม่ได้ร้ายแรงเท่าไหร่ ในโลกของเราถ้าโดนธนูปักแบบนี้หมอปล่อยให้โดยพยาบาลด่า นั่งรอครึ่งวันค่อยเรียกมาทำแผลด้วยซ้ำ ลองฆ่าเชื้อภายนอก แล้วเดิมพันกับความอึดของขุนหลวงดูก็แล้วกัน
คำถามคือจะทำอย่างไร
จำได้ว่าน้ำเกลือใช้ล้างแผล เอาสิ่งสกปรกออกไป
ส่วนแอลกอฮอล์ใช้ฆ่าเชื้อโรค ผมจำได้ว่ามันเป็ยาเปลี่ยนโลกซึ่งสะกัดได้ครั้งแรกโดยนักเล่นแร่แปรธาตุอาหรับในโลกของเรา ตอนแรกถูกเรียกว่าอควาวีเต้หรือน้ำแห่งชีวิตเลยทีเดียว
ยาที่เราใช้กันบ่อยเวลามีแผลภายนอกคือทิงเจอไอโอดีน ซึ่งเป็ไอโอดีนละลายกับแอลกอฮอล์ แต่ผมไม่รู้ว่าจะไปหาไอโอดีนมาจากไหน รู้แต่ว่ามันมีในอาหารทะเล แต่คงไม่ใช่ไอโอดีนบริสุทธิ์พอจะใส่แผลดว้ย
เบตาดีนไม่ต้องพูดถึง ทำจากอะไรยังจำไม่ได้เลย
เอาเท่าที่ทำได้ น่าจะเป็น้ำเกลือ กับแอลกอฮอล์
น้ำเกลือทำไม่ยาก ส่วนแอลกอฮอล์ก็กลั่นได้มาจากเหล้า
“เหล้าที่แรงที่สุดของพวกเธอคืออะไร”
“หา” โชงงที่อยู่ๆผมก็ถามถึงเหล้า
“เหล้าที่แรงที่สุดน่ะทำมาจากอะไร” ผมถามซ้ำ
“สาโท ข้าวหมัก” พระยาเขี้ยวเงินเป็คนตอบ
“อืมม ที่นี้รู้จักการนึ่งมั้ย การทำอาหารให้สุกด้วยการต้มน้ำข้างล่าง แล้วใช้ความร้อนจากไอน้ำให้อาหารสุกน่ะ”
“มีค่ะ ใช้เวลานึ่งผัก และปลา” เ้าหญิงมุยตอบ
“มีอุปกรณ์ในการนึ่งแถวๆนี้มั้ยครับ”
“มีในครัวค่ะ” เธอบอก
“โอเค งั้นบอกคนให้เตรียมการนึ่ง แล้วก็หาผ้าใหม่กับสาโทที่แรงที่สุดไปไว้ในครัว” ผมสั่งการ